تسجيل الدخولวันเสาร์ควรจะเป็นวันหยุดพักผ่อนแสนสงบของ ‘ตาร์’ หลังจากผ่านสัปดาห์แรกของการทำงานสุดทรหดและสมรภูมิคารมกับช่างหนุ่มรุ่นน้องสุดโหดมาได้อย่างหวุดหวิด หญิงสาววัยยี่สิบแปดปีอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ผมเผ้ามัดรวบเป็นดังโงะกลางหัว เธอกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในห้องครัวเพื่อเตรียมทำมื้อเที่ยง รอสายจากแฟนหนุ่มที่ติดธุระต่างจังหวัดมาหลายวัน
ทว่าความสงบสุขก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อหูของเธอแว่วเสียง ซ่า... ซ่า... ดังผิดปกติมาจากห้องน้ำ
ตาร์รีบสาวเท้าเดินไปเปิดประตูห้องน้ำดู ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความช็อกเมื่อพบว่าสายน้ำดีใต้ซิงก์ล้างหน้าเกิดแตกครูด แรงดันน้ำพวยพุ่งกระจายเป็นน้ำพุขนาดย่อมเจิ่งนองเต็มพื้นห้องน้ำและกำลังจะไหลทะลักออกมายังพื้นลามิเนตด้านนอกห้อง
“วาย... ว้ายยย! ตายแล้ว ทำไมต้องมาแตกวันนี้เนี่ย!”
หญิงสาวลนลานทำอะไรไม่ถูก มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือมากดสายตรงหาเบอร์ส่วนกลางของนิติบุคคลคอนโดมิเนียมทันทีด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก “ส... สวัสดีค่ะนิติคะ ห้อง 809 ค่ะ! ท่อน้ำประปาในห้องน้ำรั่วค่ะ น้ำพุ่งแรงมากเลย ช่วยส่งช่างขึ้นมาดูให้ด่วนที่สุดเลยค่ะ!”
(“อ๋อ ครับคุณ พอดีวันนี้วันหยุดปลายสัปดาห์ ช่างประจำคอนโดลากลับบ้านต่างจังหวัดหมดเลยครับ เหลือผมเฝ้านิติอยู่คนเดียว... เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมรีบขึ้นไปดูให้เดี๋ยวนี้ครับ!”) เสียง ‘ม่อน’ เจ้าหน้าที่นิติบุคคลประจำคอนโดตอบกลับมาอย่างกังวล
ตัดกลับมาที่ห้องทำงานของนิติบุคคลชั้นล่าง
บนโซฟารับแขกตัวยาวมีร่างสูงโปร่งของ ‘ปูน’ ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ขาสั้นนั่งหมดสภาพอยู่ ชายหนุ่มรุ่นน้องนัยน์ตาเหม่อลอย ใบหน้าคมคายดูหม่นหมองขัดกับลุคหัวหน้าช่างมาดดุที่โรงงานแช่แข็งมหาชัยโดยสิ้นเชิง วันนี้เป็นวันหยุดของเขา แต่แทนที่จะได้นอนพักผ่อน ปูนกลับต้องหอบหิ้วหัวใจพัง ๆ มานั่งปรับทุกข์และแก้เหงาอยู่กับม่อนที่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนเทคนิค
เหตุผลน่ะเหรอ... ก็เพราะเขาเพิ่งโดนแฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยสะบัดรักทิ้งไปเมื่อสามวันก่อน ด้วยข้อหา ‘บ้างานเกินไป ไม่มีเวลาให้’ นั่นแหละ
“มึงนั่งเฝ้าห้องนิติก่อนนะไอ้ปูน ลูกค้าห้อง 809 ท่อน้ำแตก น้ำท่วมห้องแล้ว ช่างไม่อยู่กูต้องขึ้นไปดูเอง” ม่อนหันมาบอกพลางคว้ากระเป๋าเครื่องมือ
ปูนเหลียวหน้ามามองเพื่อน แววตาช่างเทคนิคสัญชาตญาณทำงานทันทีเมื่อได้ยินคำว่าท่อน้ำแตก “ท่อแตกเหรอวะ? มึงซ่อมเป็น? ลำพังมึงเปลี่ยนก๊อกยังปีนเกลียวเลย... เอ้อ ๆ ขี้เกียจนั่งฟุ้งซ่านอยู่แถวนี้ด้วย เดี๋ยวกูไปเป็นลูกมือช่วยมึงดูให้แล้วกัน”
“เฮ้ย จริงเหรอวะ! ขอบใจมากเพื่อน ระดับหัวหน้าช่างโรงงานแช่แข็งมาช่วย งานนี้เสร็จไวแน่” ม่อนยิ้มร่ารีบเดินนำปูนขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นแปดทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูทำเอาตาร์ที่กำลังเอาผ้าขนหนูอุดกั้นทางน้ำอยู่รีบวิ่งมาเปิดประตู “มาแล้วค่ะช่าง! รีบเข้าไปดูเลยค่ะ น้ำจะท่วมห้อง...”
