LOGIN“โอเค ที่รัก ผมคิดว่าผมคงห้ามคุณไม่ได้ ผู้หญิงที่รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจก็คงเป็นแบบนี้ทุกคน แต่...คุณจะไม่ถามหน่อยหรือว่าตอนนี้ผมเป็นยังไงบ้าง”
คลอเดียเอียงศีรษะมองสามีก่อนยิ้มมุมปากอย่างมีนัย
“ให้ฉันตอบแทนไหมคะว่าคุณเป็นยังไง คุณก็เหมือนดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรพ้องคาบโลกและตอนนี้เชื้อเพลิงใกล้หมด ในอนาคตก็จะหลุดจากวงโคจรและกลายเป็นแค่ขยะอวกาศ”
“ฮันนี่...” ไมค์ออดอ้อนกลับขณะยกมือบางขึ้นมาบีบเบา ๆ
“พวกผู้หญิงนี่ประชดประชันกันได้เจ็บดีจริงนะ พระเจ้าสร้างพวกเธอมาได้สมบูรณ์แบบกันทุกคน”
“สำหรับคุณไม่มีผู้หญิงคนไหนขาดตกบกพร่องหรอกค่ะ ไมค์”
“ฮันนี่...ผมคิดว่าจะกลับไปที่ เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ป”
คำกล่าวนั้นทำให้คลอเดียหยุดชะงักขณะกำลังจะดึงมือกลับด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง เธอจ้องหน้าไมค์ก่อนหัวเราะหึ
“นี่มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของคุณค่ะ เพราะเราต่างคนต่างก็ทำงานและมีชีวิตที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกันมานานแล้ว”
“แต่ระหว่างผมกับคุณก็ยังมีแม็กซ์”
“แม็กซ์หรือคะ...เขาไปไกลเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นอะไรที่อยู่ตรงกลางระหว่างเราสองคน”
“แต่คุณก็รักเขามากนะ คลอเดีย...ผมรู้”
หญิงวัยสี่สิบปลาย ๆ น้ำตาคลอขณะอีกฝ่ายยกมือบอบบางขึ้นแนบริมฝีปาก คลอเดียถอนใจอีกครั้งก่อนเอ่ย
“พระเจ้าสร้างเขามาจากเรา แต่ไม่ใช่เพื่อเราถ้าคุณเข้าใจ”
“พระเจ้าสร้างทุกอย่างมาเพื่อกันและกัน...แน่นอนว่าผมทิ้ง เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ปมานานแล้ว แต่ตอนนี้ผมคิดว่าควรกลับไปสะสางโครงการที่จะเสนอนาซ่าให้เสร็จสิ้นเสียที”
แม็กซ์อยู่ที่นั่นค่ะ เขากำลังสะสางทุกอย่างและมันกำลังจะลุล่วง”
“แต่งานจะสำเร็จไม่ได้ถ้าขั้นตอนสุดท้ายไม่มีผม!...แม็กซ์กับทีมวิจัยของบริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีเคลื่อนย้ายสายอากาศที่ยังใช้การได้จากดาวเทียมหมดสภาพไปใช้กับดาวเทียมดวงใหม่ แต่ทุกอย่างยังไม่ถึงขั้นสุดเพราะแม้แต่ดาร์พา (สำนักงานโครงการวิจัยชั้นสูงของกระทรวงกลาโหม – Defense Advanced Research Projects Agency) ก็ยังทำไม่สำเร็จ”
“แต่แม็กซ์ต้องทำได้ค่ะ เขาเป็นหนึ่งในซีลทีมซิกซ์”
“ลูกชายของเราเก่งเสมอ แต่นี่ไม่ใช่ฉากการสร้างยานอวกาศในนิยายเรื่องสตาร์เทร็ค...ยอมรับเถอะคลอเดียว่า เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ ...ยังต้องการผม”
คลอเดียเงียบไปนาน เธอกำลังใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความไม่แน่ใจ ไมค์เปลี่ยนไปจริงหรือ เขาดูจริงจังมากกว่าทุกครั้งที่เกิดปัญหาระหว่างเธอกับเขา
“แล้วผู้หญิงของคุณ...คนนั้น”
พอถูกถามเรื่องนี้ไมค์กลับนิ่งไปราวกับยังชั่งใจอะไรบางอย่าง เขากำลังตรึกตรองถึงวันที่ลูกชายไปบอกข่าวของแม่ เขาเป็นฝ่ายก่นว่าฮอฟมันน์หลายคำหาก้ต้องกลับมาทบทวนใหม่ว่าได้ทำอะไรไปบ้างกับครอบครัว
ตลอดเวลาที่ผ่านมาสายสัมพันธ์ระหว่างเขาและภรรยาเหมือนมีหมอกหนามาขวางกั้น เขามีผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าทว่าถึงตอนนี้กลับเริ่มฉุกคิดได้ เป็นเพราะเขาที่ทอดทิ้งครอบครัวให้เคว้งคว้างจนบุตรชายคนเดียวถึงกับต้องยอมสละหน้าที่เพื่อชาติกลับมาเป็นผู้นำแทนเขา
ถึงฮอฟมันน์จะเป็นหนุ่มหัวดื้อเลือดร้อนหากแต่ความรับผิดชอบในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่งกลับสูงส่งมากเสียจนเขาละอาย ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะเอื้อนเอ่ยก็ถูกขัดด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ไมค์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์คนสนิท
“มิตซ์ ฉันบอกแกแล้วไงว่าอย่าโทรมาตอน...” เสียงห้าวกังวานขาดหายไปเมื่อได้ยินอีกฝั่งสายรายงานยาวยืด
“แกแน่ใจหรือว่าเป็น...”
