Share

3. จะหนีอย่างไรให้พ้น (2)

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-07 22:31:40

“หย่าหรือเจ้าคะ” ลี่จูทำตาโต ไม่คิดว่าเพียงความฝันคืนเดียวจะทำให้ฮูหยินคิดตัดขาดนายท่านได้ ทั้งที่ก่อนหน้ารักจนหมดใจ

แต่พอตรึกตรองจากนิสัยของนายหญิง ลี่จูก็ถอนหายใจหนัก คุณหนูจางหยู่เยียนเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก รักก็รักปักใจ หลงงมงายจนคนอื่นมองว่าโง่เง่า เชื่อจนหมดใจ ผู้ใดเตือนก็ไม่ฟัง

“อืม ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาแล้ว ตอนนี้ชีวิตของลูกข้าสำคัญที่สุด”

แต่หากได้หมดใจ ก็พร้อมจะตัดขาดทุกเมื่อเช่นกัน

“แต่สมรสพระราชทาน-”

“ใช่ ข้ารู้ดี สมรสพระราชทานจากฝ่าบาท มิอาจหย่าขาดจากกันได้ มิเช่นนั้นจะถือว่าลบหลู่เบื้องสูง มิใช่แค่ข้าและเขาที่จะเดือดร้อน แต่สกุลเว่ยและสกุลจางก็จะเดือดร้อนไปด้วย” หยู่เยียนรู้ดีทีเดียว จึงได้นั่งวิตกอยู่ตรงนี้

“...”

“ข้าพอจะมีวิธีแล้ว เรื่องนี้คงต้องให้ท่านย่าช่วย” มือเล็กลูบหน้าท้องเบาๆ วิธีที่นางคิดได้ย่อมส่งผลต่อบุตรในครรภ์ ฐานะของเด็กน้อยที่กำลังจะเกิดมาคงยากลำบาก ทว่าอย่างไรก็ดีกว่าต้องตายตกเพราะฝีมือของผู้เป็นบิดา

“อย่าพึ่งเคร่งเครียดไปเลยเจ้าค่ะ คนจากโรงครัวคงเอาขนมของว่างมาให้แล้ว เราพักทานก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ” ลี่จูกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไปเอาขนมด้านนอกเข้ามาให้นาย ทว่าทันทีที่หยู่เยียนเห็นของที่มาจากโรงครัว มือก็ปัดถาดอาหารจนคว่ำหก

เพล้ง!

“ต่อไปอย่ารับของจากโรงครัวเด็ดขาด อึก” ก้อนเนื้อในอกเต้นรัว เนื้อตัวอวบสั่นเพราะภาพในหัวมันชัดเจน

“ฮูหยิน เพราะเหตุใดเจ้าคะ”

“ข้าไม่ไว้ใจผู้ใดทั้งนั้น ต่อจากนี้เราควรทำอาหารทานเอง หลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุดเข้าใจหรือไม่”

“ขะ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

“อืม ส่งคนไปแจ้งท่านย่าว่าข้าจะไปร่วมสำรับเย็นด้วย” นางคงต้องเริ่มแผนการได้แล้ว ยิ่งเร็วเท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น

“ค่อยๆ เดิน พึ่งเรียกหมอมาตรวจเมื่อช่วงบ่ายมิใช่หรือ เดินเหินให้ระวังมากๆ”

“เยียนเอ๋อร์ขออภัยท่านย่าเจ้าค่ะ ทำให้ท่านต้องเป็นห่วงแล้ว” จางหยู่เยียนเดินตามแรงประคองของหญิงชรา

ไป๋เหลียนอัน ฮูหยินเฒ่าสกุลเว่ย ถือเป็นเครือญาติเพียงหนึ่งเดียวของเว่ยเฉิงหยวน เนื่องจากผู้เฒ่าเว่ยแต่งภรรยาเพียงคนเดียวซ้ำยังมีบุตรชายเพียงหนึ่ง นั่นก็คือบิดาของเฉิงหยวน แต่โชคร้ายที่หลังจากผู้เฒ่าเว่ยจากไปไม่นาน บิดามารดาของเฉิงหยวนก็ล้มป่วยเพราะโรคร้ายที่ติดมาตอนที่ไปค้าขายต่างเมือง

