Share

4. เหตุใดจึงปฏิเสธ (1)

last update Last Updated: 2026-01-07 22:31:48

“ท่านย่าเจ้าคะ เยียนเอ๋อร์อยากรับอนุให้ท่านพี่เจ้าค่ะ ท่านย่าคิดเห็นอย่างไรเจ้าคะ”

“...ตะ แต่งอนุหรือ” ฮูหยินเฒ่า มองหน้าหลานสะใภ้อย่างงุนงง

“สกุลเว่ยของเราไม่แต่งอนุ มีฮูหยินเพียงผู้เดียว” เว่ยเฉิงหยวนรีบพูดแทรกขึ้นมา เดิมทีสกุลเว่ยของเราเป็นเพียงสกุลพ่อค้า ไม่ได้มีฐานะอันใดมาก บุรุษสกุลเว่ยจึงไม่มีผู้ใดแต่งเมียสองเมียสาม

“แต่นั่นมันเมื่อก่อน ยามนี้ท่านพี่เป็นขุนนาง มากภรรยา มากบารมี ยิ่งแต่งกับบุตรีขุนนางยิ่งจะช่วยส่งเสริมกัน”

“เป็นเช่นนั้นหรือ ย่ามิค่อยรู้เรื่องพวกนี้สักเท่าใด” หลานชายของนางเป็นขุนนางคนแรกของสกุล ไป๋เหลียนอันจึงมิค่อยได้รู้เรื่องพวกนี้

“เจ้าค่ะท่านย่า ขุนนางในราชสำนัก นอกจากความสามารถแล้วล้วนต้องพึ่งพาอำนาจ เส้นสาย หากท่านพี่แต่งอนุ รับฮูหยินรองก็จะช่วยส่งเสริมการงาน นี่เจ้าค่ะ ข้าเตรียมรายนามของคุณหนูสกุลใหญ่มาให้ท่านพี่กับท่านย่าดู” ไม่รั้งรอสิ่งใด หยู่เยียนรีบเอาสมุดรายนามยื่นให้คนทั้งคู่ แน่นอนว่ารายชื่อแรกคงหนีไม่พ้น เกาซูเหวิน

“...”

“คุณหนูเหล่านี้ล้วนดีพร้อม สกุลของพวกนางย่อมส่งเสริมหน้าที่การงานของท่านพี่ได้ดี แต่ข้าเห็นว่าคุณหนูเกาเหมาะสมที่สุดเจ้าค่ะ” จางหยู่เยียนยิ้มไม่ถึงดวงตา เป็นธรรมดาที่ใจเคยรัก จะยังคงเหลือเยื่อใย แต่ตอนนี้นางเพียงต้องใช้ใจให้น้อยลง ใช้ความคิดให้มากขึ้น

“เกาซูเหวิน มิใช่เจ้าไม่ชอบนางหรือ หากว่าให้อาหยวนแต่งนางเข้ามาแล้ว นางทำตัวไม่เคารพเจ้า เช่นนั้นย่าไม่เห็นดีด้วย”

“...” เว่ยเฉิงหยวนเงียบฟัง สายตาดุเคลื่อนไปมองฮูหยิน รอดูว่านางจะทำสิ่งใดกันแน่

“มิเห็นเป็นไรเลยเจ้าค่ะท่านย่า ท่านพี่เองก็ชมชอบนางตั้งแต่ก่อนแต่งกับข้าแล้ว เรื่องในเรือนก็ให้นางรับหน้าที่ดูแลไปเสีย เผื่อวันใดข้าพาเจ้าตัวน้อยกลับไปเยี่ยมสกุลเดิมมารดาที่เมืองฟู่จวิ้น จะได้มีคนดูแลเรือน ดูแลพวกท่าน-”

“ไม่จำเป็น” เว่ยเฉิงหยวนเอ่ยขัดทันทีที่รู้จุดประสงค์ของภรรยา ก้อนเนื้อในอกแกร่งยามนี้สั่นไหว ต่างจากใบหน้าที่ยังเรียบเฉย

“แต่งนางเข้ามามีข้อดีมากกว่าข้อเสีย”

“หากเจ้ากังวลหน้าที่การงานของข้า อย่าได้ห่วงไป สามีของเจ้าเก่งกล้าสามารถ พูดถึงเส้นสายแม้จะมีไม่มาก แต่ก็มีอำนาจล้นฟ้า ข้าเป็นองครักษ์ของฝ่าบาท เป็นสหายสนิทของพระองค์ ทั้งฮูหยินของข้ายังแซ่จาง เป็นเครือญาติขององค์ฮองเฮา”

“...”

