Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2025-12-30 12:10:32

โจวจินเซวียนหาได้สงสารเหล่าเพื่อนร่วมเดินทางที่สิ้นใจอยู่โดยรอบ นางเห็นชัดเจนในยามที่มองกวาดสายตาไปยังสตรี คนแก่ หรือคนอื่นๆ ที่เดินทางมาด้วย พวกเขารู้ทั้งรู้ว่าปี้หรูโดนย่ำยีแต่ไม่กล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือ บางคนขยับกายมองด้วยสายตาเฉยชา บางคนขยับหนีด้วยความหวาดกลัว บางคนลุกขึ้นนั่งมองราวกำลังเห็นเรื่องน่าสนุก

ความสิ้นหวังและท้อแท้ลอยอวลท่ามกลางความเงียบ หญิงสาวได้แต่นอนนั่งในอ้อมแขนของบุรุษแปลกหน้า กลิ่นเหงื่อไคลที่โชยออกมาท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด เสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ดังขึ้นข้างหู เรียกสติและความนึกคิดของนางกลับมา

มือน้อยค่อยๆ ขยับก่อนจะพบว่าพันธนาการจากเขาได้คลายลงแล้ว นางขยับออกห่างเขาจากกายเขาแล้วพบว่าอีกฝ่ายแน่นิ่งไปแล้ว

คิ้วเรียวขมวดมุ่นในยามที่แสงฟ้าแลบแปลบปลาบนั้น ส่งผลให้นางมองเห็นคราบเลือดบนแขนเสื้อตัวเอง นางอยู่ห่างจากจุดที่เกิดการเข่นฆ่า แล้วเหตุใดตัวนางจึงเปรอะเปื้อนเลือดได้

นั่นคือคำถามที่นางถามตัวเองในใจ กระทั่งเลื่อนสายตามองบุรุษที่หลับตานอนนิ่งอยู่ในมุมมืด แสงสายฟ้าเล็ดลอดเข้ามาอีกครั้งทำให้นางตระหนักในที่สุด บุรุษผู้นี้ได้รับบาดเจ็บ

นั่นคือคำตอบว่าเหตุใดในยามที่พวกนางเข้ามายังศาลเจ้าแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดมองเห็นเขา เพราะเขาเอาแต่ซ่อนตัวเงียบๆ อยู่ในซอกมุมแห่งนี้นั่นเอง

ละล้าละลังอยู่นานกว่าจะตัดสินใจได้ว่าควรทำอย่างไร หญิงสาวมองไปยังปี้หรูที่นอนนิ่งภายใต้เสื้อคลุมสีเทา ก่อนละสายตากลับมามองบุรุษแปลกหน้าที่ช่วยนางเอาไว้ นางถอนหายใจออกมาเมื่อตัดสินใจได้ มือเล็กยื่นเข้าไปหาบุรุษผู้นั้นก่อนออกแรงลากเขาออกมาจากมุมมืด กระนั้นก็พบว่าตนจะหมดแรงก็ทำได้เพียงลากเขาออกมาได้ไม่ถึงสิบชุ่น[1] นั่นนับว่าสว่างมากพอหากนางต้องการทำแผลเพื่อห้ามเลือดให้เขา อย่างน้อยเพื่อตอบแทนที่เขาช่วยนางเอาไว้

ร่างเล็กเดินวนไปเวียนมายุ่งง่วนอยู่ค่อนคืน เพื่อค้นหาสิ่งที่กลุ่มโจรทิ้งเอาไว้ที่นางสามารถใช้ประโยชน์ ยังดีที่มีขวดยาสมานแผลของนางหลงเหลืออยู่ ดังนั้นนางจึงเริ่มใช้ทุกอย่างที่ใช้ได้ออกไปรองน้ำฝน ก่อนใช้น้ำนั้นชะล้างบาดแผลและใส่ยาให้บุรุษซึ่งนอนสลบไศลไม่ได้สติ พันแผลเอาไว้ด้วยเสื้อผ้าที่นางฉีกเป็นริ้วๆ

โจวจินเซวียนชะงักในยามที่เห็นคิ้วเข้มขมวดมุ่น ใบหน้าเสี้ยวหนึ่งของเขายังคงปกคลุมไปด้วยเส้นผมรุงรัง กลิ่นเหงื่อไคลจากร่างหนาทำเอานางย่นจมูก

“ไหนๆ ข้าก็กลายเป็นสาวใช้จำเป็นของท่านแล้ว...”

