تسجيل الدخول“เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณเรย์ถึงตกลงไปแบบนั้น”
“ฉันก็ไม่รู้ แพรเองก็ไม่แน่ใจเ
“เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณเรย์ถึงตกลงไปแบบนั้น”“ฉันก็ไม่รู้ แพรเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรณุกาถอยเท้าหรือลื่นกันแน่ เรณุกาก็ไม่ยอมบอกถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นได้แต่กรีดร้องกล่าวหาว่าฉันอยากให้ลูกตาย แต่เรณุการู้ได้ยังไงว่าฉันเคยคิดที่จะให้เขาไปทำแท้ง แกบอกเขาไปใช่มั้ยหมอ”“ฉันเปล่านะ จำวันที่แกโทร.ให้ฉันมาตรวจอาการคุณเรย์ที่กระท่อมได้มั้ย เราถกเถียงกันเรื่องแก้แค้นและเธอก็ได้ยินในสิ่งที่แกพูดทั้งหมด ผลสุดท้ายก็ย้อนกลับมาทำร้ายแกเอง”“ฉันกำลังได้รับผลกรรมนั้นแล้วหมอ ตอนนี้เรณุกาเขาเกลียดฉันจนไม่อยากจะมองหน้า” แค่คิดเท่านั้นหัวใจก็กระตุกวูบ“เรื่องนี้ฉันไม่มีความคิดเห็นเพราะไม่อยากจะตอกย้ำกับเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าแต่แพรรู้มั้ยว่าแกเป็นพ่อของลูกในท้องคุณเรย์”“อืม...” พ่อเลี้ยงรับคำเพียงสั้นๆ“คงไม่ใช่เหตุผลนี้นะ ที่ทำให้แพรหนีหน้าแกไปน่ะ” แพทย์หนุ่มตั้งข้อสงสัย“ไม่ใช่หรอก แพรเข้าใจดีทุกอย่าง แต่พักหลังฉันมัวแต่ทำงานในไร่ จนไม่สนใจเรื่องเตรียมงานแต่ง เขาก็คงน
“อย่าใจร้อนสิคะ อันไหนทนได้ก็ต้องทน เดี๋ยวจะสูญเสียรายได้”“ทนไม่รู้จะทนยังไงแล้วครับ อย่าพูดถึงเรื่องคนอื่นดีกว่า มาพูดถึงเรื่องของเราเถอะ” ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งหน้าโต๊ะทำงานหญิงสาว แล้วกุมมือไว้“พี่อยากให้เรย์เปิดใจให้พี่บ้าง สักนิดก็ยังดี”“พี่กรณ์...เรย์เคยบอกแล้วไงคะ เรย์ไม่พร้อมจะมีใคร” หญิงสาวกล่าวเสียงผะแผ่ว“เพราะเรย์ลืมพ่อเลี้ยงอัคราไม่ได้ใช่มั้ย” เขาพอจะมองออกว่าหญิงสาวแอบมีใจให้พ่อเลี้ยงหนุ่ม“ไม่ใช่ค่ะ พี่กรณ์อยากรู้มั้ยคะ ทำไมเรย์ถึงไปนอนที่โรงพยาบาลเกือบสองอาทิตย์” หญิงสาวตัดสินใจบอกความจริง หวังว่าชายหนุ่มจะยอมถอยห่างออกไป“เรย์แท้งลูกค่ะ ซึ่งเหตุการณ์นั้น เรย์จะไม่มีวันลืม” พูดเพียงเท่านั้น เรณุกาก็ปล่อยน้ำตาลงอย่างไม่คิดที่จะเก็บไว้ต่อไป“แท้งลูก! หมาย...หมายความว่ายังไงครับ” ชายหนุ่มย้อนถามกลับเสียงหลง แทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะเท่าที่ทราบเรณุกาไม่เคยมีคนรัก แต่นี่อะไรกัน“เรย์ท้องกับใคร” ในที่สุดชายหนุ่มก็หลุดคำถามที่คาใจออกมาจนได้“กับพ่อเลี้ยงอัคราค่ะ” หญิงสาวกล่าวจบก็หลับตาลงปิดร่องรอยของควา
