เข้าสู่ระบบชายหนุ่มกล่าวพลางจุดตะเกียงพายุขนาดเล็กและแขวนไว้ใกล้ที่นั่งคนขับขณะตัวเรือโคลงไปมาอยู่ตลอดเวลาเหนือผิวคลื่นที่แทรกตัวเข้ามาใต้ท้องนาวา
“คุณเมย์หนาวหรือครับ?”
ภูมิหันกลับมาทางหญิงสาวพอดีที่เธอนั่งห่อตัวและใช้แขนกอดอกเพราะน้ำฝนที่ตกติดต่อกันสองสามชั่วโมงหลังอาทิตย์ลับฟ้าไปแล้วทำให้อากาศรอบ ๆ เย็นตัวลงมากกว่าเดิม ชายหนุ่มนั่งลงใกล้หญิงสาวก่อนจะใช้มือหนาทั้งสองกุมไหล่ของเธอไว้ เมลิดามองใบหน้าคมคายฝ่าแสงไฟสลัวของตะเกียงดวงน้อยที่เงาของมันโยกไหวไปตามแรงคลื่นลมกระทบเรือ นัยน์ตาแม้ดูคมเข้มทว่าประกายอันอ่อนโยนนั้นฉาบฉายความอบอุ่นออกมาเสมอ
“เราจะกลับเข้าฝั่งตอนไหนคะ?”
“ผมยังบอกไม่ได้....ต้องรอให้ฝนหยุด เดินทางในทะเลกลางคืนไม่เหมือนกลางวัน แต่คุณเมย์อย่ากังวลเลยครับ เพราะผมอยู่ที่นี่”
“เมย์แค่รู้สึกว่ารอบ ๆ มีแต่น้ำ ภูเขา และท้องฟ้า มันทำให้เมย์รู้สึกปั่นป่วน ถ้ามาคนเดียวในบรรยากาศแบบนี้เมย์คงต้องแย่แน่”
“เราอาจสะกดความกลัวไว้ได้ถ้ามองว่ามันเป็นแค่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และที่สำคัญ....คุณเมย์มีผม”
เขากล่าวเสียงเบาลงแต่จังหวะการเต้นของหัวใจกลับเร็วขึ้น มีบางอย่างร่ำร้องอยู่ในส่วนลึกว่าอย่าได้ปล่อยมือจากไหล่บางบนเรือนร่างอรชรตรงหน้า และแรงผลักดันอันรุนแรงจากความปรารถนาที่ทำให้ความอดทนของเขาสิ้นสุดลงในบัดนั้น ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปหาพลางกระซิบอยู่บนริมฝีปากบางที่เริ่มสั่นระริกจากความรู้สึกที่เกิดสกัดกลั้น
“คุณเมย์ไม่รังเกียจผมจริงหรือครับ....ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง คุณเมย์จะต้องไม่เสียดายกับการตัดสินใจของคุณเมย์เอง”
คำตอบคือการยินยอมให้อ้อมแขนของเขาโอบรัดร่างนั้นเข้าไปแนบชิดและเรียวปากบางถูกลิ้นหนาล่วงล้ำเพื่อเข้าไปสำรวจความหอมหวานอีกครั้ง เมลิดาตอบรับทุกสัมผัสที่ปลุกเร้าความร้อนรุ่มของเธอจนกระจัดกระจายทั้งก็หลงลืมที่จะเสียดายความหวงแหนสิ่งที่ไม่เคยให้ใครได้ล่วงเกินเช่นนี้มาก่อน
เธอยินยอมสนองสิ่งที่เขาเสนอมาด้วยสติอันลอยล่องเมื่อเขาตวัดลิ้นเพื่อดูดกลืนความชุ่มฉ่ำภายในปากเล็กบาง หญิงสาวรับรู้ถึงความปั่นป่วนในช่องท้องเมื่อเรียวลิ้นของทั้งเขาและเธอต่างสอดประสานกันแนบแน่นและบางจังหวะก็ยวนเย้าให้เธอต้องติดตามทวงคืนจากโพรงปากของเขาบ้าง บรรยากาศรอบ ๆ ทำให้อุณหภูมิดิ่งตัวลงหากแต่ไฟร้อนในกายของชายหนุ่มหญิงสาวกลับลุกช่วง
