Partager

12.ผ่านด่านเมืองหลวง

last update Date de publication: 2025-06-28 20:42:32

ผ่านด่านเมืองหลวง

เช้าวันรุ่งขึ้น เสวียนหนี่ตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงร้องของสัตว์บางชนิด นางลุกขึ้นจากเตียงไม้ไผ่ผุพังในกระท่อมของถานถานแล้วเดินออกมาขยี้ตาดู ที่หน้ากระท่อมนั้นถานถานกำลังจูงล่อมาหนึ่งตัว ล่อตัวนี้ลักษณะดี แข็งแรงเหมาะแก่การใช้เป็นพาหนะในการแบกขน เจี่ยนถานถานมัดมันไว้กับเสาหน้าบ้านแล้วเดินมาดื่มน้ำดื่มท่าให้หายเหนื่อย

“ท่านเอามันมาจากที่ใดเจ้าคะ”

“ซื้อมา”

“เอาเงินจากไหนไปซื้อมา”

“ก็ปิ่นปักผมกับต่างหูนั่นอย่างไร อ้อ มีแหวนด้วย”

“ปิ่นและต่างหูของข้าท่านเอาไปตอนไหน”

“ตอนเจ้าหลับ”

คราวนี้เป็นเสวียนหนี่บ้างที่เป็นฝ่ายกัดฟันกรอดอย่างเหลืออด นางอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ แต่ก็ระงับสติได้ทันกลัวว่าถานถานจะไม่พานางไปหุบเขาอูยา เขายังดื่มน้ำในถุงหนังสัตว์อย่างไม่เป็นเดือดเป็นร้อนในขณะที่เสวียนหนี่ตอนนี้โมโหสุดขีดเพราะได้กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวโดยสมบูรณ์

ความตั้งใจเดิมของนางคืออยากเอาของมีค่าทั้งหมดให้เขาเมื่อยามที่ออกเดินทางไปได้ระยะหนึ่ง เพราะขืนให้ไปตอนนี้นางหวั่นใจเหลือเกินว่าเขาอาจจะหักหลัง

“ไม่ต้องกลัวข้าหักหลังหรอกนะ ข้าเอาเงินไปซื้อล่อมาก็เพื่ออยากให้เจ้าเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น หรือเจ้าจะเดินเท้าจากที่นี่เป็นหมื่นลี้ไปหุบเขาอูยาล่ะ”

ถูกของเขา เมื่อเขาอธิบายแล้วนางก็ใจเย็นลง ไม่มีทางที่นางจะเดินเท้าเป็นหมื่นลี้ไปถึงหุบเขาอูยาได้โดยเร็ว การใช้สัตว์เป็นยานพาหนะพาไปย่อมไปถึงได้รวดเร็วกว่า

“ข้ามีรถเข็นลาก ข้าต้องหาไม้มาต่อเพิ่มเติมให้ใหญ่ว่าเดิม ทำให้เป็นเกวียนเราจะได้เดินทางสะดวก”

“ข้าช่วยท่านเอง”

เขาไม่ว่าอะไรแต่เดินกลับไปที่ล่อแล้วเอาห่อผ้าที่อยู่บนหลังของมันโยนมาให้นาง เสวียนหนี่ที่ยังไม่ทันตั้งตัวรับไว้แทบไม่ทัน เมื่อเปิดห่อผ้าดูแล้วจึงพบว่าในห่อผ้านั้นคือเสื้อผ้าของ

บุรุษ  ถึงเนื้อผ้าจะหยาบกร้านเพราะถักทอด้วยวัสดุราคาถูกแต่นางก็ไม่นึกตำหนิถานถานเลย ออกจะประหลาดใจด้วยซ้ำที่เขายังคำนึงถึงนางอยู่บ้างไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมด

“อาภรณ์บุรุษจงเอาไปเปลี่ยนเสีย อาภรณ์ถูก ๆ เจ้าคงใส่ได้”

