Home / รักโบราณ / เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป / ตอนที่ 6 เรื่องด่วนจากเจ้าเมือง

Share

ตอนที่ 6 เรื่องด่วนจากเจ้าเมือง

last update Last Updated: 2026-01-27 20:38:26

หยวนจื่อคลี่จดหมายจากเจ้าเมืองออกอ่านอย่างตั้งใจ เมื่อสายตากวาดผ่านเนื้อความทั้งหมด เขาก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างหนักใจ นี่มันเรื่องอะไรกันอีกหนอ… เนื้อหาภายในจดหมายทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งยิ่งนัก

“ท่านพี่ มีเรื่องใดหรือ” เสียงของไช่หลานดังขึ้นจากด้านหลัง นางเดินออกมาหาสามีด้วยสีหน้าเป็นกังวล เห็นเขาขมวดคิ้วแน่นจนแทบไม่เหลือรอยยิ้ม

“หมู่บ้านของเราคงลำบากแล้ว… ไม่สิ คงไม่ใช่แค่หมู่บ้านของเรา แต่ทุกหมู่บ้านคงต้องประสบเคราะห์เช่นเดียวกัน” เขาหันมาสบตาภรรยา ก่อนเล่าเนื้อความในจดหมายให้ฟัง

“ลำบากอย่างไรหรือคะ แล้วเกี่ยวข้องกับครอบครัวเราด้วยหรือไม่” ไช่หลานถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความกังวล

หยวนจื่อส่ายหน้าเบา ๆ “ยังไม่เกี่ยวกับบ้านเราโดยตรง โชคดีที่ลูกชายของเรายังเล็กเกินไป แต่บ้านอื่นคงไม่รอดแน่ ทางการส่งคำสั่งให้ทุกหมู่บ้านจัดชายหนุ่มแข็งแรงไปขุดเหมืองแร่ที่เพิ่งค้นพบ ข้าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทั้งที่มีทาสมากมาย เหตุใดจึงต้องการแรงงานจากชาวบ้านอย่างพวกเราด้วย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจปนขมขื่น

การต้องเลือกส่งคนในหมู่บ้านออกไปบ้านละหนึ่งคน เป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจเขาหนักหน่วงนัก

ไช่หลานฟังแล้วถึงแม้จะกังวล แต่ลึก ๆ ก็โล่งใจอยู่ไม่น้อยที่ครอบครัวของตนยังไม่ต้องสูญเสียใครไปทำงานเสี่ยงภัยนั้น

“ข้าคงต้องรีบแจ้งเรื่องนี้ให้ทุกคนในหมู่บ้านรับรู้” หยวนจื่อพูดจบก็ลุกขึ้นรีบออกไปยังลานกลางหมู่บ้าน มือใหญ่คว้าค้อนเคาะระฆังเสียงดังสามครั้ง

เสียงโลหะกังวานก้องสะท้อนทั่วหุบเขา บอกให้รู้ว่ามีเหตุสำคัญ ชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ต่างละมือแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังลานรวมตัว

“ทำไมอยู่ดี ๆ ผู้ใหญ่บ้านถึงเคาะระฆังล่ะ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า ระฆังนี่ไม่เคยดังมานานหลายปีแล้วนะ” เสียงพูดคุยดังระงมไปทั่ว

หยางเล่อที่เพิ่งกลับจากภูเขาพร้อมภรรยาได้ยินเสียงระฆัง ก็ก้าวเท้าเร็วขึ้นด้วยสีหน้าขรึม “ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องดีแน่” เขาพึมพำเบา ๆ

“ท่านพี่ ผู้ใหญ่บ้านมีเรื่องใดกันนะ” ภรรยาหันไปถามด้วยน้ำเสียงประหม่า

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวเข้าไปฟังดูก็รู้” เขาจูงมือนางเดินเข้าไปในกลุ่มชาวบ้านเพื่อรอฟังคำชี้แจง

เมื่อหยวนจื่อเห็นว่าทุกครอบครัวมาครบแล้ว เขาจึงขึ้นไปยืนบนแท่นไม้ที่ยกสูงกว่าเดิมเพื่อให้ทุกคนได้ยินเสียงชัดเจน

