Share

บทที่ 7

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
ที่ฉินอวี่โยวแกล้งเล่นกับเหลียนฮว่า ทั้งหมดก็เพราะเธอหน้าตาน่ารัก

ฉินอวี่โยวกล่าวว่า “ขอแค่เธอให้อภัยฉัน ต่อไปในโรงเรียนอนุบาล ฉันจะปกป้องเธอเอง ฉันรับรองว่าจะไม่มีใครกล้าแกล้งเธออีก”

เขาหวาดกลัว... กลัวว่าแม่ของเหลียนฮว่าจะให้เธอย้ายโรงเรียนเพราะเรื่องนี้

สวี่เพียวเพียวคิดเช่นนั้นจริง ๆ แต่การย้ายโรงเรียนอาจจะทำให้ต้องไปเจอกับเรื่องแบบเดิมอีก

เธอถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฮว่าฮว่า หนูอยากย้ายโรงเรียน หรืออยากอยู่ที่นี่ต่อจ๊ะ?”

เหลียนฮว่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “คุณครูและเพื่อนคนอื่น ๆ ดีมากค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเองก็มีความคิดส่วนตัว

หลังเกิดเรื่องนี้ ด้วยความรู้สึกผิด ฮั่วจี้เซินคงจะใช้อิทธิพลกดดันและควบคุมไม่มากก็น้อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกสาวจะเจอจอมวายร้ายตัวน้อยอย่างฉินอวี่โยวอีก

และในเมื่อรู้จักขอโทษ ฉินอวี่โยวก็คงไม่ใช่เด็กที่เยียวยาไม่ได้

สวี่เพียวเพียวบอกให้ฮั่วจี้เซินจอดรถตรงทางแยกใกล้บ้าน

เธอพาเหลียนฮว่าลงรถไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับเขามากนัก

เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วย

เพียงแค่มองจากแผ่นหลัง ฮั่วจี้เซินก็ดูออกว่าตอนนี้สวี่เพียวเพียวกำลังโกรธ

แม้จะต่างจากเมื่อหลายปีก่อน สวี่เพียวเพียวดูเหมือนจะมีเกราะป้องกันตัวเองที่หนาขึ้น แต่นิสัยและอารมณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

เวลาโกรธเธอมักจะเป็นแบบนี้... ไม่ยอมพูดจากับใคร

เพียงแต่ในอดีต เธอไม่กล้าโกรธเขาจริง ๆ จัง ๆ มักจะอดกลั้นอารมณ์ไว้และรอให้ตัวเองใจเย็นลงก่อนค่อยกลับมาหาเขา

เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณนี้

ซึ่งที่นี่เป็นย่านที่พักอาศัยเก่าแก่และทรุดโทรม ค่าเช่าแสนถูก และการเดินทางไปบริษัทอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวพักอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?

ดูท่าว่าสามีของเธอคงจะเป็นคนไม่มีความสามารถจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินกดข่มความรู้สึกแปลกประหลาดในใจไว้ เขาหมุนพวงมาลัยพลางถามขึ้นว่า “นายแกล้งเหลียนฮว่าบ่อยเหรอ?”

ฉินอวี่โยวกลับทำหน้ามุ่ย

เขาต้องถามอยู่หลายครั้ง กว่าเจ้าเด็กอ้วนจะยอมเปิดปาก

“ผมบอกว่าเธอไม่มีพ่อ เป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีพ่อ พ่อเธอไม่ต้องการเธอ จริง ๆ นะครับน้า ผมไม่เคยเห็นพ่อของเหลียนฮว่าเลยสักครั้ง”

“ปกติเธอไม่ยอมเล่นกับผม ผมเลยแย่งขนมกับผลไม้เธอไปสองสามครั้ง”

“แล้วก็ผลักเธอด้วย ชุดกระโปรงของเธอราคาแค่สองร้อยกว่าบาทเองนะครับน้า น้าเคยเห็นเสื้อผ้าราคาสองร้อยกว่าบาทไหมครับ? มันห่วยมาก แค่ดึงเบา ๆ ก็ขาดแล้ว”

“มีครั้งหนึ่งผมเห็นเธอกินยาจีน ผมเลยปัดทิ้ง”

...

ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วอย่างหนักใจ

ตอนนี้เขารู้สึกโชคดีเหลือเกินที่คำพูดเหล่านี้ไม่ได้พูดต่อหน้าสวี่เพียวเพียว ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยหวงลูกของเธอ เธอคงจะโกรธยิ่งกว่านี้หลายเท่า

ฮั่วจี้เซินไปส่งฉินอวี่โยวที่บ้านพี่สาว และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอีกรอบ ทว่ารถของเขายังไม่ทันเคลื่อนตัวออกไป ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โฮของฉินอวี่โยวแว่วออกมาจากในบ้าน

ฮั่วจี้เซินนั่งฟังเสียงร้องไห้ของหลานชายอยู่ในรถ โดยไม่รีบจากไป

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะเปิดเข้ากลุ่มภายในของบริษัท แล้วค้นหาชื่อสวี่เพียวเพียวจากบัญชีที่ลงทะเบียนด้วยชื่อจริง

รูปโปรไฟล์ของเธอเป็นรูปวาดเส้นสายง่าย ๆ ของลูกหมาตัวหนึ่ง ดูเหมือนจะเรียกว่าน้องหมาลายเส้น มันยิ้มกว้างอย่างทะเล้นและถือดอกไม้ไว้ในมือ

ซึ่งดูคล้ายกับเธอในอดีตมาก

ทว่าข้อความที่ฮั่วจี้เซินส่งไปกลับขึ้นเครื่องหมายตกใจสีแดง

พร้อมข้อความตัวเล็ก ๆ ด้านล่างว่า: ไม่อนุญาตให้มีการสื่อสารข้ามแผนกหรือติดต่อข้ามระดับขั้นในระบบของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

ฮั่วจี้เซิน: “...”

เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท หากต้องการติดต่อพนักงาน เขายังต้องผ่านทีมเลขาฯ ของตัวเองอีกงั้นเหรอ

เขาจึงกดเปิดไลน์ของเซ่ามู่ “ส่งบัญชีไลน์ของฉันให้สวี่เพียวเพียวที”

เซ่ามู่ตกใจแทบสิ้นสติ นึกว่าแผนงานของสวี่เพียวเพียวมีปัญหาอีก เขาแทบจะคุกเข่าประคองมือถือส่งรายชื่อไปให้ หลังจากส่งไปแล้ว เขากลับได้รับเครื่องหมายคำถามจากสวี่เพียวเพียว

“?”

“ถามเขาหน่อยว่ามีเรื่องอะไร”

ทว่าประโยคหลังถูกสวี่เพียวเพียวกดยกเลิกส่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า “โอเคค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเห็นรายชื่อเพื่อนที่เซ่ามู่ส่งมา

ไลน์ของฮั่วจี้เซินก็เหมือนกับตัวตนของเขา... ดูลึกลับและคาดเดายาก รูปโปรไฟล์สีดำสนิท ชื่อแอคเค้าท์เป็นตัว H และไอดีคือชื่อภาษาอังกฤษผสมกับวันเกิด

เธอแอดเขาเป็นเพื่อนอย่างรวดเร็ว

ฮั่วจี้เซิน: “หลังจากนี้หากลูกสาวเธอมีปัญหาอะไร ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”

สวี่เพียวเพียว: “โอเคค่ะ”

แล้วฮั่วจี้เซินก็ส่งคลิปวิดีโอหนึ่งมาให้

ซึ่งเป็นคลิปของเจ้าเด็กอ้วนฉินอวี่โยวถูกตีจนลงไปคลานกับพื้น และร้องไห้เหมือนลูกหมูที่กำลังจะถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์

สวี่เพียวเพียวดูจบก็รู้ความหมายของฮั่วจี้เซินทันที เขาคงจะสื่อว่า ลงโทษให้แล้วนะ อย่าถือสาหาความกันอีกเลย

ดูท่าฮั่วจี้เซินจะรักลูกของเขามาก คงเป็นลูกที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารักมากจริง ๆ

สวี่เพียวเพียวรู้สึกขมขื่นในใจ เธอเห็นความปกป้องที่เขามีต่อเด็กอ้วนคนนั้นมาตลอดบ่าย

แม้แต่ตอนตีลูก ก็ยังไม่กล้าตีจริง ๆ แค่แกล้งทำพอเป็นพิธีเท่านั้น

ก็ใช่สิ...

