Share

ตอนที่ 7 จำเป็นต้องไป

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 20:39:00

ซูฟางปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนปนเศร้า คล้ายแม่ที่ทุกข์ใจหนักหนา นางหันไปมองลูกชายคนโตด้วยแววตาเว้าวอน ก่อนเอ่ยสิ่งที่ครุ่นคิดไว้อย่างระมัดระวัง

“เจ้าใหญ่ แม่มีเรื่องจะพูดด้วยหน่อย เจ้าคงได้ยินที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศแล้วใช่หรือไม่ ว่าครอบครัวละหนึ่งคนต้องถูกส่งไปช่วยงาน เจ้าคิดเห็นอย่างไร” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลแต่แฝงแรงกดดันอยู่ลึก ๆ

หยวนเล่อวางช้อนไว้ช้า ๆ เงยหน้ามองมารดาอย่างนิ่งสงบ “ข้าแล้วแต่ท่านแม่ขอรับ”

เขารู้อยู่แล้วว่าต่อให้พูดอย่างไร ก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดี

เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ซูฟางก็ถอนหายใจโล่งอก ความกังวลในใจคลายลง นางยกยิ้มจาง ๆ “เจ้าก็รู้ว่าน้องชายของเจ้ายังเด็ก ต้องตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบในปีหน้า มีเพียงเจ้าที่ร่างกายแข็งแรงพอจะไปได้ อีกอย่าง งานนั้นยังมีเงินเดือน หากเจ้าส่งเงินกลับมาให้เมียของเจ้า แม่จะไม่แตะต้องเลยสักตำลึงเดียว”

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงคำล่อใจเท่านั้น เพราะในใจนางไม่ได้คิดจะให้เงินหลุดมือแม้แต่น้อย ขอเพียงโน้มน้าวลูกชายได้ก็พอ

เฉาเยว่มองสามีอย่างเป็นห่วง ดวงตาของนางเอ่อคลอ นางไม่สนใจเรื่องเงินแม้แต่น้อย ขอเพียงได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขก็เพียงพอแล้ว

“ท่านพี่…” นางเอื้อมมือแตะต้นแขนเขาเบา ๆ แววตาเว้าวอนสะท้อนความหวาดกลัวในใจ

หยวนเล่อจับมือภรรยาไว้แน่น เข้าใจดีว่านางกำลังรู้สึกเช่นไร “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป” เขากระซิบเสียงนุ่ม ส่งแรงใจให้นางด้วยการบีบมือเบา ๆ

“พี่ใหญ่ร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นอะไรแน่ขอรับ” หยวนลี่รีบพูดแทรกขึ้น เมื่อเห็นแววตาหวาดหวั่นของพี่สะใภ้

“นั่นสิ พี่สะใภ้อย่าได้กังวลไปเลย” หยวนจูพูดเสริมพลางส่งสายตาดุใส่นางอย่างไม่พอใจนัก

หยวนเล่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น “ได้ ข้าจะไปเอง แต่มีเรื่องอยากขอร้องท่านแม่เพียงข้อเดียว เงินที่ข้าส่งมาหลังจากเริ่มทำงาน ขอให้แบ่งให้ภรรยาข้าบ้างเถิด ส่วนที่เหลือท่านจะเก็บไว้เท่าใดก็สุดแล้วแต่”

เขาไม่ได้ห่วงสิ่งใดเท่าชีวิตของหญิงตรงหน้า

ซูฟางยิ้มกว้างทันที “ได้ ๆ แม่จะรับปากเจ้าไว้ก่อน เจ้าตกลงแล้วใช่หรือไม่” น้ำเสียงแฝงความยินดีอย่างเห็นได้ชัด

“ใช่ ข้าจะไปเอง” เขาตอบพลางบีบมือภรรยาแน่นขึ้นอีก

น้ำตาเฉาเยว่ร่วงเงียบลงบนหลังมือของเขา นางพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ในลำคอ อยู่ที่นี่นางยังช่วยเขาได้ แต่เมื่อเขาจากไป… นางจะปกป้องเขาได้อย่างไร

ซูฟางเหลือบตามองสะใภ้ที่ร้องไห้อย่างอดรนทนไม่ไหว “จะร้องไห้ทำไมกัน ลูกของข้าเพียงไปทำงาน ไม่ได้ไปตายเสียหน่อย อย่าร้องอีกเลย ไป เก็บจานไปล้างเถอะ”

