LOGINปวิมลนั่งรอศิลาจนถึงเที่ยงคืนเขาก็ยังไม่ยอมมาพบเธอ เมื่อรู้สึกเมามากจึงตัดสินใจเดินออกมาจากผับ อัยลดาเผลอแป๊บเดียวก็มองไม่เห็นน้องสาวแล้วเธอจึงรีบตามออกมา แต่กลับพบว่าน้องสาวกำลังโดนผู้ชายสองคนกำลังบังคับเธอขึ้นรถ โดยมีผู้ชายอีกคนนั่งประจำที่คนขับรออยู่แล้ว “ปล่อยฉันนะ พวกแกจะพาฉันไปไหน” สิ้นคำปวิมลก็ถูกดันร่างเข้าไปในรถแล้ว พร้อมกับรถยนต์คันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไปทันที อัยลดาตกใจจึงวิ่งตามออกไป ยศสพลก็วิ่งตามอัยลดาออกไปเช่นกัน แต่เธอกลับขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว ยศสพลจึงโทร. หาศิลา “เสี่ยครับ คุณอัยนั่งแท็กซี่ตามน้องสาวออกไปแล้วครับ” ศิลาได้ยินดังนั้นก็รีบลงมาจากห้องทำงานทันที “อัยออกไปกับใคร” ศิลาถามออกด้วยความร้อนใจ “คนเดียวครับ” “แล้วทำไมมึงถึงให้อัยออกไปคนเดียววะ” “ก็ผมวิ่งตามคุณอัยไม่ทันนี่ครับ” ยังดีที่เขาวิ่งตามอัยลดาออกมาแล้วเห็นตอนที่เธอนั่งแท็กซี่ออกไป “ช่างเถอะ รีบตามไป” จากนั้นศิลาจึงกดโทรศัพท์หาอัยลดา “อัยอยู่ไหน” อัยลดาตอบกลับมาแล้ว ศิลาจึงเร่งให้ยศสพลขับตามไป
สามวันต่อมาหลังจากภีมวัจน์บอกพี่สาวว่าทำสัญญาเสร็จแล้ว เธอจึงขออนุญาตศิลากลับมาเยี่ยมบ้าน ซึ่งเขาก็อนุญาต เพียงแต่ต้องให้ยศสพลไปส่งเท่านั้น อัยลดาจึงตกลงตามนั้น“พี่อัย” ภีมวัจน์ยกมือขึ้นไหว้พี่สาวเมื่ออัยลดาเดินเข้ามาในบ้าน อัยลดาก็รับไหว้น้องชายด้วยใบหน้าเรียบเฉย“ใครมาส่งเหรอ” จารึกถาม“พี่ยศค่ะ”“ไม่คิดว่าการเป็นเมียน้อยเสี่ยจะดีแบบนี้” กุสุมาเอ่ยขึ้นพร้อมกับชะเง้อหน้าออกไปดูรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน“กบ” จารึกเอ่ยปรามภรรยากุสุมายิ้มแหย “ฉันก็แค่ยินดีกับอัยเท่านั้นที่ไปไหนมาไหนก็มีรถรับส่ง”อัยลดาไม่ได้สนใจแม่เลี้ยง เธอหันไปคุยกับน้องชาย “ขอดูสัญญาหน่อย”“นี่ครับ” ภีมวัจน์เตรียมสัญญารอพี่สาวอยู่แล้วอัยลดากวาดสายตาอ่านดูครู่หนึ่ง “ลงชื่อแกซะ”“พี่อัยตกลงแล้วเหรอครับ” ดวงตาของภีมวัจน์เปล่งประกายเจิดจ้า“อืม ครั้งหน้าฉันไม่ช่วยแกอีกแล้วนะ”“จะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้วครับ” ภีมวัจน์ดีใจจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่หลังจากมอบเงินให้พ่อเสร็จแล้วอัยลดาก็ขอตัวกลับทันที จารึกจึงพูดกับบุตรสาว “ไม่อยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกันเหรอ”“ไม่ล่ะค่ะพ่อ อัยจะกลับไปหลับต่ออีกสักหน่อยก่อนเข้างานน่ะค่ะ”“งั้นก็ตามใจ”