นางถอนหายใจก่อนใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้เขา ในใจก็ท่องซ้ำๆ บอกตัวเองว่าเขาคือคนเจ็บที่ช่วยนางเอาไว้ก่อนหน้านี้ และนางทำเพียงเพื่อตอบแทนพระคุณของเขาเท่านั้น นางจะไม่ทำเกินขอบเขตที่นางทำได้

เมื่อมือป่ายเส้นผมรุงรังของเขาออกจากใบหน้า รูปหน้าอีกด้านหนึ่งของชายหนุ่มปรากฏขึ้น ใบหน้าในส่วนที่ไม่ถูกทำลายของเขา ทำให้นางอดทอดถอนลมหายใจออกมาคราหนึ่ง เขาน่าจะเป็นบุรุษที่หล่อเหลาก่อนจะถูกทำลายโฉมหน้าเช่นนี้ บาดแผลที่เกิดจากของมีคมสามเส้นข้างแก้มด้านขวาของเขา เปลี่ยนเขาจากบุรุษผู้มีใบหน้าดุจหยกสลัก กลับกลายเป็นบุรุษอัปลักษณ์ที่มีบาดแผลน่าหวาดหวั่นในทันที

บาดแผลดังกล่าวยังคงไม่หายสนิท ดังนั้นนางจึงโรยยาสมานแผลลงไปด้วย เพราะเห็นชัดว่าเขาไม่ได้ใส่จะดูแลรักษาแม้แต่น้อย

กว่านางจะปลีกตัวออกมาจากซอกมุมหนึ่งของศาลเจ้าร้าง ลากร่างสิ้นลมของปี้หรูออกมาด้านนอกฝนก็หยุดตกพอดี หญิงสาวสะอื้นฮักในยามที่สวมเสื้อผ้าให้สาวใช้ตัวน้อย ก่อนจะจัดการขุดหลุมอย่างเอาเป็นเอาตาย ใช้ความเหน็ดเหนื่อยในการขุดหลุมฝังศพของตน เพื่อชดเชยให้สาวใช้คนสนิทที่ต้องเสียสละชีวิตเช่นนี้

ฟ้าสางแล้วในตอนที่โจวจินเซวียนชะล้างคราบดินโคลนตามเนื้อตัวจากแอ่งน้ำฝน นางเปลี่ยนเสื้อผ้าในมุมหนึ่งแล้วกลับมานั่งลงไม่ไกลจากจุดที่คนเจ็บนอนอยู่ ความเหน็ดเหนื่อยทำให้ลืมศพคนตายและกลิ่นคาวเลือดที่อยู่รอบด้านจนสิ้น กระทั่งไม่นานก็ผล็อยหลับไป ทว่าก่อนหลับไปมือเล็กยังเอื้อมไปคว้าชายเสื้อของบุรุษแปลกหน้าผู้นั้นเอาไว้ ก่อนจะกำมันไว้แน่นและจมลงไปในห้วงนิทราช้าๆ

ความเคลื่อนไหวข้างกายทำให้โจวจินเซวียนสะดุ้งตื่น นางขยับกายลุกขึ้นอย่างลนลานก่อนใช้สองมือกอดเข่ามองไปโดยรอบ สายตาแตกตื่นของนางสานสบเข้ากับดวงตาคมดุที่จ้องมาอยู่ก่อนแล้ว นางยังคงสะดุ้งตกใจกับใบหน้าซีดขาวที่มีบาดแผลฉกรรจ์บนซีกแก้ม กระนั้นเมื่อเขาเพียงนั่งมองนางนิ่งๆ จึงแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

ทั้งสองต่างคนต่างนั่งเงียบ เขาไม่ขยับ นางเองก็ไม่กล้าส่งเสียง ร่างเล็กสั่นน้อยๆ ในยามที่รับรู้ถึงสายตาคมกริบที่กวาดมองสำรวจตัวนางช้าๆ นางต้องสะดุ้งเฮือกในยามที่เขาขยับกายลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินออกไปด้านนอก

บาดแผลของเขานับว่าร้ายแรงมาก โดยเฉพาะรอยคมกระบี่ที่หน้าอกซึ่งพาดยาวจากไหล่ลงมายังหน้าท้อง และนั่นเป็นสาเหตุให้เขาเสียเลือดมาก แม้นางจะทำแผลใส่ยาให้แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถออกแรงได้ตามใจชอบ

“คุณชายท่านนี้...”