“ข้าไม่ใช่พวกเจ้ายศถือตัว บัดนี้ข้าไม่มีสิทธิ์เลือกแล้ว ทางใดที่ทำให้ข้าสามารถรอดไปได้อย่างปลอดภัย ข้าจำเป็นต้องทำ”

“เช่นนั้นก็ดี ปลอมตัวเป็นบุรุษโอกาสรอดของเจ้าจะมีมากกว่า”

เสวียนหนี่มองตาแก่ถานอย่างซาบซึ้งใจ ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าเดินหนีไปทางอื่นนางได้เรียกเขาไว้

“เจี่ยนถานถาน”

“มีอะไรอีก”

“ขอบใจท่านมาก รอข้าสักครู่ข้าจะเข้าไปเปลี่ยนอาภรณ์แล้วจะตามท่านเข้าป่าไปตัดไม้กับท่าน หากเราช่วยกันเราก็จะได้ไปจากที่นี่เร็วขึ้น ข้ากลัวว่าทหารจะไหวตัวทันเสียก่อน ภายในวันสองวันนี้ทุกอย่างต้องเรียบร้อย”

โชคดีที่กระท่อมของถานถานตั้งอยู่ห่างไกลจากผู้คน ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามายุ่มย่าม เหตุผลหลัก ๆ ที่ถานถานต้องหนีมาอยู่ห่างไกลชุมชนขนาดนี้เสวียนหนี่พอเดาออกว่าเป็นเพราะเขาอยากปกปิดฐานะที่ตนเองเป็นทาสหลบหนี จึงไม่อยากอยู่ใกล้ใครและไม่อยากสุงสิงกับใครเกินความจำเป็น อาชีพของเขาคือเผาถ่านแล้วเอาไปฝากขาย ขายได้ก็เอาเงินไปซื้อสุรามานั่งดื่ม

เงียบ ๆ กลางป่ากลางเขา ง่วงก็นอน หิวก็เดินเข้าป่าไปล่าสัตว์และหาผลไม้ป่าเป็นอาหาร ชีวิตในแต่ละวันวนเวียนเช่นนี้

ทว่าบัดนี้ความสงบสุขของเขาคงจบลงเพราะนางแล้ว...

ช่วงยามเซิน ทั้งสองได้ใช้รถเข็นเล็กเดินขนไม้ออกมาจากป่า เมื่อมาถึงเสวียนหนี่ได้นำของที่เก็บได้จากในป่า อาทิเช่น ผักป่าและกระต่ายมาปรุงเป็นอาหาร วันนี้โชคดีที่ได้เผือกและมันติดมือมานิดหน่อย ส่วนถานถานเขาไม่คิดจะหยุดพัก กำลังเร่งมือต่อเกวียนใหม่โดยเร็ว คิดว่าภายในสองถึงสามวันที่นางกล่าวถึงนั้นคือระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป หากทำเสร็จในคืนนี้แล้วออกเดินทางพรุ่งนี้ได้ก็คงจะดี

ตาแก่ถานต่อเกวียนไปก็จิบสุราไปพลาง ส่วนเสวียนหนี่เริ่มง่วงแล้วแต่นางยังช่วยเขาส่งเครื่องมืออดนอนไปด้วยกัน จนเมื่อถึงยามซื่อของวันรุ่งขึ้นทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย สรุปแล้วทั้งเขาและนางล้วนไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน เมื่อถึงวันถัดมาเวลาก็ล่วงเลยไปแล้วครึ่งวัน สองคนรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที

“เหลือเวลาอีกครึ่งวัน เจ้าไปพักผ่อนเถิด เราจะออกเดินทางไปคืนนี้เลย”

“ถ้าเราเดินทางไปตอนกลางคืนจะไม่ถูกสงสัยหรอกหรือเจ้าคะ”

“แน่นอน”