เมื่อพูดจบ นางก็ลุกขึ้น พาลูกอีกสองคนกลับเข้าห้อง ทิ้งให้สองสามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

เฉาเยว่นิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยเสียงเบา “ท่านพี่… ท่านจะไปจริงหรือ”

หยวนเล่อยิ้มบาง “ท่านแม่ตัดสินใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว น้องไม่ต้องเป็นห่วง พี่แข็งแรงขนาดนี้ คงไม่เป็นอะไรแน่ เมื่อพี่ไปถึงแล้วจะเขียนจดหมายมาหาเจ้าบ่อย ๆ” เขาเคยเรียนหนังสือมาบ้าง จึงพออ่านเขียนได้เล็กน้อย

“แต่ข้าอ่านหนังสือไม่ออก” นางพูดแผ่วเบา ดวงตาแดงก่ำ

“ไม่เป็นไร เจ้าก็นำจดหมายของพี่ไปให้ท่านหมอเวิงอ่านให้ก็ได้” เขาเอ่ยเสียงอ่อน “ตอนนี้เรารีบไปล้างจานก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยพูดกันในห้อง” เขาไม่อยากให้ใครได้ยินสิ่งที่พูดกันในยามนี้

เฉาเยว่เหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนเก็บจานชามไปล้างเงียบ ๆ แล้วพากันกลับเรือนเล็ก

หลังจากอาบน้ำและจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งคู่จึงนั่งลงในห้องนอน บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมแผ่วพัดลอดหน้าต่างเข้ามา

“ท่านพี่… เมื่อท่านตัดสินใจจะไปแล้ว ข้าอยากให้ช่วงนี้ท่านพาข้าขึ้นเขาบ่อย ๆ หน่อยนะ” นางเอ่ยเสียงอ่อนแต่จริงจัง “ข้าอยากเรียนรู้ไว้บ้าง และขอให้ท่านดูแลตัวเองให้ดี” ดวงตาของนางจับจ้องเขาด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง

หยวนเล่อยกมือขึ้นลูบแก้มของภรรยา “ได้ พี่จะพาเจ้าไปเอง” เขายิ้มอ่อนโยน “แต่ตอนกินข้าวเมื่อครู่ เห็นเจ้ากินได้น้อยนัก เป็นอันใดหรือเปล่า”

“ข้าไม่รู้เหมือนกัน หลายวันมานี้ไม่ค่อยอยากอาหาร กินได้แต่เฉาเหมยที่เก็บมา” นางหัวเราะเบา ๆ “ของที่มีรสเปรี้ยวนี่กลับกินได้ดีนัก”

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถ้าไม่สบายก็เอาเงินที่เก็บไว้ไปหาท่านหมอเวิงเถิด ส่วนจดหมายที่พี่จะเขียน จะฝากส่งไปทางท่านหมอเวิงด้วย” เขารู้ดีว่ามารดาเป็นเช่นไร หากส่งเงินตรงถึงบ้าน คงไม่ถึงมือนางแน่

“ได้ ข้าจะทำตามที่ท่านบอก” นางตอบเสียงแผ่ว ก่อนขยับตัวเข้าหาเขาอย่างแผ่วเบา ซบอยู่ในอ้อมแขนอุ่นที่โอบรัดแน่น

อ้อมกอดของเขาอบอุ่นดุจอ้อมอกแห่งความปลอดภัย แขนแข็งแรงโอบรัดนางไว้จนแทบมิดตัว ความเงียบในยามค่ำคืนมีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกัน เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และความกลัวที่จะต้องจากกันในไม่ช้า…

หยวนเล่อมองภรรยาร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดอย่างเงียบงัน เขาโอบนางแน่นขึ้นอย่างไม่อยากปล่อย ก่อนจะก้มหน้าซบลงบนเรือนผมที่หอมอ่อน ๆ กลิ่นประจำตัวของนางอบอวลอยู่ในอากาศ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับอยากจดจำกลิ่นนี้ไว้ให้ฝังแน่นอยู่ในหัวใจ การจากไปครั้งนี้…ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใดจึงจะได้กลับมาพบกันอีก

