Share

ตอนที่ 7 จำเป็นต้องไป

last update Last Updated: 2026-01-27 20:39:00

ซูฟางปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนปนเศร้า คล้ายแม่ที่ทุกข์ใจหนักหนา นางหันไปมองลูกชายคนโตด้วยแววตาเว้าวอน ก่อนเอ่ยสิ่งที่ครุ่นคิดไว้อย่างระมัดระวัง

“เจ้าใหญ่ แม่มีเรื่องจะพูดด้วยหน่อย เจ้าคงได้ยินที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศแล้วใช่หรือไม่ ว่าครอบครัวละหนึ่งคนต้องถูกส่งไปช่วยงาน เจ้าคิดเห็นอย่างไร” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลแต่แฝงแรงกดดันอยู่ลึก ๆ

หยวนเล่อวางช้อนไว้ช้า ๆ เงยหน้ามองมารดาอย่างนิ่งสงบ “ข้าแล้วแต่ท่านแม่ขอรับ”

เขารู้อยู่แล้วว่าต่อให้พูดอย่างไร ก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดี

เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ซูฟางก็ถอนหายใจโล่งอก ความกังวลในใจคลายลง นางยกยิ้มจาง ๆ “เจ้าก็รู้ว่าน้องชายของเจ้ายังเด็ก ต้องตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบในปีหน้า มีเพียงเจ้าที่ร่างกายแข็งแรงพอจะไปได้ อีกอย่าง งานนั้นยังมีเงินเดือน หากเจ้าส่งเงินกลับมาให้เมียของเจ้า แม่จะไม่แตะต้องเลยสักตำลึงเดียว”

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงคำล่อใจเท่านั้น เพราะในใจนางไม่ได้คิดจะให้เงินหลุดมือแม้แต่น้อย ขอเพียงโน้มน้าวลูกชายได้ก็พอ

เฉาเยว่มองสามีอย่างเป็นห่วง ดวงตาของนางเอ่อคลอ นางไม่สนใจเรื่องเงินแม้แต่น้อย ขอเพียงได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขก็เพียงพอแล้ว

“ท่านพี่…” นางเอื้อมมือแตะต้นแขนเขาเบา ๆ แววตาเว้าวอนสะท้อนความหวาดกลัวในใจ

หยวนเล่อจับมือภรรยาไว้แน่น เข้าใจดีว่านางกำลังรู้สึกเช่นไร “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป” เขากระซิบเสียงนุ่ม ส่งแรงใจให้นางด้วยการบีบมือเบา ๆ

“พี่ใหญ่ร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นอะไรแน่ขอรับ” หยวนลี่รีบพูดแทรกขึ้น เมื่อเห็นแววตาหวาดหวั่นของพี่สะใภ้

“นั่นสิ พี่สะใภ้อย่าได้กังวลไปเลย” หยวนจูพูดเสริมพลางส่งสายตาดุใส่นางอย่างไม่พอใจนัก

หยวนเล่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น “ได้ ข้าจะไปเอง แต่มีเรื่องอยากขอร้องท่านแม่เพียงข้อเดียว เงินที่ข้าส่งมาหลังจากเริ่มทำงาน ขอให้แบ่งให้ภรรยาข้าบ้างเถิด ส่วนที่เหลือท่านจะเก็บไว้เท่าใดก็สุดแล้วแต่”

เขาไม่ได้ห่วงสิ่งใดเท่าชีวิตของหญิงตรงหน้า

ซูฟางยิ้มกว้างทันที “ได้ ๆ แม่จะรับปากเจ้าไว้ก่อน เจ้าตกลงแล้วใช่หรือไม่” น้ำเสียงแฝงความยินดีอย่างเห็นได้ชัด

“ใช่ ข้าจะไปเอง” เขาตอบพลางบีบมือภรรยาแน่นขึ้นอีก

น้ำตาเฉาเยว่ร่วงเงียบลงบนหลังมือของเขา นางพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ในลำคอ อยู่ที่นี่นางยังช่วยเขาได้ แต่เมื่อเขาจากไป… นางจะปกป้องเขาได้อย่างไร

ซูฟางเหลือบตามองสะใภ้ที่ร้องไห้อย่างอดรนทนไม่ไหว “จะร้องไห้ทำไมกัน ลูกของข้าเพียงไปทำงาน ไม่ได้ไปตายเสียหน่อย อย่าร้องอีกเลย ไป เก็บจานไปล้างเถอะ”

