مشاركة

บทที่ 7

مؤلف: เจ้าเหมียวแวววาว
ที่ฉินอวี่โยวแกล้งเล่นกับเหลียนฮว่า ทั้งหมดก็เพราะเธอหน้าตาน่ารัก

ฉินอวี่โยวกล่าวว่า “ขอแค่เธอให้อภัยฉัน ต่อไปในโรงเรียนอนุบาล ฉันจะปกป้องเธอเอง ฉันรับรองว่าจะไม่มีใครกล้าแกล้งเธออีก”

เขาหวาดกลัว... กลัวว่าแม่ของเหลียนฮว่าจะให้เธอย้ายโรงเรียนเพราะเรื่องนี้

สวี่เพียวเพียวคิดเช่นนั้นจริง ๆ แต่การย้ายโรงเรียนอาจจะทำให้ต้องไปเจอกับเรื่องแบบเดิมอีก

เธอถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฮว่าฮว่า หนูอยากย้ายโรงเรียน หรืออยากอยู่ที่นี่ต่อจ๊ะ?”

เหลียนฮว่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “คุณครูและเพื่อนคนอื่น ๆ ดีมากค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเองก็มีความคิดส่วนตัว

หลังเกิดเรื่องนี้ ด้วยความรู้สึกผิด ฮั่วจี้เซินคงจะใช้อิทธิพลกดดันและควบคุมไม่มากก็น้อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกสาวจะเจอจอมวายร้ายตัวน้อยอย่างฉินอวี่โยวอีก

และในเมื่อรู้จักขอโทษ ฉินอวี่โยวก็คงไม่ใช่เด็กที่เยียวยาไม่ได้

สวี่เพียวเพียวบอกให้ฮั่วจี้เซินจอดรถตรงทางแยกใกล้บ้าน

เธอพาเหลียนฮว่าลงรถไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับเขามากนัก

เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วย

เพียงแค่มองจากแผ่นหลัง ฮั่วจี้เซินก็ดูออกว่าตอนนี้สวี่เพียวเพียวกำลังโกรธ

แม้จะต่างจากเมื่อหลายปีก่อน สวี่เพียวเพียวดูเหมือนจะมีเกราะป้องกันตัวเองที่หนาขึ้น แต่นิสัยและอารมณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

เวลาโกรธเธอมักจะเป็นแบบนี้... ไม่ยอมพูดจากับใคร

เพียงแต่ในอดีต เธอไม่กล้าโกรธเขาจริง ๆ จัง ๆ มักจะอดกลั้นอารมณ์ไว้และรอให้ตัวเองใจเย็นลงก่อนค่อยกลับมาหาเขา

เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณนี้

ซึ่งที่นี่เป็นย่านที่พักอาศัยเก่าแก่และทรุดโทรม ค่าเช่าแสนถูก และการเดินทางไปบริษัทอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวพักอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?

ดูท่าว่าสามีของเธอคงจะเป็นคนไม่มีความสามารถจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินกดข่มความรู้สึกแปลกประหลาดในใจไว้ เขาหมุนพวงมาลัยพลางถามขึ้นว่า “นายแกล้งเหลียนฮว่าบ่อยเหรอ?”

ฉินอวี่โยวกลับทำหน้ามุ่ย

เขาต้องถามอยู่หลายครั้ง กว่าเจ้าเด็กอ้วนจะยอมเปิดปาก

“ผมบอกว่าเธอไม่มีพ่อ เป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีพ่อ พ่อเธอไม่ต้องการเธอ จริง ๆ นะครับน้า ผมไม่เคยเห็นพ่อของเหลียนฮว่าเลยสักครั้ง”

“ปกติเธอไม่ยอมเล่นกับผม ผมเลยแย่งขนมกับผลไม้เธอไปสองสามครั้ง”

“แล้วก็ผลักเธอด้วย ชุดกระโปรงของเธอราคาแค่สองร้อยกว่าบาทเองนะครับน้า น้าเคยเห็นเสื้อผ้าราคาสองร้อยกว่าบาทไหมครับ? มันห่วยมาก แค่ดึงเบา ๆ ก็ขาดแล้ว”

“มีครั้งหนึ่งผมเห็นเธอกินยาจีน ผมเลยปัดทิ้ง”

...

ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วอย่างหนักใจ

ตอนนี้เขารู้สึกโชคดีเหลือเกินที่คำพูดเหล่านี้ไม่ได้พูดต่อหน้าสวี่เพียวเพียว ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยหวงลูกของเธอ เธอคงจะโกรธยิ่งกว่านี้หลายเท่า

ฮั่วจี้เซินไปส่งฉินอวี่โยวที่บ้านพี่สาว และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอีกรอบ ทว่ารถของเขายังไม่ทันเคลื่อนตัวออกไป ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โฮของฉินอวี่โยวแว่วออกมาจากในบ้าน

ฮั่วจี้เซินนั่งฟังเสียงร้องไห้ของหลานชายอยู่ในรถ โดยไม่รีบจากไป

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะเปิดเข้ากลุ่มภายในของบริษัท แล้วค้นหาชื่อสวี่เพียวเพียวจากบัญชีที่ลงทะเบียนด้วยชื่อจริง

รูปโปรไฟล์ของเธอเป็นรูปวาดเส้นสายง่าย ๆ ของลูกหมาตัวหนึ่ง ดูเหมือนจะเรียกว่าน้องหมาลายเส้น มันยิ้มกว้างอย่างทะเล้นและถือดอกไม้ไว้ในมือ

ซึ่งดูคล้ายกับเธอในอดีตมาก

ทว่าข้อความที่ฮั่วจี้เซินส่งไปกลับขึ้นเครื่องหมายตกใจสีแดง

พร้อมข้อความตัวเล็ก ๆ ด้านล่างว่า: ไม่อนุญาตให้มีการสื่อสารข้ามแผนกหรือติดต่อข้ามระดับขั้นในระบบของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

ฮั่วจี้เซิน: “...”

เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท หากต้องการติดต่อพนักงาน เขายังต้องผ่านทีมเลขาฯ ของตัวเองอีกงั้นเหรอ

เขาจึงกดเปิดไลน์ของเซ่ามู่ “ส่งบัญชีไลน์ของฉันให้สวี่เพียวเพียวที”

เซ่ามู่ตกใจแทบสิ้นสติ นึกว่าแผนงานของสวี่เพียวเพียวมีปัญหาอีก เขาแทบจะคุกเข่าประคองมือถือส่งรายชื่อไปให้ หลังจากส่งไปแล้ว เขากลับได้รับเครื่องหมายคำถามจากสวี่เพียวเพียว

“?”

“ถามเขาหน่อยว่ามีเรื่องอะไร”

ทว่าประโยคหลังถูกสวี่เพียวเพียวกดยกเลิกส่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า “โอเคค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเห็นรายชื่อเพื่อนที่เซ่ามู่ส่งมา

ไลน์ของฮั่วจี้เซินก็เหมือนกับตัวตนของเขา... ดูลึกลับและคาดเดายาก รูปโปรไฟล์สีดำสนิท ชื่อแอคเค้าท์เป็นตัว H และไอดีคือชื่อภาษาอังกฤษผสมกับวันเกิด

เธอแอดเขาเป็นเพื่อนอย่างรวดเร็ว

ฮั่วจี้เซิน: “หลังจากนี้หากลูกสาวเธอมีปัญหาอะไร ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”

สวี่เพียวเพียว: “โอเคค่ะ”

แล้วฮั่วจี้เซินก็ส่งคลิปวิดีโอหนึ่งมาให้

ซึ่งเป็นคลิปของเจ้าเด็กอ้วนฉินอวี่โยวถูกตีจนลงไปคลานกับพื้น และร้องไห้เหมือนลูกหมูที่กำลังจะถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์

สวี่เพียวเพียวดูจบก็รู้ความหมายของฮั่วจี้เซินทันที เขาคงจะสื่อว่า ลงโทษให้แล้วนะ อย่าถือสาหาความกันอีกเลย

ดูท่าฮั่วจี้เซินจะรักลูกของเขามาก คงเป็นลูกที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารักมากจริง ๆ

สวี่เพียวเพียวรู้สึกขมขื่นในใจ เธอเห็นความปกป้องที่เขามีต่อเด็กอ้วนคนนั้นมาตลอดบ่าย

แม้แต่ตอนตีลูก ก็ยังไม่กล้าตีจริง ๆ แค่แกล้งทำพอเป็นพิธีเท่านั้น

ก็ใช่สิ...

