Share

บทที่ 7

Penulis: เจ้าเหมียวแวววาว
ที่ฉินอวี่โยวแกล้งเล่นกับเหลียนฮว่า ทั้งหมดก็เพราะเธอหน้าตาน่ารัก

ฉินอวี่โยวกล่าวว่า “ขอแค่เธอให้อภัยฉัน ต่อไปในโรงเรียนอนุบาล ฉันจะปกป้องเธอเอง ฉันรับรองว่าจะไม่มีใครกล้าแกล้งเธออีก”

เขาหวาดกลัว... กลัวว่าแม่ของเหลียนฮว่าจะให้เธอย้ายโรงเรียนเพราะเรื่องนี้

สวี่เพียวเพียวคิดเช่นนั้นจริง ๆ แต่การย้ายโรงเรียนอาจจะทำให้ต้องไปเจอกับเรื่องแบบเดิมอีก

เธอถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฮว่าฮว่า หนูอยากย้ายโรงเรียน หรืออยากอยู่ที่นี่ต่อจ๊ะ?”

เหลียนฮว่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “คุณครูและเพื่อนคนอื่น ๆ ดีมากค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเองก็มีความคิดส่วนตัว

หลังเกิดเรื่องนี้ ด้วยความรู้สึกผิด ฮั่วจี้เซินคงจะใช้อิทธิพลกดดันและควบคุมไม่มากก็น้อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกสาวจะเจอจอมวายร้ายตัวน้อยอย่างฉินอวี่โยวอีก

และในเมื่อรู้จักขอโทษ ฉินอวี่โยวก็คงไม่ใช่เด็กที่เยียวยาไม่ได้

สวี่เพียวเพียวบอกให้ฮั่วจี้เซินจอดรถตรงทางแยกใกล้บ้าน

เธอพาเหลียนฮว่าลงรถไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับเขามากนัก

เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วย

เพียงแค่มองจากแผ่นหลัง ฮั่วจี้เซินก็ดูออกว่าตอนนี้สวี่เพียวเพียวกำลังโกรธ

แม้จะต่างจากเมื่อหลายปีก่อน สวี่เพียวเพียวดูเหมือนจะมีเกราะป้องกันตัวเองที่หนาขึ้น แต่นิสัยและอารมณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

เวลาโกรธเธอมักจะเป็นแบบนี้... ไม่ยอมพูดจากับใคร

เพียงแต่ในอดีต เธอไม่กล้าโกรธเขาจริง ๆ จัง ๆ มักจะอดกลั้นอารมณ์ไว้และรอให้ตัวเองใจเย็นลงก่อนค่อยกลับมาหาเขา

เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณนี้

ซึ่งที่นี่เป็นย่านที่พักอาศัยเก่าแก่และทรุดโทรม ค่าเช่าแสนถูก และการเดินทางไปบริษัทอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวพักอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?

ดูท่าว่าสามีของเธอคงจะเป็นคนไม่มีความสามารถจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินกดข่มความรู้สึกแปลกประหลาดในใจไว้ เขาหมุนพวงมาลัยพลางถามขึ้นว่า “นายแกล้งเหลียนฮว่าบ่อยเหรอ?”

ฉินอวี่โยวกลับทำหน้ามุ่ย

เขาต้องถามอยู่หลายครั้ง กว่าเจ้าเด็กอ้วนจะยอมเปิดปาก

“ผมบอกว่าเธอไม่มีพ่อ เป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีพ่อ พ่อเธอไม่ต้องการเธอ จริง ๆ นะครับน้า ผมไม่เคยเห็นพ่อของเหลียนฮว่าเลยสักครั้ง”

“ปกติเธอไม่ยอมเล่นกับผม ผมเลยแย่งขนมกับผลไม้เธอไปสองสามครั้ง”

“แล้วก็ผลักเธอด้วย ชุดกระโปรงของเธอราคาแค่สองร้อยกว่าบาทเองนะครับน้า น้าเคยเห็นเสื้อผ้าราคาสองร้อยกว่าบาทไหมครับ? มันห่วยมาก แค่ดึงเบา ๆ ก็ขาดแล้ว”

“มีครั้งหนึ่งผมเห็นเธอกินยาจีน ผมเลยปัดทิ้ง”

...

ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วอย่างหนักใจ

ตอนนี้เขารู้สึกโชคดีเหลือเกินที่คำพูดเหล่านี้ไม่ได้พูดต่อหน้าสวี่เพียวเพียว ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยหวงลูกของเธอ เธอคงจะโกรธยิ่งกว่านี้หลายเท่า

ฮั่วจี้เซินไปส่งฉินอวี่โยวที่บ้านพี่สาว และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอีกรอบ ทว่ารถของเขายังไม่ทันเคลื่อนตัวออกไป ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โฮของฉินอวี่โยวแว่วออกมาจากในบ้าน

ฮั่วจี้เซินนั่งฟังเสียงร้องไห้ของหลานชายอยู่ในรถ โดยไม่รีบจากไป

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะเปิดเข้ากลุ่มภายในของบริษัท แล้วค้นหาชื่อสวี่เพียวเพียวจากบัญชีที่ลงทะเบียนด้วยชื่อจริง

รูปโปรไฟล์ของเธอเป็นรูปวาดเส้นสายง่าย ๆ ของลูกหมาตัวหนึ่ง ดูเหมือนจะเรียกว่าน้องหมาลายเส้น มันยิ้มกว้างอย่างทะเล้นและถือดอกไม้ไว้ในมือ

ซึ่งดูคล้ายกับเธอในอดีตมาก

ทว่าข้อความที่ฮั่วจี้เซินส่งไปกลับขึ้นเครื่องหมายตกใจสีแดง

พร้อมข้อความตัวเล็ก ๆ ด้านล่างว่า: ไม่อนุญาตให้มีการสื่อสารข้ามแผนกหรือติดต่อข้ามระดับขั้นในระบบของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

ฮั่วจี้เซิน: “...”

เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท หากต้องการติดต่อพนักงาน เขายังต้องผ่านทีมเลขาฯ ของตัวเองอีกงั้นเหรอ

เขาจึงกดเปิดไลน์ของเซ่ามู่ “ส่งบัญชีไลน์ของฉันให้สวี่เพียวเพียวที”

เซ่ามู่ตกใจแทบสิ้นสติ นึกว่าแผนงานของสวี่เพียวเพียวมีปัญหาอีก เขาแทบจะคุกเข่าประคองมือถือส่งรายชื่อไปให้ หลังจากส่งไปแล้ว เขากลับได้รับเครื่องหมายคำถามจากสวี่เพียวเพียว

“?”

“ถามเขาหน่อยว่ามีเรื่องอะไร”

ทว่าประโยคหลังถูกสวี่เพียวเพียวกดยกเลิกส่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า “โอเคค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเห็นรายชื่อเพื่อนที่เซ่ามู่ส่งมา

ไลน์ของฮั่วจี้เซินก็เหมือนกับตัวตนของเขา... ดูลึกลับและคาดเดายาก รูปโปรไฟล์สีดำสนิท ชื่อแอคเค้าท์เป็นตัว H และไอดีคือชื่อภาษาอังกฤษผสมกับวันเกิด

เธอแอดเขาเป็นเพื่อนอย่างรวดเร็ว

ฮั่วจี้เซิน: “หลังจากนี้หากลูกสาวเธอมีปัญหาอะไร ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”

สวี่เพียวเพียว: “โอเคค่ะ”

แล้วฮั่วจี้เซินก็ส่งคลิปวิดีโอหนึ่งมาให้

ซึ่งเป็นคลิปของเจ้าเด็กอ้วนฉินอวี่โยวถูกตีจนลงไปคลานกับพื้น และร้องไห้เหมือนลูกหมูที่กำลังจะถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์

สวี่เพียวเพียวดูจบก็รู้ความหมายของฮั่วจี้เซินทันที เขาคงจะสื่อว่า ลงโทษให้แล้วนะ อย่าถือสาหาความกันอีกเลย

ดูท่าฮั่วจี้เซินจะรักลูกของเขามาก คงเป็นลูกที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารักมากจริง ๆ

สวี่เพียวเพียวรู้สึกขมขื่นในใจ เธอเห็นความปกป้องที่เขามีต่อเด็กอ้วนคนนั้นมาตลอดบ่าย

แม้แต่ตอนตีลูก ก็ยังไม่กล้าตีจริง ๆ แค่แกล้งทำพอเป็นพิธีเท่านั้น

ก็ใช่สิ...