เมื่อพูดจบ นางก็ลุกขึ้น พาลูกอีกสองคนกลับเข้าห้อง ทิ้งให้สองสามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

เฉาเยว่นิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยเสียงเบา “ท่านพี่… ท่านจะไปจริงหรือ”

หยวนเล่อยิ้มบาง “ท่านแม่ตัดสินใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว น้องไม่ต้องเป็นห่วง พี่แข็งแรงขนาดนี้ คงไม่เป็นอะไรแน่ เมื่อพี่ไปถึงแล้วจะเขียนจดหมายมาหาเจ้าบ่อย ๆ” เขาเคยเรียนหนังสือมาบ้าง จึงพออ่านเขียนได้เล็กน้อย

“แต่ข้าอ่านหนังสือไม่ออก” นางพูดแผ่วเบา ดวงตาแดงก่ำ

“ไม่เป็นไร เจ้าก็นำจดหมายของพี่ไปให้ท่านหมอเวิงอ่านให้ก็ได้” เขาเอ่ยเสียงอ่อน “ตอนนี้เรารีบไปล้างจานก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยพูดกันในห้อง” เขาไม่อยากให้ใครได้ยินสิ่งที่พูดกันในยามนี้

เฉาเยว่เหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนเก็บจานชามไปล้างเงียบ ๆ แล้วพากันกลับเรือนเล็ก

หลังจากอาบน้ำและจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งคู่จึงนั่งลงในห้องนอน บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมแผ่วพัดลอดหน้าต่างเข้ามา

“ท่านพี่… เมื่อท่านตัดสินใจจะไปแล้ว ข้าอยากให้ช่วงนี้ท่านพาข้าขึ้นเขาบ่อย ๆ หน่อยนะ” นางเอ่ยเสียงอ่อนแต่จริงจัง “ข้าอยากเรียนรู้ไว้บ้าง และขอให้ท่านดูแลตัวเองให้ดี” ดวงตาของนางจับจ้องเขาด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง

หยวนเล่อยกมือขึ้นลูบแก้มของภรรยา “ได้ พี่จะพาเจ้าไปเอง” เขายิ้มอ่อนโยน “แต่ตอนกินข้าวเมื่อครู่ เห็นเจ้ากินได้น้อยนัก เป็นอันใดหรือเปล่า”

“ข้าไม่รู้เหมือนกัน หลายวันมานี้ไม่ค่อยอยากอาหาร กินได้แต่เฉาเหมยที่เก็บมา” นางหัวเราะเบา ๆ “ของที่มีรสเปรี้ยวนี่กลับกินได้ดีนัก”

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถ้าไม่สบายก็เอาเงินที่เก็บไว้ไปหาท่านหมอเวิงเถิด ส่วนจดหมายที่พี่จะเขียน จะฝากส่งไปทางท่านหมอเวิงด้วย” เขารู้ดีว่ามารดาเป็นเช่นไร หากส่งเงินตรงถึงบ้าน คงไม่ถึงมือนางแน่

“ได้ ข้าจะทำตามที่ท่านบอก” นางตอบเสียงแผ่ว ก่อนขยับตัวเข้าหาเขาอย่างแผ่วเบา ซบอยู่ในอ้อมแขนอุ่นที่โอบรัดแน่น

อ้อมกอดของเขาอบอุ่นดุจอ้อมอกแห่งความปลอดภัย แขนแข็งแรงโอบรัดนางไว้จนแทบมิดตัว ความเงียบในยามค่ำคืนมีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกัน เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และความกลัวที่จะต้องจากกันในไม่ช้า…

หยวนเล่อมองภรรยาร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดอย่างเงียบงัน เขาโอบนางแน่นขึ้นอย่างไม่อยากปล่อย ก่อนจะก้มหน้าซบลงบนเรือนผมที่หอมอ่อน ๆ กลิ่นประจำตัวของนางอบอวลอยู่ในอากาศ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับอยากจดจำกลิ่นนี้ไว้ให้ฝังแน่นอยู่ในหัวใจ การจากไปครั้งนี้…ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใดจึงจะได้กลับมาพบกันอีก

