Share

บทที่ 7

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
ที่ฉินอวี่โยวแกล้งเล่นกับเหลียนฮว่า ทั้งหมดก็เพราะเธอหน้าตาน่ารัก

ฉินอวี่โยวกล่าวว่า “ขอแค่เธอให้อภัยฉัน ต่อไปในโรงเรียนอนุบาล ฉันจะปกป้องเธอเอง ฉันรับรองว่าจะไม่มีใครกล้าแกล้งเธออีก”

เขาหวาดกลัว... กลัวว่าแม่ของเหลียนฮว่าจะให้เธอย้ายโรงเรียนเพราะเรื่องนี้

สวี่เพียวเพียวคิดเช่นนั้นจริง ๆ แต่การย้ายโรงเรียนอาจจะทำให้ต้องไปเจอกับเรื่องแบบเดิมอีก

เธอถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฮว่าฮว่า หนูอยากย้ายโรงเรียน หรืออยากอยู่ที่นี่ต่อจ๊ะ?”

เหลียนฮว่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “คุณครูและเพื่อนคนอื่น ๆ ดีมากค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเองก็มีความคิดส่วนตัว

หลังเกิดเรื่องนี้ ด้วยความรู้สึกผิด ฮั่วจี้เซินคงจะใช้อิทธิพลกดดันและควบคุมไม่มากก็น้อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกสาวจะเจอจอมวายร้ายตัวน้อยอย่างฉินอวี่โยวอีก

และในเมื่อรู้จักขอโทษ ฉินอวี่โยวก็คงไม่ใช่เด็กที่เยียวยาไม่ได้

สวี่เพียวเพียวบอกให้ฮั่วจี้เซินจอดรถตรงทางแยกใกล้บ้าน

เธอพาเหลียนฮว่าลงรถไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับเขามากนัก

เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วย

เพียงแค่มองจากแผ่นหลัง ฮั่วจี้เซินก็ดูออกว่าตอนนี้สวี่เพียวเพียวกำลังโกรธ

แม้จะต่างจากเมื่อหลายปีก่อน สวี่เพียวเพียวดูเหมือนจะมีเกราะป้องกันตัวเองที่หนาขึ้น แต่นิสัยและอารมณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

เวลาโกรธเธอมักจะเป็นแบบนี้... ไม่ยอมพูดจากับใคร

เพียงแต่ในอดีต เธอไม่กล้าโกรธเขาจริง ๆ จัง ๆ มักจะอดกลั้นอารมณ์ไว้และรอให้ตัวเองใจเย็นลงก่อนค่อยกลับมาหาเขา

เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณนี้

ซึ่งที่นี่เป็นย่านที่พักอาศัยเก่าแก่และทรุดโทรม ค่าเช่าแสนถูก และการเดินทางไปบริษัทอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวพักอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?

ดูท่าว่าสามีของเธอคงจะเป็นคนไม่มีความสามารถจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินกดข่มความรู้สึกแปลกประหลาดในใจไว้ เขาหมุนพวงมาลัยพลางถามขึ้นว่า “นายแกล้งเหลียนฮว่าบ่อยเหรอ?”

ฉินอวี่โยวกลับทำหน้ามุ่ย

เขาต้องถามอยู่หลายครั้ง กว่าเจ้าเด็กอ้วนจะยอมเปิดปาก

“ผมบอกว่าเธอไม่มีพ่อ เป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีพ่อ พ่อเธอไม่ต้องการเธอ จริง ๆ นะครับน้า ผมไม่เคยเห็นพ่อของเหลียนฮว่าเลยสักครั้ง”

“ปกติเธอไม่ยอมเล่นกับผม ผมเลยแย่งขนมกับผลไม้เธอไปสองสามครั้ง”

“แล้วก็ผลักเธอด้วย ชุดกระโปรงของเธอราคาแค่สองร้อยกว่าบาทเองนะครับน้า น้าเคยเห็นเสื้อผ้าราคาสองร้อยกว่าบาทไหมครับ? มันห่วยมาก แค่ดึงเบา ๆ ก็ขาดแล้ว”

“มีครั้งหนึ่งผมเห็นเธอกินยาจีน ผมเลยปัดทิ้ง”

...

ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วอย่างหนักใจ

ตอนนี้เขารู้สึกโชคดีเหลือเกินที่คำพูดเหล่านี้ไม่ได้พูดต่อหน้าสวี่เพียวเพียว ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยหวงลูกของเธอ เธอคงจะโกรธยิ่งกว่านี้หลายเท่า

ฮั่วจี้เซินไปส่งฉินอวี่โยวที่บ้านพี่สาว และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอีกรอบ ทว่ารถของเขายังไม่ทันเคลื่อนตัวออกไป ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โฮของฉินอวี่โยวแว่วออกมาจากในบ้าน

ฮั่วจี้เซินนั่งฟังเสียงร้องไห้ของหลานชายอยู่ในรถ โดยไม่รีบจากไป

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะเปิดเข้ากลุ่มภายในของบริษัท แล้วค้นหาชื่อสวี่เพียวเพียวจากบัญชีที่ลงทะเบียนด้วยชื่อจริง

รูปโปรไฟล์ของเธอเป็นรูปวาดเส้นสายง่าย ๆ ของลูกหมาตัวหนึ่ง ดูเหมือนจะเรียกว่าน้องหมาลายเส้น มันยิ้มกว้างอย่างทะเล้นและถือดอกไม้ไว้ในมือ

ซึ่งดูคล้ายกับเธอในอดีตมาก

ทว่าข้อความที่ฮั่วจี้เซินส่งไปกลับขึ้นเครื่องหมายตกใจสีแดง

พร้อมข้อความตัวเล็ก ๆ ด้านล่างว่า: ไม่อนุญาตให้มีการสื่อสารข้ามแผนกหรือติดต่อข้ามระดับขั้นในระบบของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

ฮั่วจี้เซิน: “...”

เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท หากต้องการติดต่อพนักงาน เขายังต้องผ่านทีมเลขาฯ ของตัวเองอีกงั้นเหรอ

เขาจึงกดเปิดไลน์ของเซ่ามู่ “ส่งบัญชีไลน์ของฉันให้สวี่เพียวเพียวที”

เซ่ามู่ตกใจแทบสิ้นสติ นึกว่าแผนงานของสวี่เพียวเพียวมีปัญหาอีก เขาแทบจะคุกเข่าประคองมือถือส่งรายชื่อไปให้ หลังจากส่งไปแล้ว เขากลับได้รับเครื่องหมายคำถามจากสวี่เพียวเพียว

“?”

“ถามเขาหน่อยว่ามีเรื่องอะไร”

ทว่าประโยคหลังถูกสวี่เพียวเพียวกดยกเลิกส่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า “โอเคค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเห็นรายชื่อเพื่อนที่เซ่ามู่ส่งมา

ไลน์ของฮั่วจี้เซินก็เหมือนกับตัวตนของเขา... ดูลึกลับและคาดเดายาก รูปโปรไฟล์สีดำสนิท ชื่อแอคเค้าท์เป็นตัว H และไอดีคือชื่อภาษาอังกฤษผสมกับวันเกิด

เธอแอดเขาเป็นเพื่อนอย่างรวดเร็ว

ฮั่วจี้เซิน: “หลังจากนี้หากลูกสาวเธอมีปัญหาอะไร ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”

สวี่เพียวเพียว: “โอเคค่ะ”

แล้วฮั่วจี้เซินก็ส่งคลิปวิดีโอหนึ่งมาให้

ซึ่งเป็นคลิปของเจ้าเด็กอ้วนฉินอวี่โยวถูกตีจนลงไปคลานกับพื้น และร้องไห้เหมือนลูกหมูที่กำลังจะถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์

สวี่เพียวเพียวดูจบก็รู้ความหมายของฮั่วจี้เซินทันที เขาคงจะสื่อว่า ลงโทษให้แล้วนะ อย่าถือสาหาความกันอีกเลย

ดูท่าฮั่วจี้เซินจะรักลูกของเขามาก คงเป็นลูกที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารักมากจริง ๆ

สวี่เพียวเพียวรู้สึกขมขื่นในใจ เธอเห็นความปกป้องที่เขามีต่อเด็กอ้วนคนนั้นมาตลอดบ่าย

แม้แต่ตอนตีลูก ก็ยังไม่กล้าตีจริง ๆ แค่แกล้งทำพอเป็นพิธีเท่านั้น

ก็ใช่สิ...