คำพูดของตาร์สะดุ้งกึกค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อสายตาสบเข้ากับร่างสูงของชายหนุ่มที่เดินตามหลังม่อนเข้ามา... ใบหน้าคมคาย แววตานิ่งสนิท และท่าทางกวน ๆ แบบนั้น
“ค... คุณปูน?!” ตาร์อุทานเสียงหลง นิ้วเรียวชี้หน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
ปูนเองก็ชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นยัยเซลล์รุ่นพี่ป้ายแดงจาก บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิสฯ ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อยืดตัวโคร่ง หน้าสดไร้เครื่องสำอาง ซึ่งแตกต่างจากลุคสาวออฟฟิศที่เถียงเขาฉอด ๆ เมื่อวันก่อนอย่างสิ้นเชิง
“คุณตาร์? นี่คุณพักอยู่ที่นี่เหรอครับ?” ปูนทวนคำเสียงเรียบ ก่อนจะกวาดสายตามองสภาพเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “วันหยุดของคุณ... สภาพดู ‘โนเซฟตี้’ ยิ่งกว่าตอนไปหน้างานโรงงานผมอีกนะ”
“นี่คุณปูน! ปากเสียในวันหยุดอีกแล้วนะ!” ตาร์แป๊ดขึ้นมาทันควัน ลืมเรื่องน้ำท่วมไปชั่วขณะ ก่อนที่ม่อนจะรีบแทรกตัวเข้ามาขัดจังหวะ
“เอ่อ... ทั้งสองคนรู้จักกันด้วยเหรอครับ? ดีเลยครับคุณ พอดีวันนี้ช่างคอนโดไม่อยู่ ไอ้ปูนมันเป็นเพื่อนผมและเป็นหัวหน้าช่างเทคนิคพอดี มันเลยอาสาขึ้นมาช่วยดูให้ครับ” ม่อนอธิบายรัว ๆ
“ช่างเถอะม่อน นำไปที่ห้องน้ำเลย” ปูนตัดบท เขาคว้ากระเป๋าเครื่องมือจากมือเพื่อนแล้วเดินดิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที โดยมีตาร์เดินตามไปคุมเชิงอยู่ห่าง ๆ ด้วยความหงุดหงิดใจ... โลกมันจะกลมเกินไปแล้ว! หนีจากโรงงานยังมาเจอหน้าห้องตัวเองอีก!