จารึกเอ่ยต่อว่า “ที่อัยต้องไปเป็นเมียเก็บเสี่ยอยู่ทุกวันนี้ พวกแกยังไม่คิดว่าอัยทำเพื่อครอบครัวอีกเหรอ และถ้าคิดว่าเงินสองแสนบาทมันหาง่าย พวกแกก็ไปหาใช้หนี้กันเอาเอง” ทุกครั้งที่จารึกไปขอยืมเงินจากบุตรสาวคนโตเขาก็รู้สึกปวดใจเช่นกัน“ผมตกลงครับพ่อ ผมยอมทำตามเงื่อนไขของพี่อัยทุกอย่างครับ” เพราะภีมวัจน์ห่วงชีวิตของตนเอง เขาจึงยอมรับข้อเสนอของพี่สาว อีกอย่างเขาก็ทำผิดจริง ๆ“ดี อีกอย่างตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันจะลดเงินค่าขนมของแกให้เหลือแค่วันละหนึ่งร้อยบาทก็พอ ถ้าอยากมีเงินกินขนมมากขึ้นก็ห่อข้าวจากที่บ้านไปกินซะ” เพราะอย่างไรกุสุมาก็ทำอาหารขายทุกวันอยู่แล้ว“พ่อ!”“ตามนั้น ถ้าทำไม่ได้ จบมอหกก็ออกมาขับวินกับฉัน หรือไม่ก็มาช่วยแม่แกขายข้าวแกง” พูดเพียงเท่านั้นจารึกก็เดินเข้าไปห้องนอนของตนอย่างเงียบ ๆกุสุมารู้ว่าจารึกเป็นคนพูดจริงทำจริงจึงไม่กล้ามีปากเสียงอีก อย่างน้อยเธอก็มีเงินใช้หนี้ให้ลูกชายแล้วคืนนั้นตั้งแต่กลับมาจากที่ทำงานอัยลดาก็ดูเหม่อลอยและไม่สดใสเหมือนเช่นทุกวันเธอนั่งลงตรงโซฟาห้องรับแขก ศิลาก็เดินมานั่งลงข้าง ๆ“เป็นอะไรไป ไม่สบายเหรอ”“เปล่าค่ะ”“พ่อมาหาทำไม”“เรื่องเงิน
“พ่อ” อัยลดาไม่คิดว่าคนที่มาขอพบเธอจะเป็นพ่อของเธอเอง“อัย” จารึกยิ้มให้ลูกสาวแต่รอยยิ้มส่งไปไม่ถึงดวงตา“พ่อรู้ได้ยังไงว่าอัยอยู่ที่นี่คะ”“พ่อโทร. ถามคุณยศ เพราะโทร. หาอัยแล้วแต่อัยไม่รับสาย อีกอย่างพ่อไปหาอัยที่บ้านหลังนั้นก็ไม่มีใครอยู่”“พอดีอัยปิดเสียงโทรศัพท์น่ะค่ะ”“อัยทำงานอยู่ที่นี่เหรอ” จารึกมองลูกสาวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า“ยัยมลบอกพ่อเหรอคะ”จารึกพยักหน้า อัยลดาคิดไว้ไม่มีผิดว่าปวิมลคงไม่เก็บเรื่องที่เธอทำงานอยู่ที่นี่เป็นความลับ “พ่อมีธุระด่วนจะคุยกับอัยเหรอคะ” ถ้าไม่ด่วนพ่อคงไม่ตามเธอมาถึงที่นี่“อืม”“คงหนีไม่พ้นเรื่องเงินอีกแล้วใช่ไหมคะ” อัยลดาถามออกอย่างรู้ทัน“อัย ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายจริง ๆ ลูก”อัยลดาหลับตา พลางสูดลมหายใจเข้าลึก “รอบนี้พ่อจะเอาเงินไปทำอะไรอีกล่ะคะ”“ไอ้ภีมมันไปติดหนี้พนันออนไลน์เขาไว้ หากไม่หาไปจ่าย พวกนั้นจะตามมาฆ่ามันถึงบ้าน”เรื่องนี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายของอัยลดามากนัก เพราะภีมวัจน์เป็นคนชอบเสี่ยงชอบลองอะไรที่ท้าทายอยู่แล้ว ถึงการทวงหนี้ด้วยวิธีนี้จะผิดกฎหมาย แต่เจ้าหนี้พวกนี้ก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้ว เพราะมีเงินมากพวกเขาย่อมทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว “ภีมเ
