Beranda / รักโบราณ / เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว / ๑๑ ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะ

Share

๑๑ ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-05-26 15:24:09

๑๑

ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะ

หลางยี…

‘หลางยีเกอเกอ หลางยีเกอเกอ หลางยีเกอเกอ’

ตั้งแต่ที่นางเรียกข้าด้วยเสียงอันหวานใส ข้าก็กลับพรรคมารเฮยหลางด้วยท่าทางเหมือนคนไร้สติ

ไร้สติขนาดไหนเช่นนั้นหรือ ก็ขนาดที่ตัวข้าเองยังสัมผัสได้เลย!

เวรยามประจำกะกลางคืนที่เห็นข้าเดินผ่านพวกเขาไป ร้อยทั้งร้อยคงคิดว่าข้ากำลังเคร่งเครียดเรื่องงานอยู่ถึงได้นิ่งขรึมไป แต่เปล่าเลย…

‘หลางยีเกอเกอ’

ข้านิ่งไปเพราะคำนี้มันตามหลอนหูข้าต่างหาก แล้วอะไรอีกนะ…

‘อีกสามวันข้าจะไปดูตัวกับท่านกุยฮั่นเจ้าค่ะหลางยีเกอเกอ’

“ฮึ่ม! เอาอย่างไรดี จะตามไปด้วยเลยดีหรือไม่…”

“ไปที่ใดหรือขอรับ”

ข้าแอบตกใจเมื่อจู่ ๆ คนสนิทก็โผล่พรวดพราดเข้ามาหาในยามที่ข้าขาดความระมัดระวังตัว

“ประเดี๋ยวจะโดนข้าเผลอซัดลมปราณใส่จนสิ้นชื่อหรอกเจ้านี่!” แต่ถึงกระนั้น ด้วยความเป็นนายก็ต้องโทษลูกน้องไว้ก่อน

อาไท่โค้งตัวลงเล็กน้อยเป็นการขออภัยข้า

“ครั้งหน้าไม่ทำอีกแล้วขอรับ”

น้ำเสียงของเขาเจือความสำนึกผิด แต่ใบหน้ากลับไม่ได้สลดเลยสักนิด

ข้าลังเลว่าพรุ่งนี้จะตามไปดูนางดีหรือไม่ แต่ก็คิดได้ว่าหากไปคนเดียวมันคงดูตั้งใจมากเกินไป จึงได้…

“อาไท่ พรุ่งนี้ข้ามีนัดกับสหายที่หมู่บ้านกุยหาน เจ้าตามไปด้วยก็ดี”

…ก็หาแนวร่วมไปเลยสิ!

“รับทราบขอรับ วันพรุ่งข้าน้อยไม่มีภารกิจด่วนอันใดจากท่านประมุขพรรคพอดีเลย ว่าแต่…ท่านประมุขน้อยมีสหายด้วยหรือขอรับ”

“สู่รู้!”

เจ้านี่…รู้ดีไม่พอยังถามคำถามแทงใจกันอีก

(จบหลางยี)

ลี่จู…

สามวันต่อมาก็มีรถม้าขบวนใหญ่มารับข้าไปที่หมู่บ้านกุยหานอันเป็นสถานที่ตั้งของพรรคมารกุยหาน

ตอนแรกข้าคิดว่ากุยฮั่นจะมารับข้าไปที่พรรคของเขาด้วยตัวเองเสียอีก

“คารวะลี่กูเหนียงเจ้าค่ะ”

แต่ผิดคาด!

เป็นสตรีหน้าหวานในคราบจอมยุทธ์มัดผมขึ้นสูง ท่าทางทะมัดทะแมงเป็นคนมารับข้าแทน

จากที่มีประสบการณ์คลุกคลีกับวงการรัก ๆ ใคร่ ๆ มาเยอะ ข้าว่าตัวเองเหมือนถูกมองด้วยสายตาแบบ

‘หมาหวงเจ้าของ’

หรือแท้จริงแล้วข้ากำลังเข้าสู่สถานะมือที่สาม!

