LOGINท้องฟ้าเริ่มสลัวรางใกล้สว่าง เซี่ยชิงซางหายจากไข้เป็นปลิดทิ้งและตัดสินใจไม่ร่วมเดินทางต่อหลังจากติดต่อผู้นำทางท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ให้พวกเขาช่วยพาตัวเซี่ยชิงซางเดินทางไปส่งยังสนามบินของเมืองใกล้เคียงเมื่อเซี่ยถานโจวเห็นเขานั่งขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ก็เอ่ยกำชับซ้ำ ๆ “กลับไปแล้วจัดการเรื่องทางโน้นให้เรียบร้อย อย่าทะเลาะกัน มีอะไรก็นั่งคุยกันดี ๆ อย่าใจร้อนล่ะ”“รู้แล้วครับพี่ พี่รีบกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวคนทางฝั่งพี่จะรอนานเอา”“ถึงสนามบินแล้วโทรหาพี่ด้วยนะ ถ้าโทรไม่ติดก็ส่งข้อความมา พี่ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ทีมแพทย์ที่เมืองเอก็ประสานงานไว้หมดแล้วด้วย กลับไปถึงให้ไปตรวจร่างกายก่อนเป็นอันดับแรก”“ครับ”เซี่ยถานโจวจัดการทุกอย่างอย่างละเอียดถี่ถ้วนรอบด้าน ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปมองแผ่นหลังที่ค่อย ๆ ไกลออกไปของเขา เซี่ยชิงซางที่นั่งอยู่บนรถก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ การที่เขายอมเก็บผู้หญิงโง่เง่าอย่างซูเหย่าฉิงไว้ข้างกายตั้งแต่แรก ก็เพราะเห็นว่าเธอยังพอจะมีประโยชน์อยู่บ้างคิดว่าจะใช้เธอเป็นสะพานเชื่อมเพื่อติดต่อกับซูหว่านและซาลวี่เอินเซี่ยชิงซางรู้ซึ้งถึงสถานะของตัวเอ
เซี่ยชิงซางก้มหน้าลงโดยไม่ได้ส่งเสียงตอบรับใด ๆ เซี่ยถานโจวเอ่ยต่อ “พี่รู้ว่านายเป็นห่วงโปรเจกต์ ท้ายที่สุดแล้วทุกเนื้อหาที่นายเคยมีส่วนร่วมย่อมมาจากหยาดเหงื่อแรงกายของนายทั้งสิ้น แต่สุขภาพต่างหากล่ะที่สำคัญที่สุด ถ้าตอนนี้ยังดื้อดึงฝืนทำต่อไป แล้วเกิดทนไม่ไหวขึ้นมาจะทำยังไง?”“ผมจะลองคิดดูก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะให้คำตอบพี่ ได้ไหมครับ?”“ได้สิ อีกอย่างตอนที่นายนอนอยู่ มีเพื่อนผู้หญิงโทรมาหา นายโทรกลับด้วยแล้วกัน พี่ออกไปสูบบุหรี่ก่อน”ช่วงบ่ายเซี่ยถานโจวต้องขับรถ ตกกลางคืนก็ยังต้องมาคอยดูแลคนป่วย เขารู้สึกเหนื่อยล้า เขาหยิบซองบุหรี่แล้วเดินออกไปเดินไปได้ไม่ไกลนัก หยุดยืนอยู่ตรงระเบียงด้านนอกแล้วจุดบุหรี่ในมือสูบสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เงยหน้าขึ้นก็มองเห็นทะเลดาวอยู่เหนือศีรษะ หากมองดูให้ดีก็จะเห็นเค้าโครงของกลุ่มดาวแต่ละกลุ่มได้อย่างชัดเจนในวัยเด็กเซี่ยถานโจวเคยอาศัยอยู่ท่ามกลางขุนเขาช่วงเวลานั้นฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวพวกเขาไม่สู้ดีนักหลังจากที่เซี่ยชิงซางลืมตาดูโลก เนื่องจากมีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ผู้คนในหุบเขาจึงพากันพูดจานินทาว่าครอบครัวของพวกเขาเป็นพวกที่ถูกเทพแห่งข
