Beranda / รักโบราณ / เชลยรักสองพยัคฆ์ / บทที่ 4 เพลิงแค้นเพลิงปรารถนา 2

Share

บทที่ 4 เพลิงแค้นเพลิงปรารถนา 2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-03 11:46:01

          ในชั่วขณะที่ความเจ็บปวดที่ฉีกกระชากร่างทำให้นางเผลอหลุดเสียงครวญออกมา มันคือเสียงที่แตกพร่า เป็นการสูญสิ้นพรหมจรรย์ การสูญสิ้นความเป็นองค์หญิงรัชทายาท และการสูญสิ้นตัวตนสุดท้ายที่นางเคยมี น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกจากหางตาอย่างเงียบเชียบ ไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจ...

          มันคือหยาดน้ำตาแห่งความแค้นที่เดือดพล่านจนกลั่นตัวออกมา!

         ในครู่ยามที่เขาพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากนาง ความเจ็บปวดทางกายก็ได้ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความอัปยศ มันกลายเป็นเหล็กในที่ลุกโชน จารึกลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของดวงวิญญาณ นางไม่ได้แตกสลาย แต่นางกำลังถูกตีตรา ถูกหลอมขึ้นมาใหม่

          ราตรีนั้นยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

          พยัคฆ์ร้ายปรนเปรอความปรารถนาของตนบนร่างของนางครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพละกำลังอันดิบเถื่อน ทุกสัมผัสคือการตอกย้ำถึงอำนาจและความเป็นเจ้าของ

          นี่คือตัวตนที่แท้จริงของเขา คือปีศาจร้ายที่เขาจองจำไว้ในส่วนลึกของจิตใจมานานนับสิบปี ปีศาจร้ายที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยความรู้สึกผิดและความล้มเหลวในอดีต บัดนี้มันได้ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว

          หลี่เฉียงต้องการจะลบเลือนความเป็นองค์หญิงมู่ตานให้สิ้นซาก แต่ยิ่งกว่านั้นเขาต้องการจะทำลายแววตาที่ทระนงองอาจ ทำลายความแข็งแกร่งที่ไม่ยอมก้มหัว ทำลายทุกสิ่งที่ทำให้นางแตกต่าง ทำลายภาพสะท้อนของความล้มเหลวที่เขากำลังมองเห็น!

          ในชั่วลมหายใจที่พายุอารมณ์ของเขาขึ้นสู่จุดสูงสุด เขาก้มลงมองใบหน้าของนาง เขาคาดหวังจะเห็นความแตกสลาย ความว่างเปล่า การยอมจำนน...

          แต่สิ่งที่เขากลับเห็นผ่านม่านน้ำตาของนางคือแววตาที่ยังคงลุกโชนด้วยไฟแค้น แววตาที่ร้าวลึกแต่ก็ยังคงจ้องตอบเขากลับอย่างท้าทายและทระนง

          ความจริงอันน่าโมโหนี้เสียดแทงเข้าสู่ใจกลางความคิดของหลี่เฉียง เขาไม่ได้ชนะ เขาไม่ได้ทำลายนาง การกระทำที่ควรจะเป็นการปลดปล่อย บัดนี้กลับกลายเป็นการตอกย้ำถึงความล้มเหลวและความไร้อำนาจของเขา!

          “อ๊ากกกกกกกกก!!!”

          เสียงคำรามกึกก้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและโทสะที่ไร้ที่ระบาย ความปรารถนาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่ง เขากระแทกกระทั้นร่างของนางรุนแรงยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพื่อความสุขสม แต่เพื่อลบเลือน เพื่อลงโทษ...ลงโทษนางที่บังอาจไม่ยอมแพ้ต่อเขา!

          จนกระทั่งรุ่งสางใกล้เข้ามา เมื่อพายุอารมณ์ของเขาสงบลง หลี่เฉียงก็ถอนกายออกไป ความรู้สึกรังเกียจตนเองและความสับสนถาโถมเข้าใส่ ก่อนจะพลิกตัวขึ้นมามองผลงานของตนเอง

          ร่างของนางเต็มไปด้วยรอยแดงช้ำจากการบีบเคล้นและรอยกัดจาง ๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง และมีคราบน้ำตาแห้งกรังอยู่ที่หางตา เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นความแตกสลายและยอมจำนนโดยสิ้นเชิง

          แต่เขากลับคิดผิด...

