홈 / รักโบราณ / เจ้าสาวของขุนศึกเงา / 2 ดาบที่ไม่เคยหลับใหล (รีไรท์)

공유

2 ดาบที่ไม่เคยหลับใหล (รีไรท์)

작가: mafath9
last update 게시일: 2025-06-11 00:38:38

บทที่ 2: ดาบที่ไม่เคยหลับใหล

ปราสาทมินาโมโตะตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ท่ามกลางหุบเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี ผนังหินสีดำสนิทดูราวกับถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดของโลกนี้เอง ลมหนาวพัดเอาเศษหิมะที่ปลิวว่อนมาปะทะกับใบหน้าของอากิระในเช้าวันรุ่งขึ้น

เธอก้าวเท้าเข้าไปในอาณาเขตของศัตรูอย่างเงียบงัน ทุกก้าวย่างคือการเหยียบย่ำความทรงจำในอดีตของตนเอง ชุดแต่งงานสีขาวถูกเปลี่ยนเป็นชุดกิโมโนเรียบง่ายสีเทาที่ทหารคนหนึ่งนำมาให้ เธอเดินตามเขาเข้าไปในโถงทางเดินที่กว้างขวางและเย็นยะเยือก

ข้างในปราสาทเงียบราวกับสุสาน มีทหารจำนวนหนึ่งเดินตรวจตราอยู่เป็นระยะ แต่ทุกคนล้วนแต่ก้มหน้าและหลีกทางให้เธอด้วยความเกรงขาม ไม่มีใครกล้าสบตา ‘เจ้าสาว’ ผู้ถูกบังคับมาแต่งงานกับ ‘ขุนศึกเงา’

“คุณผู้หญิง คาเงะซามะสั่งให้ท่านพักที่นี่” ทหารผู้นำทางเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปในห้องที่กว้างขวาง แต่กลับว่างเปล่า มีเพียงเตียงไม้และเสื่อฟาง อากิระก้าวเท้าเข้าไปยืนตรงกลางห้องอย่างช้าๆ แล้วเงยหน้ามองประตูที่ปิดลงพร้อมกับเสียงที่ดังกึกก้อง

มันไม่ใช่ห้องหอสำหรับเจ้าสาว แต่มันเป็นเหมือนห้องขัง

อากิระรู้ดี… เธอไม่ได้มาในฐานะภรรยา แต่มาในฐานะตัวประกัน

การมีชีวิตในปราสาทมินาโมโตะเต็มไปด้วยความอึดอัดและเจ็บปวด เธอนั่งอยู่ที่หน้าต่าง มองดูทิวทัศน์ของหุบเขาที่ว่างเปล่า ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจแทบจะทำให้เธอหายใจไม่ออก ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเธอพยายามที่จะทำความเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นกับเธอ และชายที่ชื่อคาเงะผู้นี้คือใครกันแน่

เธอเริ่มออกสำรวจปราสาทอย่างระมัดระวัง เพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเขา ทุกคนต่างก็เกรงกลัวเขา และไม่กล้าที่จะพูดถึงเรื่องของเขา แต่เธอก็รวบรวมข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ จากบทสนทนาที่ถูกพูดถึงอย่างแผ่วเบา

“เขาคือปีศาจในสนามรบ”

“เขาเปลี่ยนผู้คนให้เป็นเถ้าธุลี”

แต่ก็มีบางครั้งที่ได้ยินเรื่องราวในมุมที่ต่างออกไป…

“เขารับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงดู”

“เขาไม่เคยทิ้งคนของตัวเอง”

“เขาไม่เคยทำร้ายผู้หญิงและเด็กที่ไร้อาวุธ”

เรื่องราวเหล่านี้ทำให้อากิระสับสน เธอจำได้เพียงภาพของชายผู้ที่ฆ่าพ่อของเธออย่างโหดเหี้ยม แต่เรื่องราวที่ได้ยินกลับไม่ตรงกับสิ่งที่เธอเห็น เธอตัดสินใจที่จะหาคำตอบด้วยตัวเอง

