تسجيل الدخولแมรี่ก้าวเดินอย่างช้าๆ บนชายหาดที่ขาวละเอียดดุจผงแป้ง เม็ดทรายเนียนนุ่มยวบเล็กน้อยใต้ฝ่าเท้าทุกย่างก้าว แสงแดดอ่อนในยามบ่ายสะท้อนบนพื้นทรายเป็นประกายระยิบระยับ ท้องทะเลเบื้องหน้าแผ่กว้างออกไปสุดสายตา น้ำทะเลสีเขียวมรกตใสจนมองเห็นพื้นทรายใต้ผืนน้ำ คลื่นเล็กๆ ซัดกระทบชายฝั่งอย่างแผ่วเบา ส่งเสียงราวกับท่วงทำนองแห่งธรรมชาติเหนือผืนน้ำ ท้องฟ้าเปิดกว้างเป็นสีฟ้าสดใส ประดับด้วยปุยเมฆขาวที่ลอยล่องอย่างเกียจคร้าน ราวกับถูกแต่งแต้มด้วยพู่กันอันประณีตของธรรมชาติ แสงแดดอ่อนโยนทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวาอย่างยิ่งมือเรียวของแมรี่ถูกจับประคองไว้อย่างอบอุ่นโดยมือหนาของเฮนรี่ ทั้งคู่ก้าวเดินไปด้วยกันอย่างสงบ สัมผัสสายลมทะเลพัดพากลิ่นอายทะเลมาปะทะเบาๆ กับผิวกาย ชายหาดที่ทอดยาวราวไม่มีที่สิ้นสุด“เฮนรี่ฉันอยากจะถามอะไรคุณอย่างหนึ่งนะ มันเป็นคำถามที่ฉันอยากได้ยินจากปากของคุณน่ะ คุณไม่ต้องตอบฉันก็ได้นะ ถ้าคุณไม่อยากที่จะตอบ” แมรี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยถามเฮนรี่ เฮนรี่หยุดเดินและหันกลับมามองเธอ ทำให้เธอหยุดยืนด้วยเช่นกัน“ไหนแมรี่ คุณอยากรู้อะไรล่ะ คุณถามผมได้ทุกเรื่องเลย” เฮนรี่เอ่
ในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ แสงจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางฟากฟ้า สาดส่องลงมายังพื้นน้ำเป็นแสงสีเงินระยิบระยับ แมรี่ก้าวออกมาจากบ้าน ทอดสายตามองไปยังเฮนรี่ที่ยืนอยู่กลางทะเล น้ำลึกจนถึงเอวหนาของเขา แต่เฮนรี่ยังคงมั่นคง ท่ามกลางแรงลมที่พัดเบา ๆ และเสียงคลื่นซัดสาดสลับกันอย่างเป็นจังหวะเฮนรี่หันหน้าไปทางเส้นขอบฟ้า ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่ง ลำตัวของเขาถูกแสงจันทร์แต่งแต้มให้ดูโดดเด่น น้ำทะเลที่เคลื่อนไหวเบา ๆ ล้อมรอบตัวเขาราวกับเป็นพรมผืนใหญ่ที่รองรับ ความเงียบงันรอบตัวมีเพียงเสียงคลื่นและเสียงหายใจของเธอเองที่ดังอยู่ในหัวใจแมรี่เปลื้องชุดที่สวมใส่ออกจากเรือนร่าง ชุดของเธอร่วงลงไปกองบนพื้นทรายสีขาวอย่างเงียบงัน เธอถอดรองเท้าออก ช้า ๆ ทีละข้าง สัมผัสได้ถึงความเย็นของเม็ดทรายใต้ฝ่าเท้า ละเอียดอ่อนและอบอุ่นจากไอความร้อนที่คงค้างจากแสงแดดยามกลางวัน ทุกการเคลื่อนไหวของเธอดูสง่างาม ราวกับเวลารอบตัวหยุดนิ่งแสงจันทร์ส่องกระทบผิวกายของเธอ เผยให้เห็นเงาที่สะท้อนความงามของหญิงสาวท่ามกลางธรรมชาติ เธอสัมผัสถึงน้ำทะเลเข้ามาในทุกอณูของร่างกาย เธอก้าวเดินลงไปยังน้ำทะเลอย่างไม่ลังเล ปล่อยให้คลื่นอ่อน ๆ ลูบไล้