เนิ่นนานเท่าใดไม่รู้ที่ต่างแลกความหวานจากริมฝีปากของกันและกันท่ามกลางแสงสลัวจากไฟตะเกียงใต้ม่านหมอกละอองน้ำที่ห่มคลุมท้องทะเลยามรัตติกาลโดยรอบ เมลิดาไม่นึกกระวนกระวายถึงสิ่งใดอีก ทั้งความกลัวและความหนาวเหน็บที่ดูราวมลายไปสิ้นแม้กระดุมเสื้อด้านบนจะถูกปลดออกจนสาปทั้งสองด้านแยกออกจากกันเผยให้เห็นความอวบแน่นที่ซ่อนอยู่หลังชุดชั้นในตัวเล็กบางแค่ชายหนุ่มสะกิดตะขอก็หลุดออกอย่างง่ายดาย
หญิงสาวแอ่นกายรับมือหนาที่เลื่อนลงมาถึงเนินเนื้อกลมกลึงและนุ่มนิ่มเพื่อตอบรับการบีบเคล้นหนักหน่วงกระทั่งเขาต้องเลื่อนริมฝีปากตามลงมาเพื่อขบกลืนยอดปทุมถันที่ชูชันรอการครอบครองจากเจ้าของใบหน้าคมคาย ดูภายนอกเธออาจเป็นผู้หญิงร่างบอบบางดูอรชรอ่อนหวนทว่ากลับซ่อนความอิ่มแน่นไว้ข้างในจนผู้ที่ได้เห็นรู้สึกตะลึงลานในส่วนโค้งเว้าเกินตัวอันแสนงดงามนั้น
“คุณภูมิ.....”
เมลิดาเสียงแหบพร่าเมื่อชายหนุ่มยิ่งดูดเม้มและขบกัดเบา ๆ ปลายเม็ดทับทิมที่ชูชันบนความอิ่มแน่น ความรุ่มร้อนรัญจวนพุ่งพล่านจนถึงขีดสุดทำให้เธอต้องบิดกายไปมารับคลื่นปรารถนาอันน่าเสน่หาที่ถาโถมใส่จนเกินจะตั้งรับ รู้เพียงตอนนี้มีเขาและเธออยู่ภายในเรือที่ไหวโยกราวคลื่นล้อเพื่อขับกล่อมบทรักอันเร่าร้อนซึ่งกินเวลายาวนานยังถึงครึ่งของทางสู่ฝัน
เธอได้ยินเสียงเขาหายใจหนักและครางออกมาเป็นบางครั้งก่อนจะเลื่อนมือเข้าไปใต้กระโปรงผ้าชีฟองบางเบาและล้วงปลายนิ้วลึกลงไปภายในอันเดอร์แวร์ลูกไม้ รอยสากบนมือหนาที่สัมผัสกับความบอบบางของผิวสาวภายในนั้นทำให้เมลิดาถึงกับเม้มริมฝีปากแน่นและหนีบเรียวขาเข้าหากันอย่างจะร้องขอไม่ให้เขาทิ้งเธอไปเสียตอนนี้ นิ้วเรียวขยุ้มเรือนผมของเขาเมื่อส่วนที่อ่อนไหวถูกเร่งเร้าจากการเสียดสีที่เริ่มหนักหน่วงและล้วงลึกมากขึ้นทุกขณะ
เมื่อชายหนุ่มรู้สึกว่าอารมณ์ของทั้งเขาและเธอร้อนเร่าใกล้ถึงจุดเผาไหม้จึงปลดกระดุมเพื่อดึงเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกบ้างเพื่อแนบกล้ามเนื้อกำยำบนแผงอกลงบนเนินทรวงอวบหยุ่นของหญิงสาวที่อวดความอิ่มเต็มออกจากรอยแยกของสาปเสื้อชุดกระโปรงชีฟอง