สกุลเว่ยจึงเหลือเพียงสองย่าหลาน ดีที่หลานชายใฝ่ดี ได้เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์ เป็นถึงสหายร่วมรบกับฝ่าบาท สกุลเว่ยจึงมีหน้ามีตาในเมืองหลวงทั้งที่ก่อนหน้าเป็นเพียงสกุลพ่อค้าธรรมดาเท่านั้น

“ย่าย่อมเป็นห่วง มาๆ นั่งก่อน วันนี้ย่าเตรียมของโปรดเจ้าไว้หลายอย่าง เจ้าตัวน้อยในท้องต้องชอบแน่ๆ”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้นเราทานกันเลยหรือไม่เจ้าคะ”

“ประเดี๋ยว รอคนก่อน”

“รอผู้ใดหรือเจ้าคะ” จางหยู่เยียนขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นแววตายิ้มล้อของท่านย่าที่ส่งมาให้นาง ไม่ปล่อยให้หยู่เยียนสงสัยนาน คนก็เดินเข้ามา

“ข้ามาแล้วขอรับ”

“อาหยวนมาแล้ว นั่งเร็วเข้า เยียนเอ๋อร์กับลูกของเจ้าหิวแล้ว”

“...” จางหยู่เยียนยกยิ้มจาง เมื่อรู้ว่าอาหารมื้อนี้จะต้องร่วมโต๊ะกับสามี ซ้ำยังนั่งห่างกันเพียงเอื้อมแขน

“ขออภัยขอรับท่านย่า ข้าพึ่งกลับจากเข้าเฝ้าฝ่าบาท...ขอโทษด้วย” เว่ยเฉิงหยวนว่าเสียงเบา พลางคีบเนื้อตุ๋นไปวางบนชามข้าวของฮูหยิน การกระทำประกอบกับสีหน้าและน้ำเสียงช่างอ่อนโยนต่างกับเว่ยเฉิงหยวนก่อนหน้านี้ลิบลับ

“ขะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ” หยู่เยียนพยายามอย่างหนักที่จะต่อสู้กับความกลัวในใจ เฝ้าบอกตัวเองว่านั่นเป็นเพียงฝัน ทานอาหารร่วมกับท่านย่า อย่างไรเสียเขาก็ไม่มีทางทำร้ายนางในตอนนี้แน่ๆ กระนั้นจะให้คีบเนื้อที่เขาให้เข้าปาก นางก็ไม่วางใจ จึงเลือกจะเขี่ยมันไว้ขอบชาม แล้วคีบอาหารด้วยตนเอง

การกระทำนั้นตกอยู่ในสายตาของเว่ยเฉิงหยวนทั้งหมด สีหน้าชายหนุ่มนิ่งเรียบเช่นเคย แต่แววตากลับหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด จนคนกลางอย่างฮูหยินเฒ่าเอ่ยเล่าเรื่องที่ไปปฏิบัติธรรมให้หลานชายและหลานสะใภ้ฟัง จึงจะพอผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้บ้าง

“ขนมหวานอย่าทานเยอะ”

“เจ้าค่ะท่านย่า” หลังจากมื้อเย็น คนท้องก็ชะเง้อหาขนมหวานทันที หยิบกินอย่างเอร็ดอร่อย พลางพูดคุยกับท่านย่าไปด้วย ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าหลานชายแท้ๆ เป็นส่วนเกินไปเสียแล้ว

“หากเจ้าชอบ ข้าจะให้คนนำไปให้ทุกวัน”

“น้ำใจท่านพี่ ข้ามิขอรับไว้ดีกว่า เพียงเท่านี้ข้าก็ทำให้ท่านพี่ลำบากมากพอแล้ว ข้ารู้สึกผิดจนมิรู้จะทำอย่างไร” มือเรียวลูบหน้าท้องเบาๆ เมื่อมีช่องว่างให้นางได้พูดเรื่องที่เตรียมมาเสียที

“...”