ฮั่วจี้เซินเป็นใครกัน ถ้าเขาอยากมีลูก มีผู้หญิงตั้งมากมายที่พร้อมจะสวมสิทธิ์นั้น

สวี่เพียวเพียวยิ้มเยาะให้กับตัวเอง เธอตอบกลับวิดีโอคลิปนั้นไปสั้น ๆ ว่า “รับทราบค่ะ”

จากนั้นเธอก็เก็บซ่อนอารมณ์ทั้งหมดไว้

-

ในคืนนั้นเอง เหลียนฮว่าก็เริ่มมีไข้

เพื่อป้องกันการติดเชื้อ สวี่เพียวเพียวจึงสวมหน้ากากอนามัยให้ตัวเองและลูกสาว แล้วรีบพาส่งแผนกฉุกเฉินทันที

เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน หลังการตรวจก็พบว่าเป็นโรคเดิม ๆ ของเด็ก

คุณหมอชี้ไปที่ม่านด้านหลัง “คุณแม่อุ้มน้องไปรอตรงนั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวต้องเตรียมยาก่อน”

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

เธอกอดร่างเล็ก ๆ ของลูกสาวไว้ขณะนั่งอยู่ในห้องกั้น พลางดูข้อความในมือถือด้วยมืออีกข้าง

เธอเรียนศิลปะมา และเริ่มวาดภาพประกอบมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย

ตอนนั้นเธอไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน วาดรูปเพราะใจรักล้วน ๆ โดยวาดภาพแฟนอาร์ตจากเกมและซีรีส์ จนกลายเป็นที่รู้จักโด่งดังด้วยความบังเอิญ

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวคือนักวาดชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่าสามล้านคน

มีคนมาถามเรื่องรับงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเธอก็รับงานหากมีเวลาว่าง

เพียงแต่งานวาดภาพต้องใช้เวลาและแรงกายอย่างมาก รูปแต่ละรูปเธอต้องใช้เวลาวาดถึงหนึ่งสัปดาห์

ประกอบกับเหลียนฮว่ามาป่วยอีก ประสิทธิภาพการทำงานจึงลดลง

เธอกดดูข้อความสอบถามราคาและส่งใบเสนอราคากลับไป ก่อนจะล็อกเอาต์ออก

ในจังหวะนั้นเอง ฮั่วจี้เซินก็โทรเข้ามาทางไลน์

“เสื้อคลุมของลูกสาวเธอลืมอยู่ในรถฉัน”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานฉันจะไปรับที่รถของคุณนะคะ”

ฮั่วจี้เซินได้ยินเสียงที่สวี่เพียวเพียวพยายามกดให้เบาลง เขาเดาว่าเธอคงไม่สะดวกคุยและกำลังจะวางสาย แต่แล้วภายนอกห้องที่กั้นม่านไว้ก็เริ่มมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น

เสียงของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ “ฮั่วจี้เซินนี่ก็เหลือเกิน โยวโยวของเราแค่ไปผูกมิตรกับเพื่อนในโรงเรียน ทำไมเขาถึงมาว่าโยวโยวแกล้งเพื่อนไปได้?”

“ดูสิ โยวโยวขวัญเสียจนไข้ขึ้นเลยเนี่ย!”

อวี๋ฮุ่ย พี่สาวของฮั่วจี้เซินพูดอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “แม่คะ อาเซินสั่งสอนโยวโยวก็เพื่อตัวเขาเอง อีกอย่าง แม่ลองให้โยวโยวเล่ามาสิว่าเขาทำอะไรที่โรงเรียนบ้าง นั่นเรียกว่าผูกมิตรเหรอ? นั่นมันรังแกคนอื่นชัด ๆ!”

หญิงชรายังคงไม่ยอมเลิกรา “ต่อให้ใช่ยังไงก็ห้ามลงมือนะ โยวโยวโตมาขนาดนี้เคยถูกตีที่ไหนกัน!”

“ฉันได้ยินโยวโยวเล่าแล้ว ยัยเด็กนั่นใส่เสื้อผ้าราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาท แถมไม่เคยเห็นหัวพ่อมันเลยสักครั้ง ไม่แน่ยัยเด็กนั่นกับแม่มันอาจจะจงใจเข้าโรงเรียนหรูเพื่อมาอ่อยเศรษฐีก็ได้”

“ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นนิสัยอย่างฮั่วจี้เซินจะยอมขับรถไปส่งพวกมันถึงบ้านได้ยังไง? โยวโยวบอกว่าแม่ของเด็กนั่นสวยมาก ท่าทางจะเป็นพวกแพศยา! ไม่ได้การล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่โรงเรียน ให้เขาไล่ยัยเด็กไร้ยางอายคนนั้นออกไปซะ!”