วันหนึ่งในขณะที่เธอกำลังเดินอยู่ในสวนหินของปราสาท สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เด็กหญิงวัยราวหกขวบ กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นบ๊วยที่แห้งเหี่ยว เธอมีดวงตาที่ว่างเปล่าเช่นเดียวกับอากิระ

เด็กหญิงคนนั้นคือ ชิโนะ เด็กกำพร้าที่คาเงะรับมาเลี้ยงดู อากิระเข้าไปนั่งข้างๆ เด็กหญิงคนนั้น และค่อยๆ พูดคุยกับเธอ

“ทำไมถึงมานั่งอยู่คนเดียว” อากิระถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้

เด็กหญิงไม่ตอบ แต่เพียงชี้ไปที่ต้นบ๊วย “ท่านคาเงะ… ปลูกต้นนี้ให้หนู” เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “เขาบอกว่า… ถ้ามันออกดอกอีกครั้ง หนูจะได้เจอแม่”

คำพูดของเด็กหญิงทำให้หัวใจของอากิระสั่นคลอน คาเงะที่เธอรู้จักคือปีศาจไร้หัวใจ แต่คาเงะที่ชิโนะเล่าให้ฟังกลับเต็มไปด้วยความหวังและความอ่อนโยน

ในคืนเดียวกันนั้น คาเงะกลับมาจากการบัญชาการรบที่ชายแดน เขากลับมาพร้อมกับชุดเกราะที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและเขม่าควันไฟ คาเงะเดินตรงเข้ามาในห้องของอากิระทันทีโดยไม่เคาะประตู

“เจ้า…” เขาพูดเสียงต่ำ “เจ้าไปคุยอะไรกับเด็กคนนั้น”

อากิระเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่หวาดหวั่น “ข้าแค่คุยกับเด็กคนหนึ่ง”

“อย่าเข้าใกล้เธอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยคำเตือน

“ทำไม? เจ้ากลัวว่าเธอจะรู้ว่า ‘พ่อ’ ของเธอคือปีศาจหรือ” อากิระสวนกลับทันที

คำพูดของเธอทำให้เขานิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาดูมืดมิดขึ้น

“ข้าไม่กลัวว่าเธอจะรู้ว่าข้าเป็นใคร… แต่ข้ากลัวว่าเจ้าจะทำร้ายเธอ” เขาพูดด้วยเสียงที่เบาแต่เต็มไปด้วยความจริงจัง “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์”

“แต่เจ้าฆ่าพ่อข้า!” อากิระตวาดเสียงดัง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้กำลังจะไหลออกมา

“พ่อเจ้าไม่บริสุทธิ์” คาเงะพูดเสียงเรียบ “เขาไม่ใช่คนที่เจ้าคิด”

คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดลึกเข้าไปในใจของอากิระ ความโกรธแค้นทำให้เธอพุ่งเข้าไปหาเขาอย่างบ้าคลั่ง เธอพยายามจะชกเขาแต่คาเงะจับแขนของเธอไว้แน่น

“ปล่อย!” เธอร้อง “ปล่อยข้า!”

“เจ้าต้องการที่จะฆ่าข้า?” เขากระซิบเสียงต่ำ “เจ้าทำมันได้ทุกเวลา แต่ไม่ใช่ในตอนนี้ เพราะมีบางอย่างที่สำคัญกว่านั้น”

ขณะที่เธอกำลังโต้เถียงกับเขา จู่ๆ ก็มีเสียงทหารวิ่งเข้ามาในปราสาท

“คาเงะซามะ! มีนักฆ่าลอบเข้ามา!”

