LOGIN“คนเราก็แบบนี้ล่ะครับ อะไรที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าต้องฝืนอยู่ก็ต้องการอิสรเสรีในที่อยู่ใหม่ พูดอีกอย่างก็เหมือนการหนีจากปัญหาที่เราไม่อยากพบ”
เมลิดาทำท่าอย่างจะใคร่ครวญอะไรบางอย่าง หนีหรือ?....คำ ๆ นี้ทำให้ความนึกคิดของเธอเชื่องช้าลง มีบางอย่างสะกิดความรู้สึกของเธอให้หันกลับไปมองเส้นทางที่เธอวิ่งผ่านมา เธอควรยินดีต่อสถานที่ใหม่หรือเศร้าใจกับการกระทำที่ไม่ได้คิดถึงใครนอกจากตัวเอง
“ไม่มีใครอยากหนีหรอกค่ะคุณภูมิ บางทีปัญหาที่เราเจอมันหนักหนาเราก็ควรได้มีเวลาคิดไตร่ตรองว่าเราควรรับมือกับมันยังไงดี”
“แล้วคุณเมย์คิดว่าจะพบทางออกหรือครับ ถ้าเราหนีอยู่เรื่อย ๆ “
หญิงสาวถอนใจเบา ๆ ก่อนจะหันออกไปทางชายหาดเพื่อรับสายลมอ่อนที่ไหลเอื่อยมาปะทะใบหน้า
“อาจจะนะคะ.....หรืออาจไม่พบเลย เมย์แค่อยากแสดงให้คนที่ชอบบีบบังคับจิตใจคนอื่นให้ทำตามความต้องการของตัวเองเขาได้รู้สึกบ้างว่า เขากำหนดหรือชี้ชะตาชีวิตของใครไม่ได้ทุกคน”
นัยน์ตาเข้มบนใบหน้าคมสันเหมือนมีอะไรบางอย่างวูบไหวขณะจ้องมองไปยังหญิงสาวที่ให้ความสนใจกับภาพทิวทัศน์ของท้องทะเลใต้โค้งฟ้าห่มคลุมด้วยผืนกำมะหยี่สีนิล อะไรบางอย่างที่ฉายวาบขึ้นมาบนประกายตาคู่นั้นเพียงครู่ก่อนจางหายไป
เมลิดากลับมาถึงบังกะโลตอนสามทุ่มกว่าโดยมีภูมิช่วยหอบหิ้วของมาให้ถึงหน้าบ้านพัก เขาเป็นผู้ชายที่ภายนอกดูเงียบขรึมแต่ความมีน้ำใจและรอยยิ้มทรงเสน่ห์ทำให้หญิงสาวรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น เธอเพียงนึกว่าช่างโชคดีแม้อยู่ไกลบ้านก็ยังได้พบกับความอบอุ่นจากคนแปลกหน้าจนทำให้ลืมผู้ชายที่ชื่อ ทศภาค ภควัตณ์ ไปได้เกือบสนิท
“เมย์ขอบคุณมากนะคะ ที่วันนี้คุณภูมิต้องมาวุ่นวายเป็นธุระให้ทั้งวัน”
หญิงสาวกล่าวกับชายหนุ่มที่วางสิ่งของในมือลงหน้าประตูบ้าน เขาแย้มยิ้มภายใต้แสงจากโคมไฟหน้าบ้านและเสียงเกลียวคลื่นขับกล่อมจากท้องทะเล ร่างระหงของเมลิดาดูเล็กบางเมื่อเทียบกับความสูงใหญ่ของบุรุษที่ยืนอยู่ใกล้เธอ
“ผมเต็มใจครับ อย่างน้อยที่สุดตอนนี้คุณเมย์จะได้มีผมเป็นเพื่อนอยู่สักคน”
“ค่ะ....เมย์มาอยู่ที่นี่เหมือนเมย์ไม่มีเพื่อนเลยจริง ๆ เพื่อนที่ดีสำหรับเมย์หายากมาก”
“เราไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนเยอะก็ได้ครับคุณเมย์ แค่คนเดียวโลกนี้ก็น่ารื่นรมย์แล้ว ผมขอตัวนะครับ ถ้าคุณเมย์ต้องการให้ผมช่วยอะไรผมก็อยู่แถวบังกะโลนี่แหละครับ”