          มู่ตานค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้ าๆ นางหันใบหน้าที่ซีดเซียวมาสบตากับเขาโดยตรง แทนที่จะพบกับความว่างเปล่าที่เขารอคอย สิ่งที่จ้องตอบกลับมากลับเป็นดั่งน้ำแข็งที่ลุกเป็นไฟ

          มันคือความเหนื่อยล้าทางกายที่ไม่อาจปิดบัง แต่กลับถูกครอบงำไว้ด้วยความเกลียดชังอันล้ำลึกที่แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่อาจระงับ

          มันไม่ใช่แววตาของเหยื่อที่แตกสลาย แต่มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังจดจำใบหน้าของศัตรูคู่อาฆาตเพื่อรอวันที่จะเอาคืน

          ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นกลับเข้ามาในใจของหลี่เฉียงอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนตนเองเพิ่งเสร็จศึกใหญ่ แต่กลับไม่ได้รับชัยชนะที่แท้จริง เขาชนะเพียงร่างกาย แต่นางยังคงกุมชัยชนะทางจิตวิญญาณไว้ได้อย่างน่าโมโห

          เขาผุดลุกขึ้นนั่งอย่างแรง ไม่แม้แต่จะหาผ้ามาคลุมร่างเปลือยเปล่าของตน

          “จงนอนอยู่ที่นี่เยี่ยงเชลยที่ไร้ค่าต่อไปเถิด พรุ่งนี้เจ้าจะได้เรียนรู้ว่าบทบาทของเจ้าที่แท้จริงในจวนแห่งนี้คืออะไร” เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา

          พูดจบ เขาก็ลุกจากเตียงแล้วเดินหายเข้าไปในห้องด้านใน ทิ้งให้นางนอนจมอยู่กับความเจ็บปวดรวดร้าวเพียงลำพังบนเตียงกว้าง

          มู่ตานค่อย ๆ ขยับตัวอย่างยากลำบาก ทุกส่วนของร่างกายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด นางดึงผ้าห่มขนสัตว์ที่หยาบกระด้างขึ้นมาคลุมร่างที่สั่นเทาของตนเองไว้ แล้วขดตัวงอราวกับลูกสัตว์ที่บาดเจ็บ

          แต่ในความมืดมิดและหนาวเหน็บนั้น นางไม่ได้ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว นางเพียงแต่นอนนิ่ง ๆ ทบทวนทุกความอัปยศที่ได้รับมาในคืนนี้อย่างช้า ๆ

         ข้าจะจำทุกความเจ็บปวดในวันนี้ มันคือหนี้แค้นที่ท่านจะต้องชดใช้ในวันหน้า หลี่เฉียง...ข้าขอสาบานด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ของข้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 2

    คำรายงานของอาหลงเปรียบเสมือนหมากชิ้นสุดท้ายที่ปะติดปะต่อภาพแผนการอันเลวร้ายให้กระจ่างชัด หลี่เฉียงหลับตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นเพลิงโทสะที่กำลังลุกโชนในอก ข้อสันนิษฐานของเขาในกระโจมบัญชาการเมื่อคืนก่อนได้รับการยืนยันด้วยหลักฐานที่ประจักษ์ชัด พิษจากแคว้นซีเยว่มาปรากฏอยู่ที่ชายแดนเหนือของต้าถังได้อย่างไร หากไม่มีคนของพวกมันคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง อิงเฟิงไม่ได้เป็นเพียงกบฏที่หวังชิงบัลลังก์ แต่มันคือสายเลือดแห่งซีเยว่ที่ฝังตัวอยู่ในต้าถังมานานนับสิบปี “ส่งม้าเร็วกลับไปเมืองหลวง นำสาส์นลับที่ผนึกด้วยตราเลือดของข้าไปมอบให้องค์รัชทายาทด้วยมือของเขาเอง” หลี่เฉียงลืมตาขึ้น แววตาของเขาบัดนี้กลายเป็นน้ำแข็งที่แฝงไปด้วยคมมีดนับพันเล่ม “จงกราบทูลให้พระองค์ทรงทราบว่า แผนการก่อกบฏของรุ่ยอ๋องเป็นเพียงฉากหน้า ศัตรูที่แท้จริงที่กำลังจ้องขย้ำคอต้าถังคือแคว้นซีเยว่ ให้พระองค์ทรงระวังการเคลื่อนไหวของราชครูหวังฉีและฮองเฮาให้ดี พวกมันอาจมีเส้นสายเชื่อมโยงกับซีเยว่ด้วยเช่นกัน