ฮั่วจี้เซินเป็นใครกัน ถ้าเขาอยากมีลูก มีผู้หญิงตั้งมากมายที่พร้อมจะสวมสิทธิ์นั้น

สวี่เพียวเพียวยิ้มเยาะให้กับตัวเอง เธอตอบกลับวิดีโอคลิปนั้นไปสั้น ๆ ว่า “รับทราบค่ะ”

จากนั้นเธอก็เก็บซ่อนอารมณ์ทั้งหมดไว้

-

ในคืนนั้นเอง เหลียนฮว่าก็เริ่มมีไข้

เพื่อป้องกันการติดเชื้อ สวี่เพียวเพียวจึงสวมหน้ากากอนามัยให้ตัวเองและลูกสาว แล้วรีบพาส่งแผนกฉุกเฉินทันที

เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน หลังการตรวจก็พบว่าเป็นโรคเดิม ๆ ของเด็ก

คุณหมอชี้ไปที่ม่านด้านหลัง “คุณแม่อุ้มน้องไปรอตรงนั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวต้องเตรียมยาก่อน”

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

เธอกอดร่างเล็ก ๆ ของลูกสาวไว้ขณะนั่งอยู่ในห้องกั้น พลางดูข้อความในมือถือด้วยมืออีกข้าง

เธอเรียนศิลปะมา และเริ่มวาดภาพประกอบมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย

ตอนนั้นเธอไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน วาดรูปเพราะใจรักล้วน ๆ โดยวาดภาพแฟนอาร์ตจากเกมและซีรีส์ จนกลายเป็นที่รู้จักโด่งดังด้วยความบังเอิญ

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวคือนักวาดชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่าสามล้านคน

มีคนมาถามเรื่องรับงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเธอก็รับงานหากมีเวลาว่าง

เพียงแต่งานวาดภาพต้องใช้เวลาและแรงกายอย่างมาก รูปแต่ละรูปเธอต้องใช้เวลาวาดถึงหนึ่งสัปดาห์

ประกอบกับเหลียนฮว่ามาป่วยอีก ประสิทธิภาพการทำงานจึงลดลง

เธอกดดูข้อความสอบถามราคาและส่งใบเสนอราคากลับไป ก่อนจะล็อกเอาต์ออก

ในจังหวะนั้นเอง ฮั่วจี้เซินก็โทรเข้ามาทางไลน์

“เสื้อคลุมของลูกสาวเธอลืมอยู่ในรถฉัน”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานฉันจะไปรับที่รถของคุณนะคะ”

ฮั่วจี้เซินได้ยินเสียงที่สวี่เพียวเพียวพยายามกดให้เบาลง เขาเดาว่าเธอคงไม่สะดวกคุยและกำลังจะวางสาย แต่แล้วภายนอกห้องที่กั้นม่านไว้ก็เริ่มมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น

เสียงของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ “ฮั่วจี้เซินนี่ก็เหลือเกิน โยวโยวของเราแค่ไปผูกมิตรกับเพื่อนในโรงเรียน ทำไมเขาถึงมาว่าโยวโยวแกล้งเพื่อนไปได้?”

“ดูสิ โยวโยวขวัญเสียจนไข้ขึ้นเลยเนี่ย!”

อวี๋ฮุ่ย พี่สาวของฮั่วจี้เซินพูดอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “แม่คะ อาเซินสั่งสอนโยวโยวก็เพื่อตัวเขาเอง อีกอย่าง แม่ลองให้โยวโยวเล่ามาสิว่าเขาทำอะไรที่โรงเรียนบ้าง นั่นเรียกว่าผูกมิตรเหรอ? นั่นมันรังแกคนอื่นชัด ๆ!”

หญิงชรายังคงไม่ยอมเลิกรา “ต่อให้ใช่ยังไงก็ห้ามลงมือนะ โยวโยวโตมาขนาดนี้เคยถูกตีที่ไหนกัน!”

“ฉันได้ยินโยวโยวเล่าแล้ว ยัยเด็กนั่นใส่เสื้อผ้าราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาท แถมไม่เคยเห็นหัวพ่อมันเลยสักครั้ง ไม่แน่ยัยเด็กนั่นกับแม่มันอาจจะจงใจเข้าโรงเรียนหรูเพื่อมาอ่อยเศรษฐีก็ได้”

“ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นนิสัยอย่างฮั่วจี้เซินจะยอมขับรถไปส่งพวกมันถึงบ้านได้ยังไง? โยวโยวบอกว่าแม่ของเด็กนั่นสวยมาก ท่าทางจะเป็นพวกแพศยา! ไม่ได้การล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่โรงเรียน ให้เขาไล่ยัยเด็กไร้ยางอายคนนั้นออกไปซะ!”

