LOGINกลางดึกทุกคืนเขายังคงฝึกตัวเองอย่างหนักทั้งออกไปวิ่งบนชายหาดและดำน้ำอยู่กลางท้องสมุทรนับชั่วโมง หลายครั้งที่หญิงสาวก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าหลังเที่ยงคืนใยจึงตื่นขึ้นมาและคอยมองออกไปนอกหน้าต่างห้องราวกับจะค้นหาอะไรสักอย่าง จนกระทั่งเกือบสางที่พอร่างสูงใหญ่สวมกางเกงเดนิมตัวเดียวเปียกซ่กกลับขึ้นมาจากห้วงน้ำ บุษราคัมจึงค่อยขยับกลับไปที่เตียงก่อนหลับไปด้วยความโล่งใจอย่างประหลาด
หากก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่บุษราคัมมักเห็นว่าตอนเที่ยงวันจะมีเครื่องบินเล็กร่อนลงจอดพร้อมชายอีกสี่ห้าคนหอบหิ้วกระเป๋าเอกสารและกล่องอุปกรณ์มากมายเข้ามาภายในบ้านซึ่งเธอจะเก็บตัวเงียบก่อนออกไปดูอีกครั้ง ทว่าก็พบเพียงความว่างเปล่า ทุกอย่างเงียบงันไม่มีเสียงสนทนาพาทีหรือเงาของใครแม้สักคน
หญิงสาวแปลกใจทุกครั้งเพราะแม้แต่ฮอฟมันน์ก็หายไปด้วย พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกัน...เธอจะได้รับคำตอบอีกครั้งก็เมื่อเครื่องบินทะยานออกไปจากเกาะ บุษราคัมได้แต่คาดเดาว่าภายในบ้านรูปทรงสมัยใหม่หลังนี้อาจมีบางส่วนซึ่งเธอไม่เคยเห็นก็เป็นได้
“ที่นี่เคยใช้เป็นจุดนัดพบและที่ประชุมลับของหน่วยซีลที่ผมสังกัด”
คำพูดของฮอฟมันน์ยังดังก้องในค่ำคืนที่หญิงสาวมิอาจข่มตาหลับได้ลง เธอนึกกระวนกระวายมากกว่าราตรีไหน ๆ ที่พ้นผ่านและมันทำให้ร่างบอบบางตัดสินใจเดินลงไปที่ชายหาดในห้วงเวลาเลยกึ่งกลางของรัตติกาลอาบแสงเงินยวง เธอเกลียดเขาไม่ใช่หรือ...บุษราคัมยังย้ำเตือนตัวเองหากแต่ในความไม่ตั้งใจกลับเห็นภาพใบหน้าคร้ามเข้มของบุรุษผู้นั้นชัดเจนขึ้นทุกที
“บีน่า...”
บทที่ 6 ทัณฑ์นั้นคือเสน่หา
เสียงที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้บุษราคัมหันกลับจากชายหาดซึ่งเธอพยายามเพ่งมองหาใครคนหนึ่ง และใครคนนั้นกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าตอนนี้แล้ว ร่างสูงใหญ่ภายใต้กางเกงเดนิมเพียงตัวเดียวอวดเรือนร่างเคร่งเครียดด้วยมัดกล้ามแต่ไม่เปียกปอนอย่างทุกค่ำคืนที่เธอได้เห็น ความดีใจอย่างประหลาดแล่นปราดขึ้นมาหากเพียงชั่วครู่ดวงตาคู่สวยกลับฉายแววเย็นชาอีกครั้ง
“คุณกำลังจะไปไหน บีน่า?” ฮอฟมันน์ถามขึ้นขณะก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าร่างเล็กที่อยู่ห่างแค่คืบและมองเธออย่างค้นคว้า
“ไม่ต้องกลัวหรอกนะคะ แม็กซ์...ฉันไม่คิดหนีคุณไปจากเกาะนี้แน่”
“ถ้าคุณไม่ร้อนตัวแล้วจะรีบปฏิเสธผมทำไม!”