ฮั่วจี้เซินเป็นใครกัน ถ้าเขาอยากมีลูก มีผู้หญิงตั้งมากมายที่พร้อมจะสวมสิทธิ์นั้น

สวี่เพียวเพียวยิ้มเยาะให้กับตัวเอง เธอตอบกลับวิดีโอคลิปนั้นไปสั้น ๆ ว่า “รับทราบค่ะ”

จากนั้นเธอก็เก็บซ่อนอารมณ์ทั้งหมดไว้

-

ในคืนนั้นเอง เหลียนฮว่าก็เริ่มมีไข้

เพื่อป้องกันการติดเชื้อ สวี่เพียวเพียวจึงสวมหน้ากากอนามัยให้ตัวเองและลูกสาว แล้วรีบพาส่งแผนกฉุกเฉินทันที

เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน หลังการตรวจก็พบว่าเป็นโรคเดิม ๆ ของเด็ก

คุณหมอชี้ไปที่ม่านด้านหลัง “คุณแม่อุ้มน้องไปรอตรงนั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวต้องเตรียมยาก่อน”

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

เธอกอดร่างเล็ก ๆ ของลูกสาวไว้ขณะนั่งอยู่ในห้องกั้น พลางดูข้อความในมือถือด้วยมืออีกข้าง

เธอเรียนศิลปะมา และเริ่มวาดภาพประกอบมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย

ตอนนั้นเธอไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน วาดรูปเพราะใจรักล้วน ๆ โดยวาดภาพแฟนอาร์ตจากเกมและซีรีส์ จนกลายเป็นที่รู้จักโด่งดังด้วยความบังเอิญ

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวคือนักวาดชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่าสามล้านคน

มีคนมาถามเรื่องรับงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเธอก็รับงานหากมีเวลาว่าง

เพียงแต่งานวาดภาพต้องใช้เวลาและแรงกายอย่างมาก รูปแต่ละรูปเธอต้องใช้เวลาวาดถึงหนึ่งสัปดาห์

ประกอบกับเหลียนฮว่ามาป่วยอีก ประสิทธิภาพการทำงานจึงลดลง

เธอกดดูข้อความสอบถามราคาและส่งใบเสนอราคากลับไป ก่อนจะล็อกเอาต์ออก

ในจังหวะนั้นเอง ฮั่วจี้เซินก็โทรเข้ามาทางไลน์

“เสื้อคลุมของลูกสาวเธอลืมอยู่ในรถฉัน”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานฉันจะไปรับที่รถของคุณนะคะ”

ฮั่วจี้เซินได้ยินเสียงที่สวี่เพียวเพียวพยายามกดให้เบาลง เขาเดาว่าเธอคงไม่สะดวกคุยและกำลังจะวางสาย แต่แล้วภายนอกห้องที่กั้นม่านไว้ก็เริ่มมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น

เสียงของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ “ฮั่วจี้เซินนี่ก็เหลือเกิน โยวโยวของเราแค่ไปผูกมิตรกับเพื่อนในโรงเรียน ทำไมเขาถึงมาว่าโยวโยวแกล้งเพื่อนไปได้?”

“ดูสิ โยวโยวขวัญเสียจนไข้ขึ้นเลยเนี่ย!”

อวี๋ฮุ่ย พี่สาวของฮั่วจี้เซินพูดอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “แม่คะ อาเซินสั่งสอนโยวโยวก็เพื่อตัวเขาเอง อีกอย่าง แม่ลองให้โยวโยวเล่ามาสิว่าเขาทำอะไรที่โรงเรียนบ้าง นั่นเรียกว่าผูกมิตรเหรอ? นั่นมันรังแกคนอื่นชัด ๆ!”

หญิงชรายังคงไม่ยอมเลิกรา “ต่อให้ใช่ยังไงก็ห้ามลงมือนะ โยวโยวโตมาขนาดนี้เคยถูกตีที่ไหนกัน!”

“ฉันได้ยินโยวโยวเล่าแล้ว ยัยเด็กนั่นใส่เสื้อผ้าราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาท แถมไม่เคยเห็นหัวพ่อมันเลยสักครั้ง ไม่แน่ยัยเด็กนั่นกับแม่มันอาจจะจงใจเข้าโรงเรียนหรูเพื่อมาอ่อยเศรษฐีก็ได้”

“ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นนิสัยอย่างฮั่วจี้เซินจะยอมขับรถไปส่งพวกมันถึงบ้านได้ยังไง? โยวโยวบอกว่าแม่ของเด็กนั่นสวยมาก ท่าทางจะเป็นพวกแพศยา! ไม่ได้การล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่โรงเรียน ให้เขาไล่ยัยเด็กไร้ยางอายคนนั้นออกไปซะ!”

