LOGIN“ได้” นางมองส่งฉู่เจวี๋ยที่มีท่าทีดีขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“คุณหนู...” / “กลับกันเถิด” นางหมุนตัวจะเดินกลับจวนตอนที่สาวใช้สะกิดให้มองไปอีกฟาก
คลองสายตามองผ่านม่านสายฝน เห็นบุรุษสวมชุดสีขาวผู้หนึ่งยืนอยู่ เขาเองก็ยืนกางร่มอยู่อีกฟากห่างออกไป ร่มอันหนึ่งกางเหนือศีรษะ อีกอันเขาถืออยู่ในมือ เดาว่าคงมารับน้องชายทว่าก็ยังช้าเกินไป
ฉู่เฟิงเยี่ยนยืนนิ่งมองนางไม่ขยับ จวินหรั่นหนิงชั่งใจครู่หนึ่งจึงเดินเข้าไปหาเขา “คุณชายฉู่” นางยอบกายให้เขาคราหนึ่ง”
“คุณหนูจวิน ในที่สุดก็ได้พบกัน ขอบใจเจ้ามาก”
เขาหมายถึงเรื่องที่นางช่วยน้องชายของเขาเมื่อครู่? นางมองประเมิน “ท่านหมายถึงเรื่องเมื่อครู่ หรือหมายถึงเรื่องก่อนหน้า”
เขายิ้ม...
สวรรค์!! นี่คือเด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบ หน้าตาหล่อเหลาเย็นชาเมื่อครู่เทียบไม่ได้กับรอยยิ้มจางๆ ของเขาสักนิด ราวกับว่าทั้งสองใบหน้าที่ปรากฏมิใช่คนคนเดียวกัน
จวินหรั่นหนิงหรุบตาลงลอบบอกตัวเองให้ตั้งสติไว้ จะปล่อยให้บุรุษหล่อเหลามาล่อลวงไม่ได้ อย่างไรตอนนี้ ที่นี่ นางก็เป็นเพียงเด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่นเท่านั้น!!!
‘ข้าอายุสิบเอ็ด...ข้าอายุสิบเอ็ด!!’ นางพึมพำบอกตัวเองในใจ
“ข้าติดค้างน้ำใจของเจ้าครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองแล้ว วางใจเถิดหากมีโอกาสข้าย่อมตอบแทนน้ำใจเจ้า”
นางชะงักเงยหน้าขึ้นมองเขา ภาระหนักอึ้งต้องตกมาอยู่ในมือของเขา วันหน้าจะเป็นอย่างไรก็สุดรู้ นางถอนหายใจเสียงเบา “น้องชายของท่าน...”
นางไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี ควรเตือนสติเขาว่าอย่าปล่อยปละละเลย หรือควรบอกเขาตรงๆ ว่าฉู่เจวี๋ยกำลังรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับการเป็นคนตระกูลฉู่ หาไม่จะยืนนิ่งไม่ตอบโต้เช่นนั้นหรือ
“เขาเก็บความรู้สึกเอาไว้มิดชิด ข้าเองก็ยุ่งอยู่กับเรื่องที่ร้านแลกเงิน ตอนนี้เห็นแล้วว่าปัญหาอยู่ที่ใด ข้าจะไม่ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นคนนอกเด็ดขาด ขอบใจเจ้ามากที่ยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”
นางมุ่นคิ้วเงยหน้าขึ้นมองดวงตาคมลึกล้ำของฉู่เฟิงเยี่ยน เขายิ้ม...อีกแล้ว!!!
“หลายวันมานี้ทุกคนล้วนคาดเดาว่าข้าต้องส่งน้องสามออกไปแน่ มีเพียงเจ้าที่เชื่อว่าข้าไม่มีทางทำเช่นนั้น ขอบใจที่เจ้าเชื่อในตัวข้า”
นางอ้าปากอยากปฏิเสธ แต่เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ท่าทีราวกับหยอกล้อทำให้นางสองแก้มร้อนซู่ ‘ให้ตาย...ไม่ได้การแล้ว นางร้อนตัวทำไมกัน!!’