เพียงเสี้ยวนาที เธอได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงที่แตกต่างจากความเงียบในปราสาท เธอได้ยินเสียงคลื่นทะเลกระทบชายฝั่งดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับกลิ่นเค็มอ่อนๆ ของน้ำทะเล และเสียงต้นไม้ที่พลิ้วไหว เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกถึงความเย็นของลมที่พัดผ่านผิว“คุณพาฉันมาทะเลหรือ” แมรี่ถามทั้งที่ยังหลับตาอยู่“อย่าเพิ่งลืมตานะ อีกนิดเดียว” เฮนรี่พูดเสียงนุ่ม แมรี่หลับตาตามคำสั่งของเขา เธอเริ่มรู้สึกถึงทรายละเอียดที่รองรับปลายเท้าของเธออยู่“ตอนนี้คุณลืมตาได้แล้ว” เสียงเฮนรี่ดังขึ้นใกล้หูเมื่อเธอลืมตา เธอเห็นภาพทะเลกว้างใหญ่ปรากฏตรงหน้า น้ำทะเลสีครามเข้มตัดกับขอบฟ้าที่ทอดยาวสุดสายตา แมรี่ตะลึงในความงดงามที่เธอไม่เห็นมานานนับร้อยปี ส่วนมากแล้วเฮนรี่จะพาเธอไปยังป่าและน้ำตก ครั้งนี้เขากลับพาเธอมาทะเล มันทำให้เธอทั้งประหลาดใจและดีใจเป็นอันมาก เธอหันไปมองเฮนรี่ซึ่งยืนอยู่ข้างเธอ ดวงตาสีแดงของเขาเปล่งประกายเจือด้วยความอบอุ่น“ทำไมคุณถึงพาฉันมาที่นี่” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เฮนรี่ยิ้มบางไม่เห็นไรฟัน“เพราะผมอยากให้คุณได้พักผ่อน... ผมเห็นว่าเราสองคนไม่เคยมาทะเลกันสักที ครั้งนี้ผมอยากพาคุณพามาทะเลน่ะ
แมรี่ก้าวเดินออกมาจากห้องหนังสือภายในปราสาทแลงคาสเตอร์ ปราสาทหลังใหญ่ในป่าอาถรรพ์ แมรี่เธอได้มาอยู่ในปราสาทหลังนี้ได้เกือบร้อยปี ร้อยปีมานี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เรื่องราวความรักระหว่างเธอและเฮนรี่ เธอยังมีลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ นับวันอลิซาเบธยิ่งงดงามสะพรั่งดังสาวแรกแย้มทั้งที่เธออยู่มาร้อยกว่าปี และเธอก็เติบโตครั้งสุดท้ายตอนอายุยี่สิบปี ความงดงามของเธอร่ำลือไปทั้งป่าอาถรรพ์ ปีศาจภายใต้การปกครองของเฮนรี่ที่มีสถานะเป็นเชื่อสายกษัตริย์ต่างเข้ามาสู่ขอ บางคนก็มาประจบประแจงอยากจะได้เธอไปเป็นภรรยา แต่แมรี่กับติดแจกับเดวิดเพียงผู้เดียว เพราะเฮนรี่ให้เดวิดเป็นองครักษ์คอยดูแลอลิซาเบธตั้งแต่เธออายุยังน้อย เดวิดสอนเธอทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องสงคราม อลิซาเบธก็สนใจเรื่องสงครามเป็นพิเศษ และเธอเองก็ชอบขี่ม้าเป็นที่สุด จนแมรี่คิดว่าเธอคงได้ลูกชายมากกว่าลูกสาวแมรี่ทอดสายตามองจากระเบียงยื่นไปยังกลางห้องโถง เธอเห็นว่าเฮนรี่ กำลังสอนลูกสาวของเธอและเขาเล่นแกรนด์เปียโนตัวใหญ่ เฮนรี่เงยหน้ามองแมรี่และเผยรอยยิ้มให้เธอ แมรี่เผยรอยยิ้มให้เขาด้วยเช่นกัน ตั้งแต่ตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ เขานั่นแหละคื