เซี่ยถานโจวตั้งค่าโทรศัพท์เป็นระบบปิดเสียงแล้ววางไว้บนโต๊ะข้างเตียง เสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ จากนั้นก็วัดอุณหภูมิร่างกายใหม่อีกรอบเพื่อความแน่ใจว่าไข้จะไม่กลับมาในตอนนี้ จึงค่อยลุกขึ้นยืน“เดี๋ยวผมไปส่งคุณกลับก่อนแล้วกัน”เมื่อเขาดึงดันจะไปส่ง ฉีเหมี่ยวก็ไม่ได้ปฏิเสธหลังจากปิดประตูแล้วเดินออกมาอย่างระมัดระวัง ฉีเหมี่ยวเผลอกระชับเสื้อผ้าบนร่างโดยไม่รู้ตัว ทว่าพอทำท่านี้เสร็จ บนตัวก็พลันมีเสื้อโค้ตตัวหนาอบอุ่นเพิ่มขึ้นมาตัวหนึ่งแถมยังอบอวลไปด้วยอุณหภูมิร่างกายของผู้ชายอีกด้วยฉีเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง อีกฝ่ายสวมเพียงเสื้อไหมพรมคอเต่าสีดำเป็นชุดด้านใน แนบไปกับรูปร่างจนมองเห็นสัดส่วนกล้ามเนื้อที่ผ่านการออกกำลังกายมาเป็นอย่างดีเสื้อผ้าลักษณะนี้ใส่เป็นชั้นด้านในจะอบอุ่นมาก แต่ถ้าใส่แค่ตัวเดียวโดด ๆ ย่อมกันลมได้ไม่ดีเท่าไรนัก มองดูก็รู้สึกหนาวแทนแล้ว“เอามาให้ฉันใส่ แล้วคุณไม่หนาวหรือไงคะ?”“ไปกันเถอะ ในเมื่อคุณอุตส่าห์มาเป็นเพื่อน จะปล่อยให้คุณเป็นหวัดได้ไง”เซี่ยถานโจวก้าวเดินนำออกไปก่อนหนึ่งก้าวฉีเหมี่ยวเดินตามหลังเขาไป ก้าวเท้าตามทันในสองสามก้าว ทั้งสองคนเดินเคียงคู่ก
เซี่ยถานโจวหันกลับไปเรียกฉีเหมี่ยว“ในรถเรามีกล่องยา คุณช่วยหยิบลงมาหน่อย”ฉีเหมี่ยวนำกล่องยาเดินเข้าไป ทำแผลให้เหล่านักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บอย่างคล่องแคล่วว่องไว การทำความสะอาดแผลและใส่ยาไม่มีความลังเลล่าช้าเลยแม้แต่น้อย“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พวกนายแค่โดนหินกับใบหญ้าบาด โชคดีที่อุณหภูมิต่ำ เลยไม่มีพวกแมลง”หลังจากส่งยาที่เหลือให้พวกเขาแล้ว ฉีเหมี่ยวก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้“ในเมื่อจะมาเขตทิเบต ทำไมพวกนายถึงไม่เตรียมตัวอะไรมาเลย? แม้แต่โซ่กันลื่นติดล้อยังไม่มี แบบนี้มันเหมือนเอาชีวิตมาล้อเล่นชัด ๆ ”เหล่านักศึกษามองหน้ากันเลิกลั่ก“พวกเราเพิ่งมาจากทางฝั่งโรงเรียนจะเคยเจอภูมิประเทศแบบนี้ที่ไหนกันล่ะครับ? อาจารย์แค่บอกให้พวกเรามาสมทบด้วย ก็ไม่ได้บอกนี่ครับว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง”ฉีเหมี่ยวถึงกับพูดไม่ออกไปเลยทีเดียวอย่างน้อยก็เป็นถึงกลุ่มคนที่การศึกษาสูง เรื่องแค่นี้ยังต้องให้อาจารย์คอยกำชับทีละขั้นตอนอีกเหรอนึกว่าตัวเองออกมาเที่ยวเล่นกันจริง ๆ หรือไง?หลังจากที่เซี่ยชิงซางมีไข้ เซี่ยถานโจวก็ให้เขากินยาแล้วรออยู่ข้างกายอยู่นานครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งอุณหภูมิร่างกายลดลงเล็กน้อยเซี่ย