ชายหนุ่มกล่าวจบก็หันหลังเดินจากไปตามทางที่มีโคมไฟส่องทางเดินของบังกะโล เมลิดามองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกบางอย่างที่จู่ ๆ ก็แล่นพล่านขึ้นมา เธอรับรู้ได้ว่าการพูดคุยกับผู้ชายคนนี้ทำให้เธอตื่นเต้นมากขึ้นทุกครั้ง หญิงสาวไม่กล้าตั้งคำถามกับตัวเองเพราะแน่ใจว่าคำตอบนั้นมีอยู่แล้ว
หากแต่ใยความรู้สึกที่เธอยังเข้าใจไม่กระจ่างแจ้งจึงบังเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วนัก เมลิดานึกถึงตัวตนที่ตอนนี้อายุยี่สิบหก เธอไม่ใช่สาวน้อยร้อยชั่งอีกแล้วและแม้อยู่ในวงการนางแบบพบคนมากหน้าหลายตาก็มิเคยใจเต้นไม่เป็นส่ำเช่นนี้ ไม่หรอก
เมลิดา.....นี่อาจเป็นเพราะการห่างไกลจากโลกที่เธอเคยอยู่ทำให้ความเหงาเข้ามามีอิทธิพลเหนือสำนึกที่เคยเป็นปกติ แค่เธอเพิ่งเจอเขา พรหมอาจไม่ลิขิตให้ชีวิตต้องผูกติดกับใครรวดเร็วเช่นนั้น
“คิดมากไปแล้วเรา เขาคงไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นหรอก”
หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเปิดประตูเข้าไปด้านใน เมื่อประตูปิดลงและไฟในตัวบ้านสว่างไสว ณ มุมหนึ่งไม่ไกลออกไปเจ้าของร่างสูงจึงก้าวออกมาจากหลังพุ่มปาล์มเตี้ย นัยน์ตาเข้มบนใบหน้าคมสันมองไปยังบังกะโลหลังที่เพิ่งจากมาเนิ่นนานก่อนหันหลังเดินลับหายไปภายใต้เงามืดของไม้ใหญ่ที่อาบไล้ด้วยแสงจันทรา
เวลาผ่านไปกว่าสามสัปดาห์ที่หญิงสาวผู้ซึ่งระหกระเหินมาจากบ้านโดยปกปิดเบื้องหลังของตนไว้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่ภายในอาณาบริเวณของ มุกประกาย บังกะโล เมลิดาพยายามตัดตัวเองให้ขาดออกจากโลกภายนอกด้วยการเปลี่ยนเบอร์ไทรศัพท์มือถือ ไม่ยอมติดต่อหาใครโดยเฉพาะเพื่อนพ้องในแวดวงนางแบบ ทำราวกับชีวิตของเธอถูกกลืนหายไปในห้วงจักรวาลอันไพศาล
เป็นแค่ เมลิดา ผู้หญิงสามัญไร้ชื่อเสียง หลีกเร้นตัวเองจากเกียรติที่เคยมีในฐานะนางแบบชื่อดัง กลางวันเธอใช้เวลานั่งอ่านนิยายเล่มโปรดใต้ไม้ใหญ่ กลางคืนนั่งฟังเสียงคลื่นเล่นล้อกระทบหาดทราย
และเช้านี้ก็เหมือนทุกวันที่ยังไม่ทันเห็นดวงอาทิตย์ เพียงแสงแรกของวันใหม่ฉายประกายที่เส้นขอบฟ้า หญิงสาวในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายเนื้อบางก็ออกมาเดินเล่นเลียบไปตามชายหาดเพื่อให้ได้สัมผัสฟองคลื่นแตกกระจายใต้ฝ่าเท้าเปล่าเปลือย แต่แล้วขณะเดินมาได้ไม่ไกลจากบังกะโลก็เห็นเจ้าของร่างสูงที่เธอคุ้นเคยย่ำฝ่าฟองคลื่นสวนกลับมาพอดี
“คุณภูมิ!....คุณมาจากไหนคะ?”