“แล้วเหตุใดท่านไม่รอพรุ่งนี้เช้า”

“ข้ามีเส้นทางที่ไม่ต้องผ่านด่านนอกเมือง แต่ทางเส้นนั้นค่อนข้างขรุขระไม่สะดวกสบาย แต่รับรองได้ว่าปลอดภัย ขอเพียงเราผ่านด่านเมืองหลวงออกไปได้ก่อนเท่านั้นก็ไม่มีอะไรต้องห่วง”

“มีกบฏหลบหนีเช่นนี้ทหารต้องตรวจตราหนาแน่นแน่”

“ก็ต้องลองดู”

“แต่ถ้าหากถูกจับได้ทั้งท่านและข้าถึงตายทั้งคู่”

“...”

เขาไม่พูดอะไรต่อแต่เดินไปยกไหสุราขึ้นมาดื่มจนหมด พอดื่มหมดก็ขว้างไหทิ้งไป เสียงไหสุราดังกระทบพื้นแตกเป็นเสี่ยง ๆ เสวียนหนี่มองแล้วไม่เข้าใจความคิดเขาเลยจริง ๆ หลังจากทิ้งศีรษะลงนอนได้ไม่ถึงห้าจิบน้ำชาเสียงกรนก็ดังลอยมา

ตามลม จนนางต้องใช้มือปิดหูแก้รำคาญ

...ตาแก่นี่ประหลาดคนนัก

คนแบบไหนกันทิ้งศีรษะลงไม่ทันไรก็หลับเป็นตายเสียแล้ว อนาคตข้างหน้านางจะเป็นเช่นไรก็ไม่มีทางรู้ได้เลย แต่ถานถานคือที่พึ่งเดียวของเสวียนหนี่ เช่นนั้นนางจะเลือกอะไรได้อีก เดินทางไปกับเขาก็อาจจะรอดแต่ถ้าหากยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปหากถูกจับได้ตายอนาถแน่นอน

และแล้วถานถานก็ตื่นนอนขึ้นมาเมื่อปลายยามโหย่วพอดิบพอดี เขาตื่นจากการหลับใหลลืมตาขึ้นมาก็พบว่านางตื่นก่อนแล้วและกำลังก่อไฟเผามันเพื่อจะได้เอาไว้กินประทังยามหิว พอเผาสุกก็เอาใส่ห่อผ้าขนขึ้นรถเข็นที่ถูกต่อให้เป็นเกวียน ซึ่งถานถานผูกติดกับล่อเรียบร้อยแล้ว ส่วนน้ำดื่มค่อยไปหาเอากับลำธารข้างหน้า

หวังเพียงว่าผ่านด่านประตูเมืองหลวงไปให้ได้ก่อนอาทิตย์อัสดง อะไร ๆ คงง่ายดายขึ้นกว่าเดิม หมื่นพันลี้นับจากนี้คือการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต เสวียนหนี่ตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าตอนได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก นางทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวสารพัดเมื่อใกล้ประตูเมืองเข้าไปทุกที...ทุกที

ล่อเดินช้าลง เสียงของถานถานดังขึ้น เสวียนหนี่ที่นั่งอยู่บนเกวียนรีบพยายามข่มความกลัวทำตัวให้ไม่มีพิรุธ

“ถึงด่านตรวจแล้วอย่าทำตัวมีพิรุธนะ”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

เขายังคงเดินอย่างปกติต่อไปจนถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่หน้าประตูทางออกมีทหารไม่น้อยกว่าสิบนาย เสวียนหนี่รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อทหารนายหนึ่งเดินเข้ามาใกล้

“จะไปที่ใด”

หนึ่งในทหารถามขึ้นตาแก่ถานแสร้งหัวเราะแล้วกล่าวตอบ

“แฮะ ๆ ข้ากับลูกชายจะไปบ้านญาตินอกเมืองใกล้ ๆ นี่เอง”

