Share

บทที่ 7

Author: เจ้าเหมียวแวววาว
ที่ฉินอวี่โยวแกล้งเล่นกับเหลียนฮว่า ทั้งหมดก็เพราะเธอหน้าตาน่ารัก

ฉินอวี่โยวกล่าวว่า “ขอแค่เธอให้อภัยฉัน ต่อไปในโรงเรียนอนุบาล ฉันจะปกป้องเธอเอง ฉันรับรองว่าจะไม่มีใครกล้าแกล้งเธออีก”

เขาหวาดกลัว... กลัวว่าแม่ของเหลียนฮว่าจะให้เธอย้ายโรงเรียนเพราะเรื่องนี้

สวี่เพียวเพียวคิดเช่นนั้นจริง ๆ แต่การย้ายโรงเรียนอาจจะทำให้ต้องไปเจอกับเรื่องแบบเดิมอีก

เธอถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฮว่าฮว่า หนูอยากย้ายโรงเรียน หรืออยากอยู่ที่นี่ต่อจ๊ะ?”

เหลียนฮว่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “คุณครูและเพื่อนคนอื่น ๆ ดีมากค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเองก็มีความคิดส่วนตัว

หลังเกิดเรื่องนี้ ด้วยความรู้สึกผิด ฮั่วจี้เซินคงจะใช้อิทธิพลกดดันและควบคุมไม่มากก็น้อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกสาวจะเจอจอมวายร้ายตัวน้อยอย่างฉินอวี่โยวอีก

และในเมื่อรู้จักขอโทษ ฉินอวี่โยวก็คงไม่ใช่เด็กที่เยียวยาไม่ได้

สวี่เพียวเพียวบอกให้ฮั่วจี้เซินจอดรถตรงทางแยกใกล้บ้าน

เธอพาเหลียนฮว่าลงรถไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับเขามากนัก

เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วย

เพียงแค่มองจากแผ่นหลัง ฮั่วจี้เซินก็ดูออกว่าตอนนี้สวี่เพียวเพียวกำลังโกรธ

แม้จะต่างจากเมื่อหลายปีก่อน สวี่เพียวเพียวดูเหมือนจะมีเกราะป้องกันตัวเองที่หนาขึ้น แต่นิสัยและอารมณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

เวลาโกรธเธอมักจะเป็นแบบนี้... ไม่ยอมพูดจากับใคร

เพียงแต่ในอดีต เธอไม่กล้าโกรธเขาจริง ๆ จัง ๆ มักจะอดกลั้นอารมณ์ไว้และรอให้ตัวเองใจเย็นลงก่อนค่อยกลับมาหาเขา

เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณนี้

ซึ่งที่นี่เป็นย่านที่พักอาศัยเก่าแก่และทรุดโทรม ค่าเช่าแสนถูก และการเดินทางไปบริษัทอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวพักอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?

ดูท่าว่าสามีของเธอคงจะเป็นคนไม่มีความสามารถจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินกดข่มความรู้สึกแปลกประหลาดในใจไว้ เขาหมุนพวงมาลัยพลางถามขึ้นว่า “นายแกล้งเหลียนฮว่าบ่อยเหรอ?”

ฉินอวี่โยวกลับทำหน้ามุ่ย

เขาต้องถามอยู่หลายครั้ง กว่าเจ้าเด็กอ้วนจะยอมเปิดปาก

“ผมบอกว่าเธอไม่มีพ่อ เป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีพ่อ พ่อเธอไม่ต้องการเธอ จริง ๆ นะครับน้า ผมไม่เคยเห็นพ่อของเหลียนฮว่าเลยสักครั้ง”

“ปกติเธอไม่ยอมเล่นกับผม ผมเลยแย่งขนมกับผลไม้เธอไปสองสามครั้ง”

“แล้วก็ผลักเธอด้วย ชุดกระโปรงของเธอราคาแค่สองร้อยกว่าบาทเองนะครับน้า น้าเคยเห็นเสื้อผ้าราคาสองร้อยกว่าบาทไหมครับ? มันห่วยมาก แค่ดึงเบา ๆ ก็ขาดแล้ว”

“มีครั้งหนึ่งผมเห็นเธอกินยาจีน ผมเลยปัดทิ้ง”

...

ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วอย่างหนักใจ

ตอนนี้เขารู้สึกโชคดีเหลือเกินที่คำพูดเหล่านี้ไม่ได้พูดต่อหน้าสวี่เพียวเพียว ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยหวงลูกของเธอ เธอคงจะโกรธยิ่งกว่านี้หลายเท่า

ฮั่วจี้เซินไปส่งฉินอวี่โยวที่บ้านพี่สาว และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอีกรอบ ทว่ารถของเขายังไม่ทันเคลื่อนตัวออกไป ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โฮของฉินอวี่โยวแว่วออกมาจากในบ้าน

ฮั่วจี้เซินนั่งฟังเสียงร้องไห้ของหลานชายอยู่ในรถ โดยไม่รีบจากไป

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะเปิดเข้ากลุ่มภายในของบริษัท แล้วค้นหาชื่อสวี่เพียวเพียวจากบัญชีที่ลงทะเบียนด้วยชื่อจริง

รูปโปรไฟล์ของเธอเป็นรูปวาดเส้นสายง่าย ๆ ของลูกหมาตัวหนึ่ง ดูเหมือนจะเรียกว่าน้องหมาลายเส้น มันยิ้มกว้างอย่างทะเล้นและถือดอกไม้ไว้ในมือ

ซึ่งดูคล้ายกับเธอในอดีตมาก

ทว่าข้อความที่ฮั่วจี้เซินส่งไปกลับขึ้นเครื่องหมายตกใจสีแดง

พร้อมข้อความตัวเล็ก ๆ ด้านล่างว่า: ไม่อนุญาตให้มีการสื่อสารข้ามแผนกหรือติดต่อข้ามระดับขั้นในระบบของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

ฮั่วจี้เซิน: “...”

เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท หากต้องการติดต่อพนักงาน เขายังต้องผ่านทีมเลขาฯ ของตัวเองอีกงั้นเหรอ

เขาจึงกดเปิดไลน์ของเซ่ามู่ “ส่งบัญชีไลน์ของฉันให้สวี่เพียวเพียวที”

เซ่ามู่ตกใจแทบสิ้นสติ นึกว่าแผนงานของสวี่เพียวเพียวมีปัญหาอีก เขาแทบจะคุกเข่าประคองมือถือส่งรายชื่อไปให้ หลังจากส่งไปแล้ว เขากลับได้รับเครื่องหมายคำถามจากสวี่เพียวเพียว

“?”

“ถามเขาหน่อยว่ามีเรื่องอะไร”

ทว่าประโยคหลังถูกสวี่เพียวเพียวกดยกเลิกส่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำว่า “โอเคค่ะ”

สวี่เพียวเพียวเห็นรายชื่อเพื่อนที่เซ่ามู่ส่งมา

ไลน์ของฮั่วจี้เซินก็เหมือนกับตัวตนของเขา... ดูลึกลับและคาดเดายาก รูปโปรไฟล์สีดำสนิท ชื่อแอคเค้าท์เป็นตัว H และไอดีคือชื่อภาษาอังกฤษผสมกับวันเกิด

เธอแอดเขาเป็นเพื่อนอย่างรวดเร็ว

ฮั่วจี้เซิน: “หลังจากนี้หากลูกสาวเธอมีปัญหาอะไร ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”

สวี่เพียวเพียว: “โอเคค่ะ”

แล้วฮั่วจี้เซินก็ส่งคลิปวิดีโอหนึ่งมาให้

ซึ่งเป็นคลิปของเจ้าเด็กอ้วนฉินอวี่โยวถูกตีจนลงไปคลานกับพื้น และร้องไห้เหมือนลูกหมูที่กำลังจะถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์

สวี่เพียวเพียวดูจบก็รู้ความหมายของฮั่วจี้เซินทันที เขาคงจะสื่อว่า ลงโทษให้แล้วนะ อย่าถือสาหาความกันอีกเลย

ดูท่าฮั่วจี้เซินจะรักลูกของเขามาก คงเป็นลูกที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารักมากจริง ๆ

สวี่เพียวเพียวรู้สึกขมขื่นในใจ เธอเห็นความปกป้องที่เขามีต่อเด็กอ้วนคนนั้นมาตลอดบ่าย

แม้แต่ตอนตีลูก ก็ยังไม่กล้าตีจริง ๆ แค่แกล้งทำพอเป็นพิธีเท่านั้น

ก็ใช่สิ...