อวี๋ฮุ่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป

“คำพูดพวกนี้ ถ้าแม่เก่งจริงก็ไปพูดต่อหน้าอาเซินสิคะ”

หญิงชราไม่กล้าไปแผลงฤทธิ์ต่อหน้าฮั่วจี้เซิน

ภายในม่านที่กั้นไว้ สวี่เพียวเพียวรู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ คำพูดที่บาดหูทิ่มแทงเข้าสู่โสตประสาทจนรู้สึกปวดร้าว เสียงวิ้งในหูวนเวียนไปมาจนหน้ามืด

และนั่นทำให้เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า สายโทรศัพท์ยังไม่ได้ตัดไป
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 30

    ข้อเรียกร้องของเจียงซ่งไม่ได้สูงส่งอะไรนัก“สุดสัปดาห์นี้หาห้างสักแห่ง เจอกับฉันแป๊บเดียว ให้คุณป้าเห็นหน้าแวบเดียว แล้วเราก็แยกย้าย”สวี่เพียวเพียวบอกพิกัดห้างที่เธอนัดกับเหลียนเส้าจิ่นไว้“งั้นก็ที่นั่นแล้วกัน สุดสัปดาห์นี้ฉันจะพาลูกสาวไปเที่ยวพอดี”หลังจากตกลงกับเจียงซ่งว่าไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับคุณนายฮั่ว สวี่เพียวเพียวถึงยอมตกลงหลังวางสาย สวี่เพียวเพียวก็ไม่มีอารมณ์จะวาดรูปต่อ เธอนอนแผ่หลับตาลงบนเตียงเสียงฝนตกกระทบขอบหน้าต่างดังเป็นจังหวะความคิดของเธอล่องลอยไปไกลเธอเคยเห็นคุณนายฮั่วครั้งหนึ่ง ตอนที่เธอยังคบกับฮั่วจี้เซินสวี่เพียวเพียวไม่ชอบอยู่หอพัก แต่บ้านของเธอกับมหาวิทยาลัยอยู่ในเขตเดียวกัน ขับรถเพียงสิบนาทีก็ถึง ซึ่งพ่อสวี่ก็ไม่อนุญาตให้เธอไปเช่าห้องข้างนอกอยู่คนเดียววันนั้น สวี่เพียวเพียวสืบจนรู้ว่าพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน จึงแอบพาฮั่วจี้เซินมาที่บ้านของเธอในห้องนอนของเธอ หลังจากที่ทั้งคู่หยอกล้อกันจนวุ่นวาย คุณนายฮั่วก็วิดีโอคอลมาหา และถามทันทีว่าฮั่วจี้เซินอยู่ที่ไหน ทำไมฉากหลังถึงเป็นสีชมพูไปหมดฮั่วจี้เซินตอบหน้าตายว่า อยู่ที่ร้านอินเทอร์เน็ตธีมสีชมพูสว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 29

    เขาวางสายทันทีคุณนายฮั่วฟังเสียงสัญญาณตัดสายด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ท่านหันไปสะกิดคุณพ่อฮั่วที่กำลังเล่นเกมไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดอย่างสนุกสนานอยู่ข้าง ๆ “คุณคะ คุณว่าลูกชายคุณผิดปกติหรือเปล่า?”ยังไม่ทันที่คุณพ่อฮั่วจะตอบ คุณนายฮั่วก็รีบกุลีกุจอไปจัดหาคู่นัดบอดให้ฮั่วจี้เซินทันทีและแถมยังโทรศัพท์ไปหาเจียงซ่งด้วยอีกคน-กลางดึกสงัด สวี่เพียวเพียวล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยห้องนอนของเธอเล็กมาก เมื่อเทียบกับบ้านตระกูลสวี่ในอดีต ห้องนอนเล็ก ๆ ห้องนี้อาจจะมีขนาดเท่ากับห้องน้ำของเธอเท่านั้นเองมีเพียงเตียงนอนหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งใบ และโต๊ะนักเรียนที่ซื้อมาจากร้านเฟอร์นิเจอร์มือสองเพื่อใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง นั่นคือภาพรวมทั้งหมดของห้องเธอเปิดโทรศัพท์และเห็นข้อความจากลูกค้าที่เคยติดต่อจ้างงานไว้ ฝ่ายนั้นยอมรับราคาของเธอได้และอยากนัดคิววาดรูปสองสามใบสวี่เพียวเพียวคุยคอนเฟิร์มสไตล์และประเภทของภาพวาดกับลูกค้า จากนั้นนัดแนะกำหนดส่งดร๊าฟแรกและหลังจากได้รับเงินมัดจำแล้ว เธอก็ออฟไลน์ข้อกำหนดของงานไม่ถือว่ายากเกินไปในวงการนักวาดภาพประกอบ สวี่เพียวเพียวคือยอดฝีมือที่กำลังโ