“ลูกชายงั้นรึ”

ทหารทวนคำแล้วกำลังจะเดินมาใกล้ ระหว่างนี้เสวียน

หนี่หวาดกลัวจับจิต นางตื่นเต้นเสียจนเหงื่อแตกพลั่ก พลางนึกว่าทหารต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่านางนั้นเป็นชาย นี่คือความจริงหาใช่ละครหลังข่าวที่นางเอกติดหนวดหรือติดไฝพูดเสียงห้าวแล้วใครต่อใครต่างดูไม่ออกอย่างโง่งม

...บ้าเสียจริง เชื่อก็โง่แล้ว บนโลกใบนี้ไม่มีผู้ใดโง่เขลาเพียงนั้นหรอก

“เจ้าหันหน้ามานี่ซิ”

เสวียนหนี่ค่อยหันกลับมาแล้วยิ้มแห้ง ๆ ทหารนายนี้จ้องหน้านางอยู่นานแล้วก็เดินวนสำรวจไปรอบ ๆ เหมือนกำลังพิจารณาบางอย่าง เสวียนหนี่เกร็งตัวจนแทบจะฉี่ราด

...ต้องไม่เชื่อแน่เลย เจ้าของร่างหน้าหวานปานน้ำผึ้งเพียงนี้ คงไม่มีทหารที่ไหนโง่ขนาดนั้นหรอก ข้าต้องตายแน่ ๆ

“หน้าเจ้า!”

นางสะดุ้งโหยงเมื่อทหารนายนั้นชี้หน้านาง ในใจของนางตอนนี้คิดเอาไว้ว่าเขาต้องมองนางออกแล้วว่าคือสตรีหาใช่บุรุษไม่

“หน้าเจ้า”

“มีอะไรหรือขอรับ”

ถานถานพูดขึ้นแล้ววิ่งกลับมายืนข้างเสวียนหนี่ ทั้งคู่ลุ้นจนตัวโก่งหัวใจหล่นไปอยู่แทบตาตุ่ม คิดในใจว่างานนี้อาจต้องมีคนตายคู่อย่างไม่ต้องสงสัย

“เจ้าหนุ่มนี่หน้ามันติดขี้เถ้า”

ขี้เถ้า! แค่ขี้เถ้าเองหรือ

ขี้เถ้าที่ติดมาคงจะเป็นตอนที่นางก่อไฟเผามัน เสวียน

หนี่และถานถานผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ได้แต่อุทานอยู่ภายในใจว่า...โอ้ พระโพธิสัตว์!

พ้นเขตเมืองหลวงมาไกลราวสองลี้ เสวียนหนี่และถานถานส่งเสียงหัวเราะออกมาเพราะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ที่น่าขันกว่านั้นคือไม่คิดว่าทหารคนนั้นจะมองไม่ออกจริง ๆ

“เจ้านี่โง่เสียจริง ฮ่า ๆ เกิดมายังไม่เคยเห็นใครโง่ได้เท่ากับเจ้า ขี้เถ้าติดหน้ายังไม่รู้ตัวอีก”

“ในเมื่อท่านก็เห็นว่าขี้เถ้าติดหน้าข้าตั้งแต่ออกจากกระท่อมแล้วเหตุใดถึงไม่บอกข้าสักคำ ในห่อผ้ามีมันเผา หากท่านยังว่าข้าโง่อีกข้าจะไม่แบ่งให้”

“เห้อะ มันก็มันข้าขุดมาได้แท้ ๆ”

“แต่ตอนนี้มันเป็นของข้าแล้ว”