“แล้วเหตุใดข้าต้องแต่งอนุรับฮูหยินรองอีกเล่า” เฉิงหยวนเอียงคอถามภรรยาข้างกาย ที่บัดนี้มีสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยังเก็บอารมณ์เอาไว้

“แต่เรื่องดูแลท่านพี่ละเลยมิได้ ข้าตั้งครรภ์ไหนเลยจะปรนนิบัติท่านได้ มิสู้แต่ง-”

“มิเป็นไร ท่านพ่อสอนข้าว่ายิ่งภรรยาตั้งท้องสามียิ่งต้องใส่ใจดูแล จะให้ไปอยู่กับสตรีอื่นได้อย่างไร ใช่หรือไม่ขอรับท่านย่า” เว่ยเฉิงหยวนยกคำสอนของผู้ล่วงลับขึ้นมาอ้าง ทำเอาฮูหยินเฒ่าที่กำลังฟังและพิจารณาถึงกับเอนเอียงไปทางหลานชาย

“...อ่อ ใช่ๆ สามีต้องใส่ใจภรรยาให้มาก”

“แต่-”

“ไม่มีแต่ทั้งนั้น คำสอนของท่านพ่อท่านแม่ ข้าถือปฏิบัติ ไม่ละเลยเด็ดขาด” ชายหนุ่มยกชาขึ้นดื่มอย่างผู้ชนะ เมื่อเห็นว่าท่านย่าเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเขา ทำเอาสตรีงามข้างกายส่งสายตาคาดโทษมาให้ ก่อนจะหันไปพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับท่านย่า

เว่ยเฉิงหยวนเห็นภาพตรงหน้าแล้วอดยิ้มไม่ได้ แต่รอยยิ้มนั้นก็แฝงไปด้วยความเศร้า เมื่อครู่ได้ฟังภรรยาเอ่ยถึงเรื่องไปเยี่ยมญาติที่เมืองฟู่จวิ้น เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดจะกลับสกุลเดิมของมารดา

หนีไปไกลถึงเมืองฟู่จวิ้นที่อยู่ทางตอนเหนือ เกือบจะสุดขอบชายแดนแคว้นต้งหนาน

“นายท่านอย่าพึ่งไป ข้าขอพูดด้วยเพียงครู่เดียวเท่านั้น” จางหยู่เยียนหอบท้องสาวเท้าตามหลังสามี เพื่อพูดเรื่องแต่งอนุอีกครั้ง เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่มิใช่ท่านย่าไม่ยินยอม ท่านย่าเองก็คล้ายจะเอนเอียงมาทางนางแล้ว แต่เป็นเว่ยเฉิงหยวนที่ยกคำสอนของบิดามาพูด

“ไม่เรียกท่านพี่แล้วหรือ เหตุใดจึงเรียกข้าเช่นนั้น” ร่างสูงหยุดเดินแล้วหันกลับไปหาหยู่เยียน คิ้วดกขมวดเข้าหากันด้วยความไม่ชอบใจ

“เหตุใดจึงปฏิเสธเจ้าคะ ท่านไม่อยากแต่งกับเกาซูเหวินหรือ” ทันทีที่เปิดประเด็นครอบครัว เหล่าคนสนิทของทั้งคู่ก็รู้ความ เดินถอยห่างออกไปทันที

“ไม่”

“จะไม่อยากแต่งได้อย่างไร ก็ท่านรักกับนางมิใช่หรือ หรือ...หรือว่าเพราะกลัวนางจะเป็นรองข้า เรื่องนั้นท่านอย่าห่วงไป อย่างที่ข้าพูด เรื่องในจวนจะยกให้นางตัดสินใจ และข้ากับลูกจะเดินทางไปเมืองฟู่จวิ้นทันทีที่พวกท่านแต่งกัน”

“...”