ชายหนุ่มทำทีก้าวเข้าไปหาในขณะที่หญิงสาวถอยห่างและมองเขาอย่างจะกินเลือดเนื้อ ในห้วงเวลาหลายวันที่ต้องวุ่นวายอยู่กับการประชุมลับกับนักวิจัยของบริษัทเขาก็แทบไม่ได้เห็นหน้าแม่สาวไทยจอมพยศนอกจากเวลาที่เธอหลับไปแล้ว บางครั้งนึกถึงเสียงหวานแสนประชดประชันและเรือนร่างนุ่มนิ่มที่ทำให้อยากกอดใจจะขาด แต่พอได้พบหน้ากลับนึกถึงแต่เรื่องของ ผู้ชายคนนั้น คู่หมั้นของบุษราคัมที่รบกวนความรู้สึกของขาตลอดเวลา
“ฉันไม่ได้ทำผิดอะไรนะคะ ก็แค่เชลยที่คุณอยากขังไว้ตามความพอใจเท่านั้น อย่ามาหาเรื่องฉันดีกว่าค่ะแม็กซ์”
“คุณนั่นแหละที่เป็นฝ่ายยอกย้อนผม บีน่า!”
ฮอฟมันน์ก้าวพรวดเข้าไปหาและกระชากไหล่บางเขามาชิดอกกว้าง ใช่...บุษราคัมไม่ได้ทำผิดอะไรแต่ทำไมเขาถึงพลุ่งพล่านได้ถึงขนาดนี้
“ไงล่ะ ไม่เจอหน้ากันตั้งหลายวันคุณคงสบายใจมากซีนะที่ไม่ต้องเจอกับคนบ้าอย่างผม”
“แม็กซ์! คุณบ้าไปแล้วรึไง...ปล่อยนะ ฉันจะกลับไปที่ห้อง”
บุษราคัมร้องออกมาเสียงดังขณะทุบหน้าอกเครียดด้วยกล้ามเนื้อเป็นพัลวันแต่ดูเหมือนเขาไม่รู้สึกอะไรเลย
“ผมถามคุณไม่ได้ยินหรือ บีน่า! บอกมาสิว่าสบายใจมากมั้ยที่ไม่ต้องเจอหน้าผม”
ร่างสูงแผดเสียงลั่นและทำให้หญิงสาวชะงักกึกร่างบางเก็บกลั้นความเจ็บปวดที่เขาใช้มือกดไหล่เอาไว้ แม้ตอบโต้ด้วยร่างกายไม่ได้หากแต่แววตากล้าแข็งคู่นั้นไม่เคยยอมแพ้
“ฉันได้ ยินทุกอย่าง! แต่ฉันไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่คุณจะมาตะโกนใส่หน้าแบบนี้ ที่สำคัญ คุณจะมาคาดคั้นฉันทำไมในเมื่อก็รู้แก่ใจแล้วว่าฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ!”
“ที่ไม่อยากเจอหน้าคงนั่งนับวันเวลาจะได้กลับไปหาเจ้าของแหวนวงนี้ใช่มั้ย บีน่า!”
“แม็กซ์!”
หญิงสาวครางออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อเขาคว้ามือข้างซ้ายของเธอขึ้นมาบีบไว้แน่นด้วยความโกรธจัด ประกายของแหวนทองเหลืองแม้ไม่เจิดจ้าหากก็เป็นยิ่งกว่าปลายมีดทิ่มทะลุเข้าไปนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้น
บุษราคัมแทบกลั้นน้ำตาไม่ไหว ถ้ารู้ว่าต้องเจอพายุอารมณ์ร้าย ๆ ก็จะไม่ก้าวออกมาจากห้องเป็นเด็ดขาด แต่ทำไมเธอยังมาที่นี่ ต้องมาเจอเจ้าของคำพูดเสียดแทงและทำลายความรู้สึกให้เจ็บช้ำแทบไม่มีชิ้นดีทุกทีที่ได้พบ ร่างเล็กเม้มปากแน่นก่อนจะโพล่งออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด
กลางดึกทุกคืนเขายังคงฝึกตัวเองอย่างหนักทั้งออกไปวิ่งบนชายหาดและดำน้ำอยู่กลางท้องสมุทรนับชั่วโมง หลายครั้งที่หญิงสาวก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าหลังเที่ยงคืนใยจึงตื่นขึ้นมาและคอยมองออกไปนอกหน้าต่างห้องราวกับจะค้นหาอะไรสักอย่าง จนกระทั่งเกือบสางที่พอร่างสูงใหญ่สวมกางเกงเดนิมตัวเดียวเปียกซ่กกลับขึ้นมาจากห้วงน้ำ บุษราคัมจึงค่อยขยับกลับไปที่เตียงก่อนหลับไปด้วยความโล่งใจอย่างประหลาดหากก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่บุษราคัมมักเห็นว่าตอนเที่ยงวันจะมีเครื่องบินเล็กร่อนลงจอดพร้อมชายอีกสี่ห้าคนหอบหิ้วกระเป๋าเอกสารและกล่องอุปกรณ์มากมายเข้ามาภายในบ้านซึ่งเธอจะเก็บตัวเงียบก่อนออกไปดูอีกครั้ง ทว่าก็พบเพียงความว่างเปล่า ทุกอย่างเงียบงันไม่มีเสียงสนทนาพาทีหรือเงาของใครแม้สักคนหญิงสาวแปลกใจทุกครั้งเพราะแม้แต่ฮอฟมันน์ก็หายไปด้วย พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกัน...เธอจะได้รับคำตอบอีกครั้งก็เมื่อเครื่องบินทะยานออกไปจากเกาะ บุษราคัมได้แต่คาดเดาว่าภายในบ้านรูปทรงสมัยใหม่หลังนี้อาจมีบางส่วนซึ่งเธอไม่เคยเห็นก็เป็นได้“ที่นี่เคยใช้เป็นจุดนัดพบและที่ประชุมลับของหน่วยซีลที่ผมสังกัด”คำพูด
“โอเค ที่รัก ผมคิดว่าผมคงห้ามคุณไม่ได้ ผู้หญิงที่รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจก็คงเป็นแบบนี้ทุกคน แต่...คุณจะไม่ถามหน่อยหรือว่าตอนนี้ผมเป็นยังไงบ้าง”คลอเดียเอียงศีรษะมองสามีก่อนยิ้มมุมปากอย่างมีนัย“ให้ฉันตอบแทนไหมคะว่าคุณเป็นยังไง คุณก็เหมือนดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรพ้องคาบโลกและตอนนี้เชื้อเพลิงใกล้หมด ในอนาคตก็จะหลุดจากวงโคจรและกลายเป็นแค่ขยะอวกาศ”“ฮันนี่...” ไมค์ออดอ้อนกลับขณะยกมือบางขึ้นมาบีบเบา ๆ“พวกผู้หญิงนี่ประชดประชันกันได้เจ็บดีจริงนะ พระเจ้าสร้างพวกเธอมาได้สมบูรณ์แบบกันทุกคน”“สำหรับคุณไม่มีผู้หญิงคนไหนขาดตกบกพร่องหรอกค่ะ ไมค์”“ฮันนี่...