LOGINเช้าวันแรกของการทำงานใน บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นด้วยกลิ่นอายความสดใสของน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ที่ ‘ตาร์’ (28 ปี) คุ้นเคย แต่มันอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวลามิเนตเขม่าจาง ๆ และเสียงพัดลมระบายความร้อนจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นคุณปู่ที่ดังครางกระหึ่มราวกับเครื่องจักรในโรงงาน
ตาร์กวาดสายตามองผู้ร่วมชะตากรรมอีกสองคนที่นั่งขนาบข้างในห้องอบรมสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ซึ่งติดตั้งเครื่องปรับอากาศเก่ากึกส่งเสียงดัง กึก ๆ เป็นจังหวะ คนแรกคือ ‘เอม’ สาวหวานจบใหม่วัยยี่สิบต้น ๆ ที่พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมจากคณะบริหารธุรกิจสถาบันดัง แต่ตอนนี้ใบหน้าสะสวยกลับซีดเผือดไม่ต่างจากกระดาษ A4 ส่วนอีกคนคือ ‘นที’ ชายหนุ่มร่างท้วมแว่นหนาเตอะที่ดูทรงแล้วน่าจะเป็นคนเดียวในกลุ่มที่พอจะแยกแยะระหว่างคีมตัดกับไขควงวัดไฟออก
“ยินดีต้อนรับพวกคุณทั้งสามคนเข้าสู่หน่วยรบพิเศษฝั่ง Sales & Marketing ของเราจ้า” ‘พี่เจน’ ซีเนียร์เซลล์รุ่นพี่วัยสามสิบกลาง ๆ เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความเหี้ยมเกรียมแบบคนที่ผ่านสมรภูมิหน้างานมาอย่างโชกโชน มือเรียวของรุ่นพี่วางปึกเอกสารหนาสามร้อยหน้าลงบนโต๊ะเสียงดัง ตึ่ก! จนเอมสะดุ้งตัวโยน
“พี่ให้เวลาครึ่งวันเช้าในการทำความเข้าใจสไลด์ร้อยกว่าหน้าเกี่ยวกับระบบวิศวกรรมอาคารสูงและโรงงานอุตสาหกรรมเบื้องต้นนะคะ บ่ายโมงตรง... เราจะมีควิซสั้น ๆ ย้ำนะคะว่าสั้น ๆ แค่ห้าสิบข้อ ใครได้คะแนนต่ำกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ พี่มีบทลงโทษด้วยการให้ไปล้างแอร์จำลองในห้องแล็บชั้นล่าง”
ล้างแอร์จำลองในวันแรกเนี่ยนะ?! ตาร์กรีดร้องในใจ สองมือรีบเปิดพลิกหน้ากระดาษอย่างบ้าคลั่ง
ผ่านไปสิบนาทีแรก ห้องอบรมกลับสู่ความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงพลิกกระดาษและเสียงสะอื้นเบา ๆ ของเอมที่เริ่มสติหลุดกับศัพท์เฉพาะทาง
“พี่เจนคะ...” เอมยกมือขึ้นพลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “คำว่า Single Line Diagram นี่มันคืออะไรเหรอคะ? มันเกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชนสายสีต่าง ๆ หรือเปล่าคะ?”
นทีแอบขำในลำคอเบา ๆ ก่อนจะชิงตอบเพื่อโชว์เหนือ “ไม่ใช่หรอกเอม มันคือแบบแปลนระบบไฟฟ้าเส้นเดี่ยวที่แสดงการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่างหากล่ะ... ใช่ไหมครับพี่เจน?”
“ถูกต้องจ้านที เก่งมาก” พี่เจนชม ส่งผลให้นทียืดอกอย่างภาคภูมิใจ
ตาร์เหลือบมองนทีด้วยความอิจฉาแกมหมั่นไส้เล็ก ๆ หนอย... ไอ้หนุ่มนี่มันทำการบ้านมาดี เธอนึกในใจก่อนจะก้มลงมองหน้ากระดาษของตัวเองที่ตอนนี้ปรากฎข้อความชวนปวดตับอย่าง 'ระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ (Chiller) แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ'
“ชิลเลอร์... ชิลเลอร์แปลว่าแช่เย็น ชิล ๆ หรือเปล่านะ?” ตาร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยความเคยชินจากการขายเครื่องสำอาง “หรือมันคือตู้แช่มาส์กหน้าเวอร์ชันยักษ์?”