รุ่งเช้า เฉาเยว่เห็นแม่สามีออกจากบ้านแต่เช้า นางแปลกใจจึงแอบเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ กระทั่งเห็นแม่สามีมุ่งตรงไปยังบ้านผู้ใหญ่บ้าน ไม่ถึงวันหลังจากประกาศเรื่องส่งคนไปทำงานในเมืองแร่ แม่สามีก็รีบเร่งเอาชื่อของหยวนเล่อไปลงไว้เสียแล้วหรือ

นางซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล เห็นแม่สามีเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง มือหนึ่งชูถุงเงินขึ้นมาดูอย่างภูมิใจ เงินยี่สิบตำลึงเงินที่แลกมาด้วยแรงของสามีผู้ซื่อสัตย์ ผู้ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นั่นจะได้กินอิ่มนอนหลับหรือไม่ หัวใจของนางเหมือนถูกบีบแน่น

เฉาเยว่รีบหลบกลับบ้านก่อนที่แม่สามีจะกลับมา นางพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด ไม่อยากทำให้คนในบ้านใหญ่ไม่พอใจ แต่ในใจก็ยิ่งร้อนรนเพราะหยวนเล่อจะต้องเดินทางไปยังเมืองแร่ในอีกเพียงหกวันข้างหน้า นางยังไม่ได้เตรียมอาหารให้เขาพกติดตัวเลย

ระหว่างที่นางนั่งซักผ้าอยู่ริมลำธาร สายลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกดังอยู่ข้างหู

“เฉาเยว่!”

เสียงนั้นดังจนสะดุ้ง นางหันไปก็เห็นหยวนฉินยืนยิ้มอยู่ไม่ไกล “เจ้าเรียกข้าหรือ”

“ข้าเรียกตั้งนานแล้ว เจ้าคิดอะไรอยู่ถึงไม่ได้ยินเลย”

เฉาเยว่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา “บ้านของเจ้าส่งใครไปทำงานที่เมืองแร่หรือไม่”

“บ้านข้าไม่มีชายอื่น เหลือเพียงข้ากับท่านตาเท่านั้น ก็เลยไม่ได้ส่งใครไป” หยวนฉินตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ก่อนจะถามกลับ “แล้วบ้านเจ้าล่ะ หรือว่าเป็นพี่หยวนเล่อ?”

เฉาเยว่พยักหน้าช้า ๆ “ใช่ เป็นเขาเอง ว่าแต่…ตาของเจ้าใช่ท่านหมอเวิงหรือไม่” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน แต่ในใจเริ่มมีแผนบางอย่างผุดขึ้นมา

“ใช่แล้ว หมอหยวนเวิงเป็นตาของข้าเอง” หยวนฉินพูดด้วยความภูมิใจ

เฉาเยว่เหลียวมองรอบข้าง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้จึงขยับเข้าไปกระซิบ “ข้าอยากรบกวนเจ้าสักเรื่องได้หรือไม่”

“รบกวนอันใดหรือ” หยวนฉินถามพลางเอียงคอมองด้วยความสงสัย

“ข้าอยากทำอาหารให้สามีข้านำไปกินที่เมืองแร่ แต่ไม่อยากให้แม่สามีรู้ ข้าเลยอยากขอให้เจ้าช่วยซื้อเนื้อหมูให้สักหน่อย และขอยืมเตาที่บ้านเจ้าทำอาหารได้หรือไม่ ข้าจะไม่ให้เจ้าช่วยเปล่าแน่”

หยวนฉินยิ้มบาง “แค่นี้เองหรือ เจ้าไม่ต้องให้เงินข้าหรอก ข้าเองก็อยากให้พี่หยวนเล่อได้กินของดี ๆ เหมือนกัน ว่าแต่เจ้าจะมาทำเมื่อใด”

“อีกสองวันข้างหน้า เจ้าจะเข้าเมืองอีกหรือไม่ ข้าจะฝากเจ้าซื้อเนื้อหมูเสียหน่อย”

“ข้าจะเข้าเมืองพอดี ไปส่งสมุนไพรให้โรงหมอ”