ฮั่วจี้เซินเป็นใครกัน ถ้าเขาอยากมีลูก มีผู้หญิงตั้งมากมายที่พร้อมจะสวมสิทธิ์นั้น

สวี่เพียวเพียวยิ้มเยาะให้กับตัวเอง เธอตอบกลับวิดีโอคลิปนั้นไปสั้น ๆ ว่า “รับทราบค่ะ”

จากนั้นเธอก็เก็บซ่อนอารมณ์ทั้งหมดไว้

-

ในคืนนั้นเอง เหลียนฮว่าก็เริ่มมีไข้

เพื่อป้องกันการติดเชื้อ สวี่เพียวเพียวจึงสวมหน้ากากอนามัยให้ตัวเองและลูกสาว แล้วรีบพาส่งแผนกฉุกเฉินทันที

เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน หลังการตรวจก็พบว่าเป็นโรคเดิม ๆ ของเด็ก

คุณหมอชี้ไปที่ม่านด้านหลัง “คุณแม่อุ้มน้องไปรอตรงนั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวต้องเตรียมยาก่อน”

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

เธอกอดร่างเล็ก ๆ ของลูกสาวไว้ขณะนั่งอยู่ในห้องกั้น พลางดูข้อความในมือถือด้วยมืออีกข้าง

เธอเรียนศิลปะมา และเริ่มวาดภาพประกอบมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย

ตอนนั้นเธอไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน วาดรูปเพราะใจรักล้วน ๆ โดยวาดภาพแฟนอาร์ตจากเกมและซีรีส์ จนกลายเป็นที่รู้จักโด่งดังด้วยความบังเอิญ

ตอนนี้สวี่เพียวเพียวคือนักวาดชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่าสามล้านคน

มีคนมาถามเรื่องรับงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเธอก็รับงานหากมีเวลาว่าง

เพียงแต่งานวาดภาพต้องใช้เวลาและแรงกายอย่างมาก รูปแต่ละรูปเธอต้องใช้เวลาวาดถึงหนึ่งสัปดาห์

ประกอบกับเหลียนฮว่ามาป่วยอีก ประสิทธิภาพการทำงานจึงลดลง

เธอกดดูข้อความสอบถามราคาและส่งใบเสนอราคากลับไป ก่อนจะล็อกเอาต์ออก

ในจังหวะนั้นเอง ฮั่วจี้เซินก็โทรเข้ามาทางไลน์

“เสื้อคลุมของลูกสาวเธอลืมอยู่ในรถฉัน”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปทำงานฉันจะไปรับที่รถของคุณนะคะ”

ฮั่วจี้เซินได้ยินเสียงที่สวี่เพียวเพียวพยายามกดให้เบาลง เขาเดาว่าเธอคงไม่สะดวกคุยและกำลังจะวางสาย แต่แล้วภายนอกห้องที่กั้นม่านไว้ก็เริ่มมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น

เสียงของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ “ฮั่วจี้เซินนี่ก็เหลือเกิน โยวโยวของเราแค่ไปผูกมิตรกับเพื่อนในโรงเรียน ทำไมเขาถึงมาว่าโยวโยวแกล้งเพื่อนไปได้?”

“ดูสิ โยวโยวขวัญเสียจนไข้ขึ้นเลยเนี่ย!”