“น้องตาร์คะ” เสียงพี่เจนดังขัดจังหวะความคิดหลุดโลกของเธอ “ถ้าเอา Chiller ไปแช่มาส์กหน้า โรงงานเขาคงเจ๊งกันหมดค่ะ มันคือระบบปรับอากาศส่วนกลางของอาคารสูงและไลน์ผลิตในโรงงานต่างหากล่ะคะ จำไว้เลยนะ... หน้างานที่น้องตาร์ต้องไปดูแลหลังจบอบรม มีระบบ Chiller นี้เป็นหัวใจหลักเลยล่ะ”
ตาร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ รีบจรดปากกาไฮไลต์สีชมพูสะท้อนแสงลากผ่านคำว่า Chiller ทันที สองชั่วโมงผ่านไปเหมือนการนั่งอยู่บนรถไฟเหาะที่ขบวนขับเคลื่อนด้วยสมการไฟฟ้าและรหัสตู้ควบคุม ตาร์รู้สึกเหมือนสมองของเธอโดนกระแสไฟ 220 โวลต์ช็อตใส่จนเบลอไปหมด
‘ตู้ MDB (Main Distribution Board) คือตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก...’ ตาร์ท่องจำในใจสลับกับการหันไปมองเอมที่ตอนนี้เอาหัวฟุบลงกับโต๊ะไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนนทีก็ยังคงนั่งพยักหน้าหงึกหงิกราวกับเข้าใจทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง
“หมดเวลาจ้า! วางปากกาและเตรียมตัวทำควิซได้เลย” เสียงสวรรค์ (หรือนรก) ของพี่เจนดังขึ้นพร้อมนาฬิกาบอกเวลาบ่ายโมงตรง
กระดาษข้อสอบถูกแจกจ่าย ตาร์มองโจทย์ข้อแรกแล้วอยากจะหงายหลังตกเก้าอี้
ข้อ 1: หากเกิดเหตุเพลิงไหม้ในอาคารสูง ระบบ Fire Pump (ปั๊มน้ำดับเพลิง) ควรจะทำงานด้วยระบบขับเคลื่อนใดเป็นหลักและเพราะเหตุใด? ก. มอเตอร์ไฟฟ้า ข. เครื่องยนต์ดีเซล ค. ระบบไฮดรอลิก ง. แรงดันลม
ตาร์นึกถึงคำอธิบายของพี่เจนเมื่อช่วงเช้าที่แทรกเข้ามาในหัวสมองอันน้อยนิด... 'เวลาไฟไหม้ สิ่งแรกที่ตึกจะตัดคืออะไรจ๊ะตาร์?' ใช่! ไฟไหม้ก็ต้องตัดไฟสิ! ถ้าตัดไฟแล้วมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานได้ยังไง!
นิ้วเรียวตวัดปากกาฝนลงในช่อง ข. เครื่องยนต์ดีเซล ทันทีด้วยความมั่นใจที่พุ่งทะลุปรอด ความรู้สึกตื่นเต้นและกดดันเริ่มเปลี่ยนเป็นความท้าทาย ตาร์ลุยทำข้อสอบข้อแล้วข้อเล่า ผิดบ้างถูกบ้างตามสัญชาตญาณและการเดาอย่างมีหลักการ (แบบสาวนักขาย) ในขณะที่ข้าง ๆ กันนั้น เอมกำลังสุ่มกากบาทด้วยน้ำตาคลอเบ้า ส่วนนทีกลับทำข้อสอบด้วยความเร็วแสงเสียงปากกาขูดกระดาษดัง แกรก ๆ ๆ
สามสิบนาทีผ่านไป...
“เอาล่ะค่ะ พี่ตรวจคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ” พี่เจนเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกระดาษผลสอบในมือ รอยยิ้มพิมพ์ใจของรุ่นพี่ทำเอาเซลล์ใหม่ทั้งสามคนนั่งหลังตรงแน็บ
“คนแรก... นที สมกับที่มีพื้นฐานมาบ้าง ได้ไปเก้าสิบสี่เปอร์เซ็นต์จ้า ผ่านฉลุย!” นทียิ้มแป้นหัวเราะอย่างผู้ชนะ
“คนต่อมา... เอม ได้ไปห้าสิบสองเปอร์เซ็นต์จ้า โดนล้างแอร์จำลองแน่นอนเย็นนี้” เอมทำหน้าเหมือนโลกถล่มทลาย
พี่เจนหันมามองตาร์ แววตานิ่งสงบจนตาร์แทบหยุดหายใจ สิ้นเดือนนี้เธอจะรอดไหม? ค่าคอนโดล่ะ? งานสายเทคนิคนี้มันไม่ใช่ทางของเธอจริง ๆ เหรอ?
