LOGINหยวนจื่อคลี่จดหมายจากเจ้าเมืองออกอ่านอย่างตั้งใจ เมื่อสายตากวาดผ่านเนื้อความทั้งหมด เขาก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างหนักใจ นี่มันเรื่องอะไรกันอีกหนอ… เนื้อหาภายในจดหมายทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งยิ่งนัก
“ท่านพี่ มีเรื่องใดหรือ” เสียงของไช่หลานดังขึ้นจากด้านหลัง นางเดินออกมาหาสามีด้วยสีหน้าเป็นกังวล เห็นเขาขมวดคิ้วแน่นจนแทบไม่เหลือรอยยิ้ม “หมู่บ้านของเราคงลำบากแล้ว… ไม่สิ คงไม่ใช่แค่หมู่บ้านของเรา แต่ทุกหมู่บ้านคงต้องประสบเคราะห์เช่นเดียวกัน” เขาหันมาสบตาภรรยา ก่อนเล่าเนื้อความในจดหมายให้ฟัง “ลำบากอย่างไรหรือคะ แล้วเกี่ยวข้องกับครอบครัวเราด้วยหรือไม่” ไช่หลานถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความกังวล หยวนจื่อส่ายหน้าเบา ๆ “ยังไม่เกี่ยวกับบ้านเราโดยตรง โชคดีที่ลูกชายของเรายังเล็กเกินไป แต่บ้านอื่นคงไม่รอดแน่ ทางการส่งคำสั่งให้ทุกหมู่บ้านจัดชายหนุ่มแข็งแรงไปขุดเหมืองแร่ที่เพิ่งค้นพบ ข้าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทั้งที่มีทาสมากมาย เหตุใดจึงต้องการแรงงานจากชาวบ้านอย่างพวกเราด้วย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจปนขมขื่น การต้องเลือกส่งคนในหมู่บ้านออกไปบ้านละหนึ่งคน เป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจเขาหนักหน่วงนัก ไช่หลานฟังแล้วถึงแม้จะกังวล แต่ลึก ๆ ก็โล่งใจอยู่ไม่น้อยที่ครอบครัวของตนยังไม่ต้องสูญเสียใครไปทำงานเสี่ยงภัยนั้น “ข้าคงต้องรีบแจ้งเรื่องนี้ให้ทุกคนในหมู่บ้านรับรู้” หยวนจื่อพูดจบก็ลุกขึ้นรีบออกไปยังลานกลางหมู่บ้าน มือใหญ่คว้าค้อนเคาะระฆังเสียงดังสามครั้ง เสียงโลหะกังวานก้องสะท้อนทั่วหุบเขา บอกให้รู้ว่ามีเหตุสำคัญ ชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ต่างละมือแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังลานรวมตัว “ทำไมอยู่ดี ๆ ผู้ใหญ่บ้านถึงเคาะระฆังล่ะ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า ระฆังนี่ไม่เคยดังมานานหลายปีแล้วนะ” เสียงพูดคุยดังระงมไปทั่ว หยางเล่อที่เพิ่งกลับจากภูเขาพร้อมภรรยาได้ยินเสียงระฆัง ก็ก้าวเท้าเร็วขึ้นด้วยสีหน้าขรึม “ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องดีแน่” เขาพึมพำเบา ๆ “ท่านพี่ ผู้ใหญ่บ้านมีเรื่องใดกันนะ” ภรรยาหันไปถามด้วยน้ำเสียงประหม่า “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวเข้าไปฟังดูก็รู้” เขาจูงมือนางเดินเข้าไปในกลุ่มชาวบ้านเพื่อรอฟังคำชี้แจง เมื่อหยวนจื่อเห็นว่าทุกครอบครัวมาครบแล้ว เขาจึงขึ้นไปยืนบนแท่นไม้ที่ยกสูงกว่าเดิมเพื่อให้ทุกคนได้ยินเสียงชัดเจน “ทุกคน โปรดเงียบก่อนเถิด ข้าเรียกประชุมในวันนี้เพราะมีเรื่องสำคัญจากท่านเจ้าเมือง” เสียงทุ้มหนักแน่นของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างเงียบลงในทันที