Share

บทที่ 29

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:35:35

            แม้ว่าจะดึกแล้วแต่ธนกฤตก็ยังนอนไม่หลับ เขาตัดสินใจลงมาหาอะไรดื่มฆ่าเวลาเพื่อรอการกลับมาของพี่ชาย ธนวรรธน์หายเงียบไปหลังจากขับรถไปส่งณชญาดาที่สนามบิน ตั้งแต่บ่ายจนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมา แถมยังติดต่อไม่ได้เพราะปิดโทรศัพท์มือถือ เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืนเขาถึงเห็นรถของพี่ชายแล่นเข้ามาจอด หลังจากนั้นไม่นานธนวรรธน์ก็เดินขึ้นมาบนเรือน

            “ดื่มด้วยกันไหมครับพี่พีท”

            “ก็ดีเหมือนกัน นานแล้วที่เราไม่ได้ดื่มด้วยกันแบบนี้”

            ธนกฤตส่งแก้วเหล้าให้พี่ชายก่อนจะเอ่ยถาม “พี่พีทหายไปไหนมาทั้งวันครับ”

            “ก็ไปส่งณชญาดา” ธนวรรธน์ตอบด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย

            “ไปส่งเธอที่ไหนครับ”

            “สนามบิน”

            “อย่าบอกนะว่าสนามบินสุวรรณภูมิ”

            “ใช่”

            “พี่ตามคุณญาดาไปที่นั่นด้วย”

            “แปลกใจอะไรเหรอพอล”

            “เปล่าครับ”

            ที่ธนกฤตไม่แปลกใจเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาคาดไว้อยู่แล้ว และก็รู้ด้วยว่าเพราะอะไรพี่ชายของเขาถึงทำเช่นนั้น

            ปมในอดีตที่ฝังใจทำให้ธนวรรธน์ไม่เคยเชื่อใจหรือไว้ใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับบิดามารดากลายเป็นบาดแผลลึกในใจของพี่ชายที่ยากเกินเยียวยา และเป็นความหลังที่ฝังใจ

            ในเวลานั้นเขายังเด็กเกินกว่าจะจำความได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ของตัวเอง ซึ่งต่างจากพี่ชายที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นและจดจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปมในใจ และมันคือเหตุผลที่ทำให้ธนวรรธน์ปิดตายหัวใจของตัวเองมาโดยตลอด ธนกฤตรู้ดีว่าพี่ชายตามณชญาดาไปเพื่อที่จะจับโกหกเธอ

            “เธอไม่ทราบใช่ไหมครับว่าพี่ตามเธอไป”

            “ใช่ ถ้าบอกก็จะไม่ได้รู้น่ะสิว่าเธอพูดจริงหรือพูดเท็จ”

            “สรุปว่าเป็นเรื่องจริง”

            ธนวรรธน์พยักหน้าแทนคำตอบ

            “แล้วลูกของคุณญาดาอาการดีขึ้นหรือยังครับ”

            “ปลอดภัยแล้ว หมอบอกว่าเกิดจากการแพ้อาหารอย่างรุนแรงเฉียบพลัน”

            “แล้วเธอจะกลับมาทำงานที่นี่อีกไหมครับ”

            “เสร็จธุระเรื่องลูกเมื่อไรก็คงจะเดินทางกลับมาเอง”

            “ผมเพิ่งรู้ว่าคุณญาดามีครอบครัวแล้ว พี่พีทล่ะครับรู้เรื่องนี้มาก่อนไหม”

            ธนวรรธน์ไหวไหล่ก่อนที่จะตอบ “พี่ก็เพิ่งรู้พร้อมนายนั่นแหละพอลว่าเธอมีลูกแล้ว”

            เมื่อธนกฤตเห็นพี่ชายอยู่ในท่าทีที่ผ่อนคลาย ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่เขาจะเห็นพี่ชายอารมณ์ดีเช่นนี้ ทำให้เขาชวนคุยถึงเรื่องลูกของณชญาดา

            “พี่พีทได้เห็นลูกของคุณญาดาไหมครับ”

            “เห็นสิ นายถามทำไม”

            “ผมอยากรู้ว่าเธอมีลูกสาวหรือลูกชาย”

            “ลูกสาว”

            “สวยเหมือนแม่ไหมครับ”

            “ก็น่ารักดีแถมยังเป็นเด็กเฉลียวฉลาด ช่างพูดช่างคุย” ธนวรรธน์ตอบน้องชายพร้อมรอยยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าของญาณิศา

            “นี่ผมหูฝาดไปหรือเปล่าที่ได้ยินพี่พีทชมเด็กว่าน่ารัก ปกติไม่เห็นเป็นแบบนี้”