“แม่นางคือ…”

“ม่านหนิง คนสนิทของประมุขน้อยพรรคมารกุยหานเจ้าค่ะ”

หากฟังด้วยใจไม่เอนเอียง นางดูจะเน้นคำว่าคนสนิทเป็นพิเศษ หรือว่านางจะมีนอกมีในกับกุยฮั่นจริง ๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักม่านหนิงกูเหนียงเจ้าค่ะ เชิญเข้าไปดื่มชาด้านในก่อนได้นะเจ้าคะ”

“ข้ารับคำเชิญไว้ด้วยใจ ทว่าวันนี้มีภารกิจรัดตัวอีกมาก ขอเป็นโอกาสหน้าได้หรือไม่เจ้าคะ”

อ๋อ~เช่นนั้นการมาดูตัวกับข้าก็จัดว่าเป็นงานที่ไม่ใช่ ใจไม่รัก แต่ก็ต้องฝืนใจทำสินะ

ได้! ข้าจะให้ความร่วมมืออย่างดีเลย

“เอาตามที่ม่านหนิงกูเหนียงต้องการเลยแล้วกัน เช่นนั้นเราออกเดินทางกันเลยดีหรือไม่ ข้าอยากพบท่านกุยฮั่นแล้ว” จะได้จบ ๆ อย่างที่เจ้าหวังให้เป็น

ประโยคหลังข้าไม่ได้กล่าวออกไป เมื่อเชิดหน้าใส่ทิ้งท้ายประโยค ข้าก็เดินไปทางรถม้าแล้วก้าวขึ้นไปโดยการช่วยเหลือของสาวใช้คนสนิท ทำให้ไม่รู้เลยว่าม่านหนิงแสดงสีหน้าเช่นไรไล่หลังข้า

(จบลี่จู)

เฟิ่งหงซี…

“ท่านประมุขน้อยขอรับ อีกเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้นขบวนเดินทางของลี่กูเหนียงจะผ่านเส้นทางนี้ขอรับ”

“อือ แล้วตอนนี้ข้าดูเป็นอย่างไรบ้าง”

“ราศีจับขอรับ เดี๋ยวข้าน้อยจะทวนให้นะขอรับว่าท่านประมุขน้อยต้องทำตัวอย่างไรบ้าง…

ท่านจะทำทีเป็นว่านั่งจิบชาอย่างสบาย ๆ อยู่ตรงนี้ แล้วในขณะที่ขบวนเดินทางผ่านร้านชานี้ไป ท่านจะช้อนตาขึ้นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นแล้วเหลือบมองไปที่รถม้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ

อ้อ! แต่ต้องเป็นจังหวะที่ลี่กูเหนียงมองผ่านหน้าต่างรถม้ามาพอดีนะขอรับ มิเช่นนั้นจะไม่เรียกว่าจังหวะ ‘เวลาหยุดเดิน’

ดวงตาทั้งสองคู่มองสบกัน มีลมแห่งรักพัดพากลีบบุปผาร่วงโรยลงมาจากท้องฟ้า เวลาของทุกคนยังเดินเป็นปกติ มีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้นที่เวลาหยุดเดิน…”

ข้ามองลูกน้องคนสนิทอาปิงที่กำลังพร่ำเพ้อสาธยายฉากต่าง ๆ ในหัวของเขาด้วยท่าทางที่ทำให้คนที่เดินผ่านไปมามองเขาด้วยความประหลาดใจอยู่ในที

ข้ายกแขนเสื้อตัวกว้างขึ้นบังใบหน้าตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะกระแอมเบา ๆ เป็นการเรียกสติเขา เมื่อนั้นเขาจึงได้กลับมาอยู่ในโลกของความเป็นจริงอีกครั้ง

“เป็นอย่างไรบ้างขอรับท่านประมุข ประทับใจในการจัดแจงของข้าน้อยหรือไม่”

แม้ว่าข้าจะอายผู้คนจากท่าทางเพ้อฝันของเขาก็ตาม แต่ข้าว่าตนเองก็ชอบฉากนี้ไม่น้อย

แต่ติดใจอยู่เรื่องหนึ่ง!

