LOGINบริษัท
ริสาสาวเท้าเข้ามาในบริษัทหรูที่มีขนาดใหญ่โตซึ่งมีหลายสิบชั้น เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาก็เดินไปหาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้มตามประสา “พี่คะ ฉันมาหาคุณคีรินค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคีรินอยู่ชั้นไหนเหรอคะ” “ท่านประธานอยู่ชั้นสามสิบค่ะ ชั้นบนสุดเลยค่ะ” “ขอบคุณมากนะคะพี่” ริสาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าอีกคนพูดกับเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร “ยินดีค่ะ” “งั้นฉันขอตัวไปหาคุณคีรินก่อนนะคะ” พูดจบร่างเล็กสมส่วนที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยก็ขึ้นไปยังชั้นบนสุด เรียวขาสวยก้าวออกจากลิฟต์ก็กวาดสายตามองหาห้องของเขา เมื่อเห็นป้ายหน้าห้องเขียนว่าประธานก็ไม่รอช้าที่จะก้าวไปยังหน้าห้องนั้นทันที ก่อนจะเอ่ยถามเลขาสาวที่นั่งอยู่หน้าห้อง “คุณเป็นเลขาของคุณคีรินใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ” เลขาสาวตอบด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง “ฉันขอเข้าไปหาคุณคีรินหน่อยค่ะ” “ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าน้องเป็นอะไรกับท่านประธานเหรอคะ” “เอ่อ…ฉันเป็น” เธอได้แต่อ้ำอึ้งพลางคิดในใจว่าถ้าบอกไปว่าเป็นภรรยาของเขาก็ไม่ได้ผิดอะไร ก็ในเมื่อเธอกับเขาแต่งงานกันแล้ว เมื่อคิดได้อย่างนั้นริสาจึงบอกออกไป “ฉันเป็นภรรยาของคุณคีรินค่ะ” “อ๋อ ภรรยาของท่านประธานนี่เอง คือดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ยังไม่ถึงอาทิตย์เลยค่ะ ก็เลยไม่ทราบ ขอโทษนะคะคุณ” “ไม่เป็นไรค่ะ งั้นฉันเข้าไปเลยได้ไหมคะ” “เชิญตามสบายเลยค่ะ” สิ้นเสียงของเลขาสาว ริสาก็เปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของเขาทันทีจึงเห็นว่าเขานั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานแล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนตักของเขาและจูบกันอย่างดูดดื่ม ริสาที่เห็นอย่างนั้นก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้างอย่างตกตะลึงเพราะคิดไม่ถึงว่าจะได้มาเห็นคนจูบกัน ก่อนที่เธอจะตั้งสติได้แล้วพูดออกไป “ไม่ทำงานทำการกันเหรอคะ” พลั่ก! คีรินผลักร่างของยี่หวาออกแล้วอุทานออกไปด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าใครจะเข้ามา “นี่เธอ! มาทำไม!” “ริสาเห็นว่าคุณไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้วก็เลยเป็นห่วงค่ะ” “ไม่ต้องมาห่วงฉัน กลับบ้านไปได้แล้ว” “ริสารู้สึกเบื่อบ้านแล้ว พอมาถึงคุณก็จะไล่ให้กลับบ้านอีกเหรอคะ” “อย่ามายุ่งกับฉัน” “ริสาก็เพิ่งรู้วันนี้นี่แหละค่ะว่าที่คุณไม่กลับบ้าน ก็เพราะมัวหลงระเริงอยู่กับผู้หญิงคนนี้นี่เอง” เธอพูดออกไปด้วยสีหน้าเยาะหยัน “ฉันจะกลับบ้านหรือไม่กลับบ้าน แล้วมันเรื่องอะไรของเธอ ฉันเคยบอกเธอแล้วไงว่าฉันจะไปนอนกับใครมันก็เรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ” “ทำไมริสาจะไม่เกี่ยวล่ะคะ ก็ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว ถ้าริสาไปบอกใครๆว่าคุณกับริสาเป็นสามีภรรยากัน