“เช่นนั้นอีกสองวัน ข้าจะไปหาเจ้าตั้งแต่เช้าเลยนะ ต้องขอบใจเจ้ามากจริง ๆ” เฉาเยว่พูดพลางยิ้มกว้าง ดวงตาสุกใสเปล่งประกายยามพูดถึงสามีของตน นางจับมือของหยวนฉินแน่น ความอบอุ่นแผ่ผ่านปลายนิ้ว อย่างน้อยเขาก็จะมีอาหารดี ๆ ติดตัวไปกินระหว่างทาง แม้จะต้องห่างกันไกล แต่หัวใจของนางก็จะยังคงอยู่กับเขาเสมอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 9 เตรียมความพร้อมให้สามี

    คล้อยหลังสามี เฉาเยว่รีบเร่งฝีเท้าไปยังบ้านของท่านหมอเวิง นางชะเง้อมองอยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจ ไม่แน่ใจว่าหยวนฉินกลับมาถึงหรือยังขณะกำลังยืนรอด้วยใจร้อนรน จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งแตะลงบนไหล่ขวาเบา ๆ“เฉาเยว่”นางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปตามเสียงเรียก แล้วก็เห็นว่าเป็นหยวนฉินที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าของเฉาเยว่อ่อนลงทันที ก่อนรอยยิ้มดีใจจะปรากฏขึ้น“เจ้ากลับมาแล้วหรือ” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความโล่งใจและความห่วงใย“ข้ากลับมาแล้ว พร้อมของที่เจ้าฝากให้ซื้อด้วย เจ้าจะเข้ามาในบ้านข้าหรือไม่ นี่คือท่านตาของข้า ท่านหมอหยวนเวิง”เฉาเยว่หันไปมองชายสูงวัยที่ยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าของเขาคล้ายหยวนฉินถึงแปดส่วน จึงค้อมศีรษะให้เล็กน้อย“ท่านหมอเวิง ข้าต้องรบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ”“รบกวนอะไรกันเล่า หยวนฉินเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ว่าเจ้าทำเช่นนี้เพราะห่วงสามีของเจ้า เรื่องนี้เป็นสิ่งดี ข้าเห็นแล้วชื่นชม” ท่านหมอเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านหมอเวิง” นางยิ้มกว้างขึ้น ความตึงเครียดที่เกาะแน่นในอกคลายลงอย่างเห็นได้ชัด“เข้ามาเถิด ยืนอยู่ตรงนี้นาน เดี๋ยวมีใครผ่านมาเห

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 8 ฝากซื้อของ

    หลังจากวันนั้นที่ได้พูดคุยกับหยวนฉิน เวลาผ่านมาแล้วสองวัน ตลอดช่วงเวลานั้น หยวนเล่อมักพานางขึ้นเขาบ่อยครั้ง เพื่อสอนวิธีเอาตัวรอดในป่าเขา ความเอาใจใส่ของเขาทำให้นางรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอเช้าวันนี้เฉาเยว่เหลียวมองซ้ายขวา พอเห็นทางว่างและปลอดภัย นางก็รีบก้าวเท้าออกจากบ้าน โดยพกเงินติดตัวมาด้วยห้าตำลึง ตั้งใจว่าจะซื้อของมาทำอาหารให้เขากินมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เขาไม่ต้องทนหิวอีกหยวนฉินยืนชะเง้อมองไปทางถนนหน้าหมู่บ้าน เวลารถเกวียนจะออกเดินทางเข้าเมืองใกล้เข้ามาทุกที เมื่อเห็นเฉาเย่วิ่งมาจากระยะไกล นางก็รีบยกมือขึ้นเรียกเฉาเยว่หอบหายใจแรง พอถึงตัวเพื่อนก็พูดพลางสูดลมหายใจเข้า “ข้ามาแล้ว…เจ้ารอนานหรือไม่”“เจ้าค่อย ๆ พูดก่อน หายใจก่อนเถอะ” หยวนฉินมองเพื่อนสาวด้วยแววตาเอ็นดูเมื่อหายใจเป็นปกติแล้ว เฉาเยว่หยิบเงินห้าตำลึงออกมาวางในมือเพื่อน “ข้าฝากเจ้าด้วยนะ เอาเงินนี่ไปซื้อเนื้อหมูมาให้หน่อย เอาแต่เนื้อล้วน ๆ ทั้งหมดเลย” นางกระซิบเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงระมัดระวังหยวนฉินตาโต มองเงินในมืออย่างตกใจ “ได้สิ ข้าจะซื้อแล้วเก็บไว้ให้ รอเจ้ามาที่บ้านข้าอีกทีค่อยเริ่มทำ”เฉาเยว่ยิ้มกว้าง ดวงตาเป