ไมค์ปล่อยมือคลอเดียก่อนจะลุกขึ้นเดินห่างออกมาขณะยังแนบโทรศัพท์ไว้กับหู ชั่วครู่ชายวัยกลางคนจึงลดมันลงเพื่อพินิจดูภาพนับสิบที่ปรากฏบนหน้าจอ
“จูเวล...บัดซบ!”
เขาเข่นเขี้ยวสบถกับตัวเองเบา ๆ ก่อนตัดสายทิ้ง ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นลูบหน้าก่อนหันกลับมาทางภรรยาที่กำลังนั่งมองอยู่
“คลอเดีย...ผมจะอยู่ที่ดาร์มตัดช์จนกว่าคุณจะหายและกลับไปทำงานที่สถานีได้ตามปกติ”
ทุกวันที่ผ่านไปบนเกาะกลางทะเลลึกสำหรับบุษราคัมเหมือนอยู่ในสถานที่กว้างใหญ่แต่คำว่าอิสรภาพช่างไร้ความหมาย จากเวลาเกือบสัปดาห์ล่วงเข้าไปจะครบเดือนแล้ว หญิงสาวรู้สึกใจหายทุกครั้งที่นั่งคิด พ่อ...จะเป็นอย่างไรบ้างและจะกระวนกระวายแค่ไหนที่เธอจากมาไกลเกินเวลาที่กำหนด
บ่อยครั้งที่ดูแหวนแล้วเผลอร้องไห้เพราะป่านนี้เจ้าของไม่รู้จะเป็นเช่นไรเมื่อเธอไม่อยู่นาน ๆ แม้แต่อัญมณีพี่สาวที่เธออยากเห็นหน้าก็ไม่รู้ว่าจะติดต่อได้โดยวิธีไหน บุษราคัมไม่ยอมเข้าใกล้และพูดคุยกับฮอฟมันน์นับแต่วันนั้นและดูเหมือนเขาก็อยู่ห่างเธอเช่นกันแต่ด้วยเหตุผลบางประการ
กลางดึกทุกคืนเขายังคงฝึกตัวเองอย่างหนักทั้งออกไปวิ่งบนชายหาดและดำน้ำอยู่กลางท้องสมุทรนับชั่วโมง หลายครั้งที่หญิงสาวก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าหลังเที่ยงคืนใยจึงตื่นขึ้นมาและคอยมองออกไปนอกหน้าต่างห้องราวกับจะค้นหาอะไรสักอย่าง จนกระทั่งเกือบสางที่พอร่างสูงใหญ่สวมกางเกงเดนิมตัวเดียวเปียกซ่กกลับขึ้นมาจากห้วงน้ำ บุษราคัมจึงค่อยขยับกลับไปที่เตียงก่อนหลับไปด้วยความโล่งใจอย่างประหลาดหากก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่บุษราคัมมักเห็นว่าตอนเที่ยงวันจะมีเครื่องบินเล็กร่อนลงจอดพร้อมชายอีกสี่ห้าคนหอบหิ้วกระเป๋าเอกสารและกล่องอุปกรณ์มากมายเข้ามาภายในบ้านซึ่งเธอจะเก็บตัวเงียบก่อนออกไปดูอีกครั้ง ทว่าก็พบเพียงความว่างเปล่า ทุกอย่างเงียบงันไม่มีเสียงสนทนาพาทีหรือเงาของใครแม้สักคนหญิงสาวแปลกใจทุกครั้งเพราะแม้แต่ฮอฟมันน์ก็หายไปด้วย พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกัน...เธอจะได้รับคำตอบอีกครั้งก็เมื่อเครื่องบินทะยานออกไปจากเกาะ บุษราคัมได้แต่คาดเดาว่าภายในบ้านรูปทรงสมัยใหม่หลังนี้อาจมีบางส่วนซึ่งเธอไม่เคยเห็นก็เป็นได้“ที่นี่เคยใช้เป็นจุดนัดพบและที่ประชุมลับของหน่วยซีลที่ผมสังกัด”คำพูด
“โอเค ที่รัก ผมคิดว่าผมคงห้ามคุณไม่ได้ ผู้หญิงที่รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจก็คงเป็นแบบนี้ทุกคน แต่...