บรรยากาศกลายเป็นตึงเครียด หยวนจื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนกล่าวต่อ “เมืองของเราเพิ่งค้นพบเหมืองแร่ใหม่ ท่านเจ้าเมืองต้องการแรงงานจำนวนมาก เพื่อเข้าไปขุดและขนแร่พวกนั้นออกมา ทางการมีคำสั่งให้แต่ละครอบครัวส่งชายที่แข็งแรงที่สุดไปหนึ่งคน” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที แต่หยวนจื่อยกมือห้ามแล้วพูดต่อ “ท่านเจ้าเมืองจะมอบเงินให้ครอบครัวที่ส่งคนไปยี่สิบตำลึง และยังมีเบี้ยรายเดือนให้อีก ถึงงานจะหนักแต่ก็มีค่าตอบแทน ข้าแจ้งเพียงเท่านี้ ใครมีข้อสงสัยก็ถามได้” เฟยหลงที่ยืนอยู่ข้างหน้าเอ่ยถามทันที “แล้วต้องเดินทางไปเมื่อใดหรือ ผู้ใหญ่บ้าน” “อีกเจ็ดวันข้างหน้า เจ้าเมืองจะส่งคนมารับตัว” หยวนจื่อตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ทุกคนจงคิดให้ดีว่าจะส่งใครออกไปทำงานนี้” ด้านหนึ่งของลาน ซูฟางยืนฟังอยู่ด้วยสีหน้าเฉยเมย ความกังวลไม่ปรากฏแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ริมฝีปากของนางกลับคลี่ยิ้มบาง ได้ยี่สิบตำลึงเชียวหรือ แถมยังได้เงินเดือนอีก ช่างเป็นเรื่องดีแท้ “ท่านแม่ยิ้มอันใดอยู่หรือ” หยวนจูที่ยืนข้าง ๆ ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ไปทำงานในเหมือง ไม่ใช่เรื่องลำบากอันตรายหรือ ใคร ๆ ก็รู้ว่าที่นั่นทำงานหนักจนแทบสิ้นแรง” ซูฟางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบแขนลูกสาว “อย่ากังวลไปเลย ข้าไม่ส่งเจ้าไปหรอก และพี่ชายเจ้าก็เช่นกัน” “เช่นนั้น… ท่านแม่หมายถึงพี่ใหญ่หรือ” แววตาของหยวนจูเปล่งประกายขึ้นทันใด ริมฝีปากนางยกยิ้มอย่างยินดี ได้อีกยี่สิบตำลึง… เงินนี้คงมากพอจะเป็นสินเดิมของข้าในอนาคตแล้วสินะ ซูฟางพยักหน้ารับเบา ๆ ดวงตาคมกวาดมองชายหญิงสองคนที่ยืนเคียงกันอยู่ไม่ห่าง แววตานั้นเต็มไปด้วยความสะใจปนเย้ยหยันที่แผ่วแล่นอยู่ในห้วงลึกของใจ “ท่านพี่…” เฉาเยว่วางมือสั่นเทาจับแขนสามีแน่น เสียงของนางสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัว “ข้ากลัว…” นางกลัวเหลือเกินว่าเขาจะถูกส่งตัวไป หยวนเฉายื่นมือขึ้นลูบหลังภรรยาเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นใกล้หู “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าแข็งแรงกว่าที่เจ้าคิด” เขาไม่ได้พูดว่าจะไม่ไป หากแต่คำพูดนั้นกลับยืนยันในใจของนางว่า เขารู้ดีอยู่แล้วว่าตนเองต้องถูกส่งตัวไปแน่นอน น้ำตาใสเอ่อคลอในดวงตา ก่อนจะไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน ความสุขที่เพิ่งเริ่มต้นกลับต้องจบลงอย่างรวดเร็วราวสายลมวูบหนึ่ง นางหวั่นกลัวสุดหัวใจว่าสามีจะเป็นอันตราย “เจ้าอย่าร้องเลย เรากลับบ้านกันเถอะ” เขาเอ่ยเบา ๆ แล้วจูงมือนางเดินกลับโดยไม่พูดอะไรอีก