อวี๋ฮุ่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป

“คำพูดพวกนี้ ถ้าแม่เก่งจริงก็ไปพูดต่อหน้าอาเซินสิคะ”

หญิงชราไม่กล้าไปแผลงฤทธิ์ต่อหน้าฮั่วจี้เซิน

ภายในม่านที่กั้นไว้ สวี่เพียวเพียวรู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ คำพูดที่บาดหูทิ่มแทงเข้าสู่โสตประสาทจนรู้สึกปวดร้าว เสียงวิ้งในหูวนเวียนไปมาจนหน้ามืด

และนั่นทำให้เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า สายโทรศัพท์ยังไม่ได้ตัดไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
تعليقات (6)
goodnovel comment avatar
Chawanlak S.
สนุกมากน่าสนใจ
goodnovel comment avatar
กฎข้อที่หนึ่ง นะคะ
จ่ายเงินไปแล้วแต่อ่านไม่ได้ ทุเรศจริง
goodnovel comment avatar
ปทิตตา วิสุทธิ
ต่อๆสนุกมากๆ
عرض جميع التعليقات

أحدث فصل

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 718

    ฮั่วจี้เซินมองทัศนียภาพเบื้องหน้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนที่เขาเคยพบเจอมีมากมายมหาศาลคนที่มีชาติตระกูลดีกว่าตระกูลฮั่ว หรือดีกว่าตระกูลเหลียง มีอยู่ไม่รู้ตั้งเท่าไรทว่าคนที่ทำตัวเหลวไหลจนก้าวเดินผิดพลาดแล้วสุดท้ายต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดตัวมีอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกันในสายตาของเขา สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความจริงใจทว่าความจริงใจเพียงน้อยนิดที่เหลียงเจียเหยียนหยิบยกเอามาแสดงออกในตอนนี้ ยังห่างไกลคำว่าเพียงพออยู่มากอย่างน้อยที่สุด ฮั่วจี้เซินก็มั่นใจว่า ฮั่วสวินเจินไม่ได้ต้องการมันเมื่อขับรถพาเด็กน้อยมาถึงโรงเรียนอนุบาลข้างนอกอากาศร้อนจัด ฮั่วจี้เซินจึงไม่อนุญาตให้สวี่เพียวเพียวลงจากรถเหลียนฮว่ายืนอยู่ตรงประตูทางเข้า พร้อมกับรับกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ฮั่วจี้เซินเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยดวงตามองตรงมาที่ฮั่วจี้เซินตาปริบ ๆ “ช่วงบ่ายเลิกเรียนแล้วคุณพ่อมารับหนูไหมคะ?”“แน่นอนครับ มารับแน่นอนอยู่แล้ว”ช่วงวันหยุดฤดูร้อน เหลียนฮว่าราวกับตัวติดอยู่กับฮั่วจี้เซินแทบจะทุกวันไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ ขี่ม้า หรือยิงปืน เหลียนฮว่าล้วนได้ทดลองสัมผัสมาหมดแล้วทุกอย่างจนกระท

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 717

    เขาไม่ได้ชอบเด็ก ๆ สักเท่าไรนักเด็ก ๆ ในตระกูลเครือญาติเมื่อก่อนนี้ เขาก็แทบจะไม่ค่อยมีความอดทนกับพวกเขาเลยสักนิดเด็ก ๆ ในอำเภอชนบทก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่สำหรับเหลียงเจียเหยียนแล้ว เขาวางตัวกับเด็ก ๆ เหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับผู้ใหญ่เลยแทบจะทุกครั้งแต่ทำไมทุกครั้งที่ได้เห็นเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ เขากลับรู้สึกมีความสุขออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจแถมยังรู้สึกอยากจะยิ้มออกมาเสียดื้อ ๆ อีกด้วยเหลียงเจียเหยียนย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้สายตาของตนเองอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กน้อยตัวจิ๋ว“ใช่แล้วครับ แต่ว่าลุงไม่ใช่คุณอาเขยของหนูหรอกนะ ทานมื้อเช้ามาหรือยัง? ซาลาเปาลูกนี้ให้หนูนะ”เหลียนฮว่าหันกลับไปมองสวี่เพียวเพียวที่ยืนอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวไม่ได้เอ่ยปากห้ามอะไร เพียงแต่มองมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เธอก็หันกลับไปหาเหลียงเจียเหยียนเช่นเดิม“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณลุง”รอยยิ้มบนใบหน้าของเหลียงเจียเหยียนเพิ่งจะคลี่ออกได้ไม่ทันไร ก็ต้องชะงักค้าง เมื่อได้ยินเสียงใส ๆ ของเหลียนฮว่าเอ่ยประโยคต่อมา“แต่ว่าคุณแม่สอนไว้ว่าห้ามกินของจากคนแปลกหน้าค่ะ หนูทานมื้อเช้ามาเรียบร้อยแล้ว ขอตั