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 28

    เธอส่งสติกเกอร์มา...บัญชีในอดีต สติกเกอร์ที่ใช้ก็ยังคงหยุดอยู่ในอดีตเช่นกันมันเป็นภาพเคลื่อนไหวลายเส้นง่าย ๆ รูปหมีน้อยตัวหนึ่งวิ่งเข้าไปกอดและจุ๊บหมีอีกตัวในอดีต ฮั่วจี้เซินได้รับมันแทบจะทุกวันเธอส่งผิด และกดยกเลิกการส่งได้อย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะเดียวเมื่อเขากดเข้าไปดูในฟีดก็เห็นข้อความที่สวี่เพียวเพียวโพสต์ขอติดรถกลับบ้านเขาอยู่แถวนั้นพอดี และทางกลับบ้านก็ต้องผ่านสถานีรถไฟใต้ดินถนนซงฮวา เขาจึงแวะรับเธอเพียงแต่บ้านของเขากับห้องเช่าเก่า ๆ ในเขตชานเมืองนั้นอยู่กันคนละมุมเมืองของเมืองเอ เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ห่างกันคนละขอบฟ้าวินาทีที่ฮั่วจี้เซินเห็นสวี่เพียวเพียว เธอเปียกโชกไปทั้งตัว ดูลุกลี้ลุกลนและน่าสงสารเหมือนลูกหมาจรจัดที่ไร้บ้านและถูกรังแกจากโลกภายนอกเส้นผมแนบไปกับใบหน้า หยดน้ำไหลรินจากปลายผมไม่หยุด ชุดกระโปรงเปียกชื้นแนบเนื้อ หลังจากขึ้นรถมาเธอก็ตัวสั่นเพราะแอร์ในรถที่เย็นเกินไปฮั่วจี้เซินปรับอุณหภูมิแอร์ขึ้นโดยไม่ให้เธอรู้ตัวตลอดทาง เธอเอาแต่หวาดระแวงเขาไม่ยอมปริปากพูดกับเขาสักคำ และจงใจขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับเขาอย่างชัดเจนแม้กระทั่งตอนที่นั่งอยู่บน

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 27

    ฮั่วจี้เซินเปล่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนอีกสายหนึ่ง ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ รถบนท้องถนนดูบางตาลงไปถนัดตา“รสนิยมของเธอ... ค่อนข้างแย่นะ”“...คะ?”สวี่เพียวเพียวยังไม่ทันตั้งตัว เธอก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ คล้ายกับการคาดคั้นผสมโรงไปด้วยความเหยียดหยามและสงสัยหรือบางที มันอาจจะเป็นเพียงความต้องการของผู้บังคับบัญชาที่จะควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น“เธอไปคว้าพ่อของลูกคนนี้มาได้ยังไง?”สวี่เพียวเพียวก้มหน้าลง มือบีบชายกระโปรงที่เปียกโชกไว้แน่น เดิมทีเธออยากจะเงียบไว้ แต่ท่าทางของฮั่วจี้เซินแสดงชัดว่าเขาจะไม่ยอมรามือหากไม่ได้คำตอบเธอจึงได้แต่ตอบไปอย่างคลุมเครือ “คือ... เพราะเขาหล่อน่ะค่ะ”ฮั่วจี้เซินทำเหมือนได้ยินเหตุผลที่ไร้สาระที่สุดในโลกเขาใช้ปลายลิ้นดุนกระพุ้งแก้มจนเห็นสันกรามคมชัด และในจังหวะนั้นเอง เขาก็ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอดฮั่วจี้เซิน: “งั้นเหรอ? เพราะแค่หน้าตา เธอถึงขั้นยอมแลกกับสุขภาพของลูกเลยงั้นเหรอ?”ใบหน้าของสวี่เพียวเพียวซีดเผือดลงทันทีการที่เหลียนฮว่าร่างกายไม่แข็งแรง มันไม่เกี่ยวกับพ่อของเด็กเลยส