“หากนางไม่มองออกมานอกหน้าต่างรถม้าเล่า ดวงตาของเราจะสบประสานกันได้อย่างไร”

การที่ข้าพาตัวเองและลูกน้องมาอยู่ที่หมู่บ้านกุยหานได้ แน่นอนว่าไม่มีธุระกงการอันใดทั้งสิ้น

เพียงแค่อยากให้ลี่จูเม่ยเม่ยจำภาพของข้าให้ติดตาตรึงใจ เพื่อจะได้ไม่หลงรูปโฉมของกุยฮั่น บุรุษที่ข้ายอมรับว่าใบหน้ามีเสน่ห์เหลือร้าย

“อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่ที่โชคชะตาแล้วขอรับ”

“หากโชคไม่เข้าข้างข้าเล่า จะไม่มีแผนการรับมือไว้ให้ข้าหน่อยหรือ อย่างเช่น…ทำเป็นเรียกร้องความสนใจก็ได้ ไฟไหม้ไหม หรือทะเลาะวิวาทยกพวกตีกัน!”

ดูท่าข้าจะเสนออะไรสิ้นคิดไปแล้ว เพราะเจ้าลูกน้องส่ายหน้าไปมาจนปากสั่นคางสั่น

“ท่านประมุขน้อย สถานการณ์วุ่นวายแบบนี้จะให้ลี่กูเหนียงเห็นภาพกลีบบุปผาโปรยมาได้อย่างไรขอรับ ควันไฟลอยมาเอย มีดดาบลอยมาเอย มิได้นะขอรับ”

ก็จริงของอาปิง!

“เฮ้อ~”

ข้าถอนหายใจอย่างรู้สึกเหนื่อยใจ ตั้งแต่มีชีวิตอยู่มา 25 หนาว ข้าไม่เคยทำอันใดแบบนี้มาก่อนเลย

แต่หากไม่ทำก็ไม่ได้นางแล้ว!

“รินชา!”

ข้าสั่งเสียงเรียบ เมื่อคนสนิทรินชาใส่จอกให้แล้วก็ยกจอกชาขึ้นจิบดับกระหายความว้าวุ่นในจิตใจ

ในเวลาเดียวกันนั้นสายตาของข้าก็มองไปยังถนนฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นร้านน้ำชาอีกร้านหนึ่ง หว่างคิ้วขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นว่าใครนั่งจิบชาอยู่ฝั่งนั้น

“เจ้าหลางยีมาทำอันใดที่นี่”

ที่สำคัญคนสนิทของเขาที่ยืนอยู่ไม่ห่างกายนั้นกำลังโปรยกลีบบุปผาไปยังรอบกายของหลางยีด้วย

“ท่านประมุขขอรับ นั่นพวกเขา…”

เสียงคนสนิทของข้าสั่นเล็กน้อย ดูท่าเขาจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าเห็นแล้วเช่นกัน

“ดูท่าเจ้ากับเขาจะอ่านตำราเล่มเดียวกัน”

ถึงขั้นนำบุปผาจริงมาเป็นตัวประกอบฉาก ที่แท้โชคชะตาไม่ใช่สวรรค์ลิขิต…

แต่เราต้องลิขิตเอง!

(จบเฟิ่งหงซี)

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 10 (จบบริบูรณ์)