อวี๋ฮุ่ย พี่สาวของฮั่วจี้เซินพูดอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “แม่คะ อาเซินสั่งสอนโยวโยวก็เพื่อตัวเขาเอง อีกอย่าง แม่ลองให้โยวโยวเล่ามาสิว่าเขาทำอะไรที่โรงเรียนบ้าง นั่นเรียกว่าผูกมิตรเหรอ? นั่นมันรังแกคนอื่นชัด ๆ!”

หญิงชรายังคงไม่ยอมเลิกรา “ต่อให้ใช่ยังไงก็ห้ามลงมือนะ โยวโยวโตมาขนาดนี้เคยถูกตีที่ไหนกัน!”

“ฉันได้ยินโยวโยวเล่าแล้ว ยัยเด็กนั่นใส่เสื้อผ้าราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาท แถมไม่เคยเห็นหัวพ่อมันเลยสักครั้ง ไม่แน่ยัยเด็กนั่นกับแม่มันอาจจะจงใจเข้าโรงเรียนหรูเพื่อมาอ่อยเศรษฐีก็ได้”

“ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นนิสัยอย่างฮั่วจี้เซินจะยอมขับรถไปส่งพวกมันถึงบ้านได้ยังไง? โยวโยวบอกว่าแม่ของเด็กนั่นสวยมาก ท่าทางจะเป็นพวกแพศยา! ไม่ได้การล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่โรงเรียน ให้เขาไล่ยัยเด็กไร้ยางอายคนนั้นออกไปซะ!”

อวี๋ฮุ่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป

“คำพูดพวกนี้ ถ้าแม่เก่งจริงก็ไปพูดต่อหน้าอาเซินสิคะ”

หญิงชราไม่กล้าไปแผลงฤทธิ์ต่อหน้าฮั่วจี้เซิน

ภายในม่านที่กั้นไว้ สวี่เพียวเพียวรู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ คำพูดที่บาดหูทิ่มแทงเข้าสู่โสตประสาทจนรู้สึกปวดร้าว เสียงวิ้งในหูวนเวียนไปมาจนหน้ามืด

และนั่นทำให้เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า สายโทรศัพท์ยังไม่ได้ตัดไป
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (5)
goodnovel comment avatar
กฎข้อที่หนึ่ง นะคะ
จ่ายเงินไปแล้วแต่อ่านไม่ได้ ทุเรศจริง
goodnovel comment avatar
ปทิตตา วิสุทธิ
ต่อๆสนุกมากๆ
goodnovel comment avatar
พิศสมัย
อ่านแล้วสนุกมากเลย
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 390

    “พี่ใหญ่ โปรเจกต์นั้นที่ต้องพับเก็บไปตอนแรก เพราะมันติดปัญหาเรื่องสายป่านทางการเงินที่ไม่ยาวพอ แถมเทคโนโลยีในตอนนั้นก็ยังไม่นิ่งพอที่จะรองรับความเสี่ยงได้”“แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิมครับ ผมมั่นใจว่ารอบนี้ผมจะสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่จากกลุ่มทุนฝั่งฝรั่งเศสมาลงในโปรเจกต์นี้ได้สำเร็จ แถมทางนั้นเขายังยินดีจะส่งวิศวกรระดับหัวกะทิมาช่วยดูแลให้เราโดยเฉพาะด้วย”แววตาของฮั่วจี้เซินยังคงราบเรียบและเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ “แล้วนายจะเอาอะไรไปเป็นเหยื่อล่อล่ะ?”ฮั่วจี้รุ่ยกระแอมไอออกมาเล็กน้อยเพื่อลดความประหม่า“คุณพ่อกำลังจะเดินทางไปถ่ายหนังที่ฝรั่งเศส ผมเลยอยากจะถือโอกาสนี้ขอลาหยุดสักอาทิตย์หนึ่งเพื่อตามไปด้วย สถานที่ถ่ายทำหลักของหนังเรื่องนี้ดันบังเอิญตั้งอยู่ในเมืองเดียวกับสำนักงานใหญ่ของกลุ่มนักลงทุนที่ผมเล็งไว้พอดีครับ”เมื่อพูดถึงฮั่วหมิ่น เขาคือผู้กำกับสายอาร์ตตัวพ่อเขามักจะบินไปละเลงความคิดสร้างสรรค์ผ่านฟิล์มภาพยนตร์ตามประเทศต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ฝีมือของเขาจะการันตีด้วยรางวัลมาไม่น้อย แต่เม็ดเงินมหาศาลที่หามาได้กลับมักจะถูกเผาทิ้งไปกับงานศิลปะเหล่านั้นจนเกือบเกลี้ยง อย่าว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 389