ชายที่เป็นคนซ้อนจึงชักปืนออกมาจ่อที่หน้าผากของภีมวัจน์ พูดออกเสียงเหี้ยม “มึงเป็นหนี้เสี่ยอยู่สองแสน ภายในสิบวันถ้ามึงหาเงินมาจ่ายหนี้ไม่ได้ มึงก็บอกพ่อกับแม่มึงเตรียมจัดงานศพมึงได้เลย” ภีมวัจน์ตาเบิกโพลง เนื้อตัวสั่นเทา หัวใจเต้นแรงราวกับจะกระเด็นออกมานอกอก เขาถอยหลังไปสองก้าวก็สะดุดขาตัวเองล้มลงกับพื้น “ภีม” กุสุมาที่เดินออกมาดูว่าใครมา ตกใจจนหน้าขาวซีดที่เห็นคนแปลกหน้าเอาปืนมาจ่อหน้าลูกชายตน ก่อนสองคนนั้นจะเคลื่อนรถออกไปยังพูดทิ้งท้ายไว้ว่า “อย่าลืมบอกพ่อกับแม่มึงด้วยล่ะ” เมื่อชายแปลกหน้าสองคนนั้นจากไปแล้ว กุสุมาถลาเข้าไปหาลูก แล้วรีบพาเข้าไปในบ้านด้วยความตื่นกลัว “พวกมันเป็นใคร” กุสุมาถามลูกชายเสียงสั่นเมื่อเข้ามาในบ้านแล้ว “พวกทวงหนี้ครับ” ภีมวัจน์ยังตกใจไม่หายเช่นกัน “แกเป็นหนี้ใคร เขาถึงได้ตามมาขู่แกถึงที่บ้าน” จารึกถามลูกด้วยความโมโห “ใจเย็น ๆ ก่อนนะพี่เข้ม” “ใจเย็นอย่างนั้นเหรอ ตัวแค่นี้หัดเป็นหนี้จนให้เขามาตามถึงบ้าน หนี้คงไม่ใช่น้อย ๆ แล้วมั้ง” จารึกสูดลมหายใ
สามเดือนแล้วที่อัยลดามาทำงานที่ The Room XVII และยอดขายก็ดีอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งสต็อกสินค้ายังลดลงกว่าหลายเดือนก่อน ทำให้ผับมีกำไรเพิ่มขึ้นมาเดือนละเกือบสองล้าน ถึงแม้กำไรยังไม่มากเท่าเมื่อก่อน แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี และศิลาก็ให้โบนัสสิ้นปีแก่อัยลดาเกือบหนึ่งแสนบาทตอนนี้ศิลาก็เลิกทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแล้ว ถึงกระนั้นอัยลดาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงตั้งใจทำงานและช่วยศิลาตรวจสอบการทำงานทุกแผนกอย่างรอบคอบ และตอนนี้พนักงานเกือบทุกแผนกก็เริ่มยอมรับในความสามารถของเธอแล้ว แต่คนที่เครียดแทนศิลากลับเป็นไอศูรย์ บรรดาสาว ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเขาก็พลอยลำบากไปด้วย เพราะเขาไม่มีโบนัสรายเดือนให้ “เมื่อไรไอซ์จะจัดการยัยคนนั้นสักที ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังเราต้องอดตายแน่ ๆ” ณิชาเอ่ยขึ้นขณะที่อยู่ในห้องทำงานของไอศูรย์ เพราะเคยใช้เงินมือเติบ พอรายได้น้อยลงจึงทำให้ปรับตัวไม่ทัน “ใจเย็นอีกหน่อย รอให้พวกมันตายใจซะก่อนค่อยเล่นงานทีหลัง” เพราะไอศูรย์กะจะทำลายอัยลดาเพียงครั้งเดียว แต่ให้เธอออกไปจาก The Room XVII อย่างถาวร “แต่เงินค่าเทอมลูก พี่ยังไม่จ่ายเลยนะ พี่ขอยื