สภาพในห้องน้ำค่อนข้างเละเทะ ปูนก้มลงดูใต้ซิงก์ล้างหน้าที่มีน้ำพุ่งกระเซ็น ชายหนุ่มไม่กลัวเปียก เขาเอื้อมมือหนาไปหมุนวาล์วเปิด-ปิดน้ำหลักใต้ซิงก์ทันทีเพื่อตัดกระแสส่งน้ำ แรงดันน้ำพวยพุ่งค่อย ๆ ลดลงจนหยุดสนิทในที่สุด
ปูนปาดน้ำออกจากหน้าลวก ๆ แววตาคมกริบกลับเข้าสู่โหมดจริงจังจับผิดหน้างานเหมือนเดิม “สายน้ำดีถักสแตนเลสเสื่อมสภาพจนกรอบแตกครับ คงไม่เคยเปลี่ยนเลยตั้งแต่ย้ายเข้ามา ม่อน... มึงลงไปเบิกสายน้ำดีขนาดครึ่งนิ้วที่ห้องพัสดุมาให้กูหน่อย ตัวเทปพันเกลียวด้วย เดี๋ยวกูถอดตัวเก่ารอ”
“ได้เลยเพื่อน! ฝากด้วยนะ” ม่อนรับคำแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไป ทิ้งให้ปูนและตาร์อยู่กันตามลำพังในห้องน้ำที่เปียกโชก
ปูนหยิบประแจเลื่อนออกมาจากกระเป๋าเครื่องมือ เริ่มลงมือขันนอตยึดสายน้ำดีที่แตกออกอย่างคล่องแคล่ว ตาร์ที่ยืนพิงขอบประตูห้องน้ำจ้องมองแผ่นหลังกว้างของช่างหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น แสงไฟในห้องน้ำสะท้อนให้เห็นหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามโครงหน้าของเขา
จริง ๆ แล้วเธอก็ยอมรับลึก ๆ ว่าผู้ชายคนนี้เวลาจับเครื่องมือช่างดูพึ่งพาได้มาก และหน้าตาเขาก็จัดว่าหล่อเหลาเอาการ... แต่ติดตรงที่ปากคอเราะร้ายไปหน่อยเท่านั้นแหละ ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงคำพูดของพี่เจนเมื่อวันก่อนขึ้นมา ‘เขาโดนคนอื่นกดดันมหาศาล เลยหาทางระบายกับคนที่ควบคุมได้’ พอมาเห็นปูนในชุดลำลองวันหยุดที่ดูแววตาหม่น ๆ เหงา ๆ แปลก ๆ ตาร์ก็เริ่มรู้สึกใจอ่อนลงเล็กน้อย
“คุณปูนคะ...” ตาร์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงนุ่มนวลลงกว่าเดิม “วันนี้วันหยุดแท้ ๆ ต้องมาเหนื่อยซ่อมท่อให้ฉัน ขอโทษด้วยนะคะ แล้วก็... ขอบคุณมากค่ะ”
วันเสาร์ควรจะเป็นวันหยุดพักผ่อนแสนสงบของ ‘ตาร์’ หลังจากผ่านสัปดาห์แรกของการทำงานสุดทรหดและสมรภูมิคารมกับช่างหนุ่มรุ่นน้องสุดโหดมาได้อย่างหวุดหวิด หญิงสาววัยยี่สิบแปดปีอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ผมเผ้ามัดรวบเป็นดังโงะกลางหัว เธอกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในห้องครัวเพื่อเตรียมทำมื้อเที่ยง รอสายจากแฟนหนุ่มที่ติดธุระต่างจังหวัดมาหลายวันทว่าความสงบสุขก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อหูของเธอแว่วเสียง ซ่า... ซ่า... ดังผิดปกติมาจากห้องน้ำตาร์รีบสาวเท้าเดินไปเปิดประตูห้องน้ำดู ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความช็อกเมื่อพบว่าสายน้ำดีใต้ซิงก์ล้างหน้าเกิดแตกครูด แรงดันน้ำพวยพุ่งกระจายเป็นน้ำพุขนาดย่อมเจิ่งนองเต็มพื้นห้องน้ำและกำลังจะไหลทะลักออกมายังพื้นลามิเนตด้านนอกห้อง“วาย... ว้ายยย! ตายแล้ว ทำไมต้องมาแตกวันนี้เนี่ย!”หญิงสาวลนลานทำอะไรไม่ถูก มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือมากดสายตรงหาเบอร์ส่วนกลางของนิติบุคคลคอนโดมิเนียมทันทีด้ว