หลังดวงอาทิตย์อัสดง ถานถานได้จุดไฟกองใหญ่  เขานำมันมาเผาใหม่เพื่ออุ่นให้ร้อน แสงจากเพลิงไฟให้ความสว่างไสวเป็นวงกว้าง รู้สึกอุ่นกายอุ่นใจกว่าตอนที่อยู่เมืองหลวง แค่ผ่านด่านเมืองหลวงมาได้ก็โล่งใจแล้วหนึ่งเปลาะ พอมันเผาเริ่มร้อนเขาก็ได้ใช้กิ่งไม้เขี่ยมันออกจากกองไฟ นำมาลอกเปลือกออกก่อนจะเอาเข้าปาก แต่แล้วถานถานก็ต้องรีบคายออกมาเพราะมันเผายังไม่คลายความร้อน ท่าทางของเขาดูตลกปนโง่เขลาสิ้นดี

“แค่ก ๆ ร้อน ๆ ร้อนชะมัด ปั๊ดโธ่”

ทางด้านเสวียนหนี่ยังไม่รู้สึกหิว นางได้เดินไปลูบหัวของล่อแล้วเกิดความสงสัยว่าเหตุใดเขาถึงเลือกซื้อล่อมาแทนม้า จึงได้เอ่ยปากถามขึ้น

“เหตุใดท่านถึงซื้อล่อมา เงินคงไม่พอซื้อม้าสินะเจ้าคะ ข้าเองก็ลืมไปว่าม้าน่าจะแพงกว่า”

“เพราะม้ามันเหมือนเจ้าต่างหากล่ะคุณหนูฉู่ ข้าก็เลยไม่ซื้อ”

“เหมือนอย่างไรเจ้าคะ”

“ล่อมันฉลาดกว่าม้า”

พูดเพียงเท่านั้นถานถานก็เอนหลังลงนอนในขนะที่อ้อมแขนของเขายังกอดไหสุราแนบแน่น เสวียนหนี่ที่ฟังแล้วจำต้องทวนคำพูดเขาใหม่ให้แน่ชัด

“ล่อมันฉลาดกว่าม้าหรือ...เอ๊ะ นี่ท่านว่าข้าโง่อีกแล้ว!”

ล่อ สัตว์ลูกผสมระหว่างม้ากับลา ฉลาดกว่าม้า แข็งแรงและอึดทนกว่า แถมราคายังถูกกว่าม้ามากมายหลายเท่า หากไม่ต้องการสัตว์ยานพาหนะที่อวดฐานะ ล่อจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ชาวบ้านเลือกใช้ขนของหนักและช่วยทำการเกษตรได้อย่างคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไป แม้ว่าล่อมันจะสง่าน้อยกว่าม้า แต่ในสายตาเสวียนหนี่มันคือสัตว์ที่ดูน่ารักมากทีเดียว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)   43.จดหมายจากทางไกล (จบ)

    จดหมายจากทางไกล (จบ)“ฮูหยินเจ้าคะเมื่อเช้านี้คนเฝ้าประตูหุบเขานำจดหมายและของมาฝากให้ฮูหยินเจ้าค่ะ บอกว่าได้มาจากขบวนพ่อค้าผ่านทาง”สาวใช้วางจดหมายไว้บนโต๊ะแล้วก็เดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ ข้างจดหมายนั้นยังมีกล่องไม้ขนาดไม่ใหญ่มากเสวียนหนี่เปิดกล่องไม้ดูข้างในพบว่าเป็นผ้าบุหนาพันห่อบางสิ่งไว้อย่างดี สัมผัสยังชุ่มชื้นคล้ายกับว่ามีการพรมน้ำไว้ตลอดเวลา เมื่อนางเปิดผ้าห่อออกเห็นว่าสิ่งของข้างในคือกิ่งพันธุ์ของพืชชนิดหนึ่งจึงรีบคลี่จดหมายออกดู เนื้อความข้างในจดหมายได้เขียนบรรยายไว้ว่า…ข้าถึงแคว้นฉินอย่างปลอดภัยแล้วระหว่างทางมาแคว้นฉินข้าได้รู้จักกับพ่อค้าผู้หนึ่ง เขามีโรงย้อมอยู่ในเขตอำเภอเล็ก ๆ และได้รับข้าเข้าทำงานที่โรงย้อม หวังว่าจากนี้ชีวิตของข้าจะพบกับความสงบสุขอย่างที่เจ้าเคยกล่าวไว้ สิ่งที่ข้าฝากมาในกล่องคือกิ่งพันธุ์ฝูเถาพืชชนิดนี้ที่แคว้นฉินมีราคาแพงมาก เจ้าชอบเพาะปลูก ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะพึงพอใจข้าซื้อกิ