รุ่งเช้า เฉาเยว่เห็นแม่สามีออกจากบ้านแต่เช้า นางแปลกใจจึงแอบเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ กระทั่งเห็นแม่สามีมุ่งตรงไปยังบ้านผู้ใหญ่บ้าน ไม่ถึงวันหลังจากประกาศเรื่องส่งคนไปทำงานในเมืองแร่ แม่สามีก็รีบเร่งเอาชื่อของหยวนเล่อไปลงไว้เสียแล้วหรือ

นางซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล เห็นแม่สามีเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง มือหนึ่งชูถุงเงินขึ้นมาดูอย่างภูมิใจ เงินยี่สิบตำลึงเงินที่แลกมาด้วยแรงของสามีผู้ซื่อสัตย์ ผู้ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นั่นจะได้กินอิ่มนอนหลับหรือไม่ หัวใจของนางเหมือนถูกบีบแน่น

เฉาเยว่รีบหลบกลับบ้านก่อนที่แม่สามีจะกลับมา นางพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด ไม่อยากทำให้คนในบ้านใหญ่ไม่พอใจ แต่ในใจก็ยิ่งร้อนรนเพราะหยวนเล่อจะต้องเดินทางไปยังเมืองแร่ในอีกเพียงหกวันข้างหน้า นางยังไม่ได้เตรียมอาหารให้เขาพกติดตัวเลย

ระหว่างที่นางนั่งซักผ้าอยู่ริมลำธาร สายลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกดังอยู่ข้างหู

“เฉาเยว่!”

เสียงนั้นดังจนสะดุ้ง นางหันไปก็เห็นหยวนฉินยืนยิ้มอยู่ไม่ไกล “เจ้าเรียกข้าหรือ”

“ข้าเรียกตั้งนานแล้ว เจ้าคิดอะไรอยู่ถึงไม่ได้ยินเลย”

เฉาเยว่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา “บ้านของเจ้าส่งใครไปทำงานที่เมืองแร่หรือไม่”

“บ้านข้าไม่มีชายอื่น เหลือเพียงข้ากับท่านตาเท่านั้น ก็เลยไม่ได้ส่งใครไป” หยวนฉินตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ก่อนจะถามกลับ “แล้วบ้านเจ้าล่ะ หรือว่าเป็นพี่หยวนเล่อ?”

เฉาเยว่พยักหน้าช้า ๆ “ใช่ เป็นเขาเอง ว่าแต่…ตาของเจ้าใช่ท่านหมอเวิงหรือไม่” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน แต่ในใจเริ่มมีแผนบางอย่างผุดขึ้นมา

“ใช่แล้ว หมอหยวนเวิงเป็นตาของข้าเอง” หยวนฉินพูดด้วยความภูมิใจ

เฉาเยว่เหลียวมองรอบข้าง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้จึงขยับเข้าไปกระซิบ “ข้าอยากรบกวนเจ้าสักเรื่องได้หรือไม่”

“รบกวนอันใดหรือ” หยวนฉินถามพลางเอียงคอมองด้วยความสงสัย

“ข้าอยากทำอาหารให้สามีข้านำไปกินที่เมืองแร่ แต่ไม่อยากให้แม่สามีรู้ ข้าเลยอยากขอให้เจ้าช่วยซื้อเนื้อหมูให้สักหน่อย และขอยืมเตาที่บ้านเจ้าทำอาหารได้หรือไม่ ข้าจะไม่ให้เจ้าช่วยเปล่าแน่”

หยวนฉินยิ้มบาง “แค่นี้เองหรือ เจ้าไม่ต้องให้เงินข้าหรอก ข้าเองก็อยากให้พี่หยวนเล่อได้กินของดี ๆ เหมือนกัน ว่าแต่เจ้าจะมาทำเมื่อใด”

“อีกสองวันข้างหน้า เจ้าจะเข้าเมืองอีกหรือไม่ ข้าจะฝากเจ้าซื้อเนื้อหมูเสียหน่อย”

“ข้าจะเข้าเมืองพอดี ไปส่งสมุนไพรให้โรงหมอ”

“เช่นนั้นอีกสองวัน ข้าจะไปหาเจ้าตั้งแต่เช้าเลยนะ ต้องขอบใจเจ้ามากจริง ๆ” เฉาเยว่พูดพลางยิ้มกว้าง ดวงตาสุกใสเปล่งประกายยามพูดถึงสามีของตน นางจับมือของหยวนฉินแน่น ความอบอุ่นแผ่ผ่านปลายนิ้ว อย่างน้อยเขาก็จะมีอาหารดี ๆ ติดตัวไปกินระหว่างทาง แม้จะต้องห่างกันไกล แต่หัวใจของนางก็จะยังคงอยู่กับเขาเสมอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 49 ทุกคนได้รับผลจากการกระทำ