“ทุกคน โปรดเงียบก่อนเถิด ข้าเรียกประชุมในวันนี้เพราะมีเรื่องสำคัญจากท่านเจ้าเมือง” เสียงทุ้มหนักแน่นของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างเงียบลงในทันที บรรยากาศกลายเป็นตึงเครียด

หยวนจื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนกล่าวต่อ “เมืองของเราเพิ่งค้นพบเหมืองแร่ใหม่ ท่านเจ้าเมืองต้องการแรงงานจำนวนมาก เพื่อเข้าไปขุดและขนแร่พวกนั้นออกมา ทางการมีคำสั่งให้แต่ละครอบครัวส่งชายที่แข็งแรงที่สุดไปหนึ่งคน”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที แต่หยวนจื่อยกมือห้ามแล้วพูดต่อ “ท่านเจ้าเมืองจะมอบเงินให้ครอบครัวที่ส่งคนไปยี่สิบตำลึง และยังมีเบี้ยรายเดือนให้อีก ถึงงานจะหนักแต่ก็มีค่าตอบแทน ข้าแจ้งเพียงเท่านี้ ใครมีข้อสงสัยก็ถามได้”

เฟยหลงที่ยืนอยู่ข้างหน้าเอ่ยถามทันที “แล้วต้องเดินทางไปเมื่อใดหรือ ผู้ใหญ่บ้าน”

“อีกเจ็ดวันข้างหน้า เจ้าเมืองจะส่งคนมารับตัว” หยวนจื่อตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ทุกคนจงคิดให้ดีว่าจะส่งใครออกไปทำงานนี้”

ด้านหนึ่งของลาน ซูฟางยืนฟังอยู่ด้วยสีหน้าเฉยเมย ความกังวลไม่ปรากฏแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ริมฝีปากของนางกลับคลี่ยิ้มบาง ได้ยี่สิบตำลึงเชียวหรือ แถมยังได้เงินเดือนอีก ช่างเป็นเรื่องดีแท้

“ท่านแม่ยิ้มอันใดอยู่หรือ” หยวนจูที่ยืนข้าง ๆ ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ไปทำงานในเหมือง ไม่ใช่เรื่องลำบากอันตรายหรือ ใคร ๆ ก็รู้ว่าที่นั่นทำงานหนักจนแทบสิ้นแรง”

ซูฟางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบแขนลูกสาว “อย่ากังวลไปเลย ข้าไม่ส่งเจ้าไปหรอก และพี่ชายเจ้าก็เช่นกัน”

“เช่นนั้น… ท่านแม่หมายถึงพี่ใหญ่หรือ” แววตาของหยวนจูเปล่งประกายขึ้นทันใด ริมฝีปากนางยกยิ้มอย่างยินดี ได้อีกยี่สิบตำลึง… เงินนี้คงมากพอจะเป็นสินเดิมของข้าในอนาคตแล้วสินะ

ซูฟางพยักหน้ารับเบา ๆ ดวงตาคมกวาดมองชายหญิงสองคนที่ยืนเคียงกันอยู่ไม่ห่าง แววตานั้นเต็มไปด้วยความสะใจปนเย้ยหยันที่แผ่วแล่นอยู่ในห้วงลึกของใจ

“ท่านพี่…” เฉาเยว่วางมือสั่นเทาจับแขนสามีแน่น เสียงของนางสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัว “ข้ากลัว…” นางกลัวเหลือเกินว่าเขาจะถูกส่งตัวไป

หยวนเฉายื่นมือขึ้นลูบหลังภรรยาเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นใกล้หู “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าแข็งแรงกว่าที่เจ้าคิด”

เขาไม่ได้พูดว่าจะไม่ไป หากแต่คำพูดนั้นกลับยืนยันในใจของนางว่า เขารู้ดีอยู่แล้วว่าตนเองต้องถูกส่งตัวไปแน่นอน น้ำตาใสเอ่อคลอในดวงตา ก่อนจะไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน ความสุขที่เพิ่งเริ่มต้นกลับต้องจบลงอย่างรวดเร็วราวสายลมวูบหนึ่ง นางหวั่นกลัวสุดหัวใจว่าสามีจะเป็นอันตราย

“เจ้าอย่าร้องเลย เรากลับบ้านกันเถอะ” เขาเอ่ยเบา ๆ แล้วจูงมือนางเดินกลับโดยไม่พูดอะไรอีก