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)    42.ปรารถนาให้ดอกไม้งามได้ผลิบาน

    ปรารถนาให้ดอกไม้งามได้ผลิบาน“ข้าหวังเพียงว่าจากนี้ไปเจ้าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างดีและมีความสุข ไม่ใช่แค่เจ้าที่คิดว่าข้าเป็นเหมือนคนในครอบครัวแต่ข้าเองก็คิดอย่างนั้น…ข้าอยากเห็นเจ้ามีความสุข”คำพูดคำจาของถานถานฟังแล้วต่างจากเดิมมาก เขาไม่ใช่ตาแก่ไร้สาระของนางอีกต่อไปแล้วเขาพูดสิ่งดี ๆ เพื่อคนอื่นก็เป็นเช่นกันแต่น้อยครั้งนักที่ถานถานจะเอ่ยวาจาได้ตรงกับใจอย่างนี้ส่วนมากเขามักจะเฉไฉและวางท่าคิดอย่างไรก็ไม่เคยแสดงออกอย่างเปิดเผย"แล้วเจ้าเด็กวุ่นวายนั่น""หมายถึงเพียนเพียนน่ะหรือเจ้าคะ อย่าห่วงเลย ตอนนี้ได้คุณหนูฟางจิงดูแลคุณหนูทั้งสอนหนังสือและเรื่องต่าง ๆ ให้นางอย่างดี เพียนเพียนจะต้องเติบโตได้ดีแน่เอาไว้ว่าง ๆ ข้าจะพานางไปเยี่ยมเยือนท่านที่ไร่นะเจ้าคะ" "อืมงั้นข้าไปละนะ ข้างในนี้ต้องเป็นของดีแน่ ๆ คิดแล้วน้ำลายไหล"เขาชูถุงผ้าขึ้นพลางหัวเราะร่า

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)    41.คำขอร้องของหลีเหว่ย

    คำขอร้องของหลีเหว่ยไม่จำเป็นต้องหลบหลังพุ่มไม้อีกต่อไปแล้วครั้งนี้เขาเดินอย่างองอาจเข้าไปในเรือน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าฟางจิงจึงได้หันกลับมามองยังต้นเสียงเห็นว่าคนที่มาคือหลีเหว่ยนางก็เกิดความสงสัยเป็นอย่างมากวันสำคัญเช่นนี้เขาควรจะเฉลิมฉลองอยู่ที่เรือนหลักกับคนอื่น ๆ นานแล้วที่นางและเขาไม่ได้เจอกันเลย ครั้งล่าสุดเห็นจะเป็นตอนที่ปิดล้อมจับห่าวอู๋ แต่ก็แค่เห็นผ่านตาเพียงเท่านั้นไม่ได้มีการพูดคุยกันสักครึ่งคำก่อนที่ฟางจิงจะถูกรถม้าทับเขาและนางมีความสนิทสนมกันที่สุดแทบจะเรียกได้ว่าสนิมเทียบเท่าผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆหลังจากที่อี้เฉินถูกส่งให้ไปศึกษาที่สำนักศึกษาตี้จิวแล้วหลีเหว่ยก็ติดตามไปเป็นสหายร่วมเรียนฟางจิงและเขาก็ค่อย ๆ ห่างเหินกันไปตามกาลเวลาพอสำเร็จการศึกษาหวนคืนหุบเขานางก็ตีตัวออกหากเขาไปเรื่อย ๆไม่สนิทสนมอย่างเดิมแล้วจนปัจจุบันเหมือนคนเคยคุ้นที่อาศัยร่วมจวนเดียวกัน“นานมาแล้วที่ไม่ได้ไปมาหาสู่กัน วัน