หลังจากโดนคำด่าชุดใหญ่ไฟกะพริบระเบิดใส่หน้าท่ากลางลานโรงงานอุตสาหกรรม ‘ตาร์’ ที่เพิ่งทรงตัวยืนได้อย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วเจ้ากรรมก็หน้าร้อนผ่าว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องลึกเข้าไปในตาของ ‘หัวหน้าปูน’ ช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากจัดอย่างเอาเรื่อง สัญชาตญาณสาววัยยี่สิบแปดปีที่ถือคติ ‘ด่ามาด่ากลับไม่โกง’ ทำงานทันควันทันที!“นี่คุณปูน! แซวแรงไปแล้วนะคะ! คนเกือบจะเจ็บตัวแทนที่จะถามไถ่กันดี ๆ แต่กลับมาพ่นไฟด่าสับใส่กันยาวเป็นชุดขนาดนี้!” ตาร์โต้เถียงกลับทันควันพลางสะบัดแขนข้างที่โดนปูนคว้าไว้ออกเบา ๆ ใบหน้างามเชิดขึ้นแง่งอน “ฉันยอมรับค่ะว่าฉันใส่รองเท้าผิดประเภทมาหน้างานเพราะความรีบร้อน แต่มันก็เป็นอุบัติเหตุไหมคะ? ไม่เห็นต้องลากไปถึงขั้นยกเลิกสัญญาหรือแช่งให้ฉันเข้าห้องไอซียูขนาดนั้นเลยนี่!”ปูนเลิกคิ้วหนา จ้องมองยัยเซลล์รุ่นพี่ที่กำลังยืนเท้าสะเอวเถียงเขาฉอด ๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แววตาคู่คมยังคงนิ่งสนิทขัดกับอารมณ
เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในออฟฟิศของ บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ดูคึกคักขึ้นมาถนัดตาเมื่อ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปีเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับสมุดโน้ตเล่มสำคัญที่เธอเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งเมื่อวันก่อน ความมั่นใจที่เคยหดหายไปเพราะโดนตวาดใส่สาย บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยรายชื่ออุปกรณ์และลายมือหวัด ๆ ของช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากร้ายตาร์ไม่รอช้า เธอรีบดิ่งตรงไปยังแผนกวิศวกรรมบำรุงรักษาทันทีเพื่อยื่นสมุดโน้ตที่เขียนรายละเอียดพาร์ทอะไหล่ที่ ‘ปูน’ ต้องการให้กับ ‘พี่บี’ หัวหน้าทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของบริษัท“พี่บีคะ รบกวนช่วยเช็กพาร์ทตัวนี้ให้หน่อยค่ะ ลูกค้าโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยต้องการด่วนที่สุดเพื่อเอาไปสแตนด์บายสำรองค่ะ เขาบอกว่ารุ่น ABB AF1650 ค่ะ” ตาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน มั่นใจเต็มร้อยว่าคราวนี้ออกเสียงเรียกชื่ออุปกรณ์ถูกทุกพยางค์แน่นอนพี่บีรับสมุ
เสียงสัญญาณเตือนสายว่างที่ดัง ตู๊ด... ตู๊ด... ยาวนานหลังจากถูกตัดสายอย่างไร้เยื่อใยเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ราดลงบนกองไฟแห่งความโทสะของ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปี หน้าสวย ๆ ของเธอร้อนผ่าว มือเรียวกำหูโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว ความโกรธทิฐิมันพุ่งทะลุปรอทเกินกว่าจะนั่งนิ่ง ๆ เป็นยัยซิ้มให้เด็กเมื่อวานซืนโขกสับได้อีกต่อไป ศักดิ์ศรีสาววัยใกล้เลขสามมันยอมไม่ได้เด็ดขาด!ไม่รอช้าและไม่คิดหน้าคิดหลังใด ๆ ทั้งสิ้น นิ้วเรียวกดรหัสโทรออกไปยังเบอร์ภายในของฝ่ายซ่อมบำรุงโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยอีกครั้งทันที คราวนี้ไม่มีความลนลาน ไม่มีความประหม่า มีแต่พลังทำลายล้างของคนที่โดนหยาม!ทางด้านห้องซ่อมบำรุงอันอบอ้าว ‘ปูน’ ที่กำลังจะหันไปสั่งงานลูกน้องถึงกับชะงักกึกเมื่อโทรศัพท์ตั้งโต๊ะแผดเสียงดังขึ้นมาอีกหน ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนา กระชากสายขึ้นมารับด้วยความฉุนเฉียวที่ยังไม่จางหาย “บอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีเรื่องอะไหล่ ไม่ต้องโทร...!”