เมื่อทั้งคู่มาถึงบ้าน ก็พบแม่สามียืนรออยู่ก่อนแล้ว สีหน้านางเรียบเฉยแต่แววตาแฝงบางสิ่งที่อ่านไม่ออก

“กลับมากันแล้วหรือ” เสียงนั้นดังขึ้นอย่างราบเรียบ ดวงตาเหลือบมองตะกร้าในมือของทั้งคู่ เห็นเต็มไปด้วยผักป่าหลากชนิด จึงไม่ได้กล่าวตำหนิอย่างเคย

“ไปทำอาหารเสียสิ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว” นางพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านไป

“เจ้าทำอาหารให้ท่านแม่เถอะ” หยวนเล่อพูดพลางวางตะกร้าลง แล้วเดินเอาของที่หามาไปเก็บอย่างเงียบ ๆ

ระหว่างที่เฉาเยว่เตรียมอาหารอยู่นั้น ใจของนางกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ภาพสามีที่อาจต้องจากไปวนเวียนอยู่ในความคิดอย่างไม่หยุดหย่อน ความกังวลกัดกินจนแทบหายใจไม่ออก นางรู้ดีว่าแม้แม่สามียังไม่เอ่ยปาก แต่ก็พอเดาได้ว่า ใครจะต้องไป

“เจ้าทำอาหารเสร็จหรือยัง เหม่ออะไรอยู่ ทุกคนรอกินข้าวแล้วนะ” เสียงของซูฟางดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในครัว นางมองเห็นสะใภ้ใหญ่ยืนเหม่อลอยอยู่จึงขมวดคิ้ว

“ข้าจะรีบทำเจ้าค่ะ” เฉาเยว่รีบเร่งมือ นำอาหารทุกอย่างไปวางบนโต๊ะใหญ่ นางเหลือบมองน้องชายของสามีที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขาเป็นชายร่างอ้วน ผู้ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากอาหารและความสุขส่วนตัว ตั้งแต่นางเข้ามาอยู่ในบ้านนี้กว่าหนึ่งเดือน ยังไม่เห็นว่าเขาเคยจับหนังสือสักครั้ง คืนใดที่นางเดินผ่านห้องของเขา ก็มักได้ยินเสียงเพ้อถึงชื่อใครบางคนอยู่บ่อย ๆ

“เอาล่ะ กินข้าวได้แล้ว” ซูฟางเอ่ยเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “เจ้าก็มานั่งกินด้วยสิ แล้วไปตามสามีของเจ้ามา”

เฉาเยว่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในเรือนเล็ก “ท่านพี่ ท่านแม่ให้ข้ามาตามท่านกินข้าว” นางเอ่ยเบา ๆ พร้อมจูงมือเขาเดินไปยังโต๊ะอาหาร

หยวนเล่อเดินตามภรรยาอย่างเงียบงัน แววตาเขาอ่อนโยนเมื่อมองแผ่นหลังบอบบางตรงหน้า หากวันหนึ่งเขาไม่อยู่ นางจะต้องเหนื่อยและลำบากเพียงใด ความกังวลก่อรอยลึกอยู่ในใจ

“ท่านแม่ ข้าพาท่านพี่มาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของเฉาเยว่ดังขึ้นเมื่อทั้งคู่มาถึง นางเห็นโต๊ะอาหารยังไม่มีใครแตะต้องแม้แต่จานเดียว

“เจ้าใหญ่ มานั่งกินข้าวกับแม่สิ เราไม่ได้กินพร้อมกันนานแล้วนะ” เสียงของซูฟางอ่อนโยนผิดจากทุกวัน

“ขอรับ” หยวนเล่อนั่งลงข้างภรรยา

“เจ้ากินนี่สิ อร่อยมาก” ซูฟางตักผัดผักป่าที่อยู่ตรงหน้าวางลงในจานของลูกชายด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น

ความอ่อนโยนนั้นไม่ได้รอดพ้นสายตาของผู้ที่มองอยู่ เฉาเยว่รู้ดีว่าทำไมแม่สามีถึงแสดงท่าทีเช่นนี้ เหตุผลย่อมหนีไม่พ้นเรื่อง “เหมืองแร่” ที่กำลังจะมาถึง

หยวนเล่อเพียงยิ้มบาง เขากินอาหารที่มารดาตักให้เพียงเล็กน้อย พอท้องอิ่ม เสียงที่เขาคิดไว้ในใจก็ดังขึ้นมาจากปากของมารดา