เมื่อทั้งคู่มาถึงบ้าน ก็พบแม่สามียืนรออยู่ก่อนแล้ว สีหน้านางเรียบเฉยแต่แววตาแฝงบางสิ่งที่อ่านไม่ออก “กลับมากันแล้วหรือ” เสียงนั้นดังขึ้นอย่างราบเรียบ ดวงตาเหลือบมองตะกร้าในมือของทั้งคู่ เห็นเต็มไปด้วยผักป่าหลากชนิด จึงไม่ได้กล่าวตำหนิอย่างเคย “ไปทำอาหารเสียสิ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว” นางพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านไป “เจ้าทำอาหารให้ท่านแม่เถอะ” หยวนเล่อพูดพลางวางตะกร้าลง แล้วเดินเอาของที่หามาไปเก็บอย่างเงียบ ๆ ระหว่างที่เฉาเยว่เตรียมอาหารอยู่นั้น ใจของนางกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ภาพสามีที่อาจต้องจากไปวนเวียนอยู่ในความคิดอย่างไม่หยุดหย่อน ความกังวลกัดกินจนแทบหายใจไม่ออก นางรู้ดีว่าแม้แม่สามียังไม่เอ่ยปาก แต่ก็พอเดาได้ว่า ใครจะต้องไป “เจ้าทำอาหารเสร็จหรือยัง เหม่ออะไรอยู่ ทุกคนรอกินข้าวแล้วนะ” เสียงของซูฟางดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในครัว นางมองเห็นสะใภ้ใหญ่ยืนเหม่อลอยอยู่จึงขมวดคิ้ว “ข้าจะรีบทำเจ้าค่ะ” เฉาเยว่รีบเร่งมือ นำอาหารทุกอย่างไปวางบนโต๊ะใหญ่ นางเหลือบมองน้องชายของสามีที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาเป็นชายร่างอ้วน ผู้ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากอาหารและความสุขส่วนตัว ตั้งแต่นางเข้ามาอยู่ในบ้านนี้กว่าหนึ่งเดือน ยังไม่เห็นว่าเขาเคยจับหนังสือสักครั้ง คืนใดที่นางเดินผ่านห้องของเขา ก็มักได้ยินเสียงเพ้อถึงชื่อใครบางคนอยู่บ่อย ๆ “เอาล่ะ กินข้าวได้แล้ว” ซูฟางเอ่ยเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “เจ้าก็มานั่งกินด้วยสิ แล้วไปตามสามีของเจ้ามา” เฉาเยว่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในเรือนเล็ก “ท่านพี่ ท่านแม่ให้ข้ามาตามท่านกินข้าว” นางเอ่ยเบา ๆ พร้อมจูงมือเขาเดินไปยังโต๊ะอาหาร หยวนเล่อเดินตามภรรยาอย่างเงียบงัน แววตาเขาอ่อนโยนเมื่อมองแผ่นหลังบอบบางตรงหน้า หากวันหนึ่งเขาไม่อยู่ นางจะต้องเหนื่อยและลำบากเพียงใด ความกังวลก่อรอยลึกอยู่ในใจ “ท่านแม่ ข้าพาท่านพี่มาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของเฉาเยว่ดังขึ้นเมื่อทั้งคู่มาถึง นางเห็นโต๊ะอาหารยังไม่มีใครแตะต้องแม้แต่จานเดียว “เจ้าใหญ่ มานั่งกินข้าวกับแม่สิ เราไม่ได้กินพร้อมกันนานแล้วนะ” เสียงของซูฟางอ่อนโยนผิดจากทุกวัน “ขอรับ” หยวนเล่อนั่งลงข้างภรรยา “เจ้ากินนี่สิ อร่อยมาก” ซูฟางตักผัดผักป่าที่อยู่ตรงหน้าวางลงในจานของลูกชายด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น ความอ่อนโยนนั้นไม่ได้รอดพ้นสายตาของผู้ที่มองอยู่ เฉาเยว่รู้ดีว่าทำไมแม่สามีถึงแสดงท่าทีเช่นนี้ เหตุผลย่อมหนีไม่พ้นเรื่อง “เหมืองแร่” ที่กำลังจะมาถึง หยวนเล่อเพียงยิ้มบาง