“ท่านย่าเจ้าคะ เยียนเอ๋อร์อยากรับอนุให้ท่านพี่เจ้าค่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   56. หวังให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป (จบบริบูรณ์)

    สองสามีภรรยาเดินออกจากห้องนอน ผ่านสตรีร่างบอบบางที่ยืนรออยู่ พากันตรงดิ่งไปยังห้องตำราที่อยู่ห่างออกมา เพราะไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเด็กน้อย“คำนับฮูหยินเจ้าค่ะ เมื่อครู่ได้ยินเสียงเด็ก คงเป็นคุณชายน้อยใช่หรือไม่เจ้าคะ”“บุตรข้าเป็นสตรี” เว่ยเฉิงหยวนตอบกลับไป พลางประคองภรรยาเดินอ้อมมานั่งบนเก้าอี้ที่ทำงาน“เป็นสตรีหรอกหรือเจ้าคะ มิเป็นไรนะเจ้าคะ อย่างไรเสียท้องสองก็ต้องเป็นบุตรชายแน่ หรือไม่จากนี้ข้าก็จะได้ช่วยแบ่งเบาฮูหยิน มีทายาทให้สกุลเว่ย” น้ำเสียงไร้ซึ่งคำเย้ยหยัน ทว่าสีหน้ากลับมองหยู่เยียนอย่างเหนือกว่า ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นสตรี นางก็ยังมีโอกาส ไม่แน่ว่าลูกของนางในวันหน้าอาจจะได้เป็นทายาทสกุลเว่ย นางอาจมอบบุตรชายให้สกุลเว่ยได้“หากท่านยังไม่ทำอันใดเสียที ข้าจะกลับแล้ว มิอยากได้ยินเสียงนกกาให้ระคายหู”“ใจเย็นก่อนเถิด ฝูเจี๋ยกำลังมาแล้ว...ส่วนคุณหนูเกา ข้าคิดว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิด” เว่ยเฉิงหยวนเอ่ยตัดความสัมพันธ์กับเกาซูเหวินตามตรง“ข้าเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เรื่องก่อนหน้านี้ที่เจ้าช่วยข้านำหลักฐานมาจัดการสองพ่อลูกสกุลเกา ข้าซาบซึ้งน้ำใจที่เจ้าอุตส่าห์ทรยศครอบครัวเพื่อช่วยข้า”

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   55. หวังให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป (1)

    เสียงร้องของเด็กทารกแรกเกิดเงียบสงบลง เปลือกตาสีอ่อนปิดสนิทเคลิบเคลิ้มไปกับห้วงฝัน ริมฝีปากจิ้มลิ้มติดยิ้มอยู่ตลอดเวลา ทำเอาผู้เป็นมารดาอดยิ้มตามไม่ได้“นายท่านกับองค์รัชทายาทยังไม่กลับมาอีกหรือ”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ได้ยินคำตอบของซีเยว่ จางหยู่เยียนก็ถอนหายใจหนัก นี่ก็เริ่มเช้าวันใหม่แล้ว ไม่รู้ว่ายามนี้จะเป็นอย่างไรนางมั่นใจอยู่หลายส่วนว่าทุกอย่างต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อในตัวสามีอยู่ไม่น้อย ทว่าความกังวลของคนไหนเลยจะห้ามกันได้ ยามนี้คงได้แต่มุ่งความสนใจมาที่ลูกน้อย จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านสตรีพึ่งคลอดโอบอุ้มลูกน้อยที่กำลังหลับใหลหลังจากดื่มนมเสร็จ ลงนอนบนเตียงเล็ก ยกผ้าขึ้นมาคลุม พลางตบเบาๆ บนหน้าอกน้อยให้นางได้หลับสนิท“รอหน่อยเถิดคนดีของแม่ ประเดี๋ยวบิดาเจ้าก็กลับมาแล้ว ถึงครานั้นเจ้าจะได้มีชื่อเรียกเหมือนผู้อื่นเสียที” รอยยิ้มอ่อนประดับอยู่บนดวงหน้าหวาน ขณะที่สายตาเต็มไปด้วยความกังวลหลังจากที่หยู่เยียนตัดสินใจพูดคุย ให้โอกาสสามีในวันนั้น เขาก็ดีกับนางทุกอย่าง ไม่ว่าคิดหรือทำสิ่งใดล้วนบอกกล่าวนาง กระนั้นอีกฝ่ายยังมีหน้าที่เป็นขุนนางของราชสำนัก เรื่องบ้านเมืองล้วนพูดได้ไม่หมด และนางเอ