เขาก็เชื่อค่ะ เพราะภาพงานแต่งหลายร้อยภาพยืนยันได้” “ฉันกับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน” “แล้วคุณกับผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกันเหรอคะ” ริสาชำเลืองไปมองยี่หวาเล็กน้อยแล้วหันมาพูดกับเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งจ้องหน้าเธอด้วยแววตาแข็งกร้าว “กลับไป” เขาเอ่ยปากไล่เธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “วันนี้ริสาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะมาอยู่กับคุณ แล้วก็กลับบ้านพร้อมกับคุณ” “ฉันไม่กลับไปกับเธอหรอก บ้านหลังนั้นเธออยู่คนเดียวไปเถอะ” “ริสารู้สึกวังเวงค่ะเวลาอยู่คนเดียว” “งั้นฉันจะหาแม่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเธอแล้วกัน” “ริสาไม่ต้องการแม่บ้านค่ะ แต่ริสาต้องการให้คุณไปอยู่ด้วยค่ะ” เขาถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอาแล้วหันบอกกับยี่หวาที่ยืนอยู่ “เธอกลับคอนโดไปก่อน” “ค่ะ” ว่าจบยี่หวาก็ชำเลืองมองหน้าของริสาอย่างไม่พอใจแล้วออกจากห้องไป ก่อนที่ริสาจะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มโล่งใจที่อีกคนออกไปจากห้อง “นี่ก็เที่ยงแล้ว เราออกไปกินข้าวกันเถอะค่ะ” “…” เขาก้มหน้าสนใจงานตรงหน้าโดยไม่คิดจะสนใจหญิงสาวที่ยืนอยู่ ริสาที่ไม่คิดจะยอมแพ้จึงก้าวไปยืนข้างเขาแล้วพูดความในใจออกไป “ริสาชอบคุณคีรินนะคะ แล้วก็ชอบมานานแล้ว” “…” ร่างสูงถึงกับชะงักเมื่อได้ยินอีกคนบอกออกมาตรงๆว่าชอบเขา “ตอนที่คุณคีรินไปดูตัวคุณไอวาเมื่อหลายเดือนก่อน แล้วริสาก็ยกน้ำออกมาเสิร์ฟให้คุณ พอริสาได้เห็นคุณคีริน ริสาก็ชอบคุณคีรินมาตั้งแต่นั้นเลยค่ะ” เธอรู้สึกโล่งใจที่ได้บอกความในใจกับเขา “ไม่อายบ้างหรือไงที่อยู่ๆมาบอกชอบผู้ชาย” “ทำไมจะต้องอายด้วยล่ะคะ ก็แค่บอกคนที่เราชอบว่าชอบ” “หึ คงบอกชอบผู้ชายคนอื่นมาหลายคนแล้วสินะ” เขาแสยะยิ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ริสาไม่เคยบอกชอบผู้ชายคนไหนค่ะ เพราะริสาไม่เคยชอบใครเลย นอกจากคุณคีริน” “เธอจะไปไหนก็ไปไป ฉันรู้สึกรำคาญเสียงของเธอ ฉันจะทำงาน“ “งั้นริสาไปนั่งตรงโน้นนะคะ เดี๋ยวจะได้ออกไปกินข้าวพร้อมกัน” “ฉันไม่อยากไปกินข้าวกับเธอ” “แต่ริสาอยากกินข้าวกับคุณค่ะ ตั้งแต่เราแต่งงานกัน เรายังไม่เคยได้กินข้าวกันเลยนะคะ วันนี้กินข้าวกับริสานะคะคุณคีริน” “…” เขาไม่สนใจที่จะตอบเพราะเธอไม่ได้มีความสำคัญกับชีวิตของเขา เธอก็แค่ผู้หญิงที่ต้องมาแต่งงานเพื่อรักษาชื่อเสียงของครอบครัวเขาและครอบครัวของเพื่อนพ่อเท่านั้น ริสาที่เห็นเขาเงียบไปจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางคิดในใจว่าเธอจะใช้ความพยายามเพื่อเอาชนะใจของเขาให้ได้ ดั่งคำเปรียบเปรยที่ว่าน้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน คงจะมีสักวันหนึ่งที่หัวใจของเขาจะหวั่นไหวกับเธอ“เรามามีความสุขกันต่อนะริสา” พูดจบเขาก็จัดการเล้าโลมเธอแล้วจัดการร่วมรักจนทั้งสองเสร็จสมกันไปสองรอบเมื่อคีรินปล่อยน้ำกามสีขุ่นเข้าไปในร่องรักของริสาจนหมดทุกหยาดหยดแล้วก็ถอนความเป็นชายออกมาอย่างแช่มช้าจนหลุดออกจากกัน