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 76 สุมไฟแค้น 1

    ลานกว้างเบื้องหลังแนวป้องกันของทัพหน้า บัดนี้ได้แปรสภาพเป็นลานประหารที่ไร้ซึ่งเพชฌฆาต มีเพียงพญามัจจุราชที่มองไม่เห็นกำลังแกว่งเคียวเกี่ยวตวัดดวงวิญญาณของเหล่าทหารหาญต้าถังไปทีละดวง เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทรมานดังระงมไปทั่วหุบเขาศิลา กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเลือดสีดำคล้ำที่ถูกกระอักออกมาคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นคาวโลหิตและกลิ่นเหงื่อกาฬของความตาย ร่างของทหารนับร้อยที่รอดชีวิตจากการหนีตายมาได้ กำลังนอนเกลือกกลิ้งทุรนทุรายอยู่บนผืนผ้าใบและฟางแห้งที่ถูกปูรองไว้ลวก ๆ ผิวหนังของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามลำคอและขมับราวกับมีรากไม้พิษชอนไชอยู่ใต้ผิวหนัง อาการชักกระตุกเกิดขึ้นเป็นระยะก่อนที่ลมหายใจจะค่อย ๆ แผ่วลงจนสิ้นใจไปในที่สุด มู่ตานก้าวเดินฝ่าดงความตายนั้นด้วยความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว แววตาของอดีตองค์หญิงแห่งแคว้นอวิ๋นฮวาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ภาพเบื้องหน้าจะน่าสะดุ้งกลัวเพียงใด นางสะบัดชายเสื้อคลุมสีเข้มออก นั่งคุกเข่าลงข้างร่างของนายทหารหนุ

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 4

    หลี่เฉียงยื่นมือออกไปรับถ้วยชา ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วของนางโดยไม่ได้ตั้งใจ กระแสความผูกพันที่ละมุนละไมแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของทั้งสองคน เขายกถ้วยชาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ไออุ่นจากสมุนไพรไหลซ่านลงสู่กระเพาะ ขับไล่ความตึงเครียดในจิตใจไปได้อย่างน่าประหลาด เมื่อเขาลดถ้วยชาลง หลี่เฉียงสบตากับมู่ตานท่ามกลางแสงไฟจากคบเพลิงที่ส่องสลัว แววตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาดุจหน้าผาสูงชัน ค่อย ๆ อ่อนแสงลงเล็กน้อย เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำขอบคุณใด ๆ ทว่าการพยักหน้าให้เบา ๆ เพียงหนึ่งครั้ง และแววตาที่ทอดยาวมองนางนานกว่าปกติ ก็เพียงพอแล้วที่จะสื่อสารความรู้สึกซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจที่แหลกสลาย มู่ตานรับถ้วยชาเปล่ากลับมา นางก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาที่หวั่นไหวและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ นางรับรู้ได้ว่า พื้นที่ในหัวใจของชายผู้นี้ แม้จะเต็มไปด้วยบาดแผลและถูกครอบครองด้วยความทรงจำของลี่อินไปแล้ว ทว่านางก็ค่อย ๆ แท