คาเงะปล่อยมือจากอากิระแล้วรีบวิ่งออกไปทันที อากิระยืนอยู่ที่เดิมด้วยความสับสน หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความโกรธ ความเจ็บปวด และความประหลาดใจ

ในขณะที่เธอกำลังจะเดินตามออกไป จู่ๆ ก็มีเสียงกระซิบที่แผ่วเบาจากมุมห้อง “กลับไป”

อากิระหันไปมอง เธอไม่เห็นใคร แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันเป็นเหมือนเสียงที่มาจากเงามืดที่ซ่อนอยู่

อากิระยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินตามเสียงนั้นไปอย่างช้าๆ เธอเดินเข้าไปในความมืดที่ไร้แสง ในขณะที่เธอกำลังเดินเข้าไปลึกขึ้น เธอก็ได้เห็นเงาดำสองเงาที่กำลังต่อสู้กันอย่างรวดเร็ว เงาหนึ่งคือเงาของคาเงะที่เพิ่งวิ่งออกไป และอีกเงาหนึ่งคือเงาของนักฆ่าที่กำลังจะลอบทำร้ายเธอจากข้างหลัง

“กลับไปซะ!” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า”

อากิระรู้ทันทีว่าเงาทั้งสองที่เธอกำลังเห็น ไม่ใช่คน แต่เป็น “วิญญาณ” ที่คาเงะนำมาด้วย

เสียงต่อสู้ดังขึ้นเรื่อยๆ เงามืดทั้งสองพุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็วและรุนแรง อากิระยืนมองเหตุการณ์นั้นด้วยความตกใจ เธอนึกถึงคำพูดของชิโนะและคำพูดของคาเงะที่ว่า "เขาไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์"

คำถามในใจของเธอคือ... “แล้วเขาเป็นใครกันแน่”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   บทที่ 129: พระที่ล้มแท่น

    “พระที่ล้มแท่น” พระบางคนเผาตำราเก่า และฟังเสียงเด็กแทน “เมื่อศรัทธาถูกใช้เพื่อปิดหู บางคนจึงเลือกปิดตำรา...เพื่อเปิดใจ” วัดโฮเซ็นจิในหุบเขาตะวันตกเฉียงเหนือของโยะริมิยะ เสียงระฆังทองแดงหนักเจ็ดร้อยชั่ง เคยดังก้องทุกเช้าค่ำ เรียกชาวบ้านให้สวดตาม สั่นเตือนให้พระผู้ถือบาตรเดินตามระเบียบ ก้องเตือนให้คนในศาสนจักรจำได้ว่า “คำข้างในตำรา...ศักดิ์สิทธิ์กว่าเสียงใด” แต่วันหนึ่ง เสียงระฆังเงียบ ไม่มีใครตี ไม่มีเสียงสวด มีเพียงกลิ่นควันจากกระดาษที่ถูกเผา พระที่เคยเทศน์จนเลือดเปื้อนหมึก ชื่อของเขาคือ “คันริว” ในวัยหนุ่ม เขาเคยจารึกบทสวดด้วยเลือดตนเอง เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งที่ต้องบูชา ไม่ใช่ตั้งคำถาม เขาเคยลงโทษพระลูกวัดที่ออกเสียงผิด เคยตราหน้าเด็กที่ถามว่า “ทำไมบทสวดไม่พูดชื่อพ่อแม่ข้าเลย” แต่เขาก็เป็นคนเดียวในวัด ที่ทุกคืน…จะออกไปนั่งใต้ต้นสน เขียนสิ่งที่ไม่อยู่ในตำรา “เสียงที่แม่ร้องไห้” “ชื่อของคนที่ถูกฝังโดยไม่มีใครพูดถึง” “เสียงหัวเราะของเด็กที่ตายโดยไม่มีพิธี” เขาไม่เคยเผยสิ่งที่เขียน จนกระทั่งคืนหนึ่ง...ฝนตก เด็กที่เดินฝ่าฝนเข้า

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   บทที่ 128: แผ่นดินที่ไม่มีตำรา

    แผ่นดินที่ไม่มีตำราเมื่อพื้นที่ที่ไม่มีศาสนจักรเข้าถึง เริ่มจัดพิธีฟังแทนศาสนา“เมื่อบทสวดไม่อาจเข้าถึงผู้คนก็เริ่มฟังกันเองโดยไม่ต้องอ้างคำใดในตำรา”กลางทุ่งอาเคะฮะ แคว้นที่ไม่มีชื่อบนแผนที่แผ่นดินแห่งนี้เคยถูกเรียกว่า "เขตต้องสาป" โดยศาสนจักร เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยสร้างศาลา ไม่เคยมีแท่นสวด และไม่มีพระรูปใดตั้งรกรากยาวนานพอจะจารึกบทบูชาให้ถาวรแต่ในปีแห่งเงาเดินกลา