    เมื่อนางมาถึงหน้าร้าน เฉาเยว่หยุดยืนมองการแสดงอันเกินจริงของทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง เสียงเห็นด้วยจากผู้คนรอบข้างดังประสานเป็นระยะ เมื่อมองจนพอใจแล้ว นางจึงก้าวออกมาด้านหน้าอย่างสงบนิ่ง“ข้าก็นึกว่าเรื่องใด นึกว่าใครมาร้องขอสวนบุญอยู่หน้าร้านของข้า…ที่แท้ก็พวกเจ้าเองสินะ” นางกวาดสายตามองทั้งคู่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าสองคนที่แสร้งนั่งร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้นสบตานางอย่างตกใจ เมื่อได้เห็นเฉาเยว่ซึ่งห่างหายไปหลายเดือน ทั้งคู่ยิ่งตะลึงเมื่อเห็นการแต่งกายงดงามของนาง โดยเฉพาะหยวนจูที่เคยดูหมิ่นไว้นักหนา นางไม่คิดเลยว่าหญิงที่เคยถูกใช้งานราวบ่าวรับใช้ จะงามสง่าได้ถึงเพียงนี้ ชุดที่เฉาเยว่นุ่งห่มดูท่าว่าจะมีราคาไม่น้อยซูฟางเมื่อเห็นเฉาเยว่เดินออกมา นางยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้น พลางคลานเข้ามากอดขานางอย่างน่าเวทนา“สะใภ้ใหญ่ ได้โปรดให้ข้าได้พบลูกชายของข้าเถิด” นางร่ำไห้โวยวายราวโลกจะแตกการกระทำเช่นนั้นเรียกความสงสารจากผู้คนไม่น้อย จนหญิงชราผู้หนึ่งอดตำหนิไม่ได้“เจ้ากับนางเป็นสะใภ้แม่ผัวกันหรืออย่างไร ถึงใจดำเช่นนี้กันเล่า”ซูฟางยิ่งได้ยินเสียงสนับสนุนก็ยิ่งแผดเสียงร้อง พร้อมก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มที่ผุดข

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 48 ให้เวลาห้าเดือน

    “เจ้าอย่ามายุ่งกับลูกสาวของข้านะ!” ซูฟางรีบวิ่งเข้ามากอดบุตรสาวแน่นด้วยความหวาดกลัวส่วนหยวนลี่นั้น หนีหายไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจรู้ เพราะเขาไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้วหยวนจื่อทนดูต่อไปไม่ไหว จึงก้าวออกมาขวางพร้อมเอ่ยห้าม“ทุกท่านโปรดหยุดก่อนเถิด เรื่องนี้เป็นปัญหาที่หยวนลี่ก่อไว้ เช่นนั้นไม่ควรผูกเรื่องเข้ากับหญิงสาวผู้นี้กระมัง”เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสงบ หวังให้คนที่มาวุ่นวายใจเย็นลงสักนิดชายร่างใหญ่เหลือบตาขึ้นมองชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ“แล้วเจ้าคือผู้ใดกัน เรื่องนี้ใช่สิ่งที่เจ้าควรมายุ่งด้วยหรือ”“ข้ามิได้อยากยุ่ง เพียงแต่ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ข้าดูแล ในเมื่อหยวนลี่นำที่ดินบ้านหลังนี้ไปขาย ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าเขาขายไปเท่าใด”เขาพยายามช่วยหาทางออกให้ซูฟาง อย่างน้อยสามีของนางก็ยังเป็นญาติร่วมตระกูลชายร่างใหญ่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อ้อ…เป็นผู้ใหญ่บ้านนี่เอง เช่นนั้นข้าก็ต้องให้เกียรติบ้างละ”ก่อนกล่าวต่อเสียงเข้ม“ลูกชายของเจ้าติดเงินเจ้านายของข้าอยู่ แปดสิบตำลึงทอง เจ้าจะจ่ายหรือไม่เล่า ถ้าจ่าย ข้าก็ไม่จำเป็นต้องยึดบ้านเจ้าไป”ซูฟางเบิกตากว้าง “ว่าอย่างไรนะ…แปดสิบตำลึ