คำพูดที่ยืนยันชัดว่า หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้เขา ก็คงไม่มีวันเรียกให้ทั้งคู่มานั่งกินข้าวด้วยกันเช่นนี้เลย…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 9 เตรียมความพร้อมให้สามี

    คล้อยหลังสามี เฉาเยว่รีบเร่งฝีเท้าไปยังบ้านของท่านหมอเวิง นางชะเง้อมองอยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจ ไม่แน่ใจว่าหยวนฉินกลับมาถึงหรือยังขณะกำลังยืนรอด้วยใจร้อนรน จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งแตะลงบนไหล่ขวาเบา ๆ“เฉาเยว่”นางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปตามเสียงเรียก แล้วก็เห็นว่าเป็นหยวนฉินที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าของเฉาเยว่อ่อนลงทันที ก่อนรอยยิ้มดีใจจะปรากฏขึ้น“เจ้ากลับมาแล้วหรือ” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความโล่งใจและความห่วงใย“ข้ากลับมาแล้ว พร้อมของที่เจ้าฝากให้ซื้อด้วย เจ้าจะเข้ามาในบ้านข้าหรือไม่ นี่คือท่านตาของข้า ท่านหมอหยวนเวิง”เฉาเยว่หันไปมองชายสูงวัยที่ยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าของเขาคล้ายหยวนฉินถึงแปดส่วน จึงค้อมศีรษะให้เล็กน้อย“ท่านหมอเวิง ข้าต้องรบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ”“รบกวนอะไรกันเล่า หยวนฉินเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ว่าเจ้าทำเช่นนี้เพราะห่วงสามีของเจ้า เรื่องนี้เป็นสิ่งดี ข้าเห็นแล้วชื่นชม” ท่านหมอเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านหมอเวิง” นางยิ้มกว้างขึ้น ความตึงเครียดที่เกาะแน่นในอกคลายลงอย่างเห็นได้ชัด“เข้ามาเถิด ยืนอยู่ตรงนี้นาน เดี๋ยวมีใครผ่านมาเห

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 8 ฝากซื้อของ

    หลังจากวันนั้นที่ได้พูดคุยกับหยวนฉิน เวลาผ่านมาแล้วสองวัน ตลอดช่วงเวลานั้น หยวนเล่อมักพานางขึ้นเขาบ่อยครั้ง เพื่อสอนวิธีเอาตัวรอดในป่าเขา ความเอาใจใส่ของเขาทำให้นางรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอเช้าวันนี้เฉาเยว่เหลียวมองซ้ายขวา พอเห็นทางว่างและปลอดภัย นางก็รีบก้าวเท้าออกจากบ้าน โดยพกเงินติดตัวมาด้วยห้าตำลึง ตั้งใจว่าจะซื้อของมาทำอาหารให้เขากินมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เขาไม่ต้องทนหิวอีกหยวนฉินยืนชะเง้อมองไปทางถนนหน้าหมู่บ้าน เวลารถเกวียนจะออกเดินทางเข้าเมืองใกล้เข้ามาทุกที เมื่อเห็นเฉาเย่วิ่งมาจากระยะไกล นางก็รีบยกมือขึ้นเรียกเฉาเยว่หอบหายใจแรง พอถึงตัวเพื่อนก็พูดพลางสูดลมหายใจเข้า “ข้ามาแล้ว…เจ้ารอนานหรือไม่”“เจ้าค่อย ๆ พูดก่อน หายใจก่อนเถอะ” หยวนฉินมองเพื่อนสาวด้วยแววตาเอ็นดูเมื่อหายใจเป็นปกติแล้ว เฉาเยว่หยิบเงินห้าตำลึงออกมาวางในมือเพื่อน “ข้าฝากเจ้าด้วยนะ เอาเงินนี่ไปซื้อเนื้อหมูมาให้หน่อย เอาแต่เนื้อล้วน ๆ ทั้งหมดเลย” นางกระซิบเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงระมัดระวังหยวนฉินตาโต มองเงินในมืออย่างตกใจ “ได้สิ ข้าจะซื้อแล้วเก็บไว้ให้ รอเจ้ามาที่บ้านข้าอีกทีค่อยเริ่มทำ”เฉาเยว่ยิ้มกว้าง ดวงตาเป