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   54. เตรียมการไว้แล้ว (4)

    กระนั้นพวกเขาก็ยังเชื่อว่าเงินทองมากมายที่เสียไปกับการจ้างนักฆ่ามืออาชีพ อย่างไรพวกมันก็ไม่มีทางซัดทอดมาถึงคนบงการเป็นแน่“นักฆ่าพวกนี้เป็นมือสังหารที่พร้อมพลีชีพหากภารกิจล้มเหลว ดีที่ข้าจับเป็นพวกมันได้หลายคน แต่ถึงอย่างนั้นคนสั่งการก็คงเบาใจได้ว่าพวกมันจะไม่ซัดทอดถึง” เว่ยเฉิงหยวนล่อพวกนักฆ่าไปยังปากทางถ้ำก็เพราะเช่นนี้ เขาต้องการหาทำเลที่เหมาะกับการใช้พิษยาสลบและต้องการให้เรื่องนี้เงียบที่สุด ห่างจากสายตาของคนที่เกาจิ้งให้แอบมาดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ“เจ้าต้องการจะบอกอะไรกันแน่เฉิงหยวน อย่าได้ชักช้า”“กระหม่อมเพียงชี้ให้เห็นว่าผู้ที่มีเหตุจูงใจในการสังหารองค์รัชทายาท ซ้ำยังมีเงินทองมากมายจ้างนักฆ่ามืออาชีพจะมีสักกี่คน”“...” ทุกสายตามองตามการกระทำขององครักษ์เว่ย“เลิกพูดพล่ามเสียที ฝ่าบาทเพคะ ทรงให้ความเป็นธรรมกับสกุลเกาด้วย เพียงคำพูดไม่กี่คำของเว่ยเฉิงหยวนก็ทำให้สกุลเกาแปดเปื้อนถึงเพียงนี้ ไร้หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันแล้วยังกล้าใส่ความท่านพ่อของหม่อมฉันอีก” เกากุ้ยเฟยออกหน้ารับ แม้เรื่องคราวนี้ไม่สำเร็จแต่พระนางก็มั่นใจว่าไม่มีหลักฐานซัดทอดมาถึงพวกนาง“เฉิงหยวน หากเจ้าไม่มีหลักฐานอย่าพ

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   53. เตรียมการไว้แล้ว (3)

    บรรยากาศในลานพิธีล่าสัตว์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ นับจากที่มีทหารมาแจ้งว่าขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกลอบโจมตี แล้วบัดนี้ก็ยังหาตัวองค์รัชทายาทไม่พบ ฝ่าบาทโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขั้นประกาศกร้าวว่าเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่เห็นองครักษ์เว่ยเลยพ่ะย่ะค่ะ” เกาจิ้งเป็นคนเอ่ยทักเรื่องนี้ขึ้นมา เขาคิดแผนการเอาไว้อย่างดี หลังจากกำจัดองค์รัชทายาทแล้วเขาก็จะป้ายความผิดข้อหาละเลยหน้าที่ให้เว่ยเฉิงหยวนเสียฝ่าบาทแม้จะรักสหายเพียงใด แต่ก็คงไม่เท่ากับสายเลือดของพระองค์เอง“ใต้เท้าเกาจะสื่อสิ่งใด”“กระหม่อมมิได้จะสื่อสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่การอารักขาเชื้อพระวงศ์เป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยองครักษ์ ทว่าเว่ยเฉิงหยวนกลับปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับองค์รัชทายาทที่บัดนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร” คำพูดของเกาจิ้งชักจูงเหล่าขุนนางให้พยักหน้าเห็นด้วย เกากุ้ยเฟยได้ยินละครฉากใหญ่ของบิดาก็ยกยิ้ม“...”“แล้วเช่นนี้เราจะมีหน่วยองครักษ์ไว้เพื่อสิ่งใด” เสียงคนในงานต่างตอบรับ เห็นด้วยกับคำพูดของใต้เท้าเกาทว่าเพียงสองลมหายใจเท่านั้นทุกคนก็ต้องกลับคำกันหมด“ก็เพื่ออยู่รอฟังว่าผู้ใดคิดท