ตอนนี้ไม่ว่าจะปฏิเสธหรือตอบรับล้วนเป็นกับดักทั้งสิ้น นางเลือกที่จะเงียบและยิ้มออกมาจางๆ “ฝนตกเช่นนี้อีกนานกว่าจะหยุด ข้าขอตัวกลับจวนก่อน”
“เรื่องที่อารามไห่หวง” เขาพูดขึ้นทำให้นางหยุดฝีเท้าที่กำลังจะผละไป “ข้าเข้าใจดีว่าเจ้าอาจคิดว่าข้าเป็นคนร้าย เข้าใจดีว่าเรื่องบางเรื่องก็ไม่อาจพาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยว เจ้าวางใจเถิดข้าจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่เจ้าเคยช่วยข้าก่อนหน้านี้”
นางขมวดคิ้วมองเขา “ตอนนี้ท่านมีเรื่องให้ต้องแบกรับมากพอแล้ว เรื่องอื่นจำต้องคิดเล็กคิดน้อยถึงเพียงนี้? หรือรังเกียจที่ตนเองมีเรื่องวุ่นวายไม่มากพอ? ต้องให้ข้าพูดออกมาให้ได้ว่าเหตุใดไม่บอกว่าข้าเป็นใครตอนช่วยชีวิตท่าน? เช่นนั้นก็ย่อมได้ข้าเป็นคนช่วยท่าน ท่านติดค้างน้ำใจข้า วันหน้าข้าจะไปทวงถามสิ่งที่ท่านติดค้างข้าถึงที่จวน ใช้ได้แล้วกระมัง”
เขาหัวเราะมองนางถลึงตาให้ จวินหรั่นหนิงไม่ได้รอให้เขาเอ่ยปากอีก นางก้าวผ่านเขาไปหากแต่ก็ได้ยินเสียงเขาเบาๆ “ขอบคุณที่ช่วยชีวิต ยังนึกว่าเจ้าอาจมองว่าข้ากับตระกูลฉู่เป็นตัวหายนะไม่อยากคบหาเสียอีก...”
นางก้าวให้เร็วขึ้นอีกทว่าเมื่อเดินไปได้สักพักก็หยุดและหันกลับไปมองเขา ฉู่เฟิงเยี่ยนกับคนติดตามเองก็ออกเดินแล้ว แผ่นหลังของเขาเหยียดตรง หัวไหล่ผึ่งผาย สองเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงไม่ลังเล
“อายุเท่านี้แต่ต้องมาแบกรับภาระใหญ่หลวง...” นางถอนหายใจจากนั้นก็หมุนตัวเดินไปไม่หันกลับมามองอีก
หากเป็นบุรุษอื่นถามคงโดนด่ากลับมาแล้ว แต่จวินเซียวถามด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ดังนั้นสตรีวัยกลางคนดังกล่าวจึงไม่รู้สึกว่าโดนเขาตอกหน้านางยังกล่าวต่อ “สตรีดีๆ ของเมืองอู่ซวงมีมากมาย ข้าเห็นแก่นายท่านจวินจึงอยากช่วย คุณหนูตระกูลเสิ่นงดงามอ่อนหวาน ปีนี้อายุครบสิบหกยังไม่มีคู่หมาย...”“ท่านป้าขอรับ” จวินเซียวกล่าวตัดบท “คนเรามีหน้าที่เป็นของตัวเอง ความต้องการของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป สตรีงดงามกิริยาอ่อนหวาน พวกนางย่อมเป็นที่ปรารถนาของบุรุษที่ต้องการคนปรนนิบัติ ข้าเป็นหมอมีหน้าที่รักษาคนเจ็บป่วย ข้าเจ็บป่วยก็สามารถจ่ายยาเคี่ยวยาให้ตัวเอง ข้ากับน้องสาวเป็นคนเลือกกิน ดังนั้นข้าจึงหัดเข้าครัวตั้งแต่อายุครบเจ็ดขวบปี ข้าเย็บแผลได้ฝีเข็มนั้นปรานีตยิ่งกว่าสตรีปักผ้า ดังนั้นที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นท่านบอกข้าที เหตุใดข้างกายข้าจึงจำเป็นต้องมีสตรีที่สามารถทำทุกอย่างที่ข้าสามารถทำได้แล้ว”ท่านป้าผู้นั้นตะลึงจนลืมคำพูดของตัวเอง นางอึกอักอยู่นานมากกระทั่งชี้มือไปยังหลานซี “แล้วนางเล่า นางมีสิ่งใดที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าท่านไม่สามารถทำได้เช่นนาง มีสิ่งใดที่นางทำได้แต่สตรีอื่นทำไม่ได้”“สังหารผู้อื่นเพื่อปกป้อง