    ๑๐เจ้าไม่ได้สิ้นรักข้า “ฮูหยิน เจ้าไม่ได้สิ้นรักข้า!”นี่คือประโยคแรกที่ข้ากล่าวหลังจากที่ถลันกายเข้าไปในห้องนอนรอยยิ้มบนใบหน้าข้าหายไปทันทีเมื่อเห็นสภาพนางที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนเตียง พอเห็นหน้าข้านางก็รีบหันหน้าไปทางอื่น ยกมือขึ้นปาดน้ำตาความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อครู่หายไปแทนที่ด้วยความเจ็บปวด เหตุใดนางจึงร้องไห้น้ำตาอาบหน้าเช่นนี้“ฮูหยิน…”อาชิ่งรู้งานรีบเดินออกไปจากเรือนนอนปล่อยให้เราสองคนอยู่ในห้องด้วยกันเพียงลำพัง“ฟูจวินอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ ไม่ต้องเข้ามา”ข้าชะงักเท้าตามที่นางสั่ง แม้จะทราบว่านางเป็นเช่นนี้เพราะกำลังตั้งครรภ์อยู่ แต่ข้าก็ไม่อาจห้ามความเศร้าที่กอบกุมจิตใจได้“ฮูหยินร้องไห้ด้วยเหตุใด บอกฟูจวินได้หรือไม่”“ไม่บอกเจ้าค่ะ อยากร้องไห้ต้องมีสาเหตุด้วยหรือ” ปลายเสียงนางสะบัดแต่สะอื้นฮัก ๆ เพราะร้องไห้เห็นร่างบางที่หันหลังใส่ตัวสั่นเช่นนี้ข้าก็ไม่สนใจสิ่งใดแล้ว เดินไปนั่งด้านหลังนางแล้วสวมกอดร่างบางเอาไว้จากด้านหลัง“ฮูหยิน อยากร้องก็ร้อง แต่อย่าห้ามฟูจวินให้กอดเจ้าเลย ในเวลานี้เจ้าไม่ควรให้ตัวเองอยู่คนเดียว”นางเห็นหน้าข้าแล้วอาจหงุดหงิด แต่ทำแบบนี้ย่อมดีเสียกว่าทิ้ง

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 9

    ๙เบื่อหน้าเขานัก บุตรสาวข้าเลี้ยงง่ายยิ่งนัก! ท่านพ่อของข้ากล่าวว่าตอนเด็กนางเหมือนข้าไม่มีผิด เวลาใครอุ้มก็จะมองหน้าคนนั้น มองนิ่ง ๆ ด้วยสายตาสำรวจ นอกจากครั้งแรกที่ร้องไฮ้ตอนเป็นทารกแล้ว ข้าก็ไม่ได้ร้องไห้อีก หลางลู่หลินก็เช่นกัน! สิ่งนี้ทำให้ข้าเริ่มสงสัยว่านางเป็นแบบข้าหรือไม่ มีความทรงจำของชาติภพปัจจุบันติดมาด้วยหรือเปล่า มีวันหนึ่งข้าลองทดสอบดู พูดเป็นภาษาอังกฤษภาษาสากล แต่นางเพียงมองหน้าข้าด้วยสายตาว่างเปล่า ชัดเจนว่าไม่เข้าใจ คิดได้สองแง่ หนึ่งนางแค่ไม่ชอบร้องไฮ้ มีความเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เกิด สองนางอาจมากันคนละยุคกับข้า การทดสอบของข้าดำเนินการมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งนางอายุเข้าสามหนาวข้าก็หยุดทดสอบ คิดได้ว่า… ไม่ว่าใครจะมาเกิดนางก็ตาม อย่างไรนางก็คือบุตรสาวของข้า ใช้ชีวิตเป็นมารดาของหลางลู่หลินโดยไม่ตั้งคำถามกับตนเองในใจอีก เข้าปีที่สามของการใช้ชีวิตเป็นมารดา ปีนี้ลู่หลินพูดได้เยอะขึ้น วิ่งเล่นได้เร็วขึ้น ดูสดใสตามวัยโดยเฉพาะยามที่ได้เล่นกับบิดาและน้าชาย กอปรกับข้าตั้งครรภ์อ่อน ๆ หน