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)    40.คำตอบของอี้เฉิน

    คำตอบของอี้เฉิน“ไปหาเจี่ยนถานถานมาเป็นอย่างไรบ้าง" อี้เฉินถามคำพูดของพ่อค้าสองคนนั้นยังก้องอยู่ในหู เสวียนหนี่จึงยังไม่ทันได้ฟังที่เขาพูด นางเอาแต่นั่งเหม่อลอยใช้ตะเกียบเขี่ยเส้นบะหมี่วนอยู่ในชาม พอเห็นว่าอีกคนไม่ตอบคำถามเขาจึงเรียกชื่อนางซ้ำให้ดังขึ้น“เสวียนหนี่”“เจ้าคะ”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเงยหน้ามองบุรุษที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน“ไม่หิวหรือ"“อ๋อข้ายังไม่หิวเจ้าค่ะ”“อย่างนี้นี่เองเช่นนั้นเรากลับจวนกันเถอะ”กลับถึงจวนตระกูลหงก็ใกล้ตะวันตกดิน ที่ศาลาเห็นหลีเหว่ยและโม่โฉวกำลังนั่งเล่นหมากล้อม พวกเขาได้ลุกขึ้นยืนมองมาทางเสวียนหนี่และอี้เฉินด้วยแววตาสงสัยคาดไม่ถึงว่าจะมีโอกาสได้เห็นทั้งคู่เดินเคียงกันมา"กลับมาแล้วหรือขอรับ"หลีเหว่ยทักทาย ประมุขหนุ่มมองตอบเพียงเท่านั้นแล้วเดินตรงเข้าไปในเรือน“เจ้ายังไม่กลับเรือนกุ้ยเ

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)   39.เกิดอะไรกับห่าวอู๋

    เกิดอะไรกับห่าวอู๋สีหน้าของฟางจิงดูสลดลงโม่โฉวบอกกับอี้เฉินว่าความพิการทางร่างกายของนางไม่ได้หนักหนา สิ่งที่ทำให้นางยังไม่สามารถลุกขึ้นมายืนหยัดได้นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตใจไม่ว่าพี่ชายจะเสาะแสวงหาแพทย์ที่เก่งกาจเพียงใดมารักษาก็ไม่เป็นผลฟางจิงไม่ให้ความร่วมมือนางหวาดกลัวที่จะลุกขึ้นเดินอีกครั้งเสียงเย้ยหยันของผู้คนในอดีตที่ผ่านมาทำให้นางไม่กล้าลุกขึ้นสู้นางกลัวความผิดพลาดกลัวว่าหากลุกขึ้นมาใหม่แล้วต้องล้มลงไปอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็จะต้องอับอาย"รักษาเถิดกลัวไปไยพี่จะคอยอยู่ข้าง ๆ เจ้าเอง""...ข้าใช้ชีวิตเช่นนี้ก็พอใจดีอยู่แล้ววันนี้ข้ารู้สึกเวียนหัวขอตัวพักเอาแรงสักงีบ"ทุกครั้งที่พูดเรื่องบำบัดรักษาฟางจิงก็มักจะเลี่ยงตลอดอี้เฉินเองก็อ่อนใจเต็มทีเขามองตามร่างของน้องสาวที่เคลื่อนรถเข็นเข้าไปในเรือนแล้วถอนหายใจกลัดกลุ้ม ไม่รู้ว่าในระหว่างที่เขามองตามฟางจิงอยู่นั้นเสวียนหนี่เดินมาทางด้านหลังเขาตั