นางส่งเสียงและเดินตามเขาออกมาอย่างลังเล ในมือนางมือห่อผ้าที่นางเก็บรวบรวมของที่ใช้ได้ ก่อนสายตาจะหันไปมองหลุมศพของหรูปี้ราวกำลังอำลาอีกฝ่ายเงียบๆ

[1] ชุ่นเท่ากับ 1 นิ้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 71 จบ

    มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้าของเบาแผ่วเบา ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตสันจมูกได้รูปก่อนผละออก เขายังคงหลับสนิทแต่มือทั้งสองข้างกลับยังคงกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน“เซวียนเอ๋อร์ ...ตัดเล็บ ข้าต้องตัดเล็บ”นางหลุดหัวเราะออกมาเสียงเบาเมื่อได้ยินเสียงเขาละเมอออกมา เพราะมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งเกรงว่าเล็บของตนจะครูดผิวของลูกๆ ดังนั้นเขาจึงย้ำแล้วย้ำอีกว่าต้องตัดเล็บให้สั้นกุด อีกทั้งต้องล้างมือให้สะอาดก่อนอุ้มเสียงเอ๋อร์และอวี้เอ๋อร์เมื่อเห็นใบหน้าที่หลับอย่างเป็นสุขนั้น หญิงสาวพลันนึกถึงใบหน้าเจ็บปวดของเขาในอดีต ทุกวันนี้ดวงตาของเขาไม่เคยปรากฏแววตาเช่นนั้นอีก เขาแทบจะหายใจเข้าออกเป็นนางและบุตรทั้งสองรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของนางและบุตร คือสิ่งที่เขาปรารถนาที่จะได้เห็นทุกวัน เขาต้องการมีส่วนร่วมในทุกๆ โอกาส เป็นบิดาที่รักใคร่และทำทุกอย่างเต็มความสามารถ เป็นสามีที่ให้เกียรติฮูหยินของตนอย่างที่นางไม่คาดว่าเขาจะทำความสุขทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา นางกับบุตรคืออันดับหนึ่ง ความทุกข์หรือเรื่องร้อนใจทุกเรื่องเขาเป็นคนแบกรับ และไม่ยอมให้ภัยใดเข้ามาแพ้วพานรอยยิ้มอ่อนโยนของโจวจินเซวียนคือสิ่งแรกที่มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งลืมตาขึ้นมาเห็น

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 70

    “ท่าน...เหตุใดแต่งตัวเช่นนี้เล่า”“ข้าไปแจ้งข่าวพี่ใหญ่ที่ตระกูลมู่หรง คนของซู่เฟยพยายามรวบรวมขุนนางเพื่อกล่าวหาองค์ชายห้าว่าลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ พี่ใหญ่คือหนึ่งในขุนนางที่มีผู้พยายามดึงเข้าร่วม เขาจะช่วยข้ากับองค์ชายห้ารวบรวมรายชื่อคนเหล่านั้นเงียบๆ”“เรื่องนี้...อันตรายหรือไม่” นางเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งยังถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งเดินกลับมานั่งที่เตียง อ้อมแขนอบอุ่นยังคงตวัดนางเข้าสู่อ้อมกอด “ข้าจะดูแลตัวเองดีๆ ไม่ทำอันใดเสี่ยงอันตรายเป็นอันขาด เจ้าวางใจได้”“ข้ารู้ว่าท่านจะทำตามที่รับปากข้า” นางเอ่ยจบก็ยกมือขึ้นวางบนครรภ์ของตัวเอง ตอนนั้นเองที่มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งก้มลงไปมอง มือใหญ่วางทาบลงไปยังหลังมือของนางบนครรภ์นูนป่อง รอยยิ้มอ่อนโยนของเขากว้างขึ้นในยามที่กระซิบกับบุตรในครรภ์ของนาง“เจ้าเป็นเด็กดีห้ามกวนมารดาของเจ้าเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่”โจวจินเซวียนหัวเราะคิกกับกิริยานั้น มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งมองนางนิ่ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขที่เห็นรอยยิ้มของนาง ทั้งยังได้ยินเสียงหัวเราะสดใสนั้น“ข้ามีความสุขมาก”ไม่ต้องเอ่ยอะไรมาก เพราะนางเองก็เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการบอก“เรื่อง