“และคนสุดท้าย... น้องตาร์ ได้ไป... แปดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ค่ะ! ผ่านเกณฑ์หวุดหวิดชนิดที่เส้นยาแดงผ่าแปดเลยทีเดียว!”
ตาร์แทบจะปล่อยโฮออกมาด้วยความโล่งอก ถอนหายใจยาวจนอกยุบ รอดตายแล้วยัยตาร์! หญิงสาวหันไปส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กำลังใจเอมที่นั่งหน้าเศร้า ก่อนจะหันไปไหว้ขอบคุณพี่เจนยกใหญ่
“เก่งมากค่ะตาร์ สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานเลย ถือว่าความจำและการเรียนรู้ไวมาก” พี่เจนชมพลางเดินมาตบไหล่ตาร์เบา ๆ “แต่ห้ามประมาทเด็ดขาดนะ เพราะนี่มันแค่ทฤษฎีเบื้องต้นในห้องแอร์ออฟฟิศเรา... ของจริงมันเริ่มต่อจากนี้จ้า”
รุ่นพี่ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนาให้ตาร์ บนหน้าซองมีโลโก้หรูหราของโรงแรมชื่อดังระดับห้าดาวตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร
“โรงแรมเดอะ แกรนด์ เมโทร กรุงเทพฯ... สัญญาเซอร์วิสระบบไฟฟ้ากำลัง (MDB) และระบบดับเพลิงอาคารสูงของที่นี่กำลังจะหมดอายุเดือนหน้า ถือเป็นเคสทดลองงานแรกของตาร์เลยนะ พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวเข้าไปพบฝ่ายอาคารของโรงแรมพร้อมกับพี่” พี่เจนเว้นจังหวะ เลิกคิ้วมองตาร์ด้วยสายตาจริงจัง “งานระบบของตึกสูงในกรุงเทพฯ ซับซ้อนไม่แพ้โรงงานเลยล่ะ เตรียมตัวให้ดี ทบทวนเรื่องระบบไฟที่เรียนวันนี้ด้วยนะตาร์”
ตาร์รับซองเอกสารมาไว้ในมือ ความตื่นเต้นแล่นพล่านจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แม้จะยังไม่ได้เจอกับหน้างานจริง ๆ แต่ชื่อของโรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวงก็ทำเอาสาววัย 28 ปีอย่างเธอเริ่มนั่งไม่ติด
ชีวิตการทำงานสายวิศวกรรมบำรุงรักษาของตาร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่โรงแรมแห่งนี้... โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ประสบการณ์จากตึกสูงในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะเป็นบันไดขั้นสำคัญที่หล่อหลอมให้เธอพร้อมไปปะทะกับ ‘หน้างานสุดหิน’ และ ‘ช่างหนุ่มสุดกวน’ ที่รอเธออยู่ในอนาคต!