อวี๋ฮุ่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป

“คำพูดพวกนี้ ถ้าแม่เก่งจริงก็ไปพูดต่อหน้าอาเซินสิคะ”

หญิงชราไม่กล้าไปแผลงฤทธิ์ต่อหน้าฮั่วจี้เซิน

ภายในม่านที่กั้นไว้ สวี่เพียวเพียวรู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ คำพูดที่บาดหูทิ่มแทงเข้าสู่โสตประสาทจนรู้สึกปวดร้าว เสียงวิ้งในหูวนเวียนไปมาจนหน้ามืด

และนั่นทำให้เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า สายโทรศัพท์ยังไม่ได้ตัดไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (6)
goodnovel comment avatar
Chawanlak S.
สนุกมากน่าสนใจ
goodnovel comment avatar
กฎข้อที่หนึ่ง นะคะ
จ่ายเงินไปแล้วแต่อ่านไม่ได้ ทุเรศจริง
goodnovel comment avatar
ปทิตตา วิสุทธิ
ต่อๆสนุกมากๆ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 710

    ฮั่วสวินเจินกำลังยุ่งอยู่กับการทำงานบาดแผลบนลำคอของเธอกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งบริษัทไปเสียแล้วเดินไปทางไหนก็มีแต่คนเอ่ยปากถามไถ่ว่าเป็นอะไรจนชั่วขณะหนึ่งเธอแทบจะกลายเป็นเป้าหมายในการปกป้องเป็นพิเศษของบริษัทไปโดยปริยายฮั่วสวินเจินจึงตัดสินใจหยิบผ้าพันคอจากสวี่เพียวเพียวมาพันรอบคอไว้เพื่ออำพรางสวี่เพียวเพียวมองดูแล้วเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ผู้อำนวยการฮั่ว วันนี้ข้างนอกสามสิบแปดองศานะ จะเอาผ้าพันคอมาพันคอไว้แบบนี้มันจะเหมาะเหรอ?”“นี่เขาเรียกว่าแฟชั่นต่างหากล่ะ”เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ คนในตระกูลฮั่วรู้กันหมดทั้งบ้านแล้วสวี่เพียวเพียวถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกลางดึกเพราะการขยับตัวลุกขึ้นของฮั่วจี้เซิน และหลังจากรู้ว่าฮั่วสวินเจินไม่ได้เป็นอะไรมาก เธอถึงได้นอนหลับต่อได้อย่างสนิทใจตลอดช่วงครึ่งหลังของคืนเธอมองรอยคล้ำใต้ดวงตาของฮั่วสวินเจินที่เห็นเด่นชัด“จะลาหยุด แล้วกลับไปพักผ่อนสักหน่อยไหม?”“ไม่ต้องหรอกค่ะ งานกองเป็นภูเขาคอยฉันอยู่ แค่แผลถลอกปอกเปิกนิดหน่อยเอง”แม้ว่านิสัยส่วนตัวของฮั่วสวินเจินจะเอาแต่ใจและดื้อรั้นไปบ้าง แต่เธอกลับไม่ใช่คนสำออย ไม่ใช่พวกโรคเจ้าหญิงที่ร้

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 709

    “การพาคุณมาโรงพยาบาลเนี่ย ไม่ใช่”“ฉันไม่ได้เรียกร้องให้คุณพามาสักหน่อย”เหลียงเจียเหยียนถึงกับหลุดขำออกมานั่นสิ เธอไม่ได้เรียกร้อง เป็นเขาเองต่างหากที่ปล่อยวางไม่ได้ เป็นห่วงกลัวว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บแล้วตัวเองจะดูแลไม่ทั่วถึง จนทิ้งร่องรอยความเจ็บป่วยอะไรเอาไว้เขาเห็นว่ายาขี้ผึ้งบนลำคอของฮั่วสวินเจินเริ่มแห้งพอดีแล้ว จึงปล่อยเส้นผมของเธอลง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นตามเนื้อตัวเบา ๆ “ถือซะว่าผมคิดไปเองก็แล้วกัน ไปกันเถอะ น้องภรรยา”น้ำเสียงนั้นเจือความเอ็นดูอยู่หลายส่วน ซึ่งแม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำขากลับยังคงเป็นเหลียงเจียเหยียนที่รับหน้าที่ขับรถภายในรถ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นเมื่อกดรับสาย เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังลอดออกมาจากปลายสาย “เจียเหยียนเหรอ? ได้ข่าวว่ากำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วนี่? ยินดีด้วยนะคะ ไปสังกัดหน่วยงานไหนเหรอคะ?”“ในเขตครับ”“เขตของเมืองไหนเหรอคะ? ถ้าคุณกลับมาเมืองเอแล้ว มากินข้าวด้วยกันสักมื้อได้ไหมคะ?”ฮั่วสวินเจินเหลือบมองเวลาบนหน้าจอตีหนึ่งพอดีโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาในเวลานี้ แถมยังเป็นเพศตรงข้าม และน้ำเสียงที่พูดจามีคว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 708