ฮั่วจี้เซินเป็นใครกัน ถ้าเขาอยากมีลูก มีผู้หญิงตั้งมากมายที่พร้อมจะสวมสิทธิ์นั้น

สวี่เพียวเพียวยิ้มเยาะให้กับตัวเอง เธอตอบกลับวิดีโอคลิปนั้นไปสั้น ๆ ว่า “รับทราบค่ะ”

จากนั้นเธอก็เก็บซ่อนอารมณ์ทั้งหมดไว้

-

ในคืนนั้นเอง เหลียนฮว่าก็เริ่มมีไข้

เพื่อป้องกันการติดเชื้อ สวี่เพียวเพียวจึงสวมหน้ากากอนามัยให้ตัวเองและลูกสาว แล้วรีบพาส่งแผนกฉุกเฉินทันที

เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน หลังการตรวจก็พบว่าเป็นโรคเดิม ๆ ของเด็ก

คุณหมอชี้ไปที่ม่านด้านหลัง “คุณแม่อุ้มน้องไปรอตรงนั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวต้องเตรียมยาก่อน”

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

เธอกอดร่างเล็ก ๆ ของลูกสาวไว้ขณะนั่งอยู่ในห้องกั้น พลางดูข้อความในมือถือด้วยมืออีกข้าง

เธอเรียนศิลปะมา และเริ่มวาดภาพประกอบมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย

ตอนนั้นเธอไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน วาดรูปเพราะใจรักล้วน ๆ โดยวาดภาพแฟนอาร์ตจากเกมและซีรีส์ จนกลายเป็นที่รู้จักโด่งดังด้วยความบังเอิญ

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวคือนักวาดชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่าสามล้านคน

มีคนมาถามเรื่องรับงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเธอก็รับงานหากมีเวลาว่าง

เพียงแต่งานวาดภาพต้องใช้เวลาและแรงกายอย่างมาก รูปแต่ละรูปเธอต้องใช้เวลาวาดถึงหนึ่งสัปดาห์

ประกอบกับเหลียนฮว่ามาป่วยอีก ประสิทธิภาพการทำงานจึงลดลง

เธอกดดูข้อความสอบถามราคาและส่งใบเสนอราคากลับไป ก่อนจะล็อกเอาต์ออก

ในจังหวะนั้นเอง ฮั่วจี้เซินก็โทรเข้ามาทางไลน์

“เสื้อคลุมของลูกสาวเธอลืมอยู่ในรถฉัน”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานฉันจะไปรับที่รถของคุณนะคะ”

ฮั่วจี้เซินได้ยินเสียงที่สวี่เพียวเพียวพยายามกดให้เบาลง เขาเดาว่าเธอคงไม่สะดวกคุยและกำลังจะวางสาย แต่แล้วภายนอกห้องที่กั้นม่านไว้ก็เริ่มมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น

เสียงของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ “ฮั่วจี้เซินนี่ก็เหลือเกิน โยวโยวของเราแค่ไปผูกมิตรกับเพื่อนในโรงเรียน ทำไมเขาถึงมาว่าโยวโยวแกล้งเพื่อนไปได้?”

“ดูสิ โยวโยวขวัญเสียจนไข้ขึ้นเลยเนี่ย!”

อวี๋ฮุ่ย พี่สาวของฮั่วจี้เซินพูดอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “แม่คะ อาเซินสั่งสอนโยวโยวก็เพื่อตัวเขาเอง อีกอย่าง แม่ลองให้โยวโยวเล่ามาสิว่าเขาทำอะไรที่โรงเรียนบ้าง นั่นเรียกว่าผูกมิตรเหรอ? นั่นมันรังแกคนอื่นชัด ๆ!”

หญิงชรายังคงไม่ยอมเลิกรา “ต่อให้ใช่ยังไงก็ห้ามลงมือนะ โยวโยวโตมาขนาดนี้เคยถูกตีที่ไหนกัน!”

“ฉันได้ยินโยวโยวเล่าแล้ว ยัยเด็กนั่นใส่เสื้อผ้าราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาท แถมไม่เคยเห็นหัวพ่อมันเลยสักครั้ง ไม่แน่ยัยเด็กนั่นกับแม่มันอาจจะจงใจเข้าโรงเรียนหรูเพื่อมาอ่อยเศรษฐีก็ได้”

“ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นนิสัยอย่างฮั่วจี้เซินจะยอมขับรถไปส่งพวกมันถึงบ้านได้ยังไง? โยวโยวบอกว่าแม่ของเด็กนั่นสวยมาก ท่าทางจะเป็นพวกแพศยา! ไม่ได้การล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่โรงเรียน ให้เขาไล่ยัยเด็กไร้ยางอายคนนั้นออกไปซะ!”