“สมรสพระราชทานไม่อาจหย่าขาด แต่ข้าจะไม่อยู่ขวางทางรักพวกท่าน ข้ากับลูกจะไปใช้ชีวิตที่เมืองฟู่จวิ้น จะไม่กลับมาเมืองหลวงอีก ท่านกับคุณหนูเกาก็เร่งมีหลานให้ท่านย่า อีกไม่นานท่านก็จะลืม ผู้คนก็จะลืมว่าท่านมีข้าเป็นฮูหยินเอก” จางหยู่เยียนร่ายยาวด้วยเสียงสั่นเครือ มือเรียวยังคงลูบปลอบอีกหนึ่งชีวิตในครรภ์อย่างนึกขอโทษ เพราะรู้ว่าวิธีนี้จะทำให้บุตรไร้บิดา

“เจ้าคิดจะแยกบิดากับบุตร มิใจร้ายไปหน่อยหรือ”

“...ท่านเองก็มิได้อยากให้เขาเกิด- 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   56. หวังให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป (จบบริบูรณ์)

    สองสามีภรรยาเดินออกจากห้องนอน ผ่านสตรีร่างบอบบางที่ยืนรออยู่ พากันตรงดิ่งไปยังห้องตำราที่อยู่ห่างออกมา เพราะไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเด็กน้อย“คำนับฮูหยินเจ้าค่ะ เมื่อครู่ได้ยินเสียงเด็ก คงเป็นคุณชายน้อยใช่หรือไม่เจ้าคะ”“บุตรข้าเป็นสตรี” เว่ยเฉิงหยวนตอบกลับไป พลางประคองภรรยาเดินอ้อมมานั่งบนเก้าอี้ที่ทำงาน“เป็นสตรีหรอกหรือเจ้าคะ มิเป็นไรนะเจ้าคะ อย่างไรเสียท้องสองก็ต้องเป็นบุตรชายแน่ หรือไม่จากนี้ข้าก็จะได้ช่วยแบ่งเบาฮูหยิน มีทายาทให้สกุลเว่ย” น้ำเสียงไร้ซึ่งคำเย้ยหยัน ทว่าสีหน้ากลับมองหยู่เยียนอย่างเหนือกว่า ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นสตรี นางก็ยังมีโอกาส ไม่แน่ว่าลูกของนางในวันหน้าอาจจะได้เป็นทายาทสกุลเว่ย นางอาจมอบบุตรชายให้สกุลเว่ยได้“หากท่านยังไม่ทำอันใดเสียที ข้าจะกลับแล้ว มิอยากได้ยินเสียงนกกาให้ระคายหู”“ใจเย็นก่อนเถิด ฝูเจี๋ยกำลังมาแล้ว...ส่วนคุณหนูเกา ข้าคิดว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิด” เว่ยเฉิงหยวนเอ่ยตัดความสัมพันธ์กับเกาซูเหวินตามตรง“ข้าเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เรื่องก่อนหน้านี้ที่เจ้าช่วยข้านำหลักฐานมาจัดการสองพ่อลูกสกุลเกา ข้าซาบซึ้งน้ำใจที่เจ้าอุตส่าห์ทรยศครอบครัวเพื่อช่วยข้า”

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   55. หวังให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป (1)

    เสียงร้องของเด็กทารกแรกเกิดเงียบสงบลง เปลือกตาสีอ่อนปิดสนิทเคลิบเคลิ้มไปกับห้วงฝัน ริมฝีปากจิ้มลิ้มติดยิ้มอยู่ตลอดเวลา ทำเอาผู้เป็นมารดาอดยิ้มตามไม่ได้“นายท่านกับองค์รัชทายาทยังไม่กลับมาอีกหรือ”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ได้ยินคำตอบของซีเยว่ จางหยู่เยียนก็ถอนหายใจหนัก นี่ก็เริ่มเช้าวันใหม่แล้ว ไม่รู้ว่ายามนี้จะเป็นอย่างไรนางมั่นใจอยู่หลายส่วนว่าทุกอย่างต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อในตัวสามีอยู่ไม่น้อย ทว่าความกังวลของคนไหนเลยจะห้ามกันได้ ยามนี้คงได้แต่มุ่งความสนใจมาที่ลูกน้อย จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านสตรีพึ่งคลอดโอบอุ้มลูกน้อยที่กำลังหลับใหลหลังจากดื่มนมเสร็จ ลงนอนบนเตียงเล็ก ยกผ้าขึ้นมาคลุม พลางตบเบาๆ บนหน้าอกน้อยให้นางได้หลับสนิท“รอหน่อยเถิดคนดีของแม่ ประเดี๋ยวบิดาเจ้าก็กลับมาแล้ว ถึงครานั้นเจ้าจะได้มีชื่อเรียกเหมือนผู้อื่นเสียที” รอยยิ้มอ่อนประดับอยู่บนดวงหน้าหวาน ขณะที่สายตาเต็มไปด้วยความกังวลหลังจากที่หยู่เยียนตัดสินใจพูดคุย ให้โอกาสสามีในวันนั้น เขาก็ดีกับนางทุกอย่าง ไม่ว่าคิดหรือทำสิ่งใดล้วนบอกกล่าวนาง กระนั้นอีกฝ่ายยังมีหน้าที่เป็นขุนนางของราชสำนัก เรื่องบ้านเมืองล้วนพูดได้ไม่หมด และนางเอ

