Share

บทที่ 57

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:37:41

            “คุณพีทอย่าแจ้งความจับผมเลยนะครับ ผมสัญญาว่าจะนำสินค้าทั้งหมดมาคืนให้”

            “นายขโมยมันไปไว้ที่ไหน”

            ใหญ่บอกที่ซ่อนสินค้าที่เขายักยอกไปแก่ธนวรรธน์

            “ลุงสนครับผมฝากลุงช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องนี้ด้วยนะครับ พาตัวไอ้ใหญ่และคนงานของเราไปขนสินค้าเหล่านั้นกลับมาที่นี่ที”

            “ได้ครับคุณพีท”

            ธนวรรธน์โยนซองจดหมายที่บรรจุค่าแรงของเดือนนี้ไปตรงหน้าไอ้ใหญ่

            “นี่เงินค่าแรงที่เหลือของนาย รับแล้วก็รีบไสหัวไปให้พ้น และอย่ากลับมาเหยียบที่ไร่นี้อีก”

            ใหญ่จ้องมองเจ้านายทั้งสองด้วยสายตาเคียดแค้น ก่อนก้มลงหยิบซองใส่เงินค่าแรง แม้จะเป็นเพียงแวบเดียว แต่ธนวรรธน์และธนกฤตก็ทันสังเกตเห็นแววตาที่เคียดแค้นของมัน ธนวรรธน์ยังพูดทิ้งท้ายก่อนที่มันจะก้าวออกจากห้อง

            “อะไรก็ตามที่นายทำลับหลังฉันอย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ฉันรู้ทุกเรื่องที่นายทำ คนอย่างนายมันเลี้ยงไม่เชื่องจริง ๆ กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา ดีเท่าไรแล้วที่ฉันไม่จับแกยัดเข้าคุก”

            กรามของใหญ่ขบแน่น มือทั้งสองข้างถูกกำไว้ มันพยายามที่จะระงับโทสะ และเก็บความเคียดแค้นไว้ภายใน ไม่แสดงออกมาให้เห็น และรอเวลาที่จะกลับมาเอาคืน ใหญ่ก้าวเท้าออกจากห้องโดยมีสนเดินตามไป

            “ปล่อยมันไปง่าย ๆ แบบนี้จะดีเหรอครับพี่พีท”

            ธนวรรธน์เองก็ไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนเช่นกัน แต่พอคิดถึงผลกระทบเรื่องงานแล้ว จึงตัดสินใจทำลงไปแบบนั้น

            “อย่างน้อยเราก็ได้สินค้าที่มันขโมยไปกลับคืนมา เราจะได้ไม่เสียคำพูดกับลูกค้า ตอนนี้เราเองก็ยังผลิตสินค้าได้ไม่ครบตามจำนวนที่ลูกค้าต้องการ ถ้าไม่ได้ของที่มันเอาไปกลับคืนมาล่ะก็ เราต้องผิดคำพูดกับลูกค้าแน่ พี่ไม่อยากเสียชื่อเพราะเขาเป็นลูกค้าใหม่ แถมยังสั่งของล็อตใหญ่ เราจะทำพลาดไม่ได้เด็ดขาด”

            “ผมเข้าใจเรื่องนั้นดีครับพี่พีท แต่กังวลว่าปล่อยมันไปแบบนี้ มันอาจจะย้อนกลับมาแว้งกัดเราได้”

            “สั่งคนของเราหมั่นตรวจตราดูให้ดี อย่าให้มันย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้เราได้อีก แต่ถ้ามันยังกล้าที่จะกลับมาเหยียบที่นี่อีกล่ะก็พี่ไม่ปล่อยมันไว้แน่”

            หลังจากโดนไล่ออกจากไร่ ใหญ่ได้แต่เก็บความเคียดแค้นไว้ในใจ สักวันหนึ่งเขาจะต้องกลับมาแก้แค้นสองพี่น้อง ให้สาสมกับที่โดนพวกมันไสหัวเขาออกมาจากไร่เหมือนหมูเหมือนหมา ใหญ่โทรศัพท์ไปหาวันวรุณ เพื่อบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น รออยู่นานกว่าที่อีกฝ่ายจะยอมรับสาย

            “โทรมาทำไม บอกแล้วไงว่าถ้ามีอะไรฉันจะติดต่อนายกลับไปเอง”

            “ผมมีเรื่องสำคัญที่จะต้องบอกคุณ”

            “มีอะไรก็ว่ามา” น้ำเสียงที่สวนกลับไปบ่งบอกถึงความฉุนเฉียว

            “ผมถูกคุณพีทไล่ออกจากงาน”

            “ถูกไล่ออก! นายไปทำอีท่าไหน ทำความผิดอะไรพีทเขาถึงได้ไล่นายออก”

            “ก็แค่ยักยอกสินค้านิดหน่อยเท่านั้น”

            “คงไม่ใช่ครั้งแรกสินะเขาถึงได้โกรธ”

            ใหญ่ใช้ความเงียบแทนคำตอบ

            “แค่นี้ใช่ไหมเรื่องที่นายจะบอกฉัน”

            “ยังมีอีกเรื่องที่คุณวันต้องรู้”

            “เรื่องอะไรอีกล่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเอือมระอา

            “ผมว่าคุณพีทเริ่มสงสัยเรื่องที่เราแอบพบกัน”

            “อะไรนะ! เขารู้เห็นอะไรบ้าง” น้ำเสียงของเธอร้อนรนขึ้นมาทันที

            “ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคุณพีทรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง เขาไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่คำพูดของเขาแปลได้ว่าเขาเริ่มรู้ระแคะระคายเรื่องของเรา”

            “ช่วงนี้เราคงต้องห่างกันสักพัก นายไม่ต้องติดต่อมาหาฉันอีกแล้วนะ ถ้ามีอะไรฉันจะเป็นฝ่ายติดต่อกลับไปเอง เพื่อไม่ให้มีพิรุธอะไรให้พีทจับได้”

            “แต่ว่า...”

            “ไม่มีคำว่าแต่ ฉันสั่งอะไรก็ทำไปตามนั้น อย่ามากเรื่อง” พูดจบก็ตัดสายการสนทนาทันที

            จากคำบอกเล่าของใหญ่ ทำให้วันวรุณตัดสินใจกลับคอนโดของตัวเองแทนการอยู่พบหน้าธนวรรธน์ ด้วยเกรงว่าเขาจะพูดเรื่องนี้กับเธอ แต่ก็ยังไม่วายสั่งให้ช้อยคอยจับตาดูพฤติกรรมของธนวรรธน์และณชญาดาเอาไว้ ถ้ามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็ให้รีบรายงานให้เธอรู้ทันที

            “ทำไมคุณวันถึงรีบกลับนักละคะ น่าจะอยู่ต่ออีกสักวันสองวัน”

            “ไม่ใช่เรื่องของแก อย่ามาสาระแนอยากรู้เรื่องของฉัน แค่คอยทำตามคำสั่งของฉันก็พอ”

            “ค่ะคุณวัน”

            “มัวยืนเซ่ออยู่ทำไม รีบยกกระเป๋าของฉันไปเก็บที่รถสิ”

            ช้อยรีบเข้ามายกกระเป๋าสัมภาระของเจ้านายไปไว้ที่รถ จากนั้นวันวรุณก็รีบขับรถออกไปจากไร่โดยไม่บอกกล่าว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 109

    ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 108

    “น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 107

    ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 106

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 105

    “จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 104

    ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status