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 7 จำเป็นต้องไป

    ซูฟางปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนปนเศร้า คล้ายแม่ที่ทุกข์ใจหนักหนา นางหันไปมองลูกชายคนโตด้วยแววตาเว้าวอน ก่อนเอ่ยสิ่งที่ครุ่นคิดไว้อย่างระมัดระวัง“เจ้าใหญ่ แม่มีเรื่องจะพูดด้วยหน่อย เจ้าคงได้ยินที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศแล้วใช่หรือไม่ ว่าครอบครัวละหนึ่งคนต้องถูกส่งไปช่วยงาน เจ้าคิดเห็นอย่างไร” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลแต่แฝงแรงกดดันอยู่ลึก ๆหยวนเล่อวางช้อนไว้ช้า ๆ เงยหน้ามองมารดาอย่างนิ่งสงบ “ข้าแล้วแต่ท่านแม่ขอรับ”เขารู้อยู่แล้วว่าต่อให้พูดอย่างไร ก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดีเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ซูฟางก็ถอนหายใจโล่งอก ความกังวลในใจคลายลง นางยกยิ้มจาง ๆ “เจ้าก็รู้ว่าน้องชายของเจ้ายังเด็ก ต้องตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบในปีหน้า มีเพียงเจ้าที่ร่างกายแข็งแรงพอจะไปได้ อีกอย่าง งานนั้นยังมีเงินเดือน หากเจ้าส่งเงินกลับมาให้เมียของเจ้า แม่จะไม่แตะต้องเลยสักตำลึงเดียว”แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงคำล่อใจเท่านั้น เพราะในใจนางไม่ได้คิดจะให้เงินหลุดมือแม้แต่น้อย ขอเพียงโน้มน้าวลูกชายได้ก็พอเฉาเยว่มองสามีอย่างเป็นห่วง ดวงตาของนางเอ่อคลอ นางไม่สนใจเรื่องเงินแม้แต่น้อย ขอเพียงได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขก็เพียงพอแล้ว“ท่านพี่…” นาง

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 6 เรื่องด่วนจากเจ้าเมือง

    หยวนจื่อคลี่จดหมายจากเจ้าเมืองออกอ่านอย่างตั้งใจ เมื่อสายตากวาดผ่านเนื้อความทั้งหมด เขาก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างหนักใจ นี่มันเรื่องอะไรกันอีกหนอ… เนื้อหาภายในจดหมายทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งยิ่งนัก“ท่านพี่ มีเรื่องใดหรือ” เสียงของไช่หลานดังขึ้นจากด้านหลัง นางเดินออกมาหาสามีด้วยสีหน้าเป็นกังวล เห็นเขาขมวดคิ้วแน่นจนแทบไม่เหลือรอยยิ้ม“หมู่บ้านของเราคงลำบากแล้ว… ไม่สิ คงไม่ใช่แค่หมู่บ้านของเรา แต่ทุกหมู่บ้านคงต้องประสบเคราะห์เช่นเดียวกัน” เขาหันมาสบตาภรรยา ก่อนเล่าเนื้อความในจดหมายให้ฟัง“ลำบากอย่างไรหรือคะ แล้วเกี่ยวข้องกับครอบครัวเราด้วยหรือไม่” ไช่หลานถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความกังวลหยวนจื่อส่ายหน้าเบา ๆ “ยังไม่เกี่ยวกับบ้านเราโดยตรง โชคดีที่ลูกชายของเรายังเล็กเกินไป แต่บ้านอื่นคงไม่รอดแน่ ทางการส่งคำสั่งให้ทุกหมู่บ้านจัดชายหนุ่มแข็งแรงไปขุดเหมืองแร่ที่เพิ่งค้นพบ ข้าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทั้งที่มีทาสมากมาย เหตุใดจึงต้องการแรงงานจากชาวบ้านอย่างพวกเราด้วย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจปนขมขื่นการต้องเลือกส่งคนในหมู่บ้านออกไปบ้านละหนึ่งคน เป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจเขาหนักหน

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนที่ 5 สอนหาของในป่า

    “ท่านนอนเถอะ… ข้าไม่ไหวแล้ว” เสียงแผ่วของภรรยาทำให้เขาชะงัก ความอ่อนแรงปรากฏชัดทั่วร่าง เอวของนางระบมจนแทบขยับไม่ได้หยวนเล่อเห็นท่าทีเช่นนั้นก็ยอมยุติความต้องการไว้เพียงเท่านั้น เขาล้มตัวลงกอดก่ายภรรยาไว้แนบอก ก่อนทั้งคู่จะหลับใหลไปด้วยกันรุ่งเช้า… เฉาเยว่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อเห็นแสงแรกของวันลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ด้านนอกยังมืดสลัวแต่นภาก็เริ่มเปลี่ยนสี นางปลุกสามีให้ตื่นไปล้างหน้าล้างตา แล้วจึงรีบลุกไปจัดการงานบ้านที่เป็นหน้าที่ของตนหลังผ่านวันแรกอันเหน็ดเหนื่อยไป นางก็เริ่มปรับตัวได้ดี หากไม่ทำผิดก็จะไม่โดนตำหนิจากแม่สามี ส่วนสาวน้อยน้องสามี หากไม่เข้าไปข้องเกี่ยวด้วย นางก็ไม่ถูกหาเรื่อง ทุกอย่างจึงสงบได้อย่างน่าอัศจรรย์แม้แม่สามีจะไม่ค่อยแสดงท่าทีเป็นมิตร แต่ก็ไม่มีปากเสียงกับนางมากนัก อาจเพราะรายได้ภายในบ้านมาจากหยวนเล่อแทบทั้งสิ้น ทั้งเงินค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่าเล่าเรียนของน้องชาย และค่าสินเดิมในการแต่งสามีให้น้องสาว ล้วนมาจากเขาวันเวลาล่วงไปครบหนึ่งเดือน เฉาเยว่สังเกตว่าสามีมักนำสมุนไพรจากป่ามาขาย และนำเงินมาให้นางเก็บไว้เสมอ โดยที่แม่ของเขาไม่เคยล่วงรู้ นางแอบวิตกกลัวว่าสักว

  • เฉาเยว่คนนี้ จะไม่แสนดีอีกต่อไป   ตอนทื่ 4 สามีของข้าฉลาดนัก

    หยวนเล่อเดินเข้าไปในร้านไป๋อันถัง ร้านรับซื้อสมุนไพรที่มีชายชรานั่งเฝ้าอยู่เพียงลำพัง“เจ้ามาขายสิ่งใดหรือ” ลูกจ้างในร้านเอ่ยถามพลางมองชายหนุ่มที่แต่งตัวมอมแมม“ข้านำสมุนไพรมาขายขอรับ” เขายื่นห่อสมุนไพรในมือให้ชายผู้นั้นตรวจดูเมื่อรับของมาเปิดดู ก็พบว่าเป็นเพียง ถังเฉ่า สมุนไพรที่หาได้ทั่วไป แม้จะไม่ใช่ของหายากนัก แต่ก็ยังพอมีความต้องการในตลาด“เจ้ามีกี่ต้น” ลูกจ้างถามต่อ“ทั้งหมดห้าต้นขอรับ” เขาตอบ พลางนึกขอบคุณโชคชะตาที่พาตนไปพบมันบนเขา เขาจดจำสรรพคุณของพืชชนิดนี้ได้จากคำสอนของหมอประจำหมู่บ้าน“ห้าต้น หนึ่งตำลึง” อีกฝ่ายกล่าวพร้อมยื่นเงินให้ ราคานี้ไม่มากนักเพราะต้นที่เขาเก็บมาอายุยังน้อย ขนาดไม่ใหญ่นักหยวนเล่อรับเงินไว้เงียบ ๆ เงินเล็กน้อยนี้เขาจะเก็บไว้เพื่อภรรยาและอนาคตของครอบครัว แต่ก่อนนั้นไม่เคยคิดเรื่องนี้จริงจัง เงินทุกก้อนล้วนตกไปอยู่ในมือมารดา แต่จากนี้ เขาจะต้องเริ่มวางแผนเผื่อภรรยา และ…เผื่อลูกชายตัวน้อยในอนาคตด้วยเมื่อคิดถึงใบหน้าอ่อนโยนของภรรยา รอยยิ้มบางก็แต้มบนใบหน้า เขาแวะซื้อซาลาเปาสองลูก หนึ่งลูกกินเอง ส่วนอีกลูกเขาแอบซ่อนไว้ใต้กองไม้ในตะกร้าด้านหลัง ปิดทับด้วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status