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   52. เตรียมการไว้แล้ว (2)

    องค์รัชทายาทในชุดประจำตำแหน่งนั่งอยู่บนรถม้า เด็กชายวัยหกย่างเจ็ดหนาวนิ่งสงบ เกินกว่าที่เด็กวัยนี้จะทำได้ นิ้วมือทั้งสิบหุบไปทีละนิ้ว ละนิ้ว ราวกับกำลังไล่เรียงลำดับบางสิ่ง“เราเข้าเขตหุบเขาชิงฉูแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เข้าใจแล้ว” เสียงเล็กตอบรับ พลางกระชับของในสาบเสื้อเอาไว้แน่นท่านน้าเขยบอกกับเขาไว้ว่า หากเข้าเขตหุบเขาให้ระวังตัวให้ดี เพราะที่นี่เป็นสถานที่ซุ่มลอบสังหารที่ดีที่สุด หากพ้นเขตนี้ไปจะมีทหารลาดตระเวนแล้ว ฉะนั้นอีกเพียงสองเค่อ (30 นาที) ถ้าไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ย่อมหมายความว่าเขาปลอดภัยแล้วทว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ (7 นาที) องค์รัชทายาทของแคว้นก็ได้ยินเสียงต่อสู้กันดังมาจากด้านนอก ขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกซุ่มโจมตีอย่างที่เว่ยเฉิงหยวนคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด“องค์รัชทายาทเสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ” หนึ่งในองครักษ์มือดีของเฉิงหยวนเปิดรถม้า เข้ามาคว้าร่างเด็กชายเข้าอ้อมอก สีหน้าหนานเนี่ยนเจินตื่นกลัวเล็กน้อยแต่มิได้ทำตัวเป็นปัญหา เขาทำตามสิ่งที่ท่านน้าเขยบอกไว้ทุกอย่าง‘เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น หม่าหรงจะเป็นผู้พาองค์รัชทายาทออกจากรถม้า จากนั้นหากคนร้ายตามมามากเกินไป เขาจะอุ้มองค์รัชทายาทม

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   51. เตรียมการไว้แล้ว (1)

    “เป็นอย่างไรบ้างลี่จู” เว่ยเฉิงหยวนนั่งไม่ติด เดินเข้าหาลี่จูทันทีที่นางออกมาจากห้องทำคลอด“ยังไม่คลอดเจ้าค่ะ นายท่านหลีกทางเถิด” เป็นครั้งแรกที่ลี่จูกล้า ถึงขึ้นสั่งเจ้าของเรือน เพราะบัดนี้นางมิอาจชักช้าได้ ฮูหยินปวดท้องจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่คุณหนูกลับไม่ยอมคลอดเสียที“อาหยวนใจเย็นเอาไว้ พวกนางแม่ลูกย่อมต้องปลอดภัย”“ข้าจะใจเย็นได้อย่างไรขอรับท่านย่า เสียงของหยู่เยียนแผ่วเบาลงทุกที” มือใหญ่เกาะผนังประตูกั้นฟัง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของคนรักเป็นดั่งคมมีดปักลงกลางอก กระนั้นก็ยังเจ็บไม่เท่ากับการได้ยินว่าเสียงนั้นแผ่วเบาลงเรื่อยๆ“สวรรค์เมตตาด้วย บรรพบุรุษสกุลเว่ยคุ้มครองสะใภ้และทายาทสืบสกุลด้วยเถิด” ไป๋เหลียนอันได้แต่เอ่ยภาวนา ทว่าคำพวกนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้องครักษ์หนุ่มคลายความเครียดได้ จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว“...ข้าจะเข้าไปหานาง” สิ้นประโยคนั้นเว่ยเฉิงหยวนก็พรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด ใครห้ามก็ไม่ยอมฟัง สองมือเข้าไปตระกองกอดร่างที่เหนื่อยอ่อนของภรรยา แขนหนึ่งสอดรองใต้คอ อีกมือยื่นขึ้นไปจับมือเล็กที่บีบผ้าห้อยลงมา จนมันยับยู่“ขอข้าอยู่ด้วย ข้าจะไม่เกะกะ” เมื่อองครักษ์หนุ่มว่าเช่น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status