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 8

    ๘ผู้ซึ่งสมหวังที่สุดข้าเรียนรู้วิธีการกรี๊ดแล้ว!“กรี๊ด~เจ็บ!”ที่ผ่านมาข้าคิดว่าตนเองกรี๊ดไม่เป็นจนกระทั่งวันนี้ เจ้าตัวน้อยของแม่มอบบทเรียนให้กันตั้งแต่วันแรกที่กำลังลืมตาดูโลกเลย “ฮูหยิน เบ่งเจ้าค่ะ…อื้อ~” “อื้อ~”ข้าออกแรงเบ่งพร้อมเปล่งเสียงตามท่านหมอหญิง แต่เจ้าตัวน้อยของข้าก็ไม่ยอมออกเสียที“เบ่งอีกเจ้าค่ะฮูหยินน้อย เอาให้สุดแรงครั้งนี้ออกแน่เจ้าค่ะ”อีกครั้งเดียวแน่หรือ!“ฮูหยินน้อย อาชิ่งช่วยเบ่งเจ้าค่ะ”สาวใช้คนสนิทใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ข้า น้ำเสียงสั่นเครือบ่งบอกสภาพจิตใจในตอนนี้“เอาล่ะเจ้าค่ะ เบ่งเจ้าค่ะ”“อีกทีใช่หรือไม่…อื้อ~” ข้าพยายามเบ่งอีกครั้ง แต่ผลก็เหมือนเดิมคือยังไม่ออกมีหลายเสียงบอกว่าข้าจะได้บุตรชาย แต่ก็มีหลายเสียงบอกว่าข้าจะได้บุตรสาวสุดท้ายข้าเลือกเชื่อว่าเป็นบุตรสาวเพราะสามีกระซิบกับท้องข้าเบา ๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสเช่น…‘พ่อไปเรียนทำผมมาแล้ว จะถักเปียให้เจ้าทุกวันดีหรือไม่ลูกสาว’ไม่ก็กล่าวกับอาไท่ว่า…‘ทำชิงช้าน้อยใต้ต้นไม้ให้บุตรสาวข้าหน่อย’เป็นเช่นนี้ตลอด! นานวันเข้าข้าก็คาดหวังว่าตัวเองจะได้บุตรสาวเช่นเดียวกับฟูจวิน“ท่านหมอ ไม่ออก…ฮึก”เมื่อค

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 7

    ๗นางอาจจะมาแล้ว“เกิดอันใดขึ้นกับนาง!”“ฮูหยินเป็นลมขอรับ”ข้าบีบมือตนเองแน่น ต่อให้นางจะเป็นลมข้าก็ไม่วางใจ ถามเขาถึงสถานที่ที่นางอยู่่ในตอนนี้“ฮูหยินอยู่ที่ใด”“เรือนนอนขอรับ”เมื่อทราบสถานที่ที่นางอยู่แล้วข้าก็ไม่รีรอ ใช้พลังภายในที่มีทั้งหมดเร่งความเร็วมาที่เรือนหอ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงห้องนอนที่ได้ยินเสียงสนทนาของหลางผิงและท่านหมอประจำจวนข้าถลันกายเข้าในด้านในโดยไม่สนหน้าใครทั้งสิ้น“ฮูหยิน!”ใบหน้านางซีดมากจนข้าหายใจไม่ออก มารู้ว่าตนมือสั่นก็ตอนที่เอื้อมมือไปจับมือบาง“ฟูจวิน ใจเย็น ๆ เจ้าค่ะ ทำใจดี ๆ”ทำใจดี ๆ เช่นนั้นหรือ กล่าวเช่นนี้แล้วข้าจะยังใจเย็นได้ไหวหรือ นางเป็นอันใดถึงต้องกล่าวให้ข้าทำใจดี ๆ“ฮะ ฮูหยิน พูดแบบนี้ข้าใจไม่ดีเลย”ข้าเริ่มกล่าวเสียงตะกุกตะกักแล้ว ในตอนนั้นเองที่หมอประจำจวนเรียกความสนใจจากข้า“ท่านประมุขน้อย ฮูหยินไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายขอรับ แต่เป็นข่าวดี”ข่าวดี!“บอกเขาเถิดเจ้าค่ะท่านหมอ”เสี่ยวกูกู่เอ่ยขึ้น แววตาของนางฉายความขบขันจนข้าวางใจว่าภรรยาไม่ได้ป่วยเป็นอันใดจริง ๆ“ยินดีกับท่านประมุขน้อยด้วยขอรับ ฮูหยินตั้งครรภ์แล้วขอรับ”ตะ ตั้งครรภ์หรือ!“ฮูห