คุณจะไม่ถามหน่อยหรือว่าตอนนี้ผมเป็นยังไงบ้าง”คลอเดียเอียงศีรษะมองสามีก่อนยิ้มมุมปากอย่างมีนัย“ให้ฉันตอบแทนไหมคะว่าคุณเป็นยังไง คุณก็เหมือนดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรพ้องคาบโลกและตอนนี้เชื้อเพลิงใกล้หมด ในอนาคตก็จะหลุดจากวงโคจรและกลายเป็นแค่ขยะอวกาศ”“ฮันนี่...” ไมค์ออดอ้อนกลับขณะยกมือบางขึ้นมาบีบเบา ๆ“พวกผู้หญิงนี่ประชดประชันกันได้เจ็บดีจริงนะ พระเจ้าสร้างพวกเธอมาได้สมบูรณ์แบบกันทุกคน”“สำหรับคุณไม่มีผู้หญิงคนไหนขาดตกบกพร่องหรอกค่ะ ไมค์”“ฮันนี่...ผมคิดว่าจะกลับไปที่ เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ป”คำกล่าวนั้นทำให้คลอเดียหยุดชะงักขณะกำลังจะดึงมือกลับด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง เธอจ้องหน้าไมค์ก่อนหัวเราะหึ“นี่มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของคุณค่ะ เพราะเราต่างคนต่างก็ทำงานและมีชีวิตที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกันมานานแล้ว”“แต่ระหว่างผมกับคุณก็ยังมีแม็กซ์”
“แม็กซ์...ไม่ว่าคุณจะกักขังฉันไว้ที่นี่อีกนานแค่ไหน แต่เมื่อไหร่ที่ฉันเป็นอิสระ ฉันจะกลับไปหาเขา!”ร่างบางเน้นย้ำเจตจำนงของตัวเองก่อนหันหลังให้หากแต่ก่อนจะเดินกลับไปก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงดุดันข้างหลัง“คุณจะกลับไปหาผู้ชายคนนั้นก็ได้ แต่ต้องหลังจากที่คุณมีลูก แล้วผมจะปล่อยคุณกลับไป...หาคู่หมั้นของคุณ!”ร่างสูงใหญ่ย้ำเตือนความตั้งใจของตัวเองบ้างโดยไม่ทันได้เห็นหยาดน้ำตาที่หล่นไหลบนใบหน้างามซึ่งเจ้าของรีบก้าวห่างออกไปอย่างรวดเร็ว อดีตนาวิกโยธินหนุ่มถอนลมหายใจพรืดก่อนฉุดพื้นทรายอย่างหัวเสีย“โธ่เว้ย!”ฮอฟมันน์สบถเสียงดังอย่างขัดใจ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน สับสนวุ่นวายในความคิดและอัดอั้นเสียสมาธิจนอยากระบายออกมา ชายหนุ่มเริ่มคิดไม่ตกด้วยเริ่มไม่แน่ใจว่าใครกันที่ก้าวพลาดลงไปในกับดักที่เขาวางมันไว้แต่แรกเป็นเวลานานที่อัญมณีนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดในห้องโถงใหญ่ภายในบ้านหรูซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในแถบเบเวอลลี่ ฮิลล์ อันเป็นยานที่อยู่อาศัยของคนดังและบุคคลในแวดวงชั้นสูงของนครลอส แองเจลิส หญิงสาวในชุดแสก
“ปกติ...ทุกคืนตอนตีหนึ่งผมต้องตื่นขึ้นมาเพื่อฝึกวิ่งและกลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำลึก แต่วันนี้ผมช้าไปสองชั่วโมง”ชายหนุ่มกล่าวเสียงเบาลงขณะหญิงสาวเบือนหน้าออกไปยังเวิ้งน้ำสีเงินระยับ หากแต่ท่าทีไม่ใส่ใจก็เป็นสิ่งรบกวนเขาไม่น้อย ใช่...เขาตื่นขึ้นมาตอนตีสามแม้ยังปวดมึนในหัวเพราะฤทธิ์เบียร์หากแต่ก็จำเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ดี มันยังติดอยู่ในความรู้สึกและทำลายสมาธิการฝึกหนักที่ทำอยู่เป็นประจำแม้มิได้เป็นหนึ่งในซีลทีมซิกซ์ เขาคิดถึงเรือนร่างงดงามและความบริสุทธิ์ที่ได้ครอบครองเมื่อราตรีที่กำลังจะล่วงผ่านแม้รู้ว่าบุษราคัมอาจไม่อยากจดจำมันอีก“ไม่เห็นเกี่ยวกับฉันนี่คะ ฉันจะกลับไปที่บ้าน”“แต่คุณจำเป็นต้องรู้ไว้!”ฮอฟมันน์คว้าข้อมมือบางไว้ก่อนที่บุษราคัมจะหันหลังให้ทว่าหญิงสาวหันขวับมามองด้วยประกายตากล้าแข็ง“ยังมีอะไรที่ฉันยังไม่รู้เกี่ยวกับเกาะที่เหมือนคุกนี่อย่างนั้นหรือคะ! มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกบ้างนอกจากผู้ชายโหดร้ายคนหนึ่งล่อลวงผู้หญิงมาข่มขืน หรือว่ามีกับดักสัตว์ป่าอยู่ที่นี่ หรือว่ามี...”&ld