เขากินอาหารที่มารดาตักให้เพียงเล็กน้อย พอท้องอิ่ม เสียงที่เขาคิดไว้ในใจก็ดังขึ้นมาจากปากของมารดา คำพูดที่ยืนยันชัดว่า หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้เขา ก็คงไม่มีวันเรียกให้ทั้งคู่มานั่งกินข้าวด้วยกันเช่นนี้เลย…เมื่อนางมาถึงหน้าร้าน เฉาเยว่หยุดยืนมองการแสดงอันเกินจริงของทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง เสียงเห็นด้วยจากผู้คนรอบข้างดังประสานเป็นระยะ เมื่อมองจนพอใจแล้ว นางจึงก้าวออกมาด้านหน้าอย่างสงบนิ่ง“ข้าก็นึกว่าเรื่องใด นึกว่าใครมาร้องขอสวนบุญอยู่หน้าร้านของข้า…ที่แท้ก็พวกเจ้าเองสินะ” นางกวาดสายตามองทั้งคู่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าสองคนที่แสร้งนั่งร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้นสบตานางอย่างตกใจ เมื่อได้เห็นเฉาเยว่ซึ่งห่างหายไปหลายเดือน ทั้งคู่ยิ่งตะลึงเมื่อเห็นการแต่งกายงดงามของนาง โดยเฉพาะหยวนจูที่เคยดูหมิ่นไว้นักหนา นางไม่คิดเลยว่าหญิงที่เคยถูกใช้งานราวบ่าวรับใช้ จะงามสง่าได้ถึงเพียงนี้ ชุดที่เฉาเยว่นุ่งห่มดูท่าว่าจะมีราคาไม่น้อยซูฟางเมื่อเห็นเฉาเยว่เดินออกมา นางยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้น พลางคลานเข้ามากอดขานางอย่างน่าเวทนา“สะใภ้ใหญ่ ได้โปรดให้ข้าได้พบลูกชายของข้าเถิด” นางร่ำไห้โวยวายราวโลกจะแตกการกระทำเช่นนั้นเรียกความสงสารจากผู้คนไม่น้อย จนหญิงชราผู้หนึ่งอดตำหนิไม่ได้“เจ้ากับนางเป็นสะใภ้แม่ผัวกันหรืออย่างไร ถึงใจดำเช่นนี้กันเล่า”ซูฟางยิ่งได้ยินเสียงสนับสนุนก็ยิ่งแผดเสียงร้อง พร้อมก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มที่ผุดข
“เจ้าอย่ามายุ่งกับลูกสาวของข้านะ!” ซูฟางรีบวิ่งเข้ามากอดบุตรสาวแน่นด้วยความหวาดกลัวส่วนหยวนลี่นั้น หนีหายไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจรู้ เพราะเขาไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้วหยวนจื่อทนดูต่อไปไม่ไหว จึงก้าวออกมาขวางพร้อมเอ่ยห้าม“ทุกท่านโปรดหยุดก่อนเถิด เรื่องนี้เป็นปัญหาที่หยวนลี่ก่อไว้ เช่นนั้นไม่ควรผูกเรื่องเข้ากับหญิงสาวผู้นี้กระมัง”เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสงบ หวังให้คนที่มาวุ่นวายใจเย็นลงสักนิดชายร่างใหญ่เหลือบตาขึ้นมองชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ“แล้วเจ้าคือผู้ใดกัน เรื่องนี้ใช่สิ่งที่เจ้าควรมายุ่งด้วยหรือ”“ข้ามิได้อยากยุ่ง เพียงแต่ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ข้าดูแล ในเมื่อหยวนลี่นำที่ดินบ้านหลังนี้ไปขาย ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าเขาขายไปเท่าใด”เขาพยายามช่วยหาทางออกให้ซูฟาง อย่างน้อยสามีของนางก็ยังเป็นญาติร่วมตระกูลชายร่างใหญ่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อ้อ…เป็นผู้ใหญ่บ้านนี่เอง เช่นนั้นข้าก็ต้องให้เกียรติบ้างละ”ก่อนกล่าวต่อเสียงเข้ม“ลูกชายของเจ้าติดเงินเจ้านายของข้าอยู่ แปดสิบตำลึงทอง เจ้าจะจ่ายหรือไม่เล่า ถ้าจ่าย ข้าก็ไม่จำเป็นต้องยึดบ้านเจ้าไป”ซูฟางเบิกตากว้าง “ว่าอย่างไรนะ…แปดสิบตำลึ