    สวี่เพียวเพียวส่ายหน้าเบา ๆ “ความจริงตอนนั้นฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบากขนาดนั้นหรอก อาจจะเพราะไม่มีเวลาหยุดคิดเรื่องตัวเองเลย หรือบางทีมันอาจจะเป็นกลไกการป้องกันตัวเองตามธรรมชาติของมนุษย์ยามที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตหนัก ๆ มั้ง ตอนนั้นในหัวของฉันมีแต่เรื่องอาการป่วยของคุณพ่อ จนบางครั้งเผลอละเลยฮว่าฮว่าไปบ้างเหมือนกัน”เพราะเหลียนฮว่าลืมตาดูโลกพร้อมกับร่างกายที่ไม่สู้จะแข็งแรงนัก เด็กน้อยจึงมีอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและทุกครั้งที่ฤดูกาลผันเปลี่ยน ลูกน้อยต้องล้มป่วยลงเสมอเพียงแค่หนูน้อยร้องไห้หนักเกินไป หรือมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยบนร่างกาย ก็สามารถเป็นชนวนเหตุให้พิษไข้พุ่งสูงขึ้นได้ทันควันนอกจากร่างกายที่แสนเปราะบางแล้ว เรื่องอาหารการกินก็เป็นปัญหาใหญ่ เพราะเหลียนฮว่ามีสิ่งที่ทานไม่ได้เยอะจนน่าตกใจ หากรายการสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจเจอสามารถนำมาต่อกันจนยาวลากพื้นได้ มันก็คงจะยาวสุดลูกหูลูกตาและตัวสวี่เพียวเพียวเอง ในตอนนั้นเธอก็เป็นเพียงหญิงสาวที่เพิ่งจะได้เรียนรู้การเป็นแม่เป็นครั้งแรกในชีวิตตอนที่เหลียนฮว่าไข้ขึ้นสูงเป็นครั้งแรก คุณหมอไม่แนะนำให้ใช้ยาเคมีกับเด็กท

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 388

    น้ำเสียงของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความหยอกเย้ากล้ามเนื้อบริเวณแผ่นหลังอันกำยำของชายหนุ่มแข็งเกร็งขึ้นมาทันควันทันทีที่เขาหมุนตัวหันกลับมา ก็พบกับสวี่เพียวเพียวที่กำลังยืนพิงขอบประตู ในอ้อมแขนของเธอยังคงโอบกอดกล่องอาหารเอาไว้แน่นวันนี้เธอสวมเสื้อคลุมโทนสีเหลืองนวลดูละมุนตา ตัดกับกระโปรงสั้นสีขาวสะอาดและรองเท้าบูทสั้นส้นสูงที่ขับเน้นเรียวขาให้ดูเพรียวยาวภาพตรงหน้าซ้อนทับกับภาพของเด็กสาวจอมแสบในวันวานที่ชอบสวมเสื้อฮู้ดตัวโคร่งคู่กับกระโปรงเทนนิสและรองเท้าด็อกเตอร์มาร์ตินส์ ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกที่ต่างกันออกไปสิ่งที่เปลี่ยนไปอาจเป็นเพียงเครื่องแต่งกายตามกาลเวลาทว่าสิ่งที่ยังคงหนักแน่นและไม่เคยเปลี่ยนแปรเลย คือรอยยิ้มสดใสที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าของเธอเสมอฮั่วจี้เซินหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับหยดน้ำที่เกาะพราวบนใบหน้า ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเธอ“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”“ก็มีคนแถวนี้ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องทั้งคืน ฉันก็เลยต้องมาเดินตรวจเวรดูหน่อย อยากรู้เหมือนกันว่าแอบแวะไปแซ่บที่ไหนหรือเปล่า”ฮั่วจี้เซินหลุบสายตาลงจ้องมองคนตรงหน้าในระยะประชิดเขาเพิ่งจะล้างหน้ามาหมาด ๆ ห