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   54. เตรียมการไว้แล้ว (4)

    กระนั้นพวกเขาก็ยังเชื่อว่าเงินทองมากมายที่เสียไปกับการจ้างนักฆ่ามืออาชีพ อย่างไรพวกมันก็ไม่มีทางซัดทอดมาถึงคนบงการเป็นแน่“นักฆ่าพวกนี้เป็นมือสังหารที่พร้อมพลีชีพหากภารกิจล้มเหลว ดีที่ข้าจับเป็นพวกมันได้หลายคน แต่ถึงอย่างนั้นคนสั่งการก็คงเบาใจได้ว่าพวกมันจะไม่ซัดทอดถึง” เว่ยเฉิงหยวนล่อพวกนักฆ่าไปยังปากทางถ้ำก็เพราะเช่นนี้ เขาต้องการหาทำเลที่เหมาะกับการใช้พิษยาสลบและต้องการให้เรื่องนี้เงียบที่สุด ห่างจากสายตาของคนที่เกาจิ้งให้แอบมาดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ“เจ้าต้องการจะบอกอะไรกันแน่เฉิงหยวน อย่าได้ชักช้า”“กระหม่อมเพียงชี้ให้เห็นว่าผู้ที่มีเหตุจูงใจในการสังหารองค์รัชทายาท ซ้ำยังมีเงินทองมากมายจ้างนักฆ่ามืออาชีพจะมีสักกี่คน”“...” ทุกสายตามองตามการกระทำขององครักษ์เว่ย“เลิกพูดพล่ามเสียที ฝ่าบาทเพคะ ทรงให้ความเป็นธรรมกับสกุลเกาด้วย เพียงคำพูดไม่กี่คำของเว่ยเฉิงหยวนก็ทำให้สกุลเกาแปดเปื้อนถึงเพียงนี้ ไร้หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันแล้วยังกล้าใส่ความท่านพ่อของหม่อมฉันอีก” เกากุ้ยเฟยออกหน้ารับ แม้เรื่องคราวนี้ไม่สำเร็จแต่พระนางก็มั่นใจว่าไม่มีหลักฐานซัดทอดมาถึงพวกนาง“เฉิงหยวน หากเจ้าไม่มีหลักฐานอย่าพ

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   53. เตรียมการไว้แล้ว (3)

    บรรยากาศในลานพิธีล่าสัตว์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ นับจากที่มีทหารมาแจ้งว่าขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกลอบโจมตี แล้วบัดนี้ก็ยังหาตัวองค์รัชทายาทไม่พบ ฝ่าบาทโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขั้นประกาศกร้าวว่าเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่เห็นองครักษ์เว่ยเลยพ่ะย่ะค่ะ” เกาจิ้งเป็นคนเอ่ยทักเรื่องนี้ขึ้นมา เขาคิดแผนการเอาไว้อย่างดี หลังจากกำจัดองค์รัชทายาทแล้วเขาก็จะป้ายความผิดข้อหาละเลยหน้าที่ให้เว่ยเฉิงหยวนเสียฝ่าบาทแม้จะรักสหายเพียงใด แต่ก็คงไม่เท่ากับสายเลือดของพระองค์เอง“ใต้เท้าเกาจะสื่อสิ่งใด”“กระหม่อมมิได้จะสื่อสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่การอารักขาเชื้อพระวงศ์เป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยองครักษ์ ทว่าเว่ยเฉิงหยวนกลับปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับองค์รัชทายาทที่บัดนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร” คำพูดของเกาจิ้งชักจูงเหล่าขุนนางให้พยักหน้าเห็นด้วย เกากุ้ยเฟยได้ยินละครฉากใหญ่ของบิดาก็ยกยิ้ม“...”“แล้วเช่นนี้เราจะมีหน่วยองครักษ์ไว้เพื่อสิ่งใด” เสียงคนในงานต่างตอบรับ เห็นด้วยกับคำพูดของใต้เท้าเกาทว่าเพียงสองลมหายใจเท่านั้นทุกคนก็ต้องกลับคำกันหมด“ก็เพื่ออยู่รอฟังว่าผู้ใดคิดท