            “แล้วเป็นแบบไหน”

            “ใคร ๆ ก็รู้ว่าพี่พีทไม่ค่อยชอบเด็ก ออกจะรู้สึกรำคาญด้วยซ้ำ แต่วันนี้มาแปลกถึงขั้นเอ่ยชมทั้งที่เพิ่งจะพบกันเป็นครั้งแรก ทำให้ผมชักอยากเห็นหน้าของแม่หนูน้อยคนนี้ขึ้นมาทันที”

            “ใครบอกนายว่าพี่เพิ่งพบญาณินเป็นครั้งแรก ครั้งที่สองต่างหาก”

            คำตอบของพี่ชายสร้างความประหลาดใจจนทำให้ธนกฤตต้องเอ่ยถาม

            “พี่พีทเคยพบลูกของคุณญาดาที่ไหน และพบตั้งแต่เมื่อไรครับ”

            “นายจำตอนที่พี่ไปกรุงเทพฯ เมื่อคราวก่อนได้ไหม”

            “จำได้ครับ แล้วมันเกี่ยวข้องกันยังไง”

            “ลืมไปหรือไงว่าพี่ต้องไปแจกทุนการศึกษาที่โรงเรียน ตอนนั้นเด็กคนนี้วิ่งมาตัดหน้ารถ ดีที่พี่เบรกทันเธอเลยไม่เป็นอะไร พี่ยังได้ดูเธอรำฉุยฉายด้วยนะ เพราะการแสดงของญาณินทำให้พี่เกือบพลาดนัดสำคัญ”

            “น่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสได้เห็น”

            “นายอยากดูเหรอพอล”

            “ใช่ครับ”

            “วันนั้นพี่ถ่ายคลิปเก็บไว้ลองเปิดดูสิ” ธนวรรธน์ส่งสมาร์ทโฟนของตนเองให้น้องชาย

            ธนกฤตประหลาดใจกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของพี่ชาย เพราะโดยปกติแล้วธนวรรธน์จะไม่ยอมให้เวลาของเขาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และคงไม่ยอมเสียเวลาไปกับการนั่งดูการแสดงเหล่านั้น ครั้งนี้กลับแตกต่างไปจากเดิม

            เขาไม่เพียงสละเวลาอยู่ดูการแสดงของญาณิศา แต่ยังอัดคลิปวีดีโอตอนที่แม่หนูน้อยร่ายรำเก็บไว้ดูอีกด้วย นี่ต่างหากที่แปลก ธนกฤตรับมาเปิดดูอยู่พักใหญ่ก่อนจะส่งคืนให้เจ้าของพร้อมกับเอ่ยชม

            “น่ารักดีนะครับ แถมยังร่ายรำได้อ่อนช้อย”

            “น่ารักมากเลยล่ะ”

            ใบหน้าของเสือยิ้มยากอย่างธนวรรธน์ปรากฏรอยยิ้มบ่อยครั้ง ในยามที่เอ่ยถึงเรื่องราวของหนูน้อยญาณิน

            “ว่าแต่เหตุการณ์มันดูคุ้น ๆ นะครับ มันเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับหญิงสาวคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน คนที่พี่พีทเคยพามาที่ไร่ของเราไงครับ เสียดายที่ช่วงนั้นผมไม่อยู่ก็เลยไม่ได้เจอเธอ”

            สิ่งที่ทำให้ธนกฤตรู้ตัวว่าเผลอไปสะกิด เรื่องราวในอดีตของพี่ชายโดยไม่ตั้งใจก็เมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเขา

            “ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะไปสะกิดเรื่องนั้น”

            “ช่างเถอะ นี่มันก็ดึกมากแล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อนดีกว่า” พูดจบก็เดินจากไปทันที

            “ไม่น่าเผลอพูดถึงเหตุการณ์นั้นเลย ทำลายบรรยากาศดี ๆ หมด”  

            นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นธนวรรธน์อยู่ในอารมณ์ที่ผ่อนคลาย ส่วนใหญ่จะเห็นแต่ใบหน้าที่เคร่งขรึมหรือใบหน้าที่เกรี้ยวกราดของพี่ชาย แต่คืนนี้ธนกฤตสัมผัสได้ว่าพี่ชายของตนเองอารมณ์ดีเป็นพิเศษ สาเหตุที่ทำให้ธนวรรธน์อารมณ์ดีแบบนี้น่าจะมาจากลูกสาวตัวน้อยของณชญาดา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 109

    ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 108

    “น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 107

    ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 106

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 105

    “จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 104

    ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status