“มะ...แม่นางหลานซี”“ใช่ข้าเอง”นางไม่รู้ตัวเลยว่าในห้องยังมีผู้อื่นอีก... ความมืดและจิตใจที่ว้าวุ่นตื่นเต้นกับสิ่งที่คิดจะทำ ทำให้อิงเอ๋อร์ไม่ได้มองไปรอบๆ ด้วยมั่นใจว่าหลานซีนอนหลับอยู่ในห้องอีกห้องไม่ไกลกันนัก นาง...วางยานอนหลับทุกคนแล้วนี่!!แสงไฟสว่างจ้าขึ้น หลานซีจุดไฟและนั่งกอดอกจ้องมองสาวใช้ที่กึ่งเปลือยท่อนบน “สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือ...คนที่ยุ่งกับของของข้า ...คนของข้า”อิงเอ๋อร์หน้าซีดขาวเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นเยียบของอีกฝ่าย ตอนที่หลานซีลุกขึ้นนางถึงกับขาอ่อนยวบนั่งลงกับพื้นหน้าเตียงหลานซีเดินผ่านอีกฝ่ายไปจากนั้นนั่งลงข้างเตียง จัดผ้าห่มให้ให้ชายหนุ่มที่นอนหลับสนิทบนเตียง เสียงกรนเบาๆ ของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขัน“เจ้าทึ่ม โดนวางยานอนหลับยังไม่รู้ตัวอีก เป็นหมอประสาอะไร” นางมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง ทว่าตอนที่หันกลับมามองอิงเอ๋อร์ สายตาของนางเปลี่ยนไปเป็นเย็นเยียบ“บิดาของเจ้าแก่มากแล้ว ทว่าเจ้าไม่เหมือนกัน ในเมื่อจิตใจไม่บริสุทธิ์ ก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของคนตระกูลจวิน ให้เวลาเจ้าปีหนึ่ง...แต่งงานแล้วย้ายออกไปเสีย บิดาของเจ้ารั้งอยู่ที่นี่ได้”“เจ้าถือสิทธิ์อ
ตอนพิเศษหลานซีนางไม่เคยชอบการนั่งรถม้าเพราะรำคาญความยุ่งยากและมองว่ามันล่าช้า ทว่าตอนนี้กลับยืนมองจวินเซียวขนข้าวของขึ้นรถม้า ของจำเป็นทั้งของนางและของเขาเอง ทั้งสมุนไพรต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมายที่หมอผู้หนึ่งต้องใช้นางกำลังจะกลับเล่อซาน กลับไปไหว้หลุมศพของอาจารย์ บอกกล่าวว่าศิษย์น้องของนางเหลียนฮวาได้สิ้นใจไปแล้ว ทว่าอยู่ๆ ทุกคนก็บอกให้นางพาบุรุษอ่อนแอปวกเปียกผู้นี้ไปด้วยคราแรกนางอยากเดินทางเพียงลำพัง ใช้เวลาสั้นๆ ขี่ม้าไปกลับก็ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ทว่านางไม่ได้บอกผู้ใดถึงเรื่องนี้ นั่นทำให้ทุกคนหวาดระแวงว่านางจะไม่กลับมาที่เมืองหลวงอีก โดยเฉพาะเขา...จวินเซียวบุรุษผู้นี้ให้อย่างไรก็ดูไม่เลว แม้จะอ่อนแอปวกเปียกไม่สามารถดูแลตัวเองได้ แต่เรื่องนิสัยใจคอแล้วนางพออกพอใจ เขาเป็นหมอและยังจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่น ทว่านางมองว่าเขากับนางไม่เหมาะสมกันนางเป็นชาวยุทธ์ ส่วนเขาเป็นหมอที่ผู้คนนับถือรักใคร่ เขามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไม่เคยออกไปตกระกำลำบาก ต่างกับนางที่นอนกลางดินกินกลางทรายได้โดยไม่กลัวความลำบากนางเคยพักค้างแรมในป่าโดยไม่มีผ้าห่ม ไม่มีอาหาร อาศัยดื่มน้ำจากลำธารและทะเลสาบ ม้าตัวเดี