ก่อนที่น้ำสีขุ่นจะไหลทะลักออกมาเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนเป็นวงกว้าง คีรินมองภาพนั้นด้วยสีหน้าภูมิใจพลางคิดในใจว่าอีกไม่นานคงจะมีคีรินน้อยหรือริสาน้อยให้ได้เชยชมร่างบางหยัดตัวลุกจากที่นอนแล้วเสียงทุ้มก็เอ่ยออกไป“เดี๋ยวเราไปอาบน้ำพร้อมกันนะ”“ค่ะ” ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มแล้วลงจากเตียง จากนั้นจึงโน้มตัวลงช้อนร่างอรชรเปลือยเปล่าขึ้นมาแนบอกก่อนจะพาเข้าห้องน้ำไปเมื่อทั้งสองอาบน้ำกันเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำ คีรินหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตามร่างกายของเธอแล้วนุ่งกระโจมอกให้เธอ ก่อนที่เขาจะหยิบผ้าขนหนูมาพันเอวสอบพร้อมกับพูดออกไป“คืนนี้เรานอนด้วยกันนะ เธออยากนอนห้องพี่หรืออยากให้พี่ไปนอนห้องเธอดี”“ริสาอยากกลับไปนอนห้องตัวเองค่ะ”“ได้ งั้นพี่ใส่เสื้อผ้าก่อนนะ” พูดจบเขาก็ไปหยิบเสื้อผ้าในตู้มาสวมใส่ จากนั้นจึงหยิบเสื้อเชิ๊ตแขนยาวมาสวมให้เธอ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินออกไปแล้วไปเข้าห้องของริสา
ร่างสูงหยัดตัวขึ้นแล้วแทรกระหว่างสองขา ชายหนุ่มเลื่อนมือมาจับท่อนรักแข็งไซส์ห้าสิบแปดแล้วกดลงไปบนกลีบอวบอูมที่แฉะเยิ้มไปด้วยน้ำของเธอและน้ำลายของเขา ท่อนเอ็นยาวใหญ่ถูไถในร่องกลีบรักสี่ห้าครั้ง จากนั้นจึงกดแทรกเข้าไปในร่องแคบอย่างแช่มช้าก่อนที่เขาจะยัดเยียดแก่นกายยาวใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานมาปีกว่าแล้วเข้าไปในโพรงรักทีเดียวจนมิดด้ามสวบ!“อาา” เสียงทุ้มครางต่ำออกมาด้วยความเสียวซ่าน เขาเสียวมากเพราะตั้งแต่คืนนี้กับเธอ เขาก็ไม่เคยไปทำแบบนี้กับใครสะโพกสอบขยับเนิบนาบแล้วเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆจนได้ยินเสียงเนื้อปะทะกันดังก้องกังวานไปทั่วห้องนอนกว้างตั่บ! ๆๆๆๆเอวแกร่งสาดใส่ตัวตนยาวใหญ่เข้าไปในร่องแคบสีสวยด้วยความหนักหน่วงและดุดัน จนกระทั่งท่อนเอ็นหนาเกร็งกระตุกพร้อมกับปลดปล่อยน้ำรักที่ถูกกักเก็บไว้มาหนึ่งปีกว่าเข้าไปในโพรงรักของเธอจนหมดทุกหยาดหยด“อ อาา” คีรินทิ้งตัวลงไปกกกอดร่างเล็กพร้อมกับหอมแก้มขาวทั้งสองข้าง จากนั้นจึงซุกใบหน้าที่ซอกคอเธอพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมเข้าปอด ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงมั่นคง“พี่รักริสานะ เรากลับมาอยู่ด้วยกันอีกนะ ต่อไปนี้พี่จะไม่ทำให้ริสาต้องเสียใจและผิดหวังอีก
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ตอนเช้าคีรินจะมาส่งริสาที่โชว์รูมทุกวัน พอตอนเย็นเขาก็มารับริสากลับคอนโดพร้อมกันทุกวัน เขาจะออกจากบริษัทก่อนเวลาแล้วมาถึงที่ทำงานของเธอก่อนเวลาเลิกงานของเธอคอนโดเมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้องของตัวเอง คีรินก็เอ่ยขึ้น“เดี๋ยวเราทำสุกี้กินกันดีกว่าไหม