“จริงเจ้าค่ะ ท่านผู้ใหญ่สนใจสิ่งที่ข้าเสนอหรือไม่” นางเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางเบา“แล้วเรื่องนี้หยวนเล่อรู้หรือไม่” หยวนจื่ออดกังวลไม่ได้ กลัวว่าสามีของนางจะตำหนิ“เขารู้เจ้าค่ะ พวกเราคุยกันเรียบร้อยแล้ว” ทั้งสองได้ปรึกษากันจนตกลงเป็นที่เข้าใจ“แล้วพวกข้าจะหาผลนี้ได้จากที่ใดเล่า” หยวนจื่อถามด้วยสีหน้ากังวล“ท่านผู้ใหญ่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้านอกจากจะช่วยท่านแล้ว ยังเตรียมต้นกล้าไว้ให้ด้วย ท่านสามารถนำไปแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านปลูกได้ แม้อาจต้องใช้เวลานานอยู่บ้าง แต่ระหว่างรอก็ยังคิดทำสิ่งอื่นควบคู่ไปได้เช่นกัน”นางคิดว่าในช่วงต้นกล้าเติบโต ตนเองก็สามารถขยายการทำที่นอนและหมอนจากขนนุ่มได้มากพอสมควรแล้ว“ขอบใจพวกเจ้าสองคนมาก ร่ำรวยแล้วก็ยังไม่ลืมคนในหมู่บ้านของเรา” หยวนจื่อเหลือบตามองสามีภรรยาคู่นั้น เห็นหยวนเล่อเดินเข้ามาพร้อมอุ้มเด็กน้อยในอ้อมแขน“ท่านผู้ใหญ่ สิ่งที่ทำไปเทียบไม่ได้กับความช่วยเหลือที่ท่านมอบให้ข้าและภรรยาหรอกขอรับ ข้าได้ดีก็ยิ่งต้องไม่ลืมคนในหมู่บ้าน” หยวนเล่อเอ่ยด้วยความจริงใจหยวนฉินแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นางรู้สึกอบอุ่นใจที่สหายที่ตนเลือกคบมีน้ำใจมากเพียงนี้ นางหันไปมองก้อนแ
หยวนลี่เดินยืดอกเข้าไปในนั้นด้วยอาการลำพองใจ เขาตรงไปยังโต๊ะที่มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ ก่อนวางแผ่นกระดาษลงตรงหน้า “ข้าอยากได้สิบตำลึงทอง”ชายวัยกลางคนนิ่งสงบ ไม่แสดงอารมณ์ใดเป็นพิเศษราวกับคุ้นชินกับเหตุการณ์เช่นนี้มานักต่อนัก เขาหยิบฉโฉนดขึ้นมาพินิจอยู่ครู่หนึ่งเพื่อประเมินราคา“ข้าให้เจ้าได้มากสุดแปดตำลึงทอง จะเอาหรือไม่เอา” เอ่ยจบก็วางฉโฉนดกลับลงตรงหน้าชายหนุ่มเช่นเดิมหยวนลี่ส่งเสียง “ชิ” เบา ๆ อย่างขัดใจ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “แปดตำลึงก็ได้ เร็ว ๆ เอามาให้ข้า” เขาบ่นอย่างไม่พอใจ เพราะไม่คิดว่าที่ดินของบ้านตนจะมีราคาต่ำเช่นนี้ชายวัยกลางคนหยิบเงินจากลิ้นชักใต้โต๊ะมาวางตรงหน้าโดยไร้สีหน้า เหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากท่าทีหยาบคายของชายหนุ่มแม้แต่น้อย เพราะผู้คนหลากหลายแบบเวียนผ่านมาทุกวันจนเขาเคยชินเสียแล้วเมื่อได้เงินมาแล้ว หยวนลี่ก็ตรงไปยังห้องด้านในที่มีประตูปิดกั้น บรรยากาศภายในต่างจากด้านนอกโดยสิ้นเชิง เพราะเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน เสียงโหวกเหวกปะปนกับเสียงร้องดีใจของบางคน ทำให้เขารู้สึกคึกคักขึ้นมาไม่น้อย เขานั่งลงที่โต๊ะหนึ่งก่อนวางเงินเดิมพันที่เพิ่งได้มาอย่างไม่ลังเลครึ่