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 716

    เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงชวนคิดลึกน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ายวนราวกับสายน้ำที่ไหลรินเมื่อสวี่เพียวเพียวนึกถึงบทรักที่ไร้การยับยั้งชั่งใจเมื่อคืนนี้แล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะกัดฟันกรอดก่อนหน้านี้เจียนหลินเคยบอกไว้ว่า ช่วงเวลาที่ต้องแยกจากกันไป ทำให้เธอพลาดช่วงเวลาที่ฮั่วจี้เซินทรงเสน่ห์ที่สุดในชีวิตของเขาไปใครจะไปรู้ล่ะว่า ต่อให้เป็นตอนนี้สวี่เพียวเพียวก็ยังคงรับมือกับความเร่าร้อนของเขาไม่ไหวอยู่ดีถ้าให้ติดสินบนใหม่อีกรอบล่ะก็ เกรงว่าเอวบาง ๆ ของเธอคงได้หักคามือเขาเป็นแน่ฮั่วจี้เซินแสดงสีหน้าเสียดายออกมา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยหยอกล้อเธอต่อ“เมื่อคืนฉันบอกเธอไปแล้วนี่ ธีมงานคือสี่ฤดู อีกไม่กี่วันทางบริษัทก็จะประกาศอย่างเป็นทางการแล้วล่ะ”การที่ฮั่วจี้เซินยอมบอกล่วงหน้ากับสวี่เพียวเพียวนั้น ก็เป็นเพียงการล่วงรู้ก่อนเวลาแค่สามวันเท่านั้นเองต่อให้เขาไม่ยอมบอกเธอก่อน บรรดาแบรนด์คู่แข่งทั้งหมดในวงการก็ต่างพากันคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ดี ว่าสามีภรรยาคู่นี้คงแอบตกลงปิดประตูกระซิบข้อมูลลับทุกอย่างให้กันและกันเป็นการส่วนตัวไปนานแล้วยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่พูดกันว่า การประมูลจัดแสดงเครื่องประดับ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 715

    สวี่เพียวเพียวยังคงเชื่อมั่นในคำว่า คนละสาขาอาชีพ ย่อมเหมือนมีภูเขากั้นมาโดยตลอดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ย่อมมีเหตุผลในตัวของมันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ผิดเพี้ยนเธอมีรสนิยม มีทักษะการวาดภาพ แต่กลับไม่มีพรสวรรค์ที่เฉียบคมและพอเหมาะพอเจาะในการออกแบบเครื่องประดับ การทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการตรวจทานผลงานนั้นเพียงพอแล้ว แต่ถ้าจะให้เธอต้องลงมือรับหน้าที่หลักในการออกแบบเอง กลับยังขาดรสชาติและเสน่ห์ที่ควรจะเป็นการได้ร่วมมือทำงานกับฮั่วสวินเจินในตอนนี้ จึงเป็นรูปแบบที่ลงตัวและดีมากแล้วเช่นกันฮั่วจี้เซินคุกเข่าข้างหนึ่งลงเบื้องหน้าสวี่เพียวเพียวนิ้วเรียวลูบไล้สัมผัสบริเวณข้อเท้าด้านหลังของเธอตรงจุดที่ถูกรองเท้าส้นสูงกัดจนผิวถลอก “เจ็บไหม?”“พอทนได้”ผิวบริเวณส้นเท้าของสวี่เพียวเพียวนั้นบอบบางและอ่อนนุ่มเหลือเกิน แทบทุกครั้งที่เธอสวมรองเท้าส้นสูง เธอจะต้องเผชิญกับการหลั่งเลือดพิสูจน์รักแท้กับรองเท้าอยู่เสมอจนถึงตอนนี้ เธอชินชากับมันไปเสียแล้วถ้าไม่ใช่เพราะฮั่วจี้เซินบังเอิญเห็นเข้า สวี่เพียวเพียวก็คงไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำคงเป็นเพราะวันนี้ตอนที่ยืนคุยกับฮั่วจี้รุ่ยเป็นเวลานานเกินไป ทำให