อวี๋ฮุ่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป

“คำพูดพวกนี้ ถ้าแม่เก่งจริงก็ไปพูดต่อหน้าอาเซินสิคะ”

หญิงชราไม่กล้าไปแผลงฤทธิ์ต่อหน้าฮั่วจี้เซิน

ภายในม่านที่กั้นไว้ สวี่เพียวเพียวรู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ คำพูดที่บาดหูทิ่มแทงเข้าสู่โสตประสาทจนรู้สึกปวดร้าว เสียงวิ้งในหูวนเวียนไปมาจนหน้ามืด

และนั่นทำให้เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า สายโทรศัพท์ยังไม่ได้ตัดไป
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
sirirumpai
สนุก น่าสนใจ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 100

    เยี่ยนชิวพูดถึงบุคลิกพระเอกในเกมที่กำหนดไว้ก่อนเป็นลำดับแรก"พระเอกคนนี้เซ็ตไว้ว่าเป็นดอกฟ้าบนยอดภูผาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นหนุ่มหล่อดาวเด่นผู้โด่งดัง นิสัยสุขุมเยือกเย็น ชอบนางเอกมาตลอดแต่ปากแข็ง โทนเสียงจำเป็นต้องทุ้มต่ำสักหน่อยค่ะ""และก็ต้องคงความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเอาไว้ด้วย ควบคู่ไปกับนิสัยที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้นักพากย์ที่มีความสามารถค่อนข้างสูง"อาจเป็นเพราะบรรยากาศในห้องประชุมไม่ได้เคร่งเครียดอะไรมากมายในแผนงานของเกมจึงระบุพระเอกไว้ถึงห้าคนเกมแนวความรัก ตลาดเป้าหมายก็คือผู้เล่นเกมเพศหญิงภายในห้องประชุมล้วนมีแต่พนักงานหญิงเกมเกมนี้ หนึ่งในจุดขายที่ใช้โปรโมต ก็คือการใช้ทีมงานหญิงล้วนผู้เล่นในท้องตลาดยังคงมีความต้องการในด้านนี้อยู่อีกมากและขอบเขตของการประชุมก็ไม่ได้ตึงเครียดเช่นกัน เยี่ยนชิวจึงพูดด้วยความผ่อนคลายว่า "เพียวเพียว พระเอกคนนี้เธอคิดว่ายังมีตรงไหนต้องปรับแก้อีกไหม?""นอกจากด้านการพากย์เสียงที่ต้องหารือกันแล้ว นิสัยของพระเอกคนนี้ ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันค่ะ"สวี่เพียวเพียวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขณะมองดูข้อมูลแนะนำตัวพระเอก

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 99

    เซ่ามู่เตือนอย่างอ้อม ๆ ว่า "คุณฮั่วครับ ดูเหมือนตอนนี้เสี่ยวสวี่จะยังมีสามีอยู่นะครับ"ชายหนุ่มผู้นั่งอยู่เบาะหลังเงียบงันครู่หนึ่ง ถึงได้มีเสียงหัวเราะที่แฝงความเบิกบานใจดังขึ้น พร้อมด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายแววตาของชายหนุ่มคมกริบ ราวกับนายพรานในป่าใหญ่ ผู้เล็งเป้าหมายไว้แล้ว"ไม่มีแล้วต่างหาก"เมื่อเซ่ามู่ฟังความหมายของฮั่วจี้เซินออก ก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ลืมปรับเปลี่ยนท่าทีให้ดูเป็นการเป็นงานมากขึ้น ขณะแนะนำว่า "คุณฮั่วครับ เสี่ยวสวี่ทำโปรเจกต์ได้ดีหลายงานแล้ว หลังจากนี้ ผมอยากให้เธอได้ดีลงานกับคุณโดยตรง""เอาสิ"โปรเจกต์ที่ทีมของสวี่เพียวเพียวได้รับมาช่วงนี้ เป็นงานที่ส่งมาจากแผนกเกมเป็นโปรเจกต์เกมจีบหนุ่มเกมหนึ่งระเบียบการคร่าว ๆ ของโปรเจกต์ถูกระบุออกมาหมดแล้ว จุดที่ต้องแก้ไขก็ถูกสวี่เพียวเพียวขีดเส้นใต้ทีละจุด ตีกลับไปรอรับกลับมาใหม่ตอนนี้ดำเนินมาถึงหัวข้อสุดท้ายก่อนรายงานความคืบหน้าแต่มีพระเอกในเกมคนหนึ่ง ยังหานักพากย์ที่เหมาะสมไม่ได้เอฟเฟกต์เสียงพากย์ที่ใช้สำหรับทดสอบเสียง คือช่วงเสียงหัวเราะปนเสียงหอบหายใจเล็กน้อยหลังพระเอกจูบนางเอก รว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 98