พี่อยากกินสุกี้น่ะ” เมื่อสามวันก่อนคีรินโทรถามวิฑูรย์ว่าริสาชอบกินอะไรจึงได้รู้ว่าริสาชอบทำสุกี้กินเองที่บ้าน“…” เธอเม้มปากด้วยความรู้สึกลังเลพลางคิดในใจว่านานแล้วที่ไม่ได้ทำสุกี้กินเอง“ทำสุกี้กินกันนะริสา”“ก็ได้ค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ออกไปซื้อของก่อนนะ”“ค่ะ”“จะทำที่ห้องพี่หรือห้องเธอ”“ห้องริสาก็ได้ค่ะ”“งั้นพี่ไปซื้อของก่อนนะ” ว่าแล้วร่างสูงก็ลงไปข้างล่างแล้วขึ้นรถสปอร์ตหรูและขับไปยังซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่หน้าปากซอยเวลาต่อมาเมื่อคีรินซื้อวัตถุดิบในการทำสุกี้เสร็จก็กลับคอนโดทันที ร่างสูงที่ในมือหิ้วถุงของพะรุงพะรังยกมือเคาะประตูห้องของริสาด้วยความทุลักทุเล ก่อนที่ไม่นานร่างบางจะเปิดประตูออกกว้างให้คนตัวสูงหิ้วของเข้าไปวางในครัวเมื่อคีรินล้างเนื้อและผักเรียบร้อยแล้วก็หยิบหม้อสุกี้ออกมา
สองชั่วโมงต่อมาเมื่องานเลี้ยงเสร็จสิ้น ทุกคนต่างก็ทะยอยกันออกจากห้องจัดเลี้ยงริสาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไป คีรินลุกเดินตามหลังร่างบางไปติดๆจนถึงหน้างานเขาจึงเอ่ยถามขึ้น“เมื่อกี้เธอมากับรถอะไร”“พ่อมาส่งค่ะ”“เดี๋ยวพ่อมารับใช่ไหม”“ค่ะ”“เธอไม่ต้องให้พ่อมารับหรอก เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่ต้องค่ะ ริสาจะกลับกับพ่อ”คีรินหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาวิฑูรย์ทันทีตู๊ด‘ว่าไงคีริน’‘พ่ออยู่ไหนครับ’ ริสาหันมองร่างสูงทันทีเมื่อคิดว่าเขาคงจะโทรหาพ่อเธอ‘พ่ออยู่บ้าน แต่กำลังจะออกไปข้างนอก’‘พ่อจะมารับริสาที่งานใช่ไหมครับ’‘ใช่ แล้วคีรินไปงานด้วยเหรอ’‘ใช่ครับ เจ้าบ่าวเป็นเพื่อนผมตอนเรียนมหาลัยครับ…’‘ถ้าอย่างนั้นผมจะพาริสากลับเอง พ่อไม่ต้องมารับหรอกครับ’ ริสาที่ได้ยินอย่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์จากมือของเขาแล้วพูดออกไป‘ริสาจะกลับกับพ่อ พ่อมารับริสาด้วยค่ะ’วิฑูรย์ที่อยากให้คีรินกับริสาได้ปรับความเข้าใจกันจึงพูดออกไป‘พ่อว่าลูกกลับกับคีรินก็ได้นะลูก พ่ออยากให้ลูกได้ปรับความเข้าใจกับคีรินใหม่ ตอนที่ลูกไปอยู่พังงา คีรินจะมาเยี่ยมพ่อและเอาของกินมาฝากพ่อบ่อยๆ จากที่พ่อดูๆ คีรินเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ดังนั้นถ้าเป็
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาสามเดือนแล้วที่คีรินต้องใช้ความอดทนในการรอให้ริสากลับมา กว่าจะผ่านไปได้ในแต่ละวันมันช่างยากเย็นเหลือเกิน แม่บอกว่าให้เข้มแข็งให้มากๆ เขาพยายามแล้ว ทว่ายิ่งบอกให้ตัวเองเข้มแข็งเท่าไร แต่มันกลับยิ่งอ่อนแอมากขึ้นเท่านั้นไนท์คลับซานด์หย่อนตัวนั่งข้างคีรินที่กำลังดื่มเหล้าอยู่พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยความเป็นห่วง“สามเดือนแล้วนะไอ้คีรินที่มึงดื่มแบบนี้ มึงควรจะหยุดได้แล้วนะ”“กูจะดื่มจนกว่าริสาจะกลับมา” ปากหนาขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ในขณะที่ในดวงตาฉายแววความเศร้าหมองออกมาอย่างเห็นได้ชัด“มึงจะทำตัวแบบนี้ไม่ได้นะไอ้คีริน ช่วงนี้มึงผอมลงไปมากเลยนะรู้ตัวหรือเปล่า หยุดดื่มเถอะ”“ถ้ากูไม่ดื่ม กูก็นอนไม่หลับหรอก เพราะเหล้านี่แหละเป็นที่พึ่งทางใจของกูได้ดีที่สุดแล้ว มึงอย่าห้ามกูเลยนะ”ซานด์ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจเมื่อเห็นว่าคีรินไม่ฟังอะไรเลย พลางคิดในใจว่าที่ผ่านมาเพื่อนของเขาไม่เคยมีความรัก คีรินไม่เคยมีคนรักมาก่อน พอมามีความรัก แต่กลายเป็นว่าคนที่ตัวเองรักหนีไปก็เลยต้องเสียใจหนักแบบนี้เวลาต่อมาซานด์นั่งดื่มเป็นเพื่อนคีรินจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง กระทั่งคีรินลุกขึ้นเต็ม