“พี่อัครเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่กลับมาจากกรุงเทพฯ ไม่แคร์ความรู้สึกแพรเหมือนก่อน” หญิงสาวกล่าวตัดพ้อด้วยความน้อยใจ“ไม่ใช่ พี่แคร์แพรเสมอ แต่พี่อยากให้แพรเข้าใจการทำงานพี่ด้วย”“ค่ะ แพรจะพยายามเข้าใจ” หญิงสาวกล่าวจบก็สะบัดหน้าหนีเดินขึ้นรถ แล้วขับออกมาที่ไร่ของบิดาบุญธรรม แพรทองมาถึงก็นั่งดื่มไวน์ที่เคาน์เตอร์ภายในห้องรับแขกเพื่อดับความเครียด“จะเป็นเจ้าสาวแล้ว ทำไมทำตัวเหมือนไม่มีความสุข” ชานนท์ได้รับรายงานจากคนสนิทว่าแพรทองมาที่ไร่ เขาถึงกับทิ้งงานทั้งหมด เพื่อมาหาเธอด้วยความคิดถึง“ก็แพรไม่มีความสุขจริงๆ นี่คะ พี่อัครเขาไม่ค่อยสนใจแพร มีแพรบ้าอยู่คนเดียว” หญิงสาวกล่าวเสียงสะอึกสะอื้น จนชายหนุ่มต้องดึงร่างบางมากอดไว้“พี่จะไปเอาเลือดหัวมันออก” ชายหนุ่มกล่าวเคียดแค้น ที่อีกฝ่ายทำร้ายจิตใจผู้หญิงที่ตนรักเช่นนี้“อย่านะคะ อย่าทำพี่อัคร” แพรทองกล่าวแย้งขึ้นมา“ยังไปปกป้องมันอีก มาเถอะ พี่จะทำให้แพรหายเครียดเอง” ชายหนุ่มกล่าวจบก็ช้อนร่างบางขึ้นไปยังห้องนอนของตน โดยไม่รู้ว่ามีคนแอบตามไปเงียบๆ และจัดการบันทึกความเคลื่อนไหวของทั้งสอง ว่าเกิดอะไ
“ให้คนที่บ้านดูแลให้ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้พี่อัครดูแลเลยนี่คะ” หญิงสาวกล่าวเสียงขุ่นอย่างไม่ชอบใจ ยามนึกถึงเขาปรนนิบัติเรณุกาอย่างใกล้ชิด“เป็นความต้องการของพี่เองน่ะ พี่อยากไถ่โทษเรื่องลูก”“นี่พี่อัครกำลังโทษแพร ถ้าไม่มีแพรอยู่ตรงนั้นคงช่วยคุณเรย์กับลูกได้ใช่มั้ยคะ และถ้าเวลาย้อนกลับไปได้พี่อัครคงช่วยคุณเรย์แทนแพร” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงสั่น“แพรอย่าพาลหาเรื่องได้มั้ย พี่ไม่ได้พูดสักคำถึงยังไงพี่ก็ต้องช่วยแพรก่อนอยู่แล้ว แพรคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตพี่” คำพูดของชายหนุ่มนั้นเข้าไปกระแทกใจของคนฟังเข้าอย่างจัง จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ไหลพรากออกมา“พี่อัครแน่ใจนะคะว่าแพรยังสำคัญที่สุด แน่ใจว่าไม่เผลอใจไปรักคุณเรย์” หญิงสาวถามย้ำ“แพรก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ พี่ไม่มีทางรักเรณุกาเด็ดขาด ผู้หญิงที่พี่รักคือแพรคนเดียวเท่านั้น เราอย่ามาทะเลาะกันเพราะเรื่องของคนอื่นเลยนะ ส่วนเรื่องชุดแต่งงานของเราพี่ยกให้แพรเป็นคนตัดสินใจ”ชายหนุ่มเฉไฉเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อเอาใจสาวคนรักก่อนจะลุกขึ้นเดิ
“ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะเลิกทำอะไรบ้าๆ”“คุณควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันตายไปอีกคน ความแค้นในใจของคุณจะได้หายไปสักที” หญิงสาวกล่าวเสียงสั่น ขณะที่อีกฝ่ายโอบกอดร่างบางไว้พร้อมกดศีรษะเล็กแนบอกแกร่ง เขายอมแพ้แล้วยอมแพ้กับใจที่เด็ดเดี่ยวของคนตัวเล็กในอ้อมกอด สิ่งที่เธอทำทุกอย่างไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อคนอื่นทั้งสิ้น“ไม่ ฉันไม่ต้องการให้เธอหรือว่าใครตายทั้งนั้น ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลยนะ ฉันเองก็เจ็บปวดไม่แพ้เธอที่ต้องสูญเสียเขาไป”“คุณไม่ได้ต้องการเลี้ยงเขาตั้งแต่ต้น คุณต้องการแค่รอเวลาฆ่าเขาเพื่อสังเวยความแค้น แค้นที่อยู่ในใจของคุณ” หมัดเล็กๆ ทุบลงไปบนอกแกร่งด้วยความโมโห“ฉันยอมรับว่าเคยแค้นเธอ แม่เธอและคุณพ่อมาก ตั้งใจใช้เขาเป็นเครื่องมือทำลายความสุข แต่มันเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นเอง ฉันไม่ได้ต้องการให้เขาตายนะเรณุกา ไม่เชื่อก็ถามเจ้าหมอดูก็ได้” ชายหนุ่มดันร่างบางออกจากอ้อมกอดเล็กน้อยเพื่ออธิบาย“แล้วคุณบอกใครหรือเปล่า ว่าฉันกำลังท้องลูกของคุณ” หญิงสาวอดถามไม่ได้ เพราะคิดถึงคำพู
“คุณปกรณ์มานานแล้วเหรอครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มถามอีกฝ่าย เพื่อหาทางไล่กลับทางอ้อม“มาตั้งแต่เที่ยงแล้วครับ”“อืม...ก็หลายชั่วโมงแล้ว ขอบคุณมากนะครับที่อุตส่าห์สละเวลามาช่วยดูแลน้องสาวผม” พ่อเลี้ยงอัครากล่าวขณะแกะมือปกรณ์ออกจากมือเรียวของเรณุกา จนหญิงสาวอ้าปากค้างก่นด่าเขาในใจกับการกระทำที่ดูไร้มารยาทของพ่อเลี้ยงหนุ่ม“ผมยินดีที่จะดูแลเรย์ครับ” ปกรณ์ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้“แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้วล่ะครับ คุณปกรณ์มีธุระอะไรก็ไปทำเถอะครับ”“วันนี้ผมไม่มีนัดที่ไหน เพราะผมสั่งให้เลขาฯ ยกเลิกนัดทั้งหมดไปแล้ว”“พี่กรณ์ทำไมไม่บอกเรย์คะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่สบายใจที่ทำให้ปกรณ์ต้องเสียเวลางาน“เรย์เอาแต่ร้องไห้ แล้วพี่จะทิ้งเรย์ไปได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มยิ้มให้แก่หญิงสาวที่เขามอบหัวใจให้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า ตอนที่ย้ายมาอยู่ข้างบ้านเธอใหม่ๆ“แต่เรย์เกรงใจ ที่ทำให้พี่กรณ์ต้องเสียงานนี่คะ”“เพราะแบบนี้พี่ถึงไม่บอกเรย์ไ