    เซ่ามู่รับหน้าที่เป็นคนขับรถจากที่พักของฮั่วจี้เซินไปบริษัท ถ้านับรวมความเป็นไปได้ที่รถจะติดในช่วงเช้า ก็ต้องขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงตลอดทาง สวี่เพียวเพียวเอาแต่ตีหน้าขรึมมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวฮั่วจี้เซินเองก็ก้มหน้าดูรายงานในมือด้วยท่าทีสุขุมระหว่างทั้งสองคน คล้ายมีอะไรบางอย่างกั้นขวางอยู่ตรงกลางแต่ตอนนี้เซ่ามู่ดูออกแล้วประธานฮั่วน่าจะมีใจให้เสี่ยวสวี่ไม่น้อยแต่ดูเหมือนเสี่ยวสวี่จะไม่ได้มีใจให้ก็ใช่น่ะสิก่อนที่ประธานฮั่วจะมา ครอบครัวของเสี่ยวสวี่เขาก็รักใคร่กลมเกลียวมีความสุขดีอยู่แล้วไม่ว่าเป็นใคร ถ้าโดนคนอื่นเข้ามายุ่มย่าม สีหน้าก็ต้องดูไม่ดีกันทั้งนั้นแต่สาเหตุที่สวี่เพียวเพียวมีสีหน้าไม่สู้ดีนั้น เป็นเพราะกำลังเมารถอยู่ต่างหากฮั่วจี้เซินยื่นมือไปเปิดกล่องข้างตัว หยิบลูกอมรสมินต์มาส่งให้เม็ดหนึ่งเมื่อสวี่เพียวเพียวก้มหน้าลงก็เห็นมือข้างหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าเธอ ลักษณะขาวผ่อง นิ้วมืองดงามราวผลงานศิลปะ ข้อต่อนิ้วทุกช่วงดูดีประหนึ่งประติมากรรมปล้องไม้ไผ่กลางฝ่ามือ ปรากฏลูกอมรสมินต์"เมารถก็กินนี่ซะ"น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาของชายหนุ่ม ดั

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 97

    "อย่าหักโหมเกินไปนะลูก ถ้าลูกเป็นแบบนี้ทุกวัน แม่จะไม่ยอมผ่าตัดแล้ว"แม่สวี่เป็นห่วง ด้วยกลัวอาการป่วยของตัวเองจะเป็นภาระแก่สวี่เพียวเพียวทำให้ลูกสาวไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง แถมยังต้องทำงานล่วงเวลาอีกพาลบ่นไปถึงเจ้านายของสวี่เพียวเพียว"นี่พ่อหนุ่มคนนั้นให้ลูกกลับไปทำโอทีดึก ๆ ดื่น ๆ เหรอเนี่ย? โอ๊ย ทรมานคนแท้ ๆ ดูท่าทางก็เป็นคนดี ทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้นะ?"สวี่เพียวเพียวฟังแล้วก็ให้รู้สึกร้อนรนเล็กน้อยเพราะความจริง เป็นเธอเองที่มาหาเขา แล้วเผลอหลับไปสวี่เพียวเพียวยกมือขึ้นป้องโทรศัพท์ พูดกลบเกลื่อนไม่กี่คำ ก็วางสายทันทีเมื่อเห็นเธอกินอิ่มแล้ว ฮั่วจี้เซินจึงลุกขึ้น"ไปเถอะ ไปทำงาน""คุณฮั่วคะ..."สวี่เพียวเพียวลังเลเล็กน้อย สายตาล่อกแล่กเซ่ามู่ยังยืนรออยู่ข้างล่างขืนสวี่เพียวเพียวตามเขาลงไป คงได้จ๊ะเอ๋กับเซ่ามู่เข้าแน่"คือว่า ให้ฉันรออีกสักแป๊บค่อยลงไปดีไหมคะ?"ฮั่วจี้เซินมองคนถามด้วยความขบขันไม่ได้พูดแทงใจดำทำลายความคิดเธอนี่เธอคิดว่า เซ่ามู่จะจำไม่ได้จริง ๆ หรือ?ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พวกเขาทำงานร่วมกันมาตั้งกี่ปี และเวลานี้ บนตัวสวี่เพียวเพียวก็ยังมีกลิ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 96