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 69

    ใบหน้างงงันของนางทำให้เขายิ้มออกมาด้วยความกระอักกระอ่วน “ตอนแรกข้าคงถูกย้ายออกไปแล้ว หากไม่ได้ท่านแม่ทัพทำให้ข้าได้ย้ายเข้าไปในกรมพิธีการ ข้าไหนเลยจะยังมีจุดยืนในราชสำนักอีกเล่า”นี่คงเป็นสาเหตุของชุดขุนนางที่ต่างไปจากเดิมกระมังโจวจินเซวียนพยักหน้ารับรู้ เรื่องราวของบุรุษและเหล่าขุนนาง นางเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่อยากออกความเห็น แต่การที่พี่ชายของสามีเอาแต่เรียกน้องชายว่าแม่ทัพ ทำให้นางรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง“ใต้เท้าเกรงใจไปแล้ว เราหาใช่คนอื่นไกล อย่างไรเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ท่านแม่ทัพเองก็คงตระหนักถึงเรื่องนี้ดี ดังนั้นจึงช่วยให้ท่านยังคงรั้งตำแหน่งในเมืองหลวง ตระกูลมู่หรงไม่อาจขาดผู้นำ วันหน้ายังคงต้องไปมาหาสู่”มู่หรงเฟยอวี่ได้ยินดังนั้นแม้คาดไม่ถึงอยู่บ้างแต่ก็มองนางด้วยความซาบซึ้งใจ เขาไม่คิดว่ามู่หรงอวิ๋นเฟิ่งจะปิดบังฮูหยินของตน เรื่องที่คนตระกูลมู่หรงพยายามยัดเยียดบุตรีของมหาเสนาบดีคนใหม่ให้แต่งกับผู้เป็นน้องชาย ทั้งนี้เพื่อให้ฐานอำนาจของตระกูลมู่หรงแข็งแกร่งขึ้นตระกูลมู่หรงกำลังเสื่อมโทรมเพราะทายาทอย่างสายบู๊อย่างมู่หรงซานซื่อ นำพาคนออกมาเข้ากับจวนหย่งเซวียน ตัวเขาเองก็ไม่อาจส่งเสริ

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 68

    “ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าใจ ไม่ต้องกังวลกับสิ่งใด วันนี้ข้าจะปล่อยให้ทรงรั้งอยู่นอกวังนานสักหน่อย เพราะอีกไม่นานคงยากที่จะให้องค์ชายทรงออกมางานมงคลด้วยพระองค์เองเช่นนี้”“ข้าเห็นใจพระองค์ยิ่ง” นางพยักหน้าก่อนเงยหน้ามองเขา “เช่นนี้ยิ่งไม่ต้องอยู่กับพระองค์ให้นานอีกหน่อยหรือเหตุใดจึงหนีเข้ามาเสียแล้ว ข้าไม่หนีไปไหนเสียหน่อ”มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งหัวเราะ นิ้วชี้ยื่นมาเคาะหัวคิ้วที่กำลังมุ่นของนางเบาๆ “เจ้าช่างใจร้ายกับข้าเสียจริง ข้าหรืออุตส่าห์เป็นห่วงว่าเจ้าจะเหนื่อยล้าจึงเข้ามาดูแล...”พูดยังไม่ทันจบเสียงฝีเท้าของคนหลายคนหน้าประตูกลับทำให้มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งขมวดคิ้ว เขารั้งหญิงสาวให้ยืนขึ้นก่อนดันตัวนางให้ไปยืนด้านหลังอย่างเบามือ“เกิดอะไรขึ้น” โจวจินเซวียนชะโงกหน้าไปมองประตูห้องหอที่ถูกผลักเข้ามาอย่างเร่งร้อน“ท่านแม่ทัพ” เป็นจื่อซานนั่นเอง“เกิดอะไรขึ้นหรือ”“มีข่าวไม่สู้ดีจากวังหลวงขอรับ ตอนนี้คนของเราอารักขาองค์ชายห้ากลับวังหลวงแล้ว”“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ เจ้ารั้งอยู่ที่นี่กับฮูหยิน”“ขอรับ”โจวจินเซวียนรั้งมือใหญ่เอาไว้ด้วยความกังวล “พาเขาไปกับท่าน ข้าไม่เป็นไร”“เซวียนเอ๋อร์ ข้าไม่ไว้ใจผู้อื่น”“พี