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 714

    เขากั้นขวางไว้ด้วยประตูรถเพียงบานเดียวอากาศย่างเข้าสู่เดือนกันยายนแล้ว แต่ความร้อนระอุยังคงแผดเผาจนชวนให้รู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านสวี่เพียวเพียวสวมรองเท้าส้นสูงที่พื้นค่อนข้างบาง ความร้อนระอุของพื้นถนนยางมะตอยแผ่ซ่านผ่านหนังรองเท้าเข้ามาแผดเผาผิวเนื้อของเธอสวี่เพียวเพียวนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้นเธอไม่อยากคิดเลยว่าฮั่วจี้รุ่ยใช้แรงจูงใจใดถึงได้บุกฝ่ากองเพลิงเข้าไปข้างในและเธอก็ไม่ต้องการใช้ความคิดในแง่ร้ายไปคาดเดาพฤติกรรมของใครทั้งสิ้นเพียงแต่เธอรู้ดีว่า เธอจำเป็นต้องรักษาระยะห่างจากฮั่วจี้รุ่ยเอาไว้ไม่ว่าจะเพื่อใครก็ตาม ล้วนเป็นผลดีทั้งนั้นสวี่เพียวเพียวยืนนิ่งอยู่ที่เดิม“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่ต้องการมันหรอก การที่แบรนด์ของเราเข้าร่วมการประมูลแข่งขันทูตในครั้งนี้ ก็เป็นการแข่งขันอย่างยุติธรรมอยู่แล้ว ฉันไม่ต้องการช่องทางลัดหรือเส้นสายอภิสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ”ฮั่วจี้รุ่ยชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะดึงแฟ้มเอกสารกลับมาพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ผมหวังดีแท้ ๆ พี่สะใภ้นี่ไร้น้ำใจจริง ๆ เลยนะครับ”“ขอบคุณนะคะ”สวี่เพียวเพียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มั่นค

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 713

    สวี่เพียวเพียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นิสัยใจคอก็ใช้ได้ ส่วนเรื่องบุคลิก เอาเป็นว่าเธอชอบก็พอแล้วล่ะ”ฮั่วสวินเจินรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน“ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าฉันชอบ!”เหลียงเจียเหยียนอาจจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธอบ้าง แต่ฮั่วสวินเจินไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองว่านั่นคือความรู้สึกพิเศษอะไรก็คงแค่อยากทำตามความต้องการของผู้ใหญ่ในบ้านเท่านั้นพูดตามตรงแล้ว หากวันหนึ่งต้องแยกย้ายกันไป เหลียงเจียเหยียนก็อาจจะไม่ติดต่อมาหาเธออีกเลยด้วยซ้ำพอคิดมาถึงตรงนี้ ฮั่วสวินเจินก็รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับมีอะไรบางอย่างติดอยู่กลางลำคอ จะกลืนก็ไม่เข้าจะคายก็ไม่ออก จนทำให้ลมหายใจของเธอติดขัดไปชั่วขณะสวี่เพียวเพียวเห็นท่าทางของเธอเป็นแบบนั้น จึงเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าเธอรู้สึกว่าเขาโอเค ก็ลองคบเป็นเพื่อนดูก่อนสิ บางคนอาจจะไม่เหมาะจะเอามาเป็นแฟนหรอก”“แต่อย่างน้อยในสถานะเพื่อน ตอนนี้เธอก็ขาดอยู่พอดีไม่ใช่เหรอ”ฮั่วสวินเจินมีเพื่อนสนิทอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นนอกจากเวลาทำงานแล้ว เวลาส่วนใหญ่ของเธอมักจะหมดไปกับการเดินชมนิทรรศการและแสวงหาแรงบันดาลใจในการออกแบบชิ้นงานใหม่ ๆ ไม่เช่นนั้นก็คือนั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status