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 47 เกิดเรื่องกับบ้านหลัก

    “จริงเจ้าค่ะ ท่านผู้ใหญ่สนใจสิ่งที่ข้าเสนอหรือไม่” นางเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางเบา“แล้วเรื่องนี้หยวนเล่อรู้หรือไม่” หยวนจื่ออดกังวลไม่ได้ กลัวว่าสามีของนางจะตำหนิ“เขารู้เจ้าค่ะ พวกเราคุยกันเรียบร้อยแล้ว” ทั้งสองได้ปรึกษากันจนตกลงเป็นที่เข้าใจ“แล้วพวกข้าจะหาผลนี้ได้จากที่ใดเล่า” หยวนจื่อถามด้วยสีหน้ากังวล“ท่านผู้ใหญ่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้านอกจากจะช่วยท่านแล้ว ยังเตรียมต้นกล้าไว้ให้ด้วย ท่านสามารถนำไปแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านปลูกได้ แม้อาจต้องใช้เวลานานอยู่บ้าง แต่ระหว่างรอก็ยังคิดทำสิ่งอื่นควบคู่ไปได้เช่นกัน”นางคิดว่าในช่วงต้นกล้าเติบโต ตนเองก็สามารถขยายการทำที่นอนและหมอนจากขนนุ่มได้มากพอสมควรแล้ว“ขอบใจพวกเจ้าสองคนมาก ร่ำรวยแล้วก็ยังไม่ลืมคนในหมู่บ้านของเรา” หยวนจื่อเหลือบตามองสามีภรรยาคู่นั้น เห็นหยวนเล่อเดินเข้ามาพร้อมอุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขน“ท่านผู้ใหญ่ สิ่งที่ทำไปเทียบไม่ได้กับความช่วยเหลือที่ท่านมอบให้ข้าและภรรยาหรอกขอรับ ข้าได้ดีก็ยิ่งต้องไม่ลืมคนในหมู่บ้าน” หยวนเล่อเอ่ยด้วยความจริงใจหยวนฉินแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นางรู้สึกอบอุ่นใจที่สหายที่ตนเลือกคบมีน้ำใจมากเพียงนี้ นางหันไปมองก้อนแ

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 46 สร้างงานให้คนในหมู่บ้าน

    หยวนลี่เดินยืดอกเข้าไปในนั้นด้วยอาการลำพองใจ เขาตรงไปยังโต๊ะที่มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ ก่อนวางแผ่นกระดาษลงตรงหน้า “ข้าอยากได้สิบตำลึงทอง”ชายวัยกลางคนนิ่งสงบ ไม่แสดงอารมณ์ใดเป็นพิเศษราวกับคุ้นชินกับเหตุการณ์เช่นนี้มานักต่อนัก เขาหยิบฉโฉนดขึ้นมาพินิจอยู่ครู่หนึ่งเพื่อประเมินราคา“ข้าให้เจ้าได้มากสุดแปดตำลึงทอง จะเอาหรือไม่เอา” เอ่ยจบก็วางฉโฉนดกลับลงตรงหน้าชายหนุ่มเช่นเดิมหยวนลี่ส่งเสียง “ชิ” เบา ๆ อย่างขัดใจ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “แปดตำลึงก็ได้ เร็ว ๆ เอามาให้ข้า” เขาบ่นอย่างไม่พอใจ เพราะไม่คิดว่าที่ดินของบ้านตนจะมีราคาต่ำเช่นนี้ชายวัยกลางคนหยิบเงินจากลิ้นชักใต้โต๊ะมาวางตรงหน้าโดยไร้สีหน้า เหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากท่าทีหยาบคายของชายหนุ่มแม้แต่น้อย เพราะผู้คนหลากหลายแบบเวียนผ่านมาทุกวันจนเขาเคยชินเสียแล้วเมื่อได้เงินมาแล้ว หยวนลี่ก็ตรงไปยังห้องด้านในที่มีประตูปิดกั้น บรรยากาศภายในต่างจากด้านนอกโดยสิ้นเชิง เพราะเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน เสียงโหวกเหวกปะปนกับเสียงร้องดีใจของบางคน ทำให้เขารู้สึกคึกคักขึ้นมาไม่น้อย เขานั่งลงที่โต๊ะหนึ่งก่อนวางเงินเดิมพันที่เพิ่งได้มาอย่างไม่ลังเลครึ่