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)    38.ส่งซูหนี่

    ส่งซูหนี่“พี่สาวเจ้ามาลาข้าแล้ว”เมื่อวานนี้ซูหนี่ได้เข้ามาหาเขา แล้วก็แสดงเจตนาว่าอยากออกจากหุบเขา ดังนั้นอี้เฉินจึงพูดขึ้นเพื่ออยากรู้ว่าเสวียนหนี่ทราบเรื่องนี้แล้วหรือยัง พอได้ฟังนางแสดงสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที“ข้าไม่ได้ไล่นางไปนะเจ้าคะ แล้วก็ไม่ได้ตีนางด้วย”“ข้าก็ไม่ได้บอกว่าเจ้าไล่หรือตีนางเสียหน่อย”ท่าทางรีบร้อนแก้ต่างให้ตนเองของนางทำให้ดูลุกลนจนเกินไปอี้เฉินทำหน้าเหมือนผู้ใหญ่กำลังดุเด็กแล้วพูดต่อ“แต่ถึงเจ้าไม่ไล่ข้าก็ไล่นางออกไปอยู่ดี”หญิงสาวพูดไม่ออกเดิมทีอี้เฉินก็ไม่ไว้หน้าผู้ใดอยู่แล้วยิ่งเป็นซูหนี่ที่เคยอยู่ฝ่ายเดียวกันกับห่าวอู๋มาก่อนก็ไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะไว้ไมตรีด้วยความที่ชายหนุ่มมองคนขาดตั้งแต่แรกเริ่มจึงไม่ได้ให้ความเชื่ออกเชื่อใจใครโดยง่ายหากไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวังเขาเชื่ออย่างนั้นเป็นมิตรได้วันหนึ่งก็อาจเปลี่ยนไปเป็นศัตรู หรือบางรายเป็นศ

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)   14.รับบทคนขุดสุสาน

    รับบทคนขุดสุสาน“โมโหขนาดนี้อย่าบอกนะว่าเจ้าจะช่วยนาง”ถานถานดึงแขนเสวียนหนี่เข้ามากระซิบกระซาบถามเป็นครั้งที่สอง“ตาแก่ถาน ท่านพอจะช่วยลูกของนางได้หรือไม่เจ้าคะ”“เหอะ อย่าฝัน&rd

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)   13.เจ้าสาวผี

    เจ้าสาวผีเข้าสู่วันที่สิบของการออกเดินทาง เสบียงที่นำติดตัวมานั้นเริ่มร่อยหรอเต็มที เสวียนหนี่ก้มลงมองถุงผ้าที่นางห่อเสบียงแล้วมองไปรอบ ๆ ข้างทางที่ผ่านมานั้นไม่มีลำธารหรือบ่อน้ำให้เห็น เป็นเพราะเส้นทางที่เขาพามาไม่ได้สะดวกอย่างเ

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)   11.วัดใจกันไปเลย!

    วัดใจกันไปเลย!“เห็นทีว่าท่านคงไม่อยากใช้ชีวิตอิสระอีกต่อไปแล้ว ก็ดี...เรียกทหารมาเลย”“เจ้าพูดอะไรของเจ้ากัน”“ทาสสินะ ทาสที่หลบหนีเสียด้วย”ถานถานหน้าถอดสี ความลับที่เขาเก็บซ่อนมานานนับ

  • เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด (จบ)   10.ประกาศจับกบฏ

    ประกาศจับกบฏที่โรงเตี๊ยมในตลาด ถานถานพาเสวียนหนี่มาแล้วสั่งอาหารสามอย่าง มีเป็ดพะโล้ น้ำแกงซี่โครง ไก่ย่าง และที่ขาดไม่ได้เลยคือสุราหมัก ถานถานโลภมากจึงสั่งมาทีเดียวเลยห้าไห เขานั่งทานอย่างเอร็ดอร่อยราวกับว่าไม่เคยได้ลิ้มรสของดีเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status