“ได้ แต่เจ้าก็อย่าหักโหมนักเล่า” หยวนเล่อพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาอยากช่วยนางขายของเช่นกัน แต่จำต้องอยู่คอยดูแลช่างที่มาสร้างบ้าน ได้เพียงช่วยเก็บผลไม้ในมิติไว้ให้เท่านั้น เวลานางไปขายก็จะหยิบออกมาได้สะดวกยิ่งขึ้นเวลาผ่านไปสิบห้าวันหลังจากช่างเริ่มลงมือปรับปรุงร้านและบ้านพักอาศัย จนกระทั่งทุกอย่างแล้วเสร็จ นางจ่ายเงินไปเกือบร้อยตำลึงทอง ได้บ้านที่สมบูรณ์พร้อม และร้านค้าที่งดงามมั่นคงดังใจหวังเมื่อร้านเสร็จเรียบร้อย เฉาเยว่ก็เลิกออกไปขายผลไม้ในตลาด นางกับหยวนเล่อมัววุ่นอยู่กับการจัดเรียงสินค้าในร้าน ทั้งผักผลไม้จากสวนในมิติ ไม่ว่าจะเป็นผักป่าหรือผักทั่วไป ล้วนสดใหม่อยู่เสมอ เพราะหากของเหลือขายไม่หมด นางก็จะเก็บกลับเข้ามิติไว้ เพื่อรักษาความสดไว้ตลอดเวลาเฉาเยว่ายืนอยู่หน้าร้าน มองป้ายไม้ที่เพิ่งแขวนขึ้นด้วยแววตาภาคภูมิใจ จากหญิงบ้านนอกที่เคยถูกซื้อมาเป็นภรรยา วันนี้นางกลับมีร้านค้าของตนเองแล้วหยวนเล่อเดินเข้ามายืนด้านหลัง พลางมองร้านที่ทั้งคู่ช่วยกันสร้างขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง เขามองภรรยาที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความสุขในแววตาของนางทำให้หัวใจเขาพองโต“เจ้าตื่นเต้นหรือไม่ พรุ่งนี้เราจะเปิดร้
หลังจากพูดคุยเรื่องซื้อขายกันเสร็จเรียบร้อย เฉาเยว่ก็กลับไปรออยู่ที่ร้านใหม่ นางหยิบกุญแจที่ได้รับมาไขประตู ก่อนเดินสำรวจโดยรอบ ร้านค้าแห่งนี้ดูเก่าไปเล็กน้อย จึงคิดไว้ว่าจะปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ด้านหลังร้านตั้งใจจะปลูกผลขนนุ่มและผลไม้จากมิติ โดยจะใช้น้ำในมิติรดแทน หลังจากทดลองอยู่นาน นางพบว่าน้ำในมิติช่วยให้ผลไม้มีรสหวานหอมและคุณภาพดีกว่าที่ปลูกทั่วไปไม่นานนัก เฉากวงก็กลับมาพร้อมใบโฉนดบ้านและที่ดิน ซึ่งระบุชื่อของเฉาเยว่ทั้งหมด หยวนเล่อเป็นผู้ยินยอมให้ทุกอย่างอยู่ในชื่อของนาง เพราะไม่ต้องการแย่งชิงความดีความชอบในสิ่งนี้“ตอนนี้บ้านหลังนี้เป็นของพวกท่านแล้วขอรับ จะตกแต่งหรือทำสิ่งใดก็สุดแล้วแต่ หากวันหน้าอยากซื้อบ้านเพิ่มเติมก็มาหาข้าได้” เฉากวงเอ่ยพร้อมยื่นเอกสารให้นาง ก่อนขอตัวกลับเมื่อทุกอย่างจัดการเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองตกลงจะพักอยู่ในบ้านใหม่คืนนี้เลย ถึงอย่างไรก็นอนในมิติกันอยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวลสิ่งใดเฉาเยว่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้าไปให้นมลูกน้อย กล่อมจนเขาหลับสนิท ก่อนออกมาช่วยหยวนเล่อทำความสะอาดและตรวจดูรอบบ้าน ว่าส่วนใดควรปรับปรุงบ้าง หลังจดรายการไว้ในกระดาษครบถ้วน ทั้งคู่ก็พ