รถเก๋งสีขาวแล่นเข้ามาตามทางเล็ก ๆ ภายในไร่องุ่นยามไอแดดคลายความร้อนระอุยามเย็นและส่องแสงอ่อนฉาบคลุมความเขียวขจีไปทั่วบริเวณเนินเขาน้อยใหญ่ของไร่ภควัตณ์ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าเรือนไม้สักหลังใหญ่อันเงียบเหงา ร่างระหงในชุดกระโปรงสีดำตัดเย็บอย่างเรียบ ๆ ก้าวลงมาด้วยท่าทีที่ยังดูประหม่าในการมายังไร่องุ่นซึ่งเธอก็คุ้นเคยในครั้งนี้ ร่างบางก้าวเท้าไม่ทันถึงหน้าระเบียงก็เห็นร่างสูงใหญ่ของทศภาคก้าวออกมาพอดี กีรติหยุดชะงักและกุมซองกระดาษไว้ในมือแน่นก่อนรวบรวมกำลังใจส่งยิ้มไปยังใบหน้าอิดโรยของอีกฝ่ายที่ก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน “สวัสดีครับ...คุณกิ เพิ่งมาถึงหรือครับ? ขอเชิญนั่งก่อน” “คงไม่ล่ะค่ะ...คุณภาค” หญิงสาวหายใจติดขัดทำให้พลอยพูดอะไรก็ไม่คล่องดังคิด...แค่อยากจะมาที่นี่เพื่อเอ่ยอะไรสักคำกับคนที่เธอทำให้เขาผิดหวังทั้งที่รักหนักหนาก็ยากแสนยาก แค่อยากจะมาขอโทษกับการกระทำที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยการขายข่าวอัปยศจนคนถูกกลั่นแกล้งแทบไม่มีพื้นดินจะเหยียบ หากทศภาคจะหมดความไว้เนื้อเชื่อใจและไม่ให้อภัยกันอีกก็จะยอมรับโดย
เมลิดาไม่ได้ปฏิเสธ หากก็ไม่กล่าวว่ากระไร ยินเพียงเสียงหัวใจตอบรับความผันเปลี่ยนในชีวิตที่พลิกไปมาจนเธอต้านมันแทบไม่ทัน เมื่อเจ้าของบริษัทเพชรจากไปแล้วพร้อมกับทิ้งนามบัตรและกำหนดการเดินแบบแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอันหรูหราในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมลิดาก็เฝ้าปลอบตัวเองว่าคงไม่มีอะไรสั่นคลอนชีวิตของเธอได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกขึ้นจากที่นั่ง พลันก็รู้สึกว่าภาพรอบ ๆ ตัวเริ่มพร่ามัวและหมุนไปมาราวกับเธอเป็นดวงอาทิตย์ที่มีดวงดาวโคจรโยรอบเป็นวงแหวนกระนั้น หญิงสาวเอามือแตะบนหัวอันหน่วงหนักก่อนจะรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องจนต้องรีบผลุนผลันวิ่งเข้าห้องน้ำ “เมย์...เป็นอะไรน่ะลูก” เสียงของปานระวีดังขึ้นเมื่อเดินออกมาด้านนอกและรีบเข้าไปดูบุตรสาวขณะร่างบางก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับอ่างล้างหน้าเพื่อสำรอกเอาความอึดอัดคัดแน่นในอกออกมา เมลิดาวักน้ำล้างหน้าหากก็ช่วยให้หายคลื่นเหียนได้เพียงน้อยนิด “ไม่รู้ว่าเป็นอะไรค่ะแม่...เมย์ไม่สบายตัวมาเป็นอาทิตย์แล้ว เมย์อาจจะพักผ่อนน้อยก็ได้ค่ะ...อุ๊บ!....” พูดไม่ทันจบปร
