LOGINความเงียบสงบของทางเดินทอดยาวกลับสู่ห้องพักในคอนโดมิเนียมย่านชานเมืองกลายเป็นพื้นที่บำบัดจิตใจชั้นยอดของ ‘ตาร์’ หลังจากเผชิญหน้ากับมหากาพย์แรงดันไฟฟ้าและตู้ MDB มาตลอดทั้งวัน สมองของสาววัยยี่สิบแปดปีแทบจะระเบิดเป็นจุลน์ สองมือหอบหิ้วทั้งกระเป๋าเอกสาร แฟ้มคู่มือเล่มหนาเตอะที่พี่เจนยัดเยียดให้มาทบทวน และถุงร้านสะดวกซื้อที่มีข้าวกล่องอุ่นร้อนเป็นอาหารประทังชีวิตสำหรับค่ำคืนนี้
“โอย... ส้นสูงสี่นิ้วกับงานเอ็นจิเนียร์นี่มันไม่ถูกกันจริง ๆ”
ตาร์บ่นพึมพำพลางเตะเท้าถอดรองเท้าส้นสูงคู่เก่งออกมากึ่งเดินกึ่งลากส้น ผ่านบริเวณสวนหย่อมส่วนกลางของคอนโดมิเนียม บรรยากาศยามทุ่มเศษช่างเงียบสงบ ลมเอื่อยๆ พัดโชยเอาความเครียดจากการทำงานให้ทุเลาลงไปได้บ้าง แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟในสวนสะท้อนลงบนผืนหญ้าสีเขียวขจี ชวนให้รู้สึกอยากจะทิ้งตัวลงนอนตรงนั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่า ความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มคนหนึ่ง
ตาร์ชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังมาจากหลังพุ่มไม้ใหญ่ บริเวณม้านั่งหินอ่อนมุมอับสายตา มีร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ยืนหันหลังให้เธออยู่ โครงสร้างไหล่กว้างและท่าทางที่ดูสลับกับความกระสับกระส่ายทำให้เขามีรังสีบางอย่างที่ชวนให้สะดุดตา แต่สิ่งที่สะดุดหูตาร์มากกว่าคือประโยคที่หลุดออกมาจากปากของเขา
“พีช... ฟังปูนก่อนดิ อย่าเพิ่งวางสายนะ”
น้ำเสียงทุ้มนั้นสั่นเครือและเต็มไปด้วยความอ้อนวอน ชายหนุ่มที่แทนตัวเองว่า ‘ปูน’ กำลังเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ มือหนึ่งยกขึ้นเสยผมสั้นเกรียนของตัวเองคล้ายคนคิดไม่ตก
ตาร์แอบขยับตัวหลบหลังต้นปาล์มใหญ่โดยสัญชาตญาณ ไม่ใช่ว่าเธออยากจะแอบฟังเรื่องชาวบ้านหรอกนะ... แต่ขามันก้าวไม่ออกต่างหากล่ะ!