แม้แสงแรกยังส่องมาไม่ถึงหากประกายอันเจิดจ้าก็ทำให้เธอมองเห็นใบหน้าคมคายบนร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงเดนิมสีซีดอย่างทุกวัน เข้าเดินเข้ามาหยุดใกล้ ๆ เหมือนตั้งใจให้เธอหายใจติดขัดเสียกระนั้น
รถเก๋งสีขาวแล่นเข้ามาตามทางเล็ก ๆ ภายในไร่องุ่นยามไอแดดคลายความร้อนระอุยามเย็นและส่องแสงอ่อนฉาบคลุมความเขียวขจีไปทั่วบริเวณเนินเขาน้อยใหญ่ของไร่ภควัตณ์ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าเรือนไม้สักหลังใหญ่อันเงียบเหงา ร่างระหงในชุดกระโปรงสีดำตัดเย็บอย่างเรียบ ๆ ก้าวลงมาด้วยท่าทีที่ยังดูประหม่าในการมายังไร่องุ่นซึ่งเธอก็คุ้นเคยในครั้งนี้ ร่างบางก้าวเท้าไม่ทันถึงหน้าระเบียงก็เห็นร่างสูงใหญ่ของทศภาคก้าวออกมาพอดี กีรติหยุดชะงักและกุมซองกระดาษไว้ในมือแน่นก่อนรวบรวมกำลังใจส่งยิ้มไปยังใบหน้าอิดโรยของอีกฝ่ายที่ก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน “สวัสดีครับ...คุณกิ เพิ่งมาถึงหรือครับ? ขอเชิญนั่งก่อน” “คงไม่ล่ะค่ะ...คุณภาค” หญิงสาวหายใจติดขัดทำให้พลอยพูดอะไรก็ไม่คล่องดังคิด...แค่อยากจะมาที่นี่เพื่อเอ่ยอะไรสักคำกับคนที่เธอทำให้เขาผิดหวังทั้งที่รักหนักหนาก็ยากแสนยาก แค่อยากจะมาขอโทษกับการกระทำที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยการขายข่าวอัปยศจนคนถูกกลั่นแกล้งแทบไม่มีพื้นดินจะเหยียบ หากทศภาคจะหมดความไว้เนื้อเชื่อใจและไม่ให้อภัยกันอีกก็จะยอมรับโดย
เมลิดาไม่ได้ปฏิเสธ หากก็ไม่กล่าวว่ากระไร ยินเพียงเสียงหัวใจตอบรับความผันเปลี่ยนในชีวิตที่พลิกไปมาจนเธอต้านมันแทบไม่ทัน เมื่อเจ้าของบริษัทเพชรจากไปแล้วพร้อมกับทิ้งนามบัตรและกำหนดการเดินแบบแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอันหรูหราในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมลิดาก็เฝ้าปลอบตัวเองว่าคงไม่มีอะไรสั่นคลอนชีวิตของเธอได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว หญิงสาวกำลังจะลุกขึ้นจากที่นั่ง พลันก็รู้สึกว่าภาพรอบ ๆ ตัวเริ่มพร่ามัวและหมุนไปมาราวกับเธอเป็นดวงอาทิตย์ที่มีดวงดาวโคจรโยรอบเป็นวงแหวนกระนั้น หญิงสาวเอามือแตะบนหัวอันหน่วงหนักก่อนจะรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องจนต้องรีบผลุนผลันวิ่งเข้าห้องน้ำ “เมย์...เป็นอะไรน่ะลูก” เสียงของปานระวีดังขึ้นเมื่อเดินออกมาด้านนอกและรีบเข้าไปดูบุตรสาวขณะร่างบางก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับอ่างล้างหน้าเพื่อสำรอกเอาความอึดอัดคัดแน่นในอกออกมา เมลิดาวักน้ำล้างหน้าหากก็ช่วยให้หายคลื่นเหียนได้เพียงน้อยนิด “ไม่รู้ว่าเป็นอะไรค่ะแม่...เมย์ไม่สบายตัวมาเป็นอาทิตย์แล้ว เมย์อาจจะพักผ่อนน้อยก็ได้ค่ะ...อุ๊บ!....” พูดไม่ทันจบปร