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   52. เตรียมการไว้แล้ว (2)

    องค์รัชทายาทในชุดประจำตำแหน่งนั่งอยู่บนรถม้า เด็กชายวัยหกย่างเจ็ดหนาวนิ่งสงบ เกินกว่าที่เด็กวัยนี้จะทำได้ นิ้วมือทั้งสิบหุบไปทีละนิ้ว ละนิ้ว ราวกับกำลังไล่เรียงลำดับบางสิ่ง“เราเข้าเขตหุบเขาชิงฉูแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เข้าใจแล้ว” เสียงเล็กตอบรับ พลางกระชับของในสาบเสื้อเอาไว้แน่นท่านน้าเขยบอกกับเขาไว้ว่า หากเข้าเขตหุบเขาให้ระวังตัวให้ดี เพราะที่นี่เป็นสถานที่ซุ่มลอบสังหารที่ดีที่สุด หากพ้นเขตนี้ไปจะมีทหารลาดตระเวนแล้ว ฉะนั้นอีกเพียงสองเค่อ (30 นาที) ถ้าไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ย่อมหมายความว่าเขาปลอดภัยแล้วทว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ (7 นาที) องค์รัชทายาทของแคว้นก็ได้ยินเสียงต่อสู้กันดังมาจากด้านนอก ขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกซุ่มโจมตีอย่างที่เว่ยเฉิงหยวนคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด“องค์รัชทายาทเสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ” หนึ่งในองครักษ์มือดีของเฉิงหยวนเปิดรถม้า เข้ามาคว้าร่างเด็กชายเข้าอ้อมอก สีหน้าหนานเนี่ยนเจินตื่นกลัวเล็กน้อยแต่มิได้ทำตัวเป็นปัญหา เขาทำตามสิ่งที่ท่านน้าเขยบอกไว้ทุกอย่าง‘เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น หม่าหรงจะเป็นผู้พาองค์รัชทายาทออกจากรถม้า จากนั้นหากคนร้ายตามมามากเกินไป เขาจะอุ้มองค์รัชทายาทม

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   51. เตรียมการไว้แล้ว (1)

    “เป็นอย่างไรบ้างลี่จู” เว่ยเฉิงหยวนนั่งไม่ติด เดินเข้าหาลี่จูทันทีที่นางออกมาจากห้องทำคลอด“ยังไม่คลอดเจ้าค่ะ นายท่านหลีกทางเถิด” เป็นครั้งแรกที่ลี่จูกล้า ถึงขึ้นสั่งเจ้าของเรือน เพราะบัดนี้นางมิอาจชักช้าได้ ฮูหยินปวดท้องจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่คุณหนูกลับไม่ยอมคลอดเสียที“อาหยวนใจเย็นเอาไว้ พวกนางแม่ลูกย่อมต้องปลอดภัย”“ข้าจะใจเย็นได้อย่างไรขอรับท่านย่า เสียงของหยู่เยียนแผ่วเบาลงทุกที” มือใหญ่เกาะผนังประตูกั้นฟัง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของคนรักเป็นดั่งคมมีดปักลงกลางอก กระนั้นก็ยังเจ็บไม่เท่ากับการได้ยินว่าเสียงนั้นแผ่วเบาลงเรื่อยๆ“สวรรค์เมตตาด้วย บรรพบุรุษสกุลเว่ยคุ้มครองสะใภ้และทายาทสืบสกุลด้วยเถิด” ไป๋เหลียนอันได้แต่เอ่ยภาวนา ทว่าคำพวกนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้องครักษ์หนุ่มคลายความเครียดได้ จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว“...ข้าจะเข้าไปหานาง” สิ้นประโยคนั้นเว่ยเฉิงหยวนก็พรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด ใครห้ามก็ไม่ยอมฟัง สองมือเข้าไปตระกองกอดร่างที่เหนื่อยอ่อนของภรรยา แขนหนึ่งสอดรองใต้คอ อีกมือยื่นขึ้นไปจับมือเล็กที่บีบผ้าห้อยลงมา จนมันยับยู่“ขอข้าอยู่ด้วย ข้าจะไม่เกะกะ” เมื่อองครักษ์หนุ่มว่าเช่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status