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 387

    เหลียนฮว่าเงยหน้าขึ้นสบตากับสวี่เพียวเพียว“เหมือนตอนที่เราเคยอยู่กันแค่สองคนก่อนหน้านี้ไงคะ มันก็มีความสุขดีอยู่หรอกค่ะ แต่มันก็แอบเหงาไปหน่อยจริง ๆ นะคะ”ถ้อยคำที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายกลับทำให้หัวใจของสวี่เพียวเพียวสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเธอมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ไร้เดียงสาของลูกสาว แววตาคู่นั้นบรรจุไปด้วยความปรารถนาดีและความกังวลที่มีต่ออวี๋ฮุ่ยและฉินอวี่โยวอย่างจริงใจที่สุดก่อนหน้านี้ภาพของครอบครัวที่มีกันเพียงไม่กี่คนของพวกเธอก็เคยอยู่ในสภาพที่โดดเดี่ยว ไม่ต่างจากครอบครัวของอวี๋ฮุ่ยในยามนี้เลยไม่มีผิดเพี้ยนเด็กตัวน้อย แม้จะยังเยาว์วัยนักทว่าในบางแง่มุมของชีวิต พวกเขากลับสามารถเข้าใจทุกอย่างได้อย่างลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะคาดคิดสวี่เพียวเพียวใช้ปลายนิ้วลูบไล้แก้มใสที่นุ่มนิ่มของเหลียนฮว่า พร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยนราวกับกระแสสายน้ำที่ช่วยชโลมหัวใจ“ได้สิจ๊ะ แต่หนูต้องรอให้คุณพ่อกลับมาก่อน แล้วลองถามความเห็นเขา โอเคไหมจ๊ะ?”“ตกลงค่ะ”ฮั่วจี้รุ่ยยังคงนั่งนิ่งพลางลอบมองเหลียนฮว่าวันนี้เด็กน้อยสวมชุดคลุมสีแดงสดขลิบด้วยผ้าลายสก๊อต มองเผิน ๆ ราวกับหลุดออกมาจาก

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 386

    คำถามที่หลุดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อยเพราะการที่ฮั่วจี้เซินอยู่ที่ตึกหลักนั้น ถือเป็นเรื่องที่มีความชอบธรรมและมั่นคงเสียยิ่งกว่าตัวฮั่วหงผู้เป็นบิดาเสียอีก เขาจึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องย้ายออกไปเลยเปลือกตาของโสงเจี๋ยกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าเธอก็ยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทและแผ่รัศมีผู้สูงศักดิ์ออกมาอย่างแนบเนียน“อาเซินกับเพียวเพียวเขาเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน จะให้หนุ่มสาวมาอุดอู้อยู่กับคนแก่อย่างเราสองคนไปตลอดมันก็น่าเบื่อแย่ อีกอย่าง แม่กับคุณลุงใหญ่ของพวกเธอก็เริ่มอยากจะมีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อพักผ่อนบ้างเหมือนกัน”“เดิมที ตึกเหล่านั้นก็ถือเป็นกรรมสิทธิ์ในส่วนที่พวกเธอควรจะได้รับอยู่แล้ว เรื่องราวความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของพวกเธอมันคือความผิดพลาดของคนรุ่นเรา มาถึงตอนนี้ ฉันจึงขอยกบ้านคืนให้พวกเธอไปจัดการแบ่งสรรและดูแลกันเอาเอง ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตกันอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องภายในของพวกเธอ ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย”โสงเจี๋ยครองตำแหน่งคุณนายใหญ่แห่งตระกูลฮั่วมานานนับปีท่วงท่าและท่วงทำนองที่เธอแสดงออกมาในยามนี