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก สามเดือนแล้วที่ ‘ตาร์’ เข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการเซลล์เอนจิเนียริ่ง จากเด็กสาวป้ายแดงที่จับต้นชนปลายไม่ถูก บัดนี้สกิลการเจรจาและลูกล่อลูกชนของเธอเริ่มกล้าแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัญหาหน้างานชวนปวดหัวและสารพัดช่างดุ ๆ ที่เธอเคยกลัว กลายเป็นเรื่องที่เธอสามารถรับมือได้ด้วยรอยยิ้มและไหวพริบอันแพรวพราว จน ‘พี่เจน’ซีเนียร์มือเก๋าถึงกับเอ่ยปากชมไม่ขาดสายและเพราะฝีมือที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด พี่เจนจึงตัดสินใจขยับเลเวลความท้าทาย มอบหมายลูกค้ารายใหญ่ระดับบิ๊กเบิ้มให้ตาร์เข้าไปดูแลเพิ่มขึ้น“งานนี้โปรเจกต์ยักษ์เลยนะตาร์” พี่เจนยื่นแฟ้มเอกสารหนาปึกให้เธอกลางห้องประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา “เป็นโรงงานปิโตรเคมีรายใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมท่าเรือมาบตาพุด ระยอง สัญญาบำรุงรักษาระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็นส่วนกลางกำลังจะหมดอายุเดือนหน้า พี่อยากให้ตาร์เดินทางลงไป ‘เสนอหน้า’ สร้างความสัมพันธ์และหยั่งเชิงกับผู้ดูแลโปรเจกต์
วันต่อมา ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังตาร์เดินเข้ามาภายในโถงอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) ที่มีผู้คนเดินพลุกพล่าน บรรยากาศของโรงพยาบาลแตกต่างจากโรงงานอุตสาหกรรมโดยสิ้นเชิง ที่นี่สะอาด สะอ้าน ติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ และเงียบสงบกว่า ทว่าความกดดันกลับไม่ได้น้อยลงเลย เพราะระบบปรับอากาศของโรงพยาบาลถือเป็นหัวใจสำคัญขั้นวิกฤต (Critical Mission) หากระบบ Chiller เกิดรวนหรือล่มขึ้นมา แผนกผ่าตัด ห้องไอซียู หรือตึกผู้ป่วยในจะได้รับผลกระทบทันทีวันนี้ตาร์แต่งกายด้วยชุดสูทกางเกงสแล็กสีสุภาพ เรียบร้อย ทว่าคล่องตัว และที่สำคัญ... เธอสวมรองเท้าคัทชูส้นเตี้ยเรียบ ๆ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หญิงสาวเดินตามป้ายบอกทางลงไปยังชั้นใต้ดิน (Basement) ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องซ่อมบำรุงและควบคุมระบบอาคารหน้าห้องทำงานฝ่ายวิศวกรรมอาคาร ร่างท้วมของชายวัยประมาณห้าสิบปีในชุดเครื่องแบบซ่อมบำรุงของโรงพยาบาลกำลังยืนตรวจเช็กบอร์ดงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วขมวดมุ่นดูดุดันและมีรังสีความน่าเกรงขามลอยอวล... คนนี
บ่ายวันอังคาร บรรยากาศภายในแผนกขายของ บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ตึงเครียดจนสัมผัสได้ ‘ตาร์’ ที่เพิ่งเดินกลับมาจากกินข้าวกลางวันข้างตึกออฟฟิศพร้อมถุงชานมไข่มุกในมือ กำลังอารมณ์ดีอยู่แท้ ๆ แต่พอเปิดประตูเดินเข้ามา หูของเธอกลับแว่วเสียงถอนหายใจยาวและเสียงพลิกกระดาษอย่างเคร่งเครียดดังมาจากโต๊ะทำงานของ ‘พี่เจน’ ซีเนียร์เซลล์รุ่นพี่ และ ‘นที’ เซลล์หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่เพิ่งเข้าทำงานพร้อมกันกับตาร์นทีกำลังนั่งก้มหน้า ใบหน้าขาวตี๋ฉายแววเคร่งเครียดและขาดความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด ในมือของเขาถือรายงานบริการหน้างาน (Service Report) ที่มีตัวอักษรสีแดงเขียนกำกับตัวโต ๆ จากฝั่งลูกค้าว่า ‘ขอเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ดูแลด่วน’“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่เจน นที ทำไมทำหน้าเหมือนโลกจะแตกขนาดนั้นล่ะ?” ตาร์วางถุงชานมลงบนโต๊ะ ขมวดคิ้วเดินเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยความสงสัยพี
วันจันทร์ยามบ่าย บรรยากาศภายในโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยยังคงระอุไปด้วยไอร้อนและเสียงเครื่องจักรที่ทำงานต่อเนื่องอย่างไม่รู้อ่อนล้า ‘ปูน’ ในชุดหมีช่างสีเข้มยืนกอดอก เคาะนิ้วเรียวยาวลงบนท่อนแขนตัวเองด้วยความหงุดหงิดเต็มปรี่ สายตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือระบบดิจิทัลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงสิบห้านาทีแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของใบเสนอราคาฉับบสมบูรณ์จากพีเอ็มเซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง เลยแม้แต่เงา“ช้าจริง ๆ...” ช่างหนุ่มบ่นพึมพำ ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมขึ้นทุกนาทีวันนี้เขาต้องรีบเคลียร์เอกสารพาร์ทอะไหล่ระบบ Chiller ทั้งหมดเพื่อเสนอต่อ‘พี่สมชาย’ ผู้จัดการฝ่ายผลิต และต้องส่งต่อให้ฝ่ายจัดซื้อคีย์เข้าระบบภายในบ่ายสามโมงตรง เพื่อให้ทันรอบบัญชีตัดจ่ายประจำเดือนนี้พอดี หากพลาดกำหนดการนี้ไป การเบิกงบซ่อมบำรุงจะถูกลากยาวไปอีกหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งระบบChiller ที่กำลังบายพาสสายไฟไว้ชั่วคราวคงรอไม่ไหวแน่ แรงกดดันระดับสิบล้านเริ่มกลับมาเกา
กลิ่นหอมของมันหมูที่เกรียมอยู่บนกระทะทองเหลือง และเสียงซู่ซ่าของน้ำซุปที่กำลังเดือดปุด ๆ รอบขอบกระทะ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยปลอบประโลมความห่อเหี่ยวภายในใจของ ‘ตาร์’ ได้ในเวลานี้สาวเซลล์ป้ายแดงนั่งทอดถอนหายใจอยู่บนโซฟาในห้องพักของตัวเอง ใบหน้าสวยไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม ดวงตาคู่สวยฉายแววเซ็งสุดขีด วันนี้ควรจะเป็นวันที่เธอได้มีความสุขกับแฟนหนุ่มที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งสัญญาดิบดีว่าจะขับรถกลับมาหาเธอในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันร่วมเดือน แต่ทว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อน หน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบพร้อมชื่อของแฟนหนุ่มกลับนำข่าวร้ายมาส่งให้ถึงที่(“ตาร์... ขอโทษจริงๆ นะตาร์ อาทิตย์นี้คงกลับไปหาไม่ได้แล้วล่ะ พอดีที่ไซต์งานมีปัญหาด่วน เทปูนฐานรากไม่ทันลางานไม่ได้เลย... ไว้คราวหน้านะตาร์”)ประโยคบอกเล่ากึ่งปฏิเสธนิ่ง ๆ จากปลายสายทำลายความหวังของเธอลงราบคาบ ตาร์ยังไม่ทันได้อ้าปากงอนหรือตัดพ้ออะไร อีกฝ่ายก็รีบวางสายไปเพราะ
ปูนชะงักมือที่กำลังขันนอต เขาไม่ได้หันกลับมามอง แต่ส่งเสียงตอบในลำคอ “ไม่เป็นไรครับ งานช่างพื้นฐานแค่นี้... อีกอย่าง มาออกแรงทำโน่นทำนี่ก็ดีกว่านั่งฟุ้งซ่านอยู่ในห้อง”“ฟุ้งซ่าน? คุณปูนหัวหน้าช่างผู้ไร้เทียมทานเนี่ยนะมีความรู้สึกฟุ้งซ่านกับเขาด้วย?” ตาร์แกล้งแซว หวังจะลดความตึงเครียดปูนเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะยอมเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ทว่ามีร่องรอยความเจ็บปวดซ่อนอยู่ “...ผมเพิ่งโดนแฟนทิ้งครับ”ตาร์เบิกตากว้าง อ้าปากค้างไปทันที “อ้าว... เสียใจด้วยนะคะ”“เขาบอกว่าผมบ้างานเกินไป ไม่มีเวลาให้... วัน ๆ อยู่แต่กับตู้ไฟ เครื่องจักร Chiller ลบสามสิบห้าองศา” ปูนกระตุกยิ้มสมเพชตัวเอง ชายหนุ่มวางประแจลงแล้วหันกลับมาสบตากับตาร์ แววตาดุ ๆ คู่นั้นบัดนี้ดูเปราะบางลงอย่างเห็นได้ชัด “บางที... คำด่าของคุณตาร์ที่ร้านกาแฟวันก่อนก็อาจจะถูกมั้งครับ ผมมันอาจจะเป็นคนปากเสีย คุมอารมณ์ไม่ดี และน่ารำคาญจริง ๆ แฟนถึงไ