“เฮ้อน่าเสียดาย พวกเขานับเป็นคู่สวรรค์สรรค์สร้าง ทว่าเหตุใดจึงดูยากจนนัก ชีวิตลำบากลำบนที่ต้องเดินทางร่อนเร่เช่นนี้ ทำให้ความงดงามของชีวิตคู่ดูเป็นเรื่องน่าเศร้าไปเสียสิ้น”“ก็คงไม่เสมอไปหรอก ท่านเห็นสีหน้าและแววตาของผู้เป็นฮูหยินหรือไม่ นางมิใช่ดูมีความสุขมากหรอกหรือ”“นั่นน่ะสิ สามีที่ดีต่อนาง เอาอกเอาใจเช่นนี้ นั่นมิใช่เพียงพอต่อสตรีนางหนึ่งแล้วหรือ ยังดีว่าร่ำรวยแล้วสามีแต่งอนุคนแล้วคนเล่า”“ข้าเห็นด้วย มีบุรุษที่รักมั่นคงไม่เอาแต่ก่อปัญหา นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ”เสียงของชาวบ้านในละแวกนั้นไม่ได้ดังไปถึงเจ้าตัว เพราะรถม้าสองคันนั้นได้วิ่งจากไปไกลแล้ว...กลับถึงเมืองหลวงจวินหรั่นหนิงก็รู้สึกไม่ปกติ นางทั้งวิงเวียนและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด นี่ก็เจ็ดเดือนแล้วหลังจากที่นางแต่งเข้าจวนตระกูลฉู่ กลายเป็นฉู่ฮูหยินที่ทำให้สตรีทั่วทั้งเมืองหลวงอดที่จะอิจฉาริษยาไม่ได้ชีวิตคู่ทุกอย่างราบรื่น หลังแต่งงานทั้งสองเดินทางไปต่างเมืองและกลับมาพร้อมกับข่าวดีที่สุด นาง...ตั้งครรภ์แล้ว!ฉู่เฟิงเยี่ยนนั่งกุมมือนางอยู่ข้างเตียง สีหน้าของเขาทั้งดีใจและเป็นกังวล บิดาของนางรีบออกไปเข
มองไปยังบุตรชายที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างๆ หลานซี ตอนออกเดินทางทั้งสองคนแอบไปไหว้ฟ้าดินกันหน้าหลุมศพของอาจารย์ หลานซีเป็นชาวยุทธ์จึงไม่ค่อยถือสาเรื่องพิธีการ แต่จวินเซียวก็รับปากว่าจะจัดงานเล็กๆ ตอนที่พวกเขากลับมายังเมืองหลวงตอนนี้พวกเขากลับมาแล้ว และจวินหรั่นหนิงก็ออกเรือนไปแล้วเช่นกัน ถึงเวลาแล้วที่เขาจะรับสะใภ้เข้าจวน แม้ว่าจะรู้ดีว่าหลานซีไม่มีทางรั้งอยู่ที่นี่ เป็นสะใภ้เช่นสตรีอื่นทำกันทว่า...เขาพอใจสะใภ้คนนี้มากบุตรชายเป็นหมอออกไปรักษาคนตามเมืองต่างๆ ไม่อาจรั้งอยู่ที่เมืองหลวง สะใภ้คนนี้สามารถปกป้องดูแลความปลอดภัยให้สามี ทั้งรอบคอบระแวดระวังละเอียดลออไปทุกย่างก้าว ชีวิตบิดาเช่นเขาจะหวังอะไรไปมากกว่าได้เห็นลูกๆ ปลอดภัยและมีความสุขจวินหรั่นหนิงขยับตัวลุกจากเตียงนอน นางมองไปรอบๆ ห้องขนาดเล็กที่มีม่านหน้าเตียงสีขาวไร้ลายปัก ข้างๆ กายไร้เงาของสามี ไออุ่นของเขาเองก็ไม่เหลือแล้ว เห็นชัดว่าเขาลุกไปนานมากกลิ่นหอมลอยมาจากในครัวพร้อมกับเสียงกระทบของกระทะและตะหลิว เสียงพึมพำสนทนากันด้านนอกของเสียงเอ๋อร์ สือซาน รวมไปถึงฉู่เฟิงเยี่ยนนางลุกขึ้นนั่งและมองออกไปนอกหน้าต่างที่ถูกแง้มเอาไว้ ...ที่น