“จะดีหรือลูก...แม่กลัวว่าจะมีใครสมอ้างมาขุดคุ้ยข่าวของเมย์อีก” “ไม่หรอกค่ะ...เมย์แน่ใจ คุณพ่อคุณแม่อย่ากังวลเลยนะคะ เมย์เชื่อว่าเขามาดีค่ะ” กล่าวจบร่างบอบบางจึงเดินลิ่วออกไปยังห้องรับแขกและพบว่ามีใครคนหนึ่งนั่งคอยเธออยู่ที่นั่น เป็นสตรีผิวขาวร่างเพรียวระหง งามสง่าภายใต้ชุดกระโปรงผ้าลูกไม้สวมเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีช็อคกิ้งพิ้งค์ใบหน้ารูปไข่ภายใต้กรอบผมบ๊อบเรียบลื่นสีดำสนิทสะท้อนความเฉิดฉายตามแบบฉบับสาวสังคมที่เนื้อตัวพราวพรายด้วยเครื่องประดับเพชรหรูหราอลังการ “คุณลิลลี่...” เมลิดามองผู้หญิงอายุราวสี่สิบกว่าตรงหน้าด้วยความรู้สึกมากมายประดังเข้ามา ในขณะที่อีกฝ่ายมองเธอด้วยความปรีดา รอยยิ้มบนเรียวปากสีชมพูอมม่วงเด่นชัดแย้มพรายก่อนเอ่ยกับหญิงสาวด้วยเสียงกังวานดุจระฆังแก้ว “ขอโทษนะคะที่พี่มาโดยไม่บอกคุณเมย์ล่วงหน้า ก็คุณเมย์น่ะ...ตามหาตัวยากมาก พี่ต้องให้คนช่วยสืบละเอียดยิบ ถึงได้รู้ว่าคุณเมย์มาอยู่ที่นี่” ร่างบางหย่อนกายลงนั่งขณะมองผู้พูดด้วยความสับสนระคนดีใจ “ตอนแรกคุณแม่ท่านนึกว่าเป็นพวกนัก
น้ำเสียงทุ้มลึกช่วยปลดหญิงสาวออกจากภวังค์อันล่องลอย เมลิดากลั้นหยาดน้ำตาที่กำลังจะหยดลงมาได้ทันเมื่อสมพงษ์พาร่างอันซูบผอมเข้ามานั่งข้างบุตรสาว หากแต่สีหน้าของเธอกลับเปิดเผยอะไรหลายอย่างที่ชายวัยกลางคนมองแล้วก็คล้ายจะเข้าใจ “ทำไมคุณพ่อไม่พักผ่อนล่ะคะ...ออกมานั่งตากลมทำไม” ดวงตากลมโตบนใบหน้าหวานมองบิดาด้วยประกายตาอันนุ่มนวล สมพงษ์ยิ้มให้พลางยกมือขึ้นลูบไปมาบนเรือนผมยาวเหยียดตรงสีน้ำตาล “เมย์นั่นแหละ ทำไมไม่พักผ่อน พ่อเห็นเมย์นั่งแบบนี้ตั้งนานแล้วนะ” “เมย์นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยค่ะ...เรื่องบางอย่างบางทีก็ต้องใช้เวลา” “ลูกพ่อ...ยังมีอะไรที่พ่อไม่รู้อีกมั้ย เรื่องที่ลูกไปอยู่ในไร่ภควัตณ์เกือบสามเดือน” ชายผู้ผ่านโลกมาค่อนชีวิตจ้องมองบุตรสาวราวต้องการจะได้คำตอบจากท่าทีอมทุกข์ของเมลิดา เขาคอยเฝ้าดูหญิงสาวมาตลอดตั้งแต่เธอกลับมาที่บ้านในวันแรกและบอกข่าวดีที่สุดในชีวิตของเขาว่าทศภาคได้ปลดปล่อยหัวใจของเขาคือการให้อิสรภาพแก่เมลิดาแล้ว หากทว่ายังมีอะไรบางอย่างหลีกเร้นอยู่เบื้องหลังความย
