Masuk3~ ขายข่าว ไม่ขายตัว
กายแกร่งทรุดลงนั่งพิงราวระเบียงข้างกายสาวงามเจ้าของหอคณิกาวัยสิบเก้าปี เหยียดลำขากำยำพาดด้านหลัง กักนางไว้มิให้ขยับร่างอรชรออก
“แน่นอน ข้ามาที่นี่ก็เพื่อร่ำสุรามิใช่ดอกหรือ”
“ข้ามีการแสดงมอบให้ท่านเป็นพิเศษ”
“จริงหรือ?”
เซียวลู่หลานยกมือขึ้นปรบสามครั้ง จากนั้นประตูบานหน้าเลื่อนออกกว้างพร้อมสาวงามอันดับหนึ่งทั้งสาม เสี่ยงหรูเก่งกาจร่ายรำ ผู่เย่วชำนาญพิณ และซูหนี่เสียงร้องหวานใสไม่เป็นรองใคร
“เป็นเช่นไรชินอ๋อง”
ชินอ๋องชำเลืองมองสุดยอดคณิกาทั้งสามก่อนเบือนหน้าออกมาลอบมองท้ายทอยคนร่างเล็กตรงหน้า เอื้อมมือเล่นลูกผม
“ไม่ว่าจะสวยงามแค่ไหน ก็ไม่มีใครเหมือนเจ้าหลานเอ๋อร์”
“ต่อหน้าคนอื่น ท่านควรระวังด้วยชินอ๋อง ข้ามิได้ชื่อนั่นอีกแล้ว ข้าชื่อเย่วชิง”
“เจ้าจะห้ามข้าได้เยี่ยงไร”
นิ้วแกร่งลูบต้นคอกำรอบแผ่วเบาหากแต่ออกแรงพอให้คนร่างเล็กรับรู้ นางผินหน้ากลับมาหาส่งรอยยิ้มหวานงดงามนัก
“ข้าเป็นเพียงหญิงคณิกา จะมีสิทธิ์ห้ามชินอ๋องผู้สูงศักดิ์ได้เช่นไรกัน”
มือแกร่งเลื่อนลงรอบเอวกระชากร่างเล็กขยับจนร่างของนางชิดแผ่นอกโอบไว้แน่น
“หากข้าให้สิทธิ์ เจ้ายินดีรับหรือไม่”
เซียวลู่หลานนิ่งเงียบ ปล่อยให้เสียงบรรเลงของสาวงามทั้งสามร้อยรัดความอ่อนหวานของร่างอรชร และความแข็งแกร่งของแผ่นอกด้านหลังที่กำลังแผดเผาด้วยไฟเข้าด้วยกัน
หน้าแกร่งขยับไปใกล้ใบหู แตะริมฝีปากลงซอกคอ
“ครานี้เจ้าจะส่งใครไป”
เสียงทุ้มต่ำเบาได้ยินกันสองคน และถูกกลบด้วยเสียงบรรเลงเพลงพิณของผู่เย่ว
“ซูหนี่ นางฉลาดที่สุด เก่งกาพย์กลอน สามารถชนะใจบัณฑิตชายได้ง่ายดาย”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะส่งคนมารับเมื่อถึงวันงาน”
“งานนี้ข้าอาจไปด้วย”
ชินอ๋องกระชับวงแขนเข้ารัดแน่น ขยับริมฝีปากขึ้นใกล้ปลายคาง
“ไม่ เจ้าส่งเนี่ยนเจินไปคุ้มกันก็พอ”
“คราวนี้มันเสี่ยง ทูตเซียเป่ยฉลาดหลักแหลมนัก หากข้ามิได้ไปด้วยกลัวเสียเรื่อง”
“เพราะว่ามันเสี่ยง ข้าจึงมิอยากให้เจ้าไปหลานเอ๋อร์”
“แต่มันหน้าที่ข้าชินอ๋อง”
“หน้าที่ของเจ้างั้นหรือ ตั้งแต่เมื่อใดกัน เจ้าเพียงทำตามคำสั่งข้าก็พอ”
“เป็นหน้าที่ของข้าตั้งแต่ท่านช่วยชีวิตข้าในเช้าวันนั้น หากมิได้ท่านพาข้ามายังหอแห่งนี้ ข้าคงเป็นเพียงร่างเถ้าถ่านของกงจู่ในจวนกั๋วกง”
ชินอ๋องรัดร่างเล็กแน่นขึ้น
“ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องไปด้วยเช่นกัน มานี่สิ นั่งตักข้า ข้าอยากจูบเจ้าหลานเอ๋อร์”
“แต่ว่า.. อื้อ ชินอ๋อง”
ริมฝีปากหนาของชายร่างแกร่งแย้มริมฝีปากอ่อนนุ่ม ขยับไหวแผ่วเบาในคราแรกก่อนหนักหน่วงขึ้น มือสะบัดโบกไล่หญิงงามทั้งสามออกนอกห้อง
“ปล่อยได้แล้ว อื้อ พวกนางออกไปแล้ว”
“ออกไปแล้ว ก็ไปสิ ข้ายังอยากจุมพิตเจ้าอยู่ดี”
“หยุดนะ! หากท่านต้องการหญิงงามของเพียงสั่ง ข้าจะให้พวกนางเข้ามาปรนนิบัติ หากชื่นชอบหญิงบริสุทธิ์ข้าจักยอมเสียซูหนี่ให้แก่ท่าน”
“เจ้านี่ ช่างใจแข็งเสียกระไร อกข้าร้อนรุ่มถึงเพียงนี้ไยไม่เห็นใจบ้าง”
“ข้าทดแทนบุญคุณแก่ท่านด้วยข่าวสาร มิใช่ร่างกาย ปล่อยได้แล้ว”
“ฮึ”
ชินอ๋องยอมปล่อยแต่โดยดีแล้วยกจอกเหล้าขึ้นดื่ม อกยังแสบร้อนจากแรงปรารถนาที่มิอาจดับได้ ลอบมองร่างอรชรที่ถอยกลับไปนั่งที่เดิมเรียบร้อย
“ท่านให้ไล่พวกนางไปเพื่ออันใด”
“วันงานซูหนี่ต้องเสียพรหมจรรย์”
“ท่านว่าอันใดนะ”
“ต้องให้นางยอมแก่ทูตซีเป่ย ยานี่หยอดใส่เหล้าให้เขาดื่ม จากนั้นหยิบแผนที่เมืองออกมา เขาซ่อนอยู่กับตัว”
“แต่ให้เขาหลับไปมิได้หรือชินอ๋อง”
มือเล็กรับห่อยามาจากชายร่างสูงใหญ่ ใจยังกังวล คณิกาคนงามซูหนี่เป็นหญิงพรหมจรรย