ฉีเหมี่ยวชี้นิ้วไปยังภูเขาหิมะลูกที่ยังคงตั้งตระหง่านมองเห็นได้ราง ๆ เบื้องหน้า“คนที่นี่เขาเรียกภูเขาลูกนั้นว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ดำรงอยู่มานานนับพันปีแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าคุณเซี่ยเคยได้ยินคำกล่าวทำนองนี้ไหมคะ คนที่เส้นทางชีวิตคล้ายคลึงกัน จริง ๆ แล้วดวงชะตาก็มักจะใกล้เคียงกันด้วย วันเกิดของคุณกับคุณฮั่วนี่ใกล้เคียงกันใช่ไหมล่ะคะ? นั่นหมายความว่าบั้นปลายชีวิตของคุณก็จะมีความสุขสมบูรณ์เหมือนกับคุณฮั่วไม่มีผิดเพี้ยนค่ะ มีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกนี้เป็นพยานค่ะ”ในตอนที่ร่วมวงดื่มสุรากันเมื่อก่อนหน้านี้ เซี่ยถานโจวเคยพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องวันเกิดกับฮั่วจี้เซินมาบ้างแล้ววันเกิดของพวกเขาทั้งสองคนใกล้เคียงกันจริง ๆ ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเส้นทางชีวิตของคนทั้งคู่ดูราวกับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่ในหลาย ๆ ช่วงเวลากลับบังเอิญสอดคล้องและทับซ้อนกันอย่างน่าประหลาดทั้งเรื่องงานสมัยเรียน และการงานที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคต ล้วนกลับมาวนเวียนทับซ้อนกันใหม่นี่ก็คงเป็นความผูกพันที่ถูกลิขิตเอาไว้โดยฟ้าดินเช่นกันเซี่ยถานโจวมองหน้าฉีเหมี่ยวเธอสวมใส่เสื้อผ้าเรียบง่าย ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอา
“ผมเนี่ยนะ?” เซี่ยถานโจวชะงักไปด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนจะก้มหน้าหัวเราะ เผยให้เห็นฟันขาวสะอาด “สิ่งที่ผมทำทั้งหมดไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความศรัทธาเลยครับ เป็นแค่เพราะผมอยากทำมันก็เท่านั้นเอง”การหาเงินได้มากแค่ไหนสำหรับเขาแล้วไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยความมัวเมาในความสุขสำราญหรือชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อลุ่มหลงในแสงสี ก็ไม่ใช่พื้นฐานตัวตนที่แท้จริงในชีวิตของเซี่ยถานโจวในขณะที่เขาสามารถใช้ชีวิตความเป็นอยู่ได้อย่างสะดวกสบายระดับหนึ่งแล้ว เขากลับอยากทำอะไรบางอย่างเท่าที่กำลังความสามารถของตัวเองจะทำได้ตลอดทางจนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางใหม่หลังจากแวะพักจัดระเบียบข้าวของแล้วออกเดินทางต่ออีกครั้ง ขับไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องเจอกับเหตุการณ์หิมะตกหนักจนปิดกั้นเส้นทางทำให้จำต้องกัดฟันขับฝ่าหิมะไปในเวลานี้ทัศนวิสัยบนท้องถนนต่ำมาก การขับรถเคลื่อนตัวไปท่ามกลางพายุหิมะอันโหมกระหน่ำเป็นไปอย่างยากลำบาก แถมระบบนำทางจีพีเอสก็พลอยใช้งานไม่ได้ไปด้วยถนนสายนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเส้นทางที่ยากลำบากที่สุดมาโดยตลอด ฤดูร้อนมักมีพายุฝนกระหน่ำ ส่วนฤดูหนาวก็มีพายุหิมะพัดไม่ขาดสายนี่เพิ่งจะผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีนมาหมาด






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