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 26

    ในตอนนั้น เธอเสียใจมากและแอบร้องไห้อยู่ในหอพักเพียงลำพัง ไม่กล้าให้ฮั่วจี้เซินรู้เธอชอบฮั่วจี้เซินมากจริง ๆแต่ฮั่วจี้เซินมักจะแสดงท่าทีเฉยเมย ไม่ยินดียินร้าย และเขาก็เป็นแบบนี้กับทุกคนเมื่อเหอซิงกลับมา เธอก็เห็นสวี่เพียวเพียวนอนฟุบอยู่บนผ้าห่มพลางเช็ดน้ำตาทั้งขอบตาแดงก่ำ ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาหมีน่าเกลียดตัวหนึ่งที่เธอเคยตื๊อให้ฮั่วจี้เซินคีบให้จากตู้คีบตุ๊กตาสวี่เพียวเพียวเป็นคนสวยสะดุดตาและดูมั่นใจ แม้แต่ยามแอบร้องไห้ หยดน้ำตาที่ไหลผ่านใบหน้าขาวผุดผ่องราวกับเครื่องเคลือบดินเผานั้น ก็ยังทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจมันเป็นความงามที่น่าอิจฉาเหอซิงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความดีใจลึก ๆ “เป็นอะไรไป? ทะเลาะกับฮั่วจี้เซินเหรอ?”ในตอนนั้น เหอซิงกับสวี่เพียวเพียวยังไม่ได้มีเรื่องผิดใจกันรุนแรง ความสัมพันธ์ยังถือว่าพอใช้ได้สวี่เพียวเพียวเพียงแค่รู้สึกไม่ดี จึงไม่อยากชวนคุย“เปล่าหรอก ฉันขอนอนพักสักหน่อย อย่ากวนฉันเลยนะ”เหอซิงตอบรับคำสั้น ๆและเธอก็ไม่ได้สนใจสวี่เพียวเพียวจริง ๆไม่นานเธอก็สวมหูฟังแล้วเริ่มเล่นเกม สักพักก็ถอดหูฟังออกแล้วพูดว่า “เพียวเพียว หูฟังฉันแบตหมดแล

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 25

    สวี่เพียวเพียวไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็สัมผัสได้ถึงหยาดฝนที่สาดซัดลงบนใบหน้า เสื้อผ้าเปียกโชกแนบไปกับลำตัว เธอตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอย่างน่าเวทนารถจี๊ป แรงเลอร์จอดสนิทอยู่ที่หน้าทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของสวี่เพียวเพียว เจ้าของรถก็บีบแตรเร่งซ้ำ ๆ สองสามครั้งสวี่เพียวเพียวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะฝ่าพายุฝนพุ่งตัวออกไป จากนั้นพยายามดึงประตูเบาะหลังทว่ากลับดึงไม่ออกหยาดฝนเกาะหนาเตอะบนกระจกรถแล้วไหลรินลงมา สวี่เพียวเพียวกลัวว่าฮั่วจี้เซินจะรอนานเกินไป เธอจึงตัดสินใจลองดึงประตูฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับดูคราวนี้มันเปิดออกทันทีเธอถามด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า “ช่วยเปิดประตูหลังให้หน่อยได้ไหมคะ?”เพราะอย่างไรเสีย เบาะข้างคนขับก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ที่คนอย่างเธอควรจะนั่งฮั่วจี้เซินทำหน้าขรึมและเย็นชา“นั่งเบาะหลังงั้นเหรอ? เธอนึกว่าฉันเป็นคนขับรถของเธอหรือไง?”พอนึกดูดี ๆ มันก็จริงอย่างที่เขาว่ากว่าจะได้ก้าวขึ้นรถ สวี่เพียวเพียวก็เปียกปอนไปทั้งตัวแล้ว หยดน้ำจากปลายผมไหลร่วงลงบนเบาะหนังแท้เธอจึงรีบพูดขึ้นตามสัญชาตญาณ “ขอโทษด้วยนะคะคุณฮั่ว เดี๋ยวฉันจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status