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   บทที่ 127: พิธีจำที่ไม่มีผู้สั่ง

    พิธีจำที่ไม่มีผู้สั่ง— คนทั่วแผ่นดินเริ่มร่วมพิธีจำชื่อผู้ตายแบบไม่มีลำดับชั้นแผ่นดินโยะริมิยะไม่เคยมีเสียงสวดที่ไหลจากทุ่งสู่พระราชวังไม่เคยมีเสียงชื่อชาวนาถูกเอ่ยในที่ที่เจ้าเมืองเคยยืนไม่เคยมีใครกล้าจดจำ “คนที่ไม่มีชื่อ” อย่างเปิดเผย…จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่งในต้นฤดูใบไม้ร่วงเมื่อสายลมเย็นพัดมาจากทิศเหนือ และฝุ่นจากพายุฤดูแล้งยังไม่ทันจางมีหญิงชราในหมู่บ้านอิซานะ นั่งอยู่หน้ากองฟืนที่ยังไม่จุดลูบสมุดเก่าเล่มหนึ่ง แล้วพูดขึ้นกลางวงว่า“คืนนี้...ข้าจะอ่านชื่อสามีของข้าที่ศพเขาไม่เคยมีใครเผาให้…เพราะไม่มีใครมาฟัง”ไม่มีพระ ไม่มีเจ้าเมือง ไม่มีผู้อาวุโสมีเพียงคนในหมู่บ้านนั่งเงียบ ฟังเสียงคนชราสะอื้นจากนั้น เด็กชายคนหนึ่งก็ค่อย ๆ หยิบสมุดฟังเล่มใหม่มาเขียนชื่อของ “อาคิระ” — พ่อของเขา ที่เคยหายไปกลางป่าระหว่างทางไปตลาดไม่มีใครสั่งให้ทำไม่มีตำราบอกให้พูดไม่มีเสียงระฆังเริ่มพิธีแต่เมื่อดวงจันทร์ครึ่งดวงขยับพ้นยอดไผ่เสียงชื่อผู้ตายเริ่มถูกอ่านเรียงต่อกัน โดยผู้เป็นลูก ผู้เป็นภรรยา หรือแม้แต่เพื่อนบ้านที่ไม่เคยรู้ว่าคนตายนั้นมีชื่อจริงว่าอะไรมันเริ่มที่หมู่บ้านหนึ่งแล้วต่อมา มี

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   บทที่ 126: ผู้เงียบที่เริ่มพูด

    ผู้เงียบที่เริ่มพูด- เมื่อคนเงียบในตระกูลใหญ่กลายเป็นผู้นำใหม่ในสายลมเย็นของฤดูใบไม้ร่วงต้นปีที่ 17 แห่งยุคโยะริมิยะใหม่เสียงกระดิ่งไม้ของศาลาฟังในหมู่บ้านซุยโฮดังขึ้นอย่างอ่อนโยนไม่ใช่เพื่อเรียกให้ฟังเทศน์ ไม่ใช่เพื่อเริ่มพิธีศักดิ์สิทธิ์แต่เพื่อแจ้งว่ามีเด็กคนหนึ่ง…เริ่มจดประโยคแรกในสมุดฟังเวียนเล่มใหม่ศาลานั้นไม่มีแท่นบูชา ไม่มีคนควบคุม ไม่มีเสื้อผ้าศักดิ์สิทธิ์แต่มีคนมากกว่าสี่สิบคน นั่งเงียบพร้อมกัน โดยไม่มีใครบอกให้ทำเด็กผู้นั้นชื่อว่า "ริสึ"เขาไม่ใช่คนในตระกูลใหญ่ ไม่เคยถูกสอนให้นำแต่เป็นคนเดียวในหมู่บ้านที่จำชื่อของหญิงชราที่เพิ่งตายได้ครบถ้วนแม้หญิงชรานั้นจะไม่มีหลาน ไม่มีลูกหลงเหลือและศาสนจักรไม่ยอมจัดพิธีให้ผู้ไม่มีตระกูลริสึยืนหน้าศาลามือสั่นเทาแต่พูดอย่างมั่นคง:“ข้าขอให้เราจำเธอ…แม้เธอไม่มีใครเหลือให้จำเพราะถ้าชื่อของเธอเงียบหายวันหนึ่งชื่อของพวกเราก็จะหายไปเช่นกัน”ในห้องใต้ดินของตระกูลยามาโนะขณะเดียวกัน ที่แคว้นกลางของโยะริมิยะในห้องใต้ดินลับของตระกูลยามาโนะ — หนึ่งใน 12 ตระกูลใหญ่หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าสมุดฟังที่ไม่มีชื่อผู้เขียนดวงตาของนางมืดแน