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 45 จับได้

    “ได้ แต่เจ้าก็อย่าหักโหมนักเล่า” หยวนเล่อพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาอยากช่วยนางขายของเช่นกัน แต่จำต้องอยู่คอยดูแลช่างที่มาสร้างบ้าน ได้เพียงช่วยเก็บผลไม้ในมิติไว้ให้เท่านั้น เวลานางไปขายก็จะหยิบออกมาได้สะดวกยิ่งขึ้นเวลาผ่านไปสิบห้าวันหลังจากช่างเริ่มลงมือปรับปรุงร้านและบ้านพักอาศัย จนกระทั่งทุกอย่างแล้วเสร็จ นางจ่ายเงินไปเกือบร้อยตำลึงทอง ได้บ้านที่สมบูรณ์พร้อม และร้านค้าที่งดงามมั่นคงดังใจหวังเมื่อร้านเสร็จเรียบร้อย เฉาเยว่ก็เลิกออกไปขายผลไม้ในตลาด นางกับหยวนเล่อมัววุ่นอยู่กับการจัดเรียงสินค้าในร้าน ทั้งผักผลไม้จากสวนในมิติ ไม่ว่าจะเป็นผักป่าหรือผักทั่วไป ล้วนสดใหม่อยู่เสมอ เพราะหากของเหลือขายไม่หมด นางก็จะเก็บกลับเข้ามิติไว้ เพื่อรักษาความสดไว้ตลอดเวลาเฉาเยว่ายืนอยู่หน้าร้าน มองป้ายไม้ที่เพิ่งแขวนขึ้นด้วยแววตาภาคภูมิใจ จากหญิงบ้านนอกที่เคยถูกซื้อมาเป็นภรรยา วันนี้นางกลับมีร้านค้าของตนเองแล้วหยวนเล่อเดินเข้ามายืนด้านหลัง พลางมองร้านที่ทั้งคู่ช่วยกันสร้างขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง เขามองภรรยาที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความสุขในแววตาของนางทำให้หัวใจเขาพองโต“เจ้าตื่นเต้นหรือไม่ พรุ่งนี้เราจะเปิดร้

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 44 อยู่ที่ใหม่สบายใจกว่า

    หลังจากพูดคุยเรื่องซื้อขายกันเสร็จเรียบร้อย เฉาเยว่ก็กลับไปรออยู่ที่ร้านใหม่ นางหยิบกุญแจที่ได้รับมาไขประตู ก่อนเดินสำรวจโดยรอบ ร้านค้าแห่งนี้ดูเก่าไปเล็กน้อย จึงคิดไว้ว่าจะปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ด้านหลังร้านตั้งใจจะปลูกผลขนนุ่มและผลไม้จากมิติ โดยจะใช้น้ำในมิติรดแทน หลังจากทดลองอยู่นาน นางพบว่าน้ำในมิติช่วยให้ผลไม้มีรสหวานหอมและคุณภาพดีกว่าที่ปลูกทั่วไปไม่นานนัก เฉากวงก็กลับมาพร้อมใบโฉนดบ้านและที่ดิน ซึ่งระบุชื่อของเฉาเยว่ทั้งหมด หยวนเล่อเป็นผู้ยินยอมให้ทุกอย่างอยู่ในชื่อของนาง เพราะไม่ต้องการแย่งชิงความดีความชอบในสิ่งนี้“ตอนนี้บ้านหลังนี้เป็นของพวกท่านแล้วขอรับ จะตกแต่งหรือทำสิ่งใดก็สุดแล้วแต่ หากวันหน้าอยากซื้อบ้านเพิ่มเติมก็มาหาข้าได้” เฉากวงเอ่ยพร้อมยื่นเอกสารให้นาง ก่อนขอตัวกลับเมื่อทุกอย่างจัดการเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองตกลงจะพักอยู่ในบ้านใหม่คืนนี้เลย ถึงอย่างไรก็นอนในมิติกันอยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวลสิ่งใดเฉาเยว่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้าไปให้นมลูกน้อย กล่อมจนเขาหลับสนิท ก่อนออกมาช่วยหยวนเล่อทำความสะอาดและตรวจดูรอบบ้าน ว่าส่วนใดควรปรับปรุงบ้าง หลังจดรายการไว้ในกระดาษครบถ้วน ทั้งคู่ก็พ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status