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 7

    ๖ฮูหยินเป็นอันใดลี่จู…กลับไปเยี่ยมบ้านเจ้าสาวครั้งนี้ข้ารู้สึกเบาใจขึ้นกว่าเดิมโดยไม่แน่ใจถึงสาเหตุหรือเป็นเพราะเห็นทุกคนต่างพยายามปรับตัวเข้าหากันรวมถึงปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ข้าจึงเบาใจว่าจะไม่มีปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวหลังกลับจากพรรคมารป๋ายหลงเมื่อวาน ข้าคิดจะนอนหลับพักผ่อน แต่ไม่วายโดนฟูจวินลากไปห้องหนังสือให้ช่วยฝนหมึกให้ในตอนนั้นเองที่ข้าทราบว่าเขาไม่ได้ต้องการคนฝนหมึก เขาแค่อยากให้ข้านั่งอยู่ใกล้ ๆช่วงค่ำพวกเราทานอาหารกับประมุขเฮยหลางที่ข้าเปลี่ยนมาเรียกท่านพ่อแล้วท่านพ่อกล่าวว่าพอได้ทานอาหารร่วมกันสามคน ความรู้สึกของการเป็นครอบครัวกลับมาอีกครั้ง สีหน้าแช่มชื่นของท่านเป็นตัวแสดงความสุขได้อย่างชัดเจนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน…ข้าปรับตัวกับที่นี่ได้แล้ว!ฟูจวินทราบว่าข้าชอบดอกไม้จึงลงมือปลูกดอกไม้ให้ข้าด้วยตนเองดอกไม้ที่ลงมือปลูกโดยเขาแม้จะไม่งามเท่าคนสวนปลูก แต่ข้าเห็นถึงความตั้งใจนั้นและรักเขาเพิ่มอีกนิดหนึ่งวันหนึ่งข้ากำลังนั่งเย็บรองเท้าคู่ใหม่ให้ฟูจวินกับอาชิ่ง สาวใช้ประจำพรรคก็เดินเข้ามาในศาลา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ”ข้าพยักหน้าให้นางรายงานได้“หลางผิงกูเหนียงมา ใ

  • เจี่ยเจียเหนื่อยแล้ว   ตอนพิเศษที่ 5

    ๕ต่างคนต่างตามใจกันข้าจำคำพูดที่ฟูจวินกล่าวไว้วันแต่งงานได้ เขาบอกว่าสาบานเป็นพี่น้องกับลี่หลานแล้วตอนนั้นข้ารู้สึกทะแม่ง คิดอยู่นานว่าลี่หลานหรือจะยอมญาติดีกับเขาโดยง่ายแล้ววันนี้ข้อสงสัยของข้าก็ได้รับการพิสูจน์!ลี่หลานยังคงมองฟูจวินเป็นศัตรูที่แย่งความรักกับพี่สาวเขาไม่เสื่อมคลาย เพียงแต่ไม่มีสิทธิ์ห้ามฟูจวินเข้าใกล้ข้าอย่างกาลก่อน“...เจี่ยเจีย อาเตียนั่งรอที่โต๊ะอาหารแล้วขอรับ”ลี่หลานผายมือเชิญข้าไปยังห้องรับประทานอาหารในเรือนรับแขก เขาชายตามองฟูจวินเพียงครู่เท่านั้นก็ตวัดสายตามามองข้าไม่มองฟูจวินอีกเลย!“เชิญเจี่ยเจียอย่างเดียวหรือ ไม่เชิญเจี่ยฟุหรือ”ฟูจวินถามลี่หลานยิ้ม ๆ ก่อนที่จะยื่นมือมาสอดเอวข้าแล้วดึงเข้าใกล้กว่าเดิมลี่หลานแสดงท่าทางหวงผ่านแววตา ไม่ได้แสดงท่าทางต่อต้านเป็นเด็ก ๆ เช่นเคยเห็นเขาควบคุมตัวเองได้ดีแบบนี้ข้าก็ดีใจ!“เชิญเจี่ยฟุทางนี้”ข้าส่งยิ้มให้ลี่หลานทันทีเมื่อเขาเรียกฟูจวินเช่นนี้คำกล่าวเมื่อครู่ลี่หลานย่อมฝืนใจ แต่เมื่อเห็นข้าส่งยิ้มดีใจให้ ที่กล่าวไปเมื่อครู่ก็ไม่ดูฝืนอีกต่อไป“ไปทานข้าวกันขอรับเจี่ยเจี่ย เจี่ยฟุ”“ไป”ถือเป็นก้าวที่ดี ลี่หลานรั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status