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   บทที่ 125: บทที่ไม่มีผู้เขียน

    บทที่ไม่มีผู้เขียนสมุดฟังถูกเวียนเขียนโดยไม่ลงชื่อในเช้าวันหนึ่งที่ไร้หมอก...ศาลาหลังใหม่ในหมู่บ้านอิซุระเต็มไปด้วยเสียงกระซิบ แต่ไม่มีใครพูดเสียงดังเด็กหญิงคนหนึ่งเปิดสมุดอ่านชื่อแม่ของเพื่อน แล้วปิดตาไว้ครู่หนึ่งไม่มีพิธีไม่มีใครสั่งให้ทำและที่สำคัญ…ไม่มีใครบอกว่าต้องเขียนอะไรสมุดฟังเล่มนั้น วางอยู่กลางศาลาใครจะเขียนก็ได้จะเขียนแค่ชื่อจะวาดรูปหรือจะเล่าเรื่องบางอย่างก็ได้ที่ข้างปก…มีเพียงคำเดียวที่ถูกเขียนไว้ในหมึกจาง“เพื่อผู้ที่ไม่มีใครเขียนถึง”เสียงที่ไม่มีเจ้าของความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากเสียงใหญ่โตแต่มาจากการเวียนกันอ่าน…เวียนกันเขียน…เวียนกันฟังเมื่อไม่กี่เดือนก่อน สมุดฟังยังเป็นของ “ใครบางคน”อิโตะมีสมุดของเขาซาโยะมีเล่มของพ่อฮากุโร่เคยถือสมุดที่เขียนชื่อศัตรูแต่ตอนนี้ ทุกสมุดกลายเป็นสมุดเดียวกันไม่มีผู้เขียนไม่มีคนถือครองไม่มีแม้กระทั่งลายเซ็นเด็กคนหนึ่งจะเขียน แล้วทิ้งไว้คนถัดไปก็จะเติมเรื่องของตนแล้วส่งให้คนอื่นบางครั้งสมุดก็หายไปเป็นสัปดาห์แต่วันหนึ่ง…มันจะกลับมา พร้อมชื่อใหม่หนึ่งชื่อ และเรื่องเล่าใหม่หนึ่งเรื่องศาลาในหมู่บ้านอิซุระจึงกลา

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   บทที่ 124: บ้านที่ไม่มีประตู