ผมคิดว่าจะกลับไปที่ เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ป”คำกล่าวนั้นทำให้คลอเดียหยุดชะงักขณะกำลังจะดึงมือกลับด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง เธอจ้องหน้าไมค์ก่อนหัวเราะหึ“นี่มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของคุณค่ะ เพราะเราต่างคนต่างก็ทำงานและมีชีวิตที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกันมานานแล้ว”“แต่ระหว่างผมกับคุณก็ยังมีแม็กซ์”
“แม็กซ์...ไม่ว่าคุณจะกักขังฉันไว้ที่นี่อีกนานแค่ไหน แต่เมื่อไหร่ที่ฉันเป็นอิสระ ฉันจะกลับไปหาเขา!”ร่างบางเน้นย้ำเจตจำนงของตัวเองก่อนหันหลังให้หากแต่ก่อนจะเดินกลับไปก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงดุดันข้างหลัง“คุณจะกลับไปหาผู้ชายคนนั้นก็ได้ แต่ต้องหลังจากที่คุณมีลูก แล้วผมจะปล่อยคุณกลับไป...หาคู่หมั้นของคุณ!”ร่างสูงใหญ่ย้ำเตือนความตั้งใจของตัวเองบ้างโดยไม่ทันได้เห็นหยาดน้ำตาที่หล่นไหลบนใบหน้างามซึ่งเจ้าของรีบก้าวห่างออกไปอย่างรวดเร็ว อดีตนาวิกโยธินหนุ่มถอนลมหายใจพรืดก่อนฉุดพื้นทรายอย่างหัวเสีย“โธ่เว้ย!”ฮอฟมันน์สบถเสียงดังอย่างขัดใจ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน สับสนวุ่นวายในความคิดและอัดอั้นเสียสมาธิจนอยากระบายออกมา ชายหนุ่มเริ่มคิดไม่ตกด้วยเริ่มไม่แน่ใจว่าใครกันที่ก้าวพลาดลงไปในกับดักที่เขาวางมันไว้แต่แรกเป็นเวลานานที่อัญมณีนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดในห้องโถงใหญ่ภายในบ้านหรูซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในแถบเบเวอลลี่ ฮิลล์ อันเป็นยานที่อยู่อาศัยของคนดังและบุคคลในแวดวงชั้นสูงของนครลอส แองเจลิส หญิงสาวในชุดแสก
“ปกติ...ทุกคืนตอนตีหนึ่งผมต้องตื่นขึ้นมาเพื่อฝึกวิ่งและกลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำลึก แต่วันนี้ผมช้าไปสองชั่วโมง”ชายหนุ่มกล่าวเสียงเบาลงขณะหญิงสาวเบือนหน้าออกไปยังเวิ้งน้ำสีเงินระยับ หากแต่ท่าทีไม่ใส่ใจก็เป็นสิ่งรบกวนเขาไม่น้อย ใช่...เขาตื่นขึ้นมาตอนตีสามแม้ยังปวดมึนในหัวเพราะฤทธิ์เบียร์หากแต่ก็จำเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ดี มันยังติดอยู่ในความรู้สึกและทำลายสมาธิการฝึกหนักที่ทำอยู่เป็นประจำแม้มิได้เป็นหนึ่งในซีลทีมซิกซ์ เขาคิดถึงเรือนร่างงดงามและความบริสุทธิ์ที่ได้ครอบครองเมื่อราตรีที่กำลังจะล่วงผ่านแม้รู้ว่าบุษราคัมอาจไม่อยากจดจำมันอีก“ไม่เห็นเกี่ยวกับฉันนี่คะ ฉันจะกลับไปที่บ้าน”“แต่คุณจำเป็นต้องรู้ไว้!”ฮอฟมันน์คว้าข้อมมือบางไว้ก่อนที่บุษราคัมจะหันหลังให้ทว่าหญิงสาวหันขวับมามองด้วยประกายตากล้าแข็ง“ยังมีอะไรที่ฉันยังไม่รู้เกี่ยวกับเกาะที่เหมือนคุกนี่อย่างนั้นหรือคะ! มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกบ้างนอกจากผู้ชายโหดร้ายคนหนึ่งล่อลวงผู้หญิงมาข่มขืน หรือว่ามีกับดักสัตว์ป่าอยู่ที่นี่ หรือว่ามี...”&ld