    ฮั่วจี้เซินมองเธอเขม็งไม่ยอมพลาดการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเธอแม้เพียงเศษเสี้ยวน่าเสียดาย เขาไม่พบพิรุธใด ๆสวี่เพียวเพียวมีสีหน้าเรียบเฉย “ไม่รู้สิคะ ฉันเองก็ไม่เคยเจอคุณย่าของฮว่าฮว่าเหมือนกัน”“ไม่เคยเจอ?”ต่อให้ชีวิตสมรสจะดำรงอยู่เพียงสั้น ๆ ก็ไม่น่าจะถึงขั้นไม่เคยเจอพ่อแม่ของอีกฝ่ายเลยนี่สวี่เพียวเพียวถือหมั่นโถวพันชั้นอยู่ลูกหนึ่ง เธอลงมือฉีกกินทีละชั้นอาศัยจังหวะรับประทาน กลบเกลื่อนสีหน้าของตนเองเช่นเดียวกับมือที่กำลังสั่นเทาโชคดีที่สองปีนี้ คำถามเดิม ๆ ไม่รู้ได้ยินมากี่ครั้ง ลำพังแค่เพื่อนบ้านถามไถ่กันเองก็ไม่น้อยแล้ว ซ้ำคำตอบสำหรับคำถามนี้ ก็ซักซ้อมล่วงหน้ามาหลายหนเธอจึงรับมือได้เป็นอย่างดีเพียงแต่คนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้คือฮั่วจี้เซิน จึงเกิดอาการลนลานเล็กน้อย“ใช่ค่ะ แต่คุณก็เคยเจอพ่อของฮว่าฮว่าแล้วนี่คะ เขาไม่ชอบฉัน มีลูกก็ถือเป็นเรื่องผิดพลาด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันคลอดลูก แล้วฉันก็ไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบลูกสาวฉันด้วย”ในห้องอาหารอันโอ่อ่ามีเพียงพวกเขาอยู่กันสองคนเดิมทีฮั่วจี้เซินเพิ่งกินไปไม่กี่คำ เมื่อได้ยินประโยคนี้ ก็ถึงขั้นวางตะเกียบลงทันท

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 95

    เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาของเซ่ามู่กำลังจ้องมองเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆสวี่เพียวเพียวก็รีบกอดเอวฮั่วจี้เซินแน่น และฝังใบหน้าลงกับแผงอกของเขาภาวนาขอให้เซ่ามู่อย่าเดินเข้ามาเด็ดขาดมุมปากของฮั่วจี้เซินยกยิ้ม มือวางลงบนท้ายทอยของสวี่เพียวเพียว หลังสอดนิ้วผ่านเรือนผม นิ้วมือเรียวยาวก็ลูบไล้ต้นคอเธอเบา ๆลูบจนสวี่เพียวเพียวขนลุกไปทั้งตัวฮั่วจี้เซินพูดด้วยเสียงเนิบนาบ “ไม่ต้องหรอก แค่นี้แหละ เดี๋ยวนายลงไปรอข้างล่างก่อนแล้วกัน”“ครับผม”ในฐานะหัวหน้าทีมเลขา เซ่ามู่จึงควบตำแหน่งผู้ช่วยพิเศษของฮั่วจี้เซินไปในตัวและด้วยความที่ฮั่วจี้เซินไม่มีแม่บ้านดูแล เซ่ามู่จึงต้องคอยซื้ออาหารเช้ามาให้ตามรสชาติที่ผู้เป็นเจ้านายชื่นชอบวันนี้เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าเดี๋ยวเซ่ามู่ก็ต้องมาแต่พอเห็นสวี่เพียวเพียวเป็นแบบนี้ ฮั่วจี้เซินก็รู้สึกว่าน่าสนุกดีเซ่ามู่รีบร้อนออกไปทันทีสวี่เพียวเพียวถึงค่อยถอยออกจากอ้อมกอดของฮั่วจี้เซินประโยคแรกที่เธอพูดคือบ่นเขาว่า “ทำไมคุณไม่บอกฉันล่ะว่าจะมีคนมา!”“เธอนี่วุ่นวายจริง ใจคอจะไม่ให้ฉันกินข้าวเช้าหรือไง?”สวี่เพียวเพียวทำท่าจะเดินหนี แต่ก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status