“ไอ้..ไอ้บ้าแทน!...ไอ้บ้า!...บ้าที่สุด!...กลับมาพูดกับฉันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้...นายทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้...นายแทน!”ชายหนุ่มก้าวยาว ๆ ออกจากห้องแล้วปิดประตูโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องไล่หลังของกีรติที่ยืนร้องไห้เพราะเสียรู้จากความผิดพลาดของตัวเองภาพในกล้องวีดีโอขนาดเล็กถูกเปิดกลับไปกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในมือของทศภาคที่เจ้าของนัยน์ตาเข้มจ้องมองมันอย่างเลื่อนลอยในทุกนาทีที่ภาพแต่ละช็อตปรากฏขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้หน้าเรือนหลังใหญ่ซึ่งมีแทนนั่งมองอยู่อีกฝั่งหนึ่งในช่วงเวลาพลบค่ำที่แสงสุดท้ายกำลังบอกลาฟากฟ้าอันหมองมัวแสงสุดท้ายที่ลาจากไปเหมือนหัวใจของชายหนุ่มแห้งหายทุกครั้งที่นึกถึงการกระทำและคำพูดของตัวเอง และบัดนี้ความเคียดแค้นได้ดับสลายไปพร้อมหัวใจที่กำลังโผผินเพื่อจะพบเพียงความว่างเปล่าทอดเงาอยู่ ณ ขอบฟ้านั่น สำนึกสุดท้ายของลมหายใจที่ปรารถนาความงดงามคืนกลับคือการยอมรับว่าตัวเขาเป็นผู้ทำลายทุกอย่างจนย่อยยับไม่เว้นแม้แต่ทิฐิของตนเอง“ผมพยายามสืบหาความจริงว่าใครที่ทำให้เหตุการณ์มันวุ่นวายมากถึงเพียงนี้ ก็แค่อยากให้พี่รู้ความจริงว่าคุณเมย์ไม่เคยมีใจให้ใครนอกจากสามีของเธอคนเ
แทนก้มหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวซึ่งนั่งกำหมัดตัวแข็งคอยฟังสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะพูดต่อ “คุณยินดีให้ข่าวว่าคุณเมย์เป็นเมียเก็บของทศภาค ภควัตณ์ โดยไม่คิดค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียวโดยคุณมีภาพยืนยันข้อมูลว่าคุณเมลิดาที่หายหน้าไปจากวงการนางแบบกะทันหันอยู่ในไร่ภควัตณ์ในฐานะนางบำเรอที่ไม่มีทะเบียนสมรส ไม่มีงานแต่งงาน ส่วนเรื่องครอบครัวของเธอที่ล้มละลายก็เพราะคุณปลาทองเป็นคนไปขุดคุ้ยมาสนับสนุนเหตุผลในการกระทำของคุณเมลิดา ตอนนี้ใคร ๆ เขาถึงได้เชื่อไงว่าคุณเมย์หมดหนทางจริง ๆ ถึงต้องทำตัวเหมือนผู้หญิงไร้ค่า แลกได้แม้แต่ศักดิ์ศรีของตัวเอง” “ไม่จริง!” กีรติกรีดเสียงแหลมก่อนจะผลักร่างของแทนออกไปแล้วยืนตัวเกร็งตาแดงก่ำ “ไหนพี่ปลาสัญญากับฉันแล้วไงว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้...นาย...นายไปบังคับข่มขู่ให้เขาบอกใช่มั้ยว่าฉันเป็นคนให้ข่าว” ใบหน้างามชาดิกเมื่อชายหนุ่มยักไหล่เบ้ปากราวกับสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องเหลวไหล “เขาสัญญากับคุณหรือ?...ไม่เห็นอยู่ในบทสนทนาเลยนี่ ตอนผมคุยกับเขาเราไม่มีบทกำกับนะครับ ทุกอย่างเป็นเรื่องจร