หนึ่งเดือนต่อมาไนท์คลับหรูแห่งหนึ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ริสาไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด ส่วนคีรินนั้นในระยะหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เขามักจะมาดื่มที่ไนท์คลับนี้เกือบทุกวัน เพราะถ้าให้เขาอยู่แต่บ้านก็เครียด เนื่องจากในสมองและใจของเขาคิดถึงแต่เรื่องที่เขาเคยทำผิดกับริสา ดังนั้นในแต่ละวันเขาจึงต้องใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยในการนอนหลับ“ช่วงนี้มึงมีเรื่องอะไรให้เครียดหรือเปล่าวะ กูเห็นมึงมาดื่มเหล้าเกือบทุกวัน” ซานด์ที่เป็นเจ้าของไนท์คลับนี้และเป็นเพื่อนสมัยเรียนของคีรินหย่อนตัวนั่งแล้วเอ่ยถามออกไป“ใช่กูเครียด แล้วก็เครียดมากด้วย ถ้าไม่กินเหล้ากูก็นอนไม่หลับหรอก” คีรินพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง“มึงเครียดเรื่องงาน?”“เปล่า เครียดเรื่องเมีย เมียกูหนีไปเป็นเดือนแล้ว”“เมียมึง? คนที่เป็นเด็กเลี้ยงน่ะเหรอ”“นั่นไม่ใช่เมีย แต่เป็นแค่คู่นอนและกูก็ไม่เคยให้สถานะเมียกับคู่นอน เมียกูมีคนเดียวก็คือริสา” คีรินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงฉะฉาน“อ้าวเหรอ กูคิดว่ามึงจะเอาคู่นอนมาเป็นเมียซะแล้ว หลังแต่งงานมึงก็ยังไม่เลิกกับคู่นอนไม่ใช่เหรอ”“อืม”“แล้วตอนนี้มึงก็ยังอยู่กับคู่นอน?”“ไม่แล้ว นานแล้วที่กูไม่เลี้ยงผู้ห
สองวันต่อมาคอนโดริสา ตอนเย็นริสาที่กลับจากโชว์รูมสาวเท้าก้าวเดินมาจนถึงหน้าคอนโดก็เห็นว่ามีรถสปอร์ตหรูสีเงินป้ายแดงจอดอยู่ ร่างบางเดินผ่านรถคันนั้นไป ก่อนที่เจ้าของรถร่างสูงจะเปิดประตูออกจากรถมาพร้อมกับเรียกคนตัวเล็กที่กำลังจะเดินเข้าไปในคอนโด“ริสา”“คะ” เธอหันมาขานรับทันควัน แต่เมื่อเห็นว่าเป็น
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่คีรินอยู่แต่คอนโด เขาไม่คิดที่จะกลับบ้านที่เป็นเรือนหอ ส่วนริสาก็ไม่ไปหาเขาอีกเลย ก็ตั้งแต่วันที่เธอไปเห็นเขากับยี่หวาอยู่ในห้องทำงานด้วยกันจนกระทั่งวันนี้เมื่อริสาออกจากที่ทำงานเธอก็ขึ้นรถแท็กซี่แล้วมุ่งหน้าไปยังบริษัทของเขา เธอชอบเขา เพราะฉะนั้นเธอจะต้อง
เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน ร่างสูงของคีรินก็ลุกขึ้นเต็มความสูง ริสาที่เห็นจึงลุกจากโซฟาแล้วเดินมาหาเขาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งผิดกับเขาที่มีสีหน้านิ่งขรึม“คุณคีรินจะไปกินข้าวแล้วใช่ไหมคะ”“…” เขาไม่ตอบ จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไป ร่างเล็กที่เห็นว่าเขาไม่ตอบจึงก้าวตามร่างสูงลงไปข้างล่
วันต่อมาร้านอาหารแห่งหนึ่งวันนี้คีรินกับริสามีนัดมาดูตัวกัน ร่างสูงที่นั่งรอว่าที่เจ้าสาวตัวแทนมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นจึงรู้สึกหงุดหงิดแล้วบ่นอุบกับยี่หวาที่นั่งอยู่ข้างๆ“มัวทำอะไรอยู่นะ ทำไมถึงไม่มาสักที”“ใจเย็นๆนะคะคุณคีริน เดี๋ยวเขาก็มาค่ะ รถคงจะติดมั้งคะ” สิ้นเสียงของยี่หวาเอ่ย