“ปูนขอโทษ... ที่ผ่านมาปูนอาจจะไม่มีเวลาให้ แต่อย่าเพิ่งพูดคำว่าเลิกกันได้ไหม ขอโอกาสให้ปูนอีกครั้งนะพีช ปูนสัญญาว่าจะปรับปรุงตัวจริงๆ” ปูนยังคงกรอกเสียงลงไปในสมาร์ทโฟน น้ำเสียงออดอ้อนและนุ่มนวลชนิดที่ถ้าผู้หญิงคนไหนได้ฟังก็คงใจอ่อนได้ไม่ยาก “ปูนคิดถึงพีชนะ... ให้ปูนไปหาที่หอตอนนี้เลยไหม? ให้ปูนทำอะไรก็ยอม ขอแค่พีชอย่าทิ้งปูนไปเลยนะ”
ตาร์ที่ยืนแอบฟังอยู่เบื้องหลังพุ่มไม้ถึงกับเบ้ปากทันที คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความรู้สึกหมั่นไส้แล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก
‘หนอย... ไอ้หนุ่มนี่ ทรงแบบนี้มันเสือผู้หญิงชัดๆ!’ ตาร์คิดในใจพลางวิเคราะห์จากประสบการณ์ชีวิตยามย่างเข้าสู่วัยยี่สิบแปดปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและเห็นผู้ชายเจ้าชู้มานักต่อนัก
น้ำเสียงออดอ้อนออเซาะ ขอโอกาสซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยถ้าไม่ไปแอบซุกกิ๊ก ก็ต้องไปทำเรื่องงามหน้าจนจับได้ไล่ทันมาแน่ๆ ผู้หญิงปลายสายถึงได้เด็ดขาดขนาดขอตัดความสัมพันธ์แบบไม่ใยดี
“ดี! สมน้ำหน้า!” ตาร์พึมพำเสียงเบาประชดประชันชายหนุ่มปริศนาที่ยืนหันหลังอยู่ “เจ้าชู้นิสัยไม่ดีล่ะสิ ท่าทางหน้าตา (ด้านหลัง) ก็ดูดีอยู่หรอกนะ แต่พฤติกรรมท่าจะแย่ ผู้หญิงเขาขอเลิกน่ะถูกแล้ว เลิกไปเลย! ผู้ชายแบบนี้ปล่อยให้เหงาตายคาสวนหย่อมไปเถอะ!”
ตาร์เบ้ปากใส่แผ่นหลังกว้างนั้นอีกหนึ่งที ก่อนจะตัดสินใจสาวเท้าเดินเลี่ยงออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มคนนั้นจับได้ว่าเธอแอบฟังอยู่ เธอเดินลิ่วตรงไปยังลิฟต์โดยสารในใจยังคงนึกกระแนะกระแหนผู้ชายที่ชื่อ ‘ปูน’ คนนั้นไม่หาย โดยที่ไม่รู้เลยสักนิดว่า แท้จริงแล้ว ‘ปูน’ คนที่เธอเพิ่งแช่งชักหักกระดูกไปตะกี้นี้ ไม่ได้มีเรื่องชู้สาวใดๆ เลย... ขัดกับสิ่งที่เธอจินตนาการไปไกลลิบ
ในความเป็นจริง... ปูนเพิ่งจะโดนแฟนสาวบอกเลิก เพียงเพราะเขา ‘บ้างาน’ มากเกินไป
ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีเพิ่งจะได้รับการโปรโมตเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงในโรงงานใหญ่ เวลาเกือบทั้งหมดในชีวิตของเขาจึงถูกอุทิศให้กับเสียงสัญญาณเตือนภัย ตู้ไฟระเบิด และไลน์ผลิตที่ห้ามหยุดรัน แม้กระทั่งวันครบรอบหรือวันเกิดแฟน เขาก็ต้องสลัดชุดลำลองเปลี่ยนเป็นชุดหมีเพื่อวิ่งเข้าหน้างานด่วนเสมอ ความห่างเหินและเวลาที่ไม่เคยตรงกันทำให้ความรักของคนทั้งคู่มาถึงทางตัน ไม่ใช่เพราะความเจ้าชู้อย่างที่ตาร์เข้าใจผิดไปเองแม้แต่น้อย
ปูนลดโทรศัพท์มือถือลงหลังจากสัญญาณปลายสายตัดไป ใบหน้าคมคายฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด เขาถอนหายใจยาวพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง
“งานก็ต้องคุม... รักก็พัง... เจริญเหอะไอ้ปูน” ชายหนุ่มสบถกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินคอตกกลับห้องพักของตัวเองซึ่งบังเอิญว่าอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูโครงการเดียวกันนี้เอง
ตัดกลับมาที่ห้องพักของตาร์
หลังจากจัดการกับข้าวกล่องประทังชีวิตเสร็จสิ้น ตาร์ในชุดนอนลายการ์ตูนตัวโปรดก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอน รอบตัวเต็มไปด้วยชีทเอกสารการอบรมที่พี่เจนให้มา หญิงสาวพยายามสะบัดเรื่อง ‘ไอ้หนุ่มในสวนหย่อม’ ออกจากหัว แล้วหันมาโฟกัสกับอนาคตปากท้องของตัวเองในวันพรุ่งนี้แทน
“ไหนดูซิ... โรงแรมเดอะ แกรนด์ เมโทร กรุงเทพฯ” ตาร์เปิดดูรายละเอียดในแท็บเล็ต “ตึกสูงสามสิบห้าชั้น ระบบไฟฟ้าหลักใช้ตู้ MDB ขนาดใหญ่ มีหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงตั้งอยู่ใต้ดิน... แถมยังมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ Sprinkler ทุกชั้น”
ตาร์อ่านทวนศัพท์เทคนิคที่เพิ่งเรียนมาเมื่อกลางวันพลางใช้ปากกาเคาะขมับตัวเองเบาๆ “วันแรกพี่เจนบอกว่าจะพาไปเจอกับผู้จัดการฝ่ายอาคารของโรงแรม... เราเป็นแค่เซลล์ฝึกหัด ต้องนิ่งเข้าไว้ ห้ามทำไก่ตื่นเด็ดขาด”
เธอหลับตาลง ท่องจำขบวนการทำงานของระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งความง่วงเริ่มเข้าครอบงำ สมุดโน้ตเล่มหนาหลุดมือร่วงลงบนตัก พร้อมกับที่ดวงตาคู่สวยปิดลงด้วยความอ่อนเพลีย
ในค่ำคืนนั้น สาวเซลล์มือใหม่วัย 28 ปี หลับไปพร้อมกับความหวังที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสายงานวิศวกรรม โดยที่เธอไม่มีทางรู้เลยว่า โลกใบนี้มันกลมเกินกว่าที่เธอจะคาดคิด เพราะอีกไม่นาน... ‘ไอ้หนุ่มนิสัยไม่ดี’ ที่เธอเพิ่งแอบสมน้ำหน้าเขาในสวนหย่อม จะกลายมาเป็นคนเดียวในโลกที่เธอต้องเข้าไปง้อขอความช่วยเหลือในหน้างานจริง!
ปูนชะงักมือที่กำลังขันนอต เขาไม่ได้หันกลับมามอง แต่ส่งเสียงตอบในลำคอ “ไม่เป็นไรครับ งานช่างพื้นฐานแค่นี้... อีกอย่าง มาออกแรงทำโน่นทำนี่ก็ดีกว่านั่งฟุ้งซ่านอยู่ในห้อง”“ฟุ้งซ่าน? คุณปูนหัวหน้าช่างผู้ไร้เทียมทานเนี่ยนะมีความรู้สึกฟุ้งซ่านกับเขาด้วย?” ตาร์แกล้งแซว หวังจะลดความตึงเครียดปูนเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะยอมเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ทว่ามีร่องรอยความเจ็บปวดซ่อนอยู่ “...ผมเพิ่งโดนแฟนทิ้งครับ”ตาร์เบิกตากว้าง อ้าปากค้างไปทันที “อ้าว... เสียใจด้วยนะคะ”“เขาบอกว่าผมบ้างานเกินไป ไม่มีเวลาให้... วัน ๆ อยู่แต่กับตู้ไฟ เครื่องจักร Chiller ลบสามสิบห้าองศา” ปูนกระตุกยิ้มสมเพชตัวเอง ชายหนุ่มวางประแจลงแล้วหันกลับมาสบตากับตาร์ แววตาดุ ๆ คู่นั้นบัดนี้ดูเปราะบางลงอย่างเห็นได้ชัด “บางที... คำด่าของคุณตาร์ที่ร้านกาแฟวันก่อนก็อาจจะถูกมั้งครับ ผมมันอาจจะเป็นคนปากเสีย คุมอารมณ์ไม่ดี และน่ารำคาญจริง ๆ แฟนถึงไ