    หากไม่ใช่เพราะเกี่ยวข้องกับฮั่วจี้จั๋ว เธอไม่มีทางแอบออกมากลางดึกแบบนี้แน่อีกอย่าง หลีเจ๋อจู่ ๆ ก็เกิดสติหลุดคลุ้มคลั่งขึ้นมา เป็นเรื่องที่เธอจะคาดเดาได้เสียที่ไหนกันล่ะ?ฮั่วสวินเจินอดทนกับความเจ็บปวดที่ลำคอตอนที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเมื่อครู่ เธอยังไม่ทันได้รู้สึกทรมานอะไรขนาดนั้นเพราะหลีเจ๋อลงมือโดยไม่ได้ควบคุมน้ำหนักมือเลยฮั่วสวินเจินรู้สึกเพียงแค่สมองขาดอากาศหายใจ จนแทบจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใด ๆ แล้วทว่าพอมาถูกดุเข้าตอนนี้ กลับรู้สึกน้อยใจขึ้นมาเสียอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อยการที่เธอต้องมาเผชิญภัยอันตราย เป็นสิ่งที่เธอต้องการหรือไงล่ะ?พอคิดมาถึงตรงนี้ หยาดน้ำตาบนใบหน้าของฮั่วสวินเจินก็ร่วงเผาะลงมาหยดแล้วหยดเล่า ราวกับไข่มุกที่ขาดออกจากเส้น ร้อยเรียงจนควบคุมไว้ไม่อยู่หลังมือของเหลียงเจียเหยียนเปียกชื้นไปด้วยหยดน้ำเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เธอร่วงหล่นลงมาตอนที่เหลียงเจียเหยียนดุเธอ เป็นเพราะความรู้สึกเป็นห่วงล้วน ๆ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาจากฝั่งเมืองเอ ซึ่งระยะทางอยู่ใกล้ แต่ที่นี่ไม่ใช่เขตพื้นที่รับผิดชอบของเขา เขาจึงต้องคอยมาช่วยดูแลอำนวยความสะดว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 707

    หลีเจ๋อยิ้มเยาะ“เรื่องนี้ไม่ต้องรบกวนให้คุณมาเป็นห่วงหรอกครับ”รถตำรวจจอดปิดล้อมอยู่รอบตัวพวกเขาประตูรถเปิดออกพร้อมกับตำรวจก้าวลงมาจากรถ โดยมีเหลียงเจียเหยียนเดินตามประกบอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นฮั่วสวินเจินถูกหลีเจ๋อจับเป็นตัวประกัน แววตาของเหลียงเจียเหยียนก็วูบไหวขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเป็นเส้นตรงเขาโน้มตัวกระซิบสอบถามสถานการณ์คร่าว ๆ กับฮั่วจี้จั๋ว ขณะที่สายตาทอดมองวนเวียนอยู่บนร่างของฮั่วสวินเจินก่อนจะหันหลังเดินผละออกไปอย่างรวดเร็วตำรวจกับหลีเจ๋อยังคงเผชิญหน้ายื้อยุดกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใครฮั่วสวินเจินทั้งเหนื่อยล้าอ่อนแรงและไม่กล้าขยับเขยื้อน แม้แต่ลมหายใจก็ถูกบีบคั้นอยู่ในกำมือของหลีเจ๋อผ่านไปครู่หนึ่ง เหลียงเจียเหยียนก็เดินกลับมา เขารับโทรโข่งจากมือตำรวจ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “หลีเจ๋อ พ่อแม่กับลูกนอกสมรสของนาย พวกเราควบคุมตัวไว้หมดแล้ว ต่อให้นายตายอยู่ตรงนี้วันนี้ ก็จะไม่มีเงินสักแดงเดียวโอนเข้าไปในบัญชีของพวกเขาอย่างเด็ดขาด”“ถ้านายยอมวางตัวประกันลง สารภาพความจริงเพื่อรับโทษเบา นายยังพอมีโอกาสกลับตัวกลับใจได้”หลีเจ๋อคิดไม่ถึงเลยว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 706