    บ้านที่ไม่มีประตู - เด็กสร้างศาลาฟังใหม่ที่ทุกคนเข้าได้หุบเขาตะวันตกของโยะริมิยะ เคยเป็นพื้นที่ต้องห้ามของศาสนจักรแต่วันนี้ กลายเป็นที่แรกที่มี “บ้าน” หลังหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่บ้านของใครคนใดคนหนึ่งไม่มีประตูไม่มีระฆังไม่มีแท่นมีเพียงเสาสี่ต้น หลังคาฟาง และพื้นดินเปล่าตรงกลางปูเสื่อไม้ไผ่สานหยาบ ๆ วางสมุดฟังเล่มหนึ่ง ซึ่งหน้าแรกยังว่างเปล่าและมีป้ายไม้เก่าเขียนไว้ด้วยลายมือเด็กว่า:“ศาลาฟัง – ไม่มีผู้นำ ไม่มีผู้อนุญาต”พวกเขาไม่ได้รอใครให้สั่งไม่ได้ขอพระรูปใดมาเปิดพิธีไม่ได้ถือธงตระกูล หรือสัญลักษณ์ทางศาสนาพวกเขาคือกลุ่มเด็กสิบสองคนจากหมู่บ้านรอบนอกบางคนเคยเป็นลูกกำพร้าที่พ่อแม่ถูกประหารโดยคำสั่งศาสนจักรบางคนเป็นหลานของผู้ถูกลืมบางคนเคยเขียนชื่อคนตายด้วยดินเพราะไม่มีหมึกและวันนี้ พวกเขามีหมึกพอมีมือที่สั่นแต่แน่นพอมีใจที่ยังจำ“เราจะไม่เปิดประตู…เพราะเราไม่เคยปิด”— ยามาโกะ, เด็กหญิงคนหนึ่งที่เขียนป้ายเสียงแรกในศาลาฟัง“ท่านเคยได้ยินชื่อ ฮานาโกะหรือไม่?”เสียงของเด็กชายชื่อโคจิ เอ่ยขึ้นกลางวงไม่มีใครตอบไม่มีใครรู้ว่าเธอคือใครแต่ทุกคนฟัง“เธอเป็นคนที่เคยให้ขนมฉันโดยไม่ถ

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   ตอนพิเศษ สมุดที่ไม่เคยเขียนจบ

    ตอนพิเศษ “สมุดที่ไม่เคยเขียนจบ” — บันทึกเงาของซาโยะสมุดที่ไม่เคยเขียนจบ— บันทึกเงาของซาโยะ —ข้าไม่รู้ว่ากำลังเขียนเพื่อใครและไม่แน่ใจว่าใครจะอ่านสิ่งนี้ในภายหลังแต่หากไม่มีใครเลย...ก็ให้มันเป็นเพียงเสียงในเงา ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่ข้าเขียนในคืนที่ฮากุโร่ยังนั่งเงียบอยู่ในวิหารภายใต้โคมเพียง

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   บทที่ 115: เงาที่ฟังได้

    เงาที่ฟังได้เมื่อนักรบกลับมาโดยไร้ดาบและการฟังกลายเป็นชัยชนะเดียวที่ยังเหลืออยู่เสียงรองเท้าไม้แตะพื้นหินของวิหารเก่าในแคว้นอาคิซึนั้นเบาเกินจะเป็นเสียงของนักรบ แต่พอแรงพอให้หัวใจของผู้เฝ้าประตูสะดุดจังหวะฮากุโร่ — ขุนศึกเงาที่หายสาบสูญไปกว่าแปดเดือน — เดินกลับมาผ้าพันแผลปิดครึ่งใบหน้าข้างขวา

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   บทที่ 114: การสวดโดยไม่มีพระ

    การสวดโดยไม่มีพระเมื่อคำที่ออกจากปากคนธรรมดา กลายเป็นพิธีที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่ำลานหน้าศาลาไม้หลังเก่าในหมู่บ้านฮินะมิ ปกคลุมด้วยหมอกจางในยามเช้าที่ตรงนั้นเคยเป็นที่ประกอบพิธีศพของศาสนจักรพระผู้เทศน์จากศูนย์กลางจะเดินทางมาสวดบทตามตำรา พิธีจะจบภายในหนึ่งชั่วโมงไม่มีน้ำตาไม่มีเสียงอื่นเพียงคำ

  • เจ้าสาวของขุนศึกเงา   บทที่ 113: ตระกูลที่ยอมลดธง

    ตระกูลที่ยอมลดธงเมื่อตราประจำตระกูลไม่สำคัญกว่าชื่อของคนที่ไม่มีใครจดจำ“เจ้าจะให้เรายอมลดธงตระกูลง... เพื่อฟังเสียงของเด็ก?”เสียงของ อาซูมะ โชอุน ดังก้องในหอปรึกษากลางปราสาทหินสูงแห่งฮิโนคามิ เสียงของชายที่เคยเป็นหนึ่งในเจ็ดดาบปราบขุนนางทรราช เสียงที่เคยทำให้แม่ทัพทั้งสามแคว้นต้องก้มหน้าแต่วันน

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status