แมรี่ก้าวออกจากห้องแต่งตัวอย่างสง่างามเธอสวมใส่เสื้อคลุมผ้าซีทรูสีดำแขนยาวที่พลิ้วไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอ เธอเดินเข้าสู่ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีดำเงาวาวจากหินอ่อนมีลวดลายขัดกระด้าง ให้ความรู้สึกหรูหราและเงียบสงบสระน้ำตรงกลางห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ ปูด้วยกระเบื้องโมเสคสีฟ้าน้ำทะเลที่แวววาวเมื่อสะท้อนกับแสงไฟจากเชิงเทียน สายน้ำใสสะอาดจนสามารถมองเห็นก้นสระที่ไล่เฉดสี จากสีฟ้าอ่อนจนถึงสีฟ้าเข้ม คลื่นน้ำเบาๆ สะท้อนแสงอุ่นจากเชิงเทียนที่ประดับอยู่บนเพดานห้อง สร้างบรรยากาศผ่อนคลายและน่าหลงใหลราวกับหลุดเข้าไปในโลกส่วนตัวเฮนรี่กำลังเอนกายในสระน้ำอย่างสงบ ร่างกายเปลือยเปล่าของเขากลมกลืนกับความใสของน้ำ ดวงตาของเขาจ้องมองแมรี่ด้วยความเร่าร้อนทอดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าอวบอิ่มของเธอผ่านผ้าซีทรูสีดำ เธอหยุดยืนที่ขอบสระ มองดูเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลื้องชุดคลุมออกจากเรือนร่าง เฮนรี่กระดิกเรียกเธอด้วยรอยยิ้มแมรี่ก้าวลงบันไดสระน้ำอย่างสง่างาม สายตาของเฮนรี่จับจ้องเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอที่ยังคงความงดงามเหมือนที่เขาพบเจอเมื่อแรกพบ จนถึงวันนี้ความงามของเธอนั้นไม่ไ
รถม้าปรากฏขึ้นในป่าสนตลอดทางในความมืดในยามค่ำคืน แต่ยังมีแสงสว่างของแสงจันทร์ที่สาดส่องให้เห็นทางที่ทอดยาวไปยังปราสาทหลังใหญ่โตที่ทำจากหินอ่อนสีดำสลับซับซ้อนหลายอาคารที่เชื่อมต่อกันสดับซับซ้อนด้วยสถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจง ดูราวกับหลุดมาจากหน้ากระดาษของเทพนิยายที่แมรี่เคยอ่านจนมาถึงตัวปราสาทประตูคล้ายเหล็กดัดลวดลายเถาวัลย์ดอกกุหลาบเปิดออกโดยอัตโนมัติโดยไม่มีผู้ใดเปิดออกรถม้าก็ขับเข้าไปในปราสาท ผู้บังคับรถม้าก็คือเดวิด ม้านั้นเป็นม้าโลหิตเลือด มันค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปยังปราสาท ส่วนเฮนรี่นั่งข้างๆ แมรี่ในรถม้า แมรี่เผยรอยยิ้มมองใบหน้าเฮนรี่ เฮนรี่มองเธอด้วยรอยยิ้ม เธอซบอกแกร่งของเฮนรี่ที่เย็นฉ่ำ ความเย็นของเขานั้นก็ไม่ต่างกับเธอที่เย็นจัดเพราะไม่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงแล้วส่วนอลิซาเบธมิลค์อาสาพามาพร้อมจอร์จที่นำหน้ามายังปราสาทก่อนหน้านั้น ตอนนี้กลายเป็นว่ามิลค์ติดอลิซาเบธชอบเอาเธอไปไหนมาไหนราวกับเป็นแม่คนหนึ่งเลยล่ะ“แมรี่ลงมาเถิด ถึงบ้านของเราแล้ว” เฮนรี่เอ่ยบอกแมรี่ด้วยรอยยิ้ม แมรี่หันไปมองเฮนรี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ รถม้า เธอเผยรอยยิ้มค่อยๆ ลงจากรถม้า เฮนรี่ยื่นมือให้เธอจับมือหนาของเขาลงจากรถม้







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)