“จะดีหรือลูก...แม่กลัวว่าจะมีใครสมอ้างมาขุดคุ้ยข่าวของเมย์อีก” “ไม่หรอกค่ะ...เมย์แน่ใจ คุณพ่อคุณแม่อย่ากังวลเลยนะคะ เมย์เชื่อว่าเขามาดีค่ะ” กล่าวจบร่างบอบบางจึงเดินลิ่วออกไปยังห้องรับแขกและพบว่ามีใครคนหนึ่งนั่งคอยเธออยู่ที่นั่น เป็นสตรีผิวขาวร่างเพรียวระหง งามสง่าภายใต้ชุดกระโปรงผ้าลูกไม้สวมเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีช็อคกิ้งพิ้งค์ใบหน้ารูปไข่ภายใต้กรอบผมบ๊อบเรียบลื่นสีดำสนิทสะท้อนความเฉิดฉายตามแบบฉบับสาวสังคมที่เนื้อตัวพราวพรายด้วยเครื่องประดับเพชรหรูหราอลังการ “คุณลิลลี่...” เมลิดามองผู้หญิงอายุราวสี่สิบกว่าตรงหน้าด้วยความรู้สึกมากมายประดังเข้ามา ในขณะที่อีกฝ่ายมองเธอด้วยความปรีดา รอยยิ้มบนเรียวปากสีชมพูอมม่วงเด่นชัดแย้มพรายก่อนเอ่ยกับหญิงสาวด้วยเสียงกังวานดุจระฆังแก้ว “ขอโทษนะคะที่พี่มาโดยไม่บอกคุณเมย์ล่วงหน้า ก็คุณเมย์น่ะ...ตามหาตัวยากมาก พี่ต้องให้คนช่วยสืบละเอียดยิบ ถึงได้รู้ว่าคุณเมย์มาอยู่ที่นี่” ร่างบางหย่อนกายลงนั่งขณะมองผู้พูดด้วยความสับสนระคนดีใจ “ตอนแรกคุณแม่ท่านนึกว่าเป็นพวกนัก
น้ำเสียงทุ้มลึกช่วยปลดหญิงสาวออกจากภวังค์อันล่องลอย เมลิดากลั้นหยาดน้ำตาที่กำลังจะหยดลงมาได้ทันเมื่อสมพงษ์พาร่างอันซูบผอมเข้ามานั่งข้างบุตรสาว หากแต่สีหน้าของเธอกลับเปิดเผยอะไรหลายอย่างที่ชายวัยกลางคนมองแล้วก็คล้ายจะเข้าใจ “ทำไมคุณพ่อไม่พักผ่อนล่ะคะ...ออกมานั่งตากลมทำไม” ดวงตากลมโตบนใบหน้าหวานมองบิดาด้วยประกายตาอันนุ่มนวล สมพงษ์ยิ้มให้พลางยกมือขึ้นลูบไปมาบนเรือนผมยาวเหยียดตรงสีน้ำตาล “เมย์นั่นแหละ ทำไมไม่พักผ่อน พ่อเห็นเมย์นั่งแบบนี้ตั้งนานแล้วนะ” “เมย์นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยค่ะ...เรื่องบางอย่างบางทีก็ต้องใช้เวลา” “ลูกพ่อ...ยังมีอะไรที่พ่อไม่รู้อีกมั้ย เรื่องที่ลูกไปอยู่ในไร่ภควัตณ์เกือบสามเดือน” ชายผู้ผ่านโลกมาค่อนชีวิตจ้องมองบุตรสาวราวต้องการจะได้คำตอบจากท่าทีอมทุกข์ของเมลิดา เขาคอยเฝ้าดูหญิงสาวมาตลอดตั้งแต่เธอกลับมาที่บ้านในวันแรกและบอกข่าวดีที่สุดในชีวิตของเขาว่าทศภาคได้ปลดปล่อยหัวใจของเขาคือการให้อิสรภาพแก่เมลิดาแล้ว หากทว่ายังมีอะไรบางอย่างหลีกเร้นอยู่เบื้องหลังความย