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องซ่อมบำรุงของโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัย แต่บรรยากาศด้านในกลับไม่ได้สดใสตามสภาพอากาศ ‘ปูน’ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงนอนฟุบอยู่กับโต๊ะทำงานในสภาพตาแดงก่ำและขอบตาดำคล้ำ หลังจากสู้รบตบมือกับวิกฤตตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (MDB) และระบบทำความเย็น Chiller ล่มมาตลอดทั้งคืน“หัวหน้าครับ อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็งเริ่มนิ่งแล้วครับ ตอนนี้ลดลงมาแตะที่ลบสามสิบสององศาแล้ว ฝ่ายผลิตเริ่มเดินไลน์กุ้งแช่แข็งล็อตส่งออกญี่ปุ่นได้ชั่วคราวแล้วครับ” เสียงรายงานของ ‘ช่างโต้ง’ ทำเอาปูนที่กำลังสะลึมสะลือรีบเด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“พ่วงสายบายพาสระบบคอนโทรลสำเร็จใช่ไหมพี่โต้ง?” ปูนถามพลางขยับคอที่เคล็ดขัดยอกจากการนอนผิดท่า“ครับ ซ่อมแซมระบบให้กลับมาทำงานได้ชั่วคราวแล้วครับ แต่...” ช่างโต้งมีสีหน้ากังวล “ตัว Magnetic Contactor (สวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้า) ในตู้ MDB
เสียงสัญญาณไซเรนสีแดงที่กะพริบถี่ ๆ อยู่เหนือประตูทางเข้าไลน์ผลิตอาหารแช่แข็งแผนก A ไม่ต่างอะไรกับเสียงระเบิดเวลาที่ดังสะท้อนอยู่ในหัวของ ‘ปูน’ ชายหนุ่มในชุดหมีสีกรมท่าเปื้อนคราบน้ำมันจาง ๆ ยืนกัดฟันกรอด สายตาคมกริบจ้องมองหน้าจอแสดงผลของระบบทำความเย็นส่วนกลาง หรือตู้ควบคุมระบบ Chiller ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ตัวเลขอุณหภูมิกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขัดกับความเย็นที่ควรจะเป็น“ช่างปูน! อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็ง (Spiral Freezer) พุ่งขึ้นมาลบสิบสององศาแล้วนะ! มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงานหรือยังไง!”เสียงแผดโก่งคอของ ‘พี่สมชาย’ ผู้จัดการฝ่ายผลิตดังแทรกเสียงเครื่องจักรเข้ามา ชายหนุ่มรุ่นใหญ่หน้าตาดำเครียด เดินดิ่งเข้ามาหาปูนพร้อมกับสมุดจดบันทึกยอดการผลิตที่แทบจะถูกม้วนจนหักคามือ“ผมกำลังไล่เช็กอยู่ครับพี่ชาย ตอนนี้ระบบควบคุมไฟฟ้าแรงสูง (MDB) ที่จ่ายไฟเข้าคอมเพรสเซอร์มันมีปัญหา กระแสไฟมันสวิงจนตู้คอนโทรลตัดการทำงานไปเอง” ปูนอธิบายด้วยน้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ทั้งที่ในใจของเขาตอนนี้ร้อนรุ่มยิ่งกว่าเตาหลอม“ปูน... พี่ไม่รู้หรอกนะว่าตู้ไฟหรือตู้ไหนมันพัง!” พี่สมชายตบโต๊ะเหล็กหน้าตู้อย่า