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 385

    ตึกหลักหลังนี้ถูกกำหนดไว้เป็นที่อยู่ของผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลฮั่วคนต่อไปเท่านั้นนี่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัดและยาวนานในเมื่อฮั่วหงคือบุตรชายคนโต และฮั่วจี้เซินคือหลานชายคนโต ทั้งยังเป็นผู้กุมบังเหียนบริหารเครือบริษัทอย่างเต็มตัวในปัจจุบัน การที่ครอบครัวของพวกเขาครอบครองตึกหลักจึงเป็นสิทธิที่สมเหตุสมผลทว่าโสงเจี๋ยกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“ตึกหลักของเรามีห้องตั้งมากมาย ต่อให้พักอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมดก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรหรอก เพียงแต่แม่เห็นว่าพวกเด็ก ๆ ก็เริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว การแยกสัดส่วนที่พักให้เป็นส่วนตัวย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า แต่ที่แม่หนักใจ ก็คือเรื่องของอารุ่ยนั่นแหละ แม่กลัวว่าเด็กคนนั้นจะเก็บเอาไปคิดมากน่ะสิ”สิ่งที่โสงเจี๋ยเป็นกังวลที่สุด คือนิสัยส่วนตัวของฮั่วจี้รุ่ยที่มักจะอ่อนไหวและคิดเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเธอเกรงว่าเขาจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เหตุใดในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกคนถึงยังสามารถพำนักรวมกันอยู่ที่ตึกหลักได้อย่างสงบสุขแต่พอเขาก้าวเท้ากลับมาบ้านปุ๊บ กลับกลายเป็นว่าทุกคนต้องมาแยกย้ายบ้านกันอยู่ทันทีแม้ระยะห่างระหว

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 23

    “อืม เอาตามนั้น”เซ่ามู่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะได้ยินเสียงฮั่วจี้เซินที่กำลังจะเดินจากไปพูดขึ้นว่า “ค่าผ้าเช็ดหน้า ให้ไปเบิกกับบริษัท”ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เป็นของแถมจากการซื้อสินค้าแบรนด์เนมแบรนด์หนึ่ง แต่ถ้าจะซื้อแยกราคาก็หลายพันบาท ฮั่วจี้เซินตาถึงและเขาไม่ต้องการเอาเปรียบใครเซ่ามู่ที่ยืน

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 113

    "แม่ครับ เรื่องตอนสองขวบนี่ เอามาเป็นจริงเป็นจังได้ด้วยเหรอ?""ทำไมจะไม่ได้?"ฮั่วจี้เซินอัดควันบุหรี่ในมือเข้าปอดลึก ๆ พลางหลุบตามองโถงบันไดอันสลัวราง"ผมไม่คิดจับปลาสองมือหรอกครับ"คุณนายฮั่วเริ่มร้อนใจ "จับปลาสองมืออะไรกัน? แกยังไม่ได้เจอใครสักคน! ยังไม่ได้จับปลาสักตัวเลยด้วยซ้ำ!"เจ้าลูกชาย

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 116

    ความจริงการผ่าตัดบายพาสหัวใจ ค่าใช้จ่ายไม่ได้สูงมากนักแต่ฮั่วจี้เซินกลับเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของประเทศมาผ่าตัด และเครื่องไม้เครื่องมือที่เลือกใช้ก็ยังเป็นระดับมาตรฐานสูงสุดอีกด้วยค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฮั่วจี้เซินเป็นคนออกให้เงินแค่นั้น สำหรับเขาแล้ว ขนหน้าแข้งไม่มี

  • เจ้านายสายฟ้าแลบ   บทที่ 112

    การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี น้ำเสียงของศาสตราจารย์ผู้อาวุโสฟังดูผ่อนคลายตอนที่ได้รับโทรศัพท์กลางดึกเมื่อคืนนี้ฮั่วจี้เซินบอกแค่ว่าทางนี้มีคนป่วย จากนั้นก็จัดการจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวที่เร็วที่สุดให้ท่านเสร็จสรรพศาสตราจารย์อาวุโสก็นึกว่าเป็นการผ่าตัดที่ยุ่งยากอะไรคิดไม่ถึงว่า จะเป็นแค่การทำบายพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status