    “คุณก็รู้ว่า ตอนนี้ฉันเป็นคนภายใต้สังกัดของฮั่วจี้จั๋ว”“เขาอยากให้คุณถูกเล่นงาน แล้วหันมาเข้าข้างฝ่ายเรา เขาถึงได้ใช้วิธีการแย่ ๆ แบบนี้”เส้นเลือดบนหลังมือของเซ่ามู่ปูดโปนเต้นตุบ ๆ เขาจ้องมองหลีเจ๋อที่อยู่ตรงหน้า เอาหน้าผากชนติดกับหน้าผากของอีกฝ่ายผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็หลุดหัวเราะออกมา“ไอ้เวรเอ๊ย มึงคิดว่ากูโง่หรือไงวะ?”เขาทำงานในฮั่วซื่อมาตั้งกี่ปี มีเล่ห์เหลี่ยมมุมไหนบ้างที่เขาจะมองไม่ออก“มึงคิดว่าการที่มึงมารังแกน้องสาวกู แล้วกูยังจะต้องหันไปสวามิภักดิ์กับฝั่งมึงอีกงั้นเหรอ? สมองกูโดนควายเตะเข้าหรือไง?”หลีเจ๋อหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาสองเสียงใบหน้าบวมปูดเขียวช้ำ ดูตลกขบขันสิ้นดี“คุณเลขาเซ่า ถ้าเกิดว่าคุณฮั่วไม่คิดจะจัดการเรื่องนี้ และไม่ยอมให้คำอธิบายกับคุณล่ะครับ?”เซ่ามู่ยกมือขึ้น ชกเข้าที่ท้องของหลีเจ๋ออย่างแรงหนึ่งหมัด“กูเป็นลูกผู้ชาย คำอธิบายแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้คุณฮั่วเป็นคนหยิบยื่น”เขาจะทวงความยุติธรรมให้น้องสาวตัวเอง แล้วทำไมต้องไปฝากความหวังไว้ที่คนอื่นกันเล่า?คนพวกนี้คิดจะยุยงให้แตกแยก ประเมินสมองของเขาต่ำเกินไปเสียจริงหลีเจ๋อส่งเสียงร้องด้วยความเ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 705

    ส่วนเรื่องที่รู้จักกับน้องสาวของเซ่ามู่นั้นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของหลีเจ๋อเองถ้าจะให้พูดจริง ๆ แล้ว เรื่องนี้นอกเหนือจากจะสร้างความน่าสะอิดสะเอียนแล้ว ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีกเลยฮั่วสวินเจินรู้สึกเพียงแค่ว่า ตัวเองเหมือนเพิ่งกลืนแมลงวันเข้าไป น่าขยะแขยงเป็นที่สุดฮั่วสวินเจินพูดด้วยความขุ่นเคืองว่า “พี่ใหญ่ ฉันขอไปยืมคนจากพี่ซามาสักสองสามคนได้ไหมคะ?”ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้น สายตาเย็นชาจับจ้องมองเธอ“ตามใจ”ต่อให้เขาจะอนุญาตหรือไม่ ฮั่วสวินเจินก็ไม่มีทางกลืนความแค้นนี้ลงคอได้อยู่แล้ว ทางฝั่งเซ่ามู่เองก็ไม่มีทางปล่อยหลีเจ๋อไปง่าย ๆ เช่นกันสู้ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองเสียดีกว่าส่วนฮั่วจี้เจ๋อเอง ก็ใช่ว่าจะบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแท้จริงหลังมื้ออาหาร ทั้งสองคนนั่งดูภาพยนตร์ด้วยกันบนโซฟานึกขึ้นได้ว่าที่บ้านยังมีสวี่เจินหลี่อยู่ จึงเลือกดูภาพยนตร์แนวครอบครัวอบอุ่นฮั่วจี้เซินวางเรียวขาของสวี่เพียวเพียวไว้บนตักของตนเอง พลางนวดคลึงจุดชีพจรบนขาของเธอเบา ๆ น้ำหนักมือกำลังพอดี“ที่รัก ทำไมเธอถึงไปรู้จักน้องสาวของเซ่ามู่ได้ล่ะ?”“ครั้งก่อนฉันไปตรวจติดตาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status