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 3

    “ท่านแม่ทัพหมายความว่าอย่างไรขอรับ หรือมันเพียงแค่อยากใช้ซยงหนูเป็นเครื่องมือสังหารพวกเรา” เว่ยกัวเฉินขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจในความซับซ้อนของหมากกระดานนี้ หลี่เฉียงเดินวนรอบโต๊ะแผนที่ช้า ๆ เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องในความเงียบ “ท่านพ่อของข้าเคยเล่าให้ฟังก่อนสิ้นใจว่า บิดาที่แท้จริงของอิงเฟิงเป็นเพียงบัณฑิตตกยากที่รอนแรมมาจากแดนไกล ท่านพ่อสงสารจึงรับอุปการะไว้ให้ที่พักพิง ทว่าหลังจากบัณฑิตผู้นั้นป่วยตาย อิงเฟิงก็ถูกท่านพ่อรับมาเลี้ยงดูในฐานะบุตรบุญธรรมและปกปิดชาติกำเนิดไว้ ข้าไม่เคยใส่ใจเรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งวันนี้ ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่า ภูมิหลังที่แท้จริงของบัณฑิตผู้นั้น อาจไม่ใช่แค่คนพเนจรต้อยต่ำ” หลี่เฉียงหยุดเดิน หันมาสบตาผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสองด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “คิดดูสิ หา

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 2

    “ข้า...ข้าจะช่วยองค์หญิงเพคะ” เสี่ยวเหลียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ ทว่าหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม แววตาของเด็กสาวสลดลงเมื่อนึกถึงความจริงบางอย่าง “ที่ผ่านมา...ข้าละอายใจนักเพคะ ทั้งที่ท่านแม่ทัพส่งข้ามาให้รับใช้ท่าน แต่พอคุณหนูลี่อินปรากฏตัว ข้ากลับไปทุ่มเทดูแลแต่นางจนละเลยท่าน ข้าเป็นบ่าวที่ไม่ได้เรื่องเหลือเกินเพคะ” น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งหยดลงมาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความสำนึกผิด “ข้าจะไม่ทำให้การเสียสละของคุณหนูต้องสูญเปล่า และข้าจะไม่ละทิ้งท่านอีกแล้ว ข้าจะเรียนรู้วิธีสกัดยา ข้าจะเป็นมือเป็นเท้าให้ท่านเองเพคะ” มู่ตานส่ายหน้าช้า ๆ เอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาให้เด็กสาวซื่อสัตย์ผู้นี้ด้วยความอ่อนโยน นางไม่เคยโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าลี่อินร่างกายอ่อนแอและต้องการการดูแลมากเพียงใด อีกทั้งนางก็เอ็นดูลี่อินดั่งน้องสาว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหยิบรากสมุนไพรแห้งใส่ลงไปในโกร่งให้เด

  • เชลยรักสองพยัคฆ์   บทที่ 75 วสันต์สีเลือดและเงาทะมึนที่คืบคลาน 1

    สายลมแห่งวสันตฤดูพัดโชยมานำพาเอาความอบอุ่นและกลิ่นอายของไอดินหลังน้ำแข็งละลาย ต้นไม้สองข้างทางที่เคยแห้งโกร๋นเริ่มผลิใบอ่อนสีเขียวขจี ดอกท้อและดอกซิ่งเบ่งบานชูช่อรับแสงตะวันประดุจการเฉลิมฉลองของธรรมชาติที่ได้ตื่นจากการหลับใหล ทว่าความงดงามแห่งฤดูกาลแห่งชีวิตนี้ กลับไม่อาจชะล้างบรรยากาศอันหนักอึ้งและมืดมนที่แผ่ซ่านออกมาจากขบวนทัพหลวงนับแสนนายได้เลย กองทัพอันเกรียงไกรแห่งต้าถังเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงดุจมังกรเหล็กกล้าที่เลื้อยผ่านขุนเขาและทุ่งราบ เสียงฝีเท้าของชายชาติทหารนับแสนดังกึกก้องปฐพี สอดประสานไปกับเสียงกีบเท้าม้าและเสียงล้อรถม้าเสบียงที่บดเบียดไปบนผืนดิน ธงรบสีแดงฉานสลักอักษรหลี่ปลิวสะบัดอย่างองอาจท้าทายสายลม ทว่าภายใต้ความยิ่งใหญ่นั้น กลับแฝงไว้ด้วยความเงียบงันราวกับขบวนแห่ศพที่กำลังมุ่งหน้าสู่ปรโลก หลี่เฉียงนั่งหลังตรงตระหง่านอยู่บนอาชาศึกสีนิลตัวเขื่อง ชุดเกราะเกล็ดปลาสีดำทมิฬของเขาสะท้อนแสงอาทิตย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status