“ออกไปนะ! ออกไป!”ร่างอรชรขับไล่พร้อมทั้งใช้ความพยายามดันร่างสูงใหญ่ให้พ้นตัว แต่แล้วเธอเองกลับต้องเหนื่อยเปล่า“บีน่า...”ฮอฟมันน์ครางแผ่วก่อนผงกศีรษะขึ้นมองและนั่นทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะก่อนร้องไห้ออกมา“คนเลว!...คน...”บุษราคัมพูดไม่ทันขาดคำก็สะอื้นไห้กับความโชคร้ายที่ต้องเจอแบบนี้ ในขณะเดียวกันนั้นร่างสูงใหญ่ก็ค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาเคลียเคล้าบนแก้มเปียกน้ำตา เขาทำราวจะปลอบใจหากก็ยังไม่ยอมถอดถอนตัวเองออกจากแก่นกายของร่างเล็กเสมือนปรารถนาให้เธอกักเก็บเขาไว้เช่นนั้น“บีน่า...”“ฉันชื่อบุษราคัม! อย่ามาเรียกฉันแบบนี้อีก!”หญิงสาวแหวกลับเสียงพร่าก่อนออกแรงดันชายหนุ่มให้พ้นจากตัวซึ่งคราวนี้อีกฝ่ายยินยอมพลิกกายใหญ่โตลงนอนด้านข้างและคอยดูร่างแน่งน้อยที่รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ก่อนนอนคุดคู้หันหลังให้ด้วยความอับอายเป็นที่สุด เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังลอดออกมาทำให้ฮอฟมันน์เกินจะหลับตาได้ลง เขายังคงนอนตะแคงว้บนฟูกและมองดูคนที่อยู่ในผ้าห่มร้องกระซิกโดยไม่มี
หญิงสาวเอ่ยทั้งน้ำตาแต่กลับรู้สึกว่าสะโพกหนากำลังขยับ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแต่เขายิ่งเขยื้อนตัวมากเท่าใดร่างกายที่รองรับเบื้องล่างก็ยิ่งปวดร้าวมากเท่านั้น“แม็กซ์...ได้ยินไหมคะ...ว่าฉัน...จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”ร่างอ้อนแอ้นห้ามเสียงแผ่ว หากเธอจะได้ยินเช่นกันว่าหัวใจของเขาก็เต้นเร็วเป็นกลองรัว ฮอฟมันน์ยังคงขยับตัวตนลึกเข้าไปอีกขณะกระชับอ้อมแขนหนาตระกองกอดบุษราคัมไว้ ร่างสูงใหญ่กดกลั้นถึงที่สุดทั้งที่ตัวเองก็กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงชายหนุ่มนึกโกรธตัวเองว่าใยความอดทนจึงมีน้อยนักทั้งที่ตอนเป็นนาวิกโยธินต้องผ่านการฝึกมาไม่รู้สักกี่ด่าน แต่ตอนนี้เขากลับจะพ่ายแพ้ให้แก่ความบอบบางทว่าทรงพลังที่ห่อหุ้มความเป็นเขาจนยากจะถ่ายถอน บุษราคัม...ทันทีที่ค้นพบว่าเธอยังบริสุทธิ์ก็ดูเหมือนเขาไม่อาจหยุดตัวเองลงได้“แม็กซ์...ปล่อยฉัน...ปล่อยฉัน”“โอ...พระเจ้า!...ให้ตายเถอะบีน่า ผมจะปล่อยคุณไปตอนนี้ได้ยังไง”เรียวปากหยักประกบลงบนกลีบปากนุ่มอีกครั้งราวต้องการดูดกลืนเสียงสะอื้นนั้นไว้ทั้งหมด บุษราคัมรวดร้าวไปทุกหนแห่งโดยเฉพาะที่แก่