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 67

    ขอบตาของนางร้อนผ่าวยามที่มองมือใหญ่ของเขาคว้ามือนางไปกุมไว้ด้วยความลังเล ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบไล้เบาๆ ลงไปยังหลังมือเนียนนุ่ม นางก้มลงมองเงียบๆ ซึมซับความหวาดหวั่นของเขาผ่านปลายนิ้วที่สั่นเทาจนแทบไม่อาจสัมผัสได้“อวิ๋น” โจวจินเซวียนเรียกเขาเสียงเบาครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่นางเรียกชื่อเขาตรงๆ ต่อหน้า ทั้งยังเงยหน้าขึ้นสบตาดุดันที่ฉายแววหวั่นใจจนไม่อาจปิดบัง “ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน” ทุกประโยคนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สบตากับเขาเพื่อมอบความมั่นใจ“ไม่ว่าก่อนหน้านี้เพราะความบังเอิญหรือโชคชะตาทำให้ข้ากับท่านได้พบกัน แต่นับจากนี้ข้าจะพยายามเพื่อให้เราได้อยู่ร่วมกัน ข้าจะไม่ทอดทิ้งท่านให้โดดเดี่ยว ไม่หวั่นไหวเพียงเพราะใครก็ตามที่ต้องการแยกเราออกจากกัน หากสิ่งใดที่สามารถทำให้ท่านมั่นใจว่าข้าจะมั่นคง หนักแน่น และทำทุกอย่างให้คู่ควรยืนอยู่ข้างท่าน ข้าจะทำ”มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งจ้องลึกลงไปในดวงตาของนางโจวจินเซวียนไม่หลบ กระทั่งรอยยิ้มของเขาปรากฏแต่นางทันได้เห็นครู่เดียวเพราะโดนคนตัวโตรั้งเข้าไปกอด หญิงสาวสัมผัสได้ว่าเขาตัวสั่นเล็กน้อยจึงยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังแกร่งนั้น คางเล็กเกยลงบนไหล่ของ

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 66

    ใกล้จะถึงบ้านแล้วโจวจินเซวียนยกมือรั้งม่านรถม้าขึ้น ยามที่มองออกไปนอกม่านรถม้าไปยังบ้านหลังเล็ก ร่างสูงซึ่งยืนหันหลังอยู่ที่รั้วด้านนอกนั้นหญิงสาวจดจำได้ในทันทีว่านั่นคือมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งเขาอยู่ในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีเขียวเข้ม ผมยาวรวบมวยทรงสูงยึดเอาไว้ด้วยเกี้ยวหยกสีขาว อาจเพราะเสียงตะโกนของเสี่ยวไป๋ ทำให้เขาค่อยๆ หันมายังทิศทางที่รถม้ากำลังจอดลงใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงมีเค้าดุดันหันกลับมาช้าๆ ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นตึกตัก รอยยิ้มและสายตาอ่อนโยนเผยออกมา ทันทีที่มองมายังหน้าต่างรถม้าโจวจินเซวียนมองสบตากับมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งอย่างเหม่อลอย หัวใจที่คล้ายเพิ่งจะได้รับการปลดปล่อยจากความกังวลเต็มตื้นขึ้นครั้งนี้นางรู้สึกเหมือนตัวเองมองเขาได้ชัดเจนกว่าทุกครั้ง ก่อนหน้านี้เคยมองเขาผ่านม่านหมอกแห่งความสับสน ความกังวล และความหวาดระแวง แต่ทุกสิ่งนั้นพลันถูกปลดเปลื้อง หลังจากการกระทำของเขาที่ทำให้หลายๆ เริ่มชัดเจนขึ้นใบหน้าที่ฉายแววห่วงหาอาทรของเขา ทำให้ดวงตาของนางเปล่งประกายแห่งความยินดีไม่ว่าจะเพราะสิ่งใดที่นำพาให้นางกับเขามาพบกัน จะโชคชะตาหรือเหตุบังเอิญ แต่นับจากวันนี้ไปนางจะประคับประคองให้ทั้ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status