“ออกไปนะ! ออกไป!”ร่างอรชรขับไล่พร้อมทั้งใช้ความพยายามดันร่างสูงใหญ่ให้พ้นตัว แต่แล้วเธอเองกลับต้องเหนื่อยเปล่า“บีน่า...”ฮอฟมันน์ครางแผ่วก่อนผงกศีรษะขึ้นมองและนั่นทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะก่อนร้องไห้ออกมา“คนเลว!...คน...”บุษราคัมพูดไม่ทันขาดคำก็สะอื้นไห้กับความโชคร้ายที่ต้องเจอแบบนี้ ในขณะเดียวกันนั้นร่างสูงใหญ่ก็ค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาเคลียเคล้าบนแก้มเปียกน้ำตา เขาทำราวจะปลอบใจหากก็ยังไม่ยอมถอดถอนตัวเองออกจากแก่นกายของร่างเล็กเสมือนปรารถนาให้เธอกักเก็บเขาไว้เช่นนั้น“บีน่า...”“ฉันชื่อบุษราคัม! อย่ามาเรียกฉันแบบนี้อีก!”หญิงสาวแหวกลับเสียงพร่าก่อนออกแรงดันชายหนุ่มให้พ้นจากตัวซึ่งคราวนี้อีกฝ่ายยินยอมพลิกกายใหญ่โตลงนอนด้านข้างและคอยดูร่างแน่งน้อยที่รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ก่อนนอนคุดคู้หันหลังให้ด้วยความอับอายเป็นที่สุด เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังลอดออกมาทำให้ฮอฟมันน์เกินจะหลับตาได้ลง เขายังคงนอนตะแคงว้บนฟูกและมองดูคนที่อยู่ในผ้าห่มร้องกระซิกโดยไม่มี
หญิงสาวเอ่ยทั้งน้ำตาแต่กลับรู้สึกว่าสะโพกหนากำลังขยับ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแต่เขายิ่งเขยื้อนตัวมากเท่าใดร่างกายที่รองรับเบื้องล่างก็ยิ่งปวดร้าวมากเท่านั้น“แม็กซ์...ได้ยินไหมคะ...ว่าฉัน...จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”ร่างอ้อนแอ้นห้ามเสียงแผ่ว หากเธอจะได้ยินเช่นกันว่าหัวใจของเขาก็เต้นเร็วเป็นกลองรัว ฮอฟมันน์ยังคงขยับตัวตนลึกเข้าไปอีกขณะกระชับอ้อมแขนหนาตระกองกอดบุษราคัมไว้ ร่างสูงใหญ่กดกลั้นถึงที่สุดทั้งที่ตัวเองก็กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงชายหนุ่มนึกโกรธตัวเองว่าใยความอดทนจึงมีน้อยนักทั้งที่ตอนเป็นนาวิกโยธินต้องผ่านการฝึกมาไม่รู้สักกี่ด่าน แต่ตอนนี้เขากลับจะพ่ายแพ้ให้แก่ความบอบบางทว่าทรงพลังที่ห่อหุ้มความเป็นเขาจนยากจะถ่ายถอน บุษราคัม...ทันทีที่ค้นพบว่าเธอยังบริสุทธิ์ก็ดูเหมือนเขาไม่อาจหยุดตัวเองลงได้“แม็กซ์...ปล่อยฉัน...ปล่อยฉัน”“โอ...พระเจ้า!...ให้ตายเถอะบีน่า ผมจะปล่อยคุณไปตอนนี้ได้ยังไง”เรียวปากหยักประกบลงบนกลีบปากนุ่มอีกครั้งราวต้องการดูดกลืนเสียงสะอื้นนั้นไว้ทั้งหมด บุษราคัมรวดร้าวไปทุกหนแห่งโดยเฉพาะที่แก่





![[Bad Loves] บำเรอแค้นศัตรูพี่ชาย (3P)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