“ไอ้..ไอ้บ้าแทน!...ไอ้บ้า!...บ้าที่สุด!...กลับมาพูดกับฉันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้...นายทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้...นายแทน!”ชายหนุ่มก้าวยาว ๆ ออกจากห้องแล้วปิดประตูโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องไล่หลังของกีรติที่ยืนร้องไห้เพราะเสียรู้จากความผิดพลาดของตัวเองภาพในกล้องวีดีโอขนาดเล็กถูกเปิดกลับไปกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในมือของทศภาคที่เจ้าของนัยน์ตาเข้มจ้องมองมันอย่างเลื่อนลอยในทุกนาทีที่ภาพแต่ละช็อตปรากฏขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้หน้าเรือนหลังใหญ่ซึ่งมีแทนนั่งมองอยู่อีกฝั่งหนึ่งในช่วงเวลาพลบค่ำที่แสงสุดท้ายกำลังบอกลาฟากฟ้าอันหมองมัวแสงสุดท้ายที่ลาจากไปเหมือนหัวใจของชายหนุ่มแห้งหายทุกครั้งที่นึกถึงการกระทำและคำพูดของตัวเอง และบัดนี้ความเคียดแค้นได้ดับสลายไปพร้อมหัวใจที่กำลังโผผินเพื่อจะพบเพียงความว่างเปล่าทอดเงาอยู่ ณ ขอบฟ้านั่น สำนึกสุดท้ายของลมหายใจที่ปรารถนาความงดงามคืนกลับคือการยอมรับว่าตัวเขาเป็นผู้ทำลายทุกอย่างจนย่อยยับไม่เว้นแม้แต่ทิฐิของตนเอง“ผมพยายามสืบหาความจริงว่าใครที่ทำให้เหตุการณ์มันวุ่นวายมากถึงเพียงนี้ ก็แค่อยากให้พี่รู้ความจริงว่าคุณเมย์ไม่เคยมีใจให้ใครนอกจากสามีของเธอคนเ
แทนก้มหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวซึ่งนั่งกำหมัดตัวแข็งคอยฟังสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะพูดต่อ “คุณยินดีให้ข่าวว่าคุณเมย์เป็นเมียเก็บของทศภาค ภควัตณ์ โดยไม่คิดค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียวโดยคุณมีภาพยืนยันข้อมูลว่าคุณเมลิดาที่หายหน้าไปจากวงการนางแบบกะทันหันอยู่ในไร่ภควัตณ์ในฐานะนางบำเรอที่ไม่มีทะเบียนสมรส ไม่มีงานแต่งงาน ส่วนเรื่องครอบครัวของเธอที่ล้มละลายก็เพราะคุณปลาทองเป็นคนไปขุดคุ้ยมาสนับสนุนเหตุผลในการกระทำของคุณเมลิดา ตอนนี้ใคร ๆ เขาถึงได้เชื่อไงว่าคุณเมย์หมดหนทางจริง ๆ ถึงต้องทำตัวเหมือนผู้หญิงไร้ค่า แลกได้แม้แต่ศักดิ์ศรีของตัวเอง” “ไม่จริง!” กีรติกรีดเสียงแหลมก่อนจะผลักร่างของแทนออกไปแล้วยืนตัวเกร็งตาแดงก่ำ “ไหนพี่ปลาสัญญากับฉันแล้วไงว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้...นาย...นายไปบังคับข่มขู่ให้เขาบอกใช่มั้ยว่าฉันเป็นคนให้ข่าว” ใบหน้างามชาดิกเมื่อชายหนุ่มยักไหล่เบ้ปากราวกับสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องเหลวไหล “เขาสัญญากับคุณหรือ?...ไม่เห็นอยู่ในบทสนทนาเลยนี่ ตอนผมคุยกับเขาเราไม่มีบทกำกับนะครับ ทุกอย่างเป็นเรื่องจร