วันเสาร์ควรจะเป็นวันหยุดพักผ่อนแสนสงบของ ‘ตาร์’ หลังจากผ่านสัปดาห์แรกของการทำงานสุดทรหดและสมรภูมิคารมกับช่างหนุ่มรุ่นน้องสุดโหดมาได้อย่างหวุดหวิด หญิงสาววัยยี่สิบแปดปีอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ผมเผ้ามัดรวบเป็นดังโงะกลางหัว เธอกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในห้องครัวเพื่อเตรียมทำมื้อเที่ยง รอสายจากแฟนหนุ่มที่ติดธุระต่างจังหวัดมาหลายวันทว่าความสงบสุขก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อหูของเธอแว่วเสียง ซ่า... ซ่า... ดังผิดปกติมาจากห้องน้ำตาร์รีบสาวเท้าเดินไปเปิดประตูห้องน้ำดู ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความช็อกเมื่อพบว่าสายน้ำดีใต้ซิงก์ล้างหน้าเกิดแตกครูด แรงดันน้ำพวยพุ่งกระจายเป็นน้ำพุขนาดย่อมเจิ่งนองเต็มพื้นห้องน้ำและกำลังจะไหลทะลักออกมายังพื้นลามิเนตด้านนอกห้อง“วาย... ว้ายยย! ตายแล้ว ทำไมต้องมาแตกวันนี้เนี่ย!”หญิงสาวลนลานทำอะไรไม่ถูก มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือมากดสายตรงหาเบอร์ส่วนกลางของนิติบุคคลคอนโดมิเนียมทันทีด้ว
หลังจากโดนคำด่าชุดใหญ่ไฟกะพริบระเบิดใส่หน้าท่ากลางลานโรงงานอุตสาหกรรม ‘ตาร์’ ที่เพิ่งทรงตัวยืนได้อย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วเจ้ากรรมก็หน้าร้อนผ่าว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องลึกเข้าไปในตาของ ‘หัวหน้าปูน’ ช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากจัดอย่างเอาเรื่อง สัญชาตญาณสาววัยยี่สิบแปดปีที่ถือคติ ‘ด่ามาด่ากลับไม่โกง’ ทำงานทันควันทันที!“นี่คุณปูน! แซวแรงไปแล้วนะคะ! คนเกือบจะเจ็บตัวแทนที่จะถามไถ่กันดี ๆ แต่กลับมาพ่นไฟด่าสับใส่กันยาวเป็นชุดขนาดนี้!” ตาร์โต้เถียงกลับทันควันพลางสะบัดแขนข้างที่โดนปูนคว้าไว้ออกเบา ๆ ใบหน้างามเชิดขึ้นแง่งอน “ฉันยอมรับค่ะว่าฉันใส่รองเท้าผิดประเภทมาหน้างานเพราะความรีบร้อน แต่มันก็เป็นอุบัติเหตุไหมคะ? ไม่เห็นต้องลากไปถึงขั้นยกเลิกสัญญาหรือแช่งให้ฉันเข้าห้องไอซียูขนาดนั้นเลยนี่!”ปูนเลิกคิ้วหนา จ้องมองยัยเซลล์รุ่นพี่ที่กำลังยืนเท้าสะเอวเถียงเขาฉอด ๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แววตาคู่คมยังคงนิ่งสนิทขัดกับอารมณ
เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในออฟฟิศของ บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ดูคึกคักขึ้นมาถนัดตาเมื่อ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปีเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับสมุดโน้ตเล่มสำคัญที่เธอเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งเมื่อวันก่อน ความมั่นใจที่เคยหดหายไปเพราะโดนตวาดใส่สาย บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยรายชื่ออุปกรณ์และลายมือหวัด ๆ ของช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากร้ายตาร์ไม่รอช้า เธอรีบดิ่งตรงไปยังแผนกวิศวกรรมบำรุงรักษาทันทีเพื่อยื่นสมุดโน้ตที่เขียนรายละเอียดพาร์ทอะไหล่ที่ ‘ปูน’ ต้องการให้กับ ‘พี่บี’ หัวหน้าทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของบริษัท“พี่บีคะ รบกวนช่วยเช็กพาร์ทตัวนี้ให้หน่อยค่ะ ลูกค้าโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยต้องการด่วนที่สุดเพื่อเอาไปสแตนด์บายสำรองค่ะ เขาบอกว่ารุ่น ABB AF1650 ค่ะ” ตาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน มั่นใจเต็มร้อยว่าคราวนี้ออกเสียงเรียกชื่ออุปกรณ์ถูกทุกพยางค์แน่นอนพี่บีรับสมุ
เสียงสัญญาณเตือนสายว่างที่ดัง ตู๊ด... ตู๊ด... ยาวนานหลังจากถูกตัดสายอย่างไร้เยื่อใยเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ราดลงบนกองไฟแห่งความโทสะของ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปี หน้าสวย ๆ ของเธอร้อนผ่าว มือเรียวกำหูโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว ความโกรธทิฐิมันพุ่งทะลุปรอทเกินกว่าจะนั่งนิ่ง ๆ เป็นยัยซิ้มให้เด็กเมื่อวานซืนโขกสับได้อีกต่อไป ศักดิ์ศรีสาววัยใกล้เลขสามมันยอมไม่ได้เด็ดขาด!ไม่รอช้าและไม่คิดหน้าคิดหลังใด ๆ ทั้งสิ้น นิ้วเรียวกดรหัสโทรออกไปยังเบอร์ภายในของฝ่ายซ่อมบำรุงโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยอีกครั้งทันที คราวนี้ไม่มีความลนลาน ไม่มีความประหม่า มีแต่พลังทำลายล้างของคนที่โดนหยาม!ทางด้านห้องซ่อมบำรุงอันอบอ้าว ‘ปูน’ ที่กำลังจะหันไปสั่งงานลูกน้องถึงกับชะงักกึกเมื่อโทรศัพท์ตั้งโต๊ะแผดเสียงดังขึ้นมาอีกหน ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนา กระชากสายขึ้นมารับด้วยความฉุนเฉียวที่ยังไม่จางหาย “บอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีเรื่องอะไหล่ ไม่ต้องโทร...!”
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องซ่อมบำรุงของโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัย แต่บรรยากาศด้านในกลับไม่ได้สดใสตามสภาพอากาศ ‘ปูน’ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงนอนฟุบอยู่กับโต๊ะทำงานในสภาพตาแดงก่ำและขอบตาดำคล้ำ หลังจากสู้รบตบมือกับวิกฤตตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (MDB) และระบบทำความเย็น Chiller ล่มมาตลอดทั้งคืน“หัวหน้าครับ อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็งเริ่มนิ่งแล้วครับ ตอนนี้ลดลงมาแตะที่ลบสามสิบสององศาแล้ว ฝ่ายผลิตเริ่มเดินไลน์กุ้งแช่แข็งล็อตส่งออกญี่ปุ่นได้ชั่วคราวแล้วครับ” เสียงรายงานของ ‘ช่างโต้ง’ ทำเอาปูนที่กำลังสะลึมสะลือรีบเด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“พ่วงสายบายพาสระบบคอนโทรลสำเร็จใช่ไหมพี่โต้ง?” ปูนถามพลางขยับคอที่เคล็ดขัดยอกจากการนอนผิดท่า“ครับ ซ่อมแซมระบบให้กลับมาทำงานได้ชั่วคราวแล้วครับ แต่...” ช่างโต้งมีสีหน้ากังวล “ตัว Magnetic Contactor (สวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้า) ในตู้ MDB