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 7 จำเป็นต้องไป

    ซูฟางปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนปนเศร้า คล้ายแม่ที่ทุกข์ใจหนักหนา นางหันไปมองลูกชายคนโตด้วยแววตาเว้าวอน ก่อนเอ่ยสิ่งที่ครุ่นคิดไว้อย่างระมัดระวัง“เจ้าใหญ่ แม่มีเรื่องจะพูดด้วยหน่อย เจ้าคงได้ยินที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศแล้วใช่หรือไม่ ว่าครอบครัวละหนึ่งคนต้องถูกส่งไปช่วยงาน เจ้าคิดเห็นอย่างไร” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลแต่แฝงแรงกดดันอยู่ลึก ๆหยวนเล่อวางช้อนไว้ช้า ๆ เงยหน้ามองมารดาอย่างนิ่งสงบ “ข้าแล้วแต่ท่านแม่ขอรับ”เขารู้อยู่แล้วว่าต่อให้พูดอย่างไร ก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดีเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ซูฟางก็ถอนหายใจโล่งอก ความกังวลในใจคลายลง นางยกยิ้มจาง ๆ “เจ้าก็รู้ว่าน้องชายของเจ้ายังเด็ก ต้องตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบในปีหน้า มีเพียงเจ้าที่ร่างกายแข็งแรงพอจะไปได้ อีกอย่าง งานนั้นยังมีเงินเดือน หากเจ้าส่งเงินกลับมาให้เมียของเจ้า แม่จะไม่แตะต้องเลยสักตำลึงเดียว”แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงคำล่อใจเท่านั้น เพราะในใจนางไม่ได้คิดจะให้เงินหลุดมือแม้แต่น้อย ขอเพียงโน้มน้าวลูกชายได้ก็พอเฉาเยว่มองสามีอย่างเป็นห่วง ดวงตาของนางเอ่อคลอ นางไม่สนใจเรื่องเงินแม้แต่น้อย ขอเพียงได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขก็เพียงพอแล้ว“ท่านพี่…” นาง

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 6 เรื่องด่วนจากเจ้าเมือง

    หยวนจื่อคลี่จดหมายจากเจ้าเมืองออกอ่านอย่างตั้งใจ เมื่อสายตากวาดผ่านเนื้อความทั้งหมด เขาก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างหนักใจ นี่มันเรื่องอะไรกันอีกหนอ… เนื้อหาภายในจดหมายทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งยิ่งนัก“ท่านพี่ มีเรื่องใดหรือ” เสียงของไช่หลานดังขึ้นจากด้านหลัง นางเดินออกมาหาสามีด้วยสีหน้าเป็นกังวล เห็นเขาขมวดคิ้วแน่นจนแทบไม่เหลือรอยยิ้ม“หมู่บ้านของเราคงลำบากแล้ว… ไม่สิ คงไม่ใช่แค่หมู่บ้านของเรา แต่ทุกหมู่บ้านคงต้องประสบเคราะห์เช่นเดียวกัน” เขาหันมาสบตาภรรยา ก่อนเล่าเนื้อความในจดหมายให้ฟัง“ลำบากอย่างไรหรือคะ แล้วเกี่ยวข้องกับครอบครัวเราด้วยหรือไม่” ไช่หลานถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความกังวลหยวนจื่อส่ายหน้าเบา ๆ “ยังไม่เกี่ยวกับบ้านเราโดยตรง โชคดีที่ลูกชายของเรายังเล็กเกินไป แต่บ้านอื่นคงไม่รอดแน่ ทางการส่งคำสั่งให้ทุกหมู่บ้านจัดชายหนุ่มแข็งแรงไปขุดเหมืองแร่ที่เพิ่งค้นพบ ข้าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทั้งที่มีทาสมากมาย เหตุใดจึงต้องการแรงงานจากชาวบ้านอย่างพวกเราด้วย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจปนขมขื่นการต้องเลือกส่งคนในหมู่บ้านออกไปบ้านละหนึ่งคน เป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจเขาหนักหน

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 5 สอนหาของในป่า

    “ท่านนอนเถอะ… ข้าไม่ไหวแล้ว” เสียงแผ่วของภรรยาทำให้เขาชะงัก ความอ่อนแรงปรากฏชัดทั่วร่าง เอวของนางระบมจนแทบขยับไม่ได้หยวนเล่อเห็นท่าทีเช่นนั้นก็ยอมยุติความต้องการไว้เพียงเท่านั้น เขาล้มตัวลงกอดก่ายภรรยาไว้แนบอก ก่อนทั้งคู่จะหลับใหลไปด้วยกันรุ่งเช้า… เฉาเยว่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อเห็นแสงแรกของวันลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ด้านนอกยังมืดสลัวแต่นภาก็เริ่มเปลี่ยนสี นางปลุกสามีให้ตื่นไปล้างหน้าล้างตา แล้วจึงรีบลุกไปจัดการงานบ้านที่เป็นหน้าที่ของตนหลังผ่านวันแรกอันเหน็ดเหนื่อยไป นางก็เริ่มปรับตัวได้ดี หากไม่ทำผิดก็จะไม่โดนตำหนิจากแม่สามี ส่วนสาวน้อยน้องสามี หากไม่เข้าไปข้องเกี่ยวด้วย นางก็ไม่ถูกหาเรื่อง ทุกอย่างจึงสงบได้อย่างน่าอัศจรรย์แม้แม่สามีจะไม่ค่อยแสดงท่าทีเป็นมิตร แต่ก็ไม่มีปากเสียงกับนางมากนัก อาจเพราะรายได้ภายในบ้านมาจากหยวนเล่อแทบทั้งสิ้น ทั้งเงินค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่าเล่าเรียนของน้องชาย และค่าสินเดิมในการแต่งสามีให้น้องสาว ล้วนมาจากเขาวันเวลาล่วงไปครบหนึ่งเดือน เฉาเยว่สังเกตว่าสามีมักนำสมุนไพรจากป่ามาขาย และนำเงินมาให้นางเก็บไว้เสมอ โดยที่แม่ของเขาไม่เคยล่วงรู้ นางแอบวิตกกลัวว่าสักว

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนทื่ 4 สามีของข้าฉลาดนัก

    หยวนเล่อเดินเข้าไปในร้านไป๋อันถัง ร้านรับซื้อสมุนไพรที่มีชายชรานั่งเฝ้าอยู่เพียงลำพัง“เจ้ามาขายสิ่งใดหรือ” ลูกจ้างในร้านเอ่ยถามพลางมองชายหนุ่มที่แต่งตัวมอมแมม“ข้านำสมุนไพรมาขายขอรับ” เขายื่นห่อสมุนไพรในมือให้ชายผู้นั้นตรวจดูเมื่อรับของมาเปิดดู ก็พบว่าเป็นเพียง ถังเฉ่า สมุนไพรที่หาได้ทั่วไป แม้จะไม่ใช่ของหายากนัก แต่ก็ยังพอมีความต้องการในตลาด“เจ้ามีกี่ต้น” ลูกจ้างถามต่อ“ทั้งหมดห้าต้นขอรับ” เขาตอบ พลางนึกขอบคุณโชคชะตาที่พาตนไปพบมันบนเขา เขาจดจำสรรพคุณของพืชชนิดนี้ได้จากคำสอนของหมอประจำหมู่บ้าน“ห้าต้น หนึ่งตำลึง” อีกฝ่ายกล่าวพร้อมยื่นเงินให้ ราคานี้ไม่มากนักเพราะต้นที่เขาเก็บมาอายุยังน้อย ขนาดไม่ใหญ่นักหยวนเล่อรับเงินไว้เงียบ ๆ เงินเล็กน้อยนี้เขาจะเก็บไว้เพื่อภรรยาและอนาคตของครอบครัว แต่ก่อนนั้นไม่เคยคิดเรื่องนี้จริงจัง เงินทุกก้อนล้วนตกไปอยู่ในมือมารดา แต่จากนี้ เขาจะต้องเริ่มวางแผนเผื่อภรรยา และ…เผื่อลูกชายตัวน้อยในอนาคตด้วยเมื่อคิดถึงใบหน้าอ่อนโยนของภรรยา รอยยิ้มบางก็แต้มบนใบหน้า เขาแวะซื้อซาลาเปาสองลูก หนึ่งลูกกินเอง ส่วนอีกลูกเขาแอบซ่อนไว้ใต้กองไม้ในตะกร้าด้านหลัง ปิดทับด้วย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status