เช้าวันนั้นนางนั่งรถม้าไปยังร้านหมอ พอไปถึงก็พบว่าฉู่เฟิงเยี่ยนยืนรอนางอยู่ก่อนแล้ว ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่เขามาส่งน้องสาวและน้องชายที่ร้านหมอ จากนั้นก็รอพบนาง สนทนากับนางสักครู่ แล้วเขาค่อยออกไปยังร้านแลกเงินตระกูลฉู่ชายหนุ่มเดินมาใกล้รถม้า ยื่นมือออกมารอรับเพื่อช่วย ประคองนางลงจากรถม้า จวินหรั่นหนิงยิ้มให้เขาส่งมือให้เขาแล้วกุมมือเขาแน่น“วันนี้ดูเจ้าอารมณ์ดียิ่ง”“ใช่แล้วข้าอารมณ์ดียิ่ง”“เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด”“ความลับ” นางไม่คิดจะบอกเพราะอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว เก็บเอาไว้ให้เขาประหลาดใจในยามที่มันเกิดขึ้นจริง เช่นนี้จึงจะสวยงามและตราตรึงที่สุดบางครั้งการรอคอยความสุขก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ไม่ว่าจะมองเห็นหรือมองไม่เห็นอนาคต ถึงตอนนี้นางก็พร้อมจะเผชิญทุกๆ อย่างไปกับฉู่เฟิงเยี่ยน เพราะตั้งแต่วันนั้นที่นางเลือกที่จะช่วยชีวิตเขาเอาไว้ มันก็คล้ายกับว่านางได้เลือกเขาไปแล้ว ไม่มีบุรุษอื่น ไม่มองผู้ใด คล้ายชีวิตนี้ถูกลิขิตให้มาพานพบ ชะตาชักนำ บุพเพนำพาหรือบางทีเหตุผลที่สวรรค์ให้นางมองเห็นเงาฝันแห่งอนาคต ก็เพราะอยากให้นางช่วยเหลือเขา ช่วยเหลือใครหลายๆ คนที
ฉู่เฟิงเยี่ยนไม่ได้พูดอะไรหลังกลับมาจากคุกหลวง เขาเพียงพาน้องสาวน้องชายไปไหว้หลุมศพบิดามารดา จุดจบเช่นนี้...ก็คงสาสมแล้วกับสิ่งที่อิ่นเกอได้กระทำกับคหบดีหลายๆ จวน เพราะบางครั้งการตายก็เท่ากับหมดทุกข์ การอยู่แบบไร้ค่าต่างหากที่จะเป็นการลงโทษอย่างแท้จริง อย่างที่เขาเรียกกันว่า...อยู่มิสู้ตายหญิงสาวถ
“คิดว่าข้าดื่มจนเมาและหลับไปแล้ว?” หลานซีมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเย็นชา “ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่ามายุ่งกับคนของข้า เจ้าทำอาจารย์สิ้นใจแต่อาจารย์สั่งเสียเอาไว้ว่าไม่ให้ข้าแก้แค้นให้เขา เรื่องนั้นข้ายังเสียใจจนถึงทุกวันนี้ แต่เหลียนฮวาหากข้าสังหารเจ้าเพราะเจ้าทำร้ายคนของข้า เช่นนี้ข้าก็ไม่ถือว่าผิดต่อคำสั
ฉู่เฟิงเยี่ยนอมยิ้ม “เติบโตแล้วย่อมต้องมีความรับผิดชอบ ข้าขอให้เจ้าสุขภาพแข็งแรง ชีวิตเต็มไปด้วยความสุข” นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา มองสบตาคมหนักแน่นมั่นคงของฉู่เฟิงเยี่ยนด้านหลังมีเสียงกระแอม จวินเซียวผลักฉู่เฟิงเยี่ยนไปอีกด้าน เขามอบถุงใบหนึ่งให้ในนั้นมีขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็ก กลิ่นสมุนไพรหอมเย็น
เจียงซานก้มลงมองคนที่มีผื่นแดงเต็มตัว ผิวกายของฉู่เฟิงเยี่ยนไม่มีจุดใดที่ไม่มีรอยแดงเป็นจุดๆ ตาบวม หน้าบวม แม้แต่ปากยังบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขารีบจับชีพจรของชายหนุ่ม พบว่าเต้นช้ามากทั้งยังสับสน ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นสัญญาณของการมีชีวิต ผิวกายของชายหนุ่มร้อนผ่าว ทั้งที่มีไข้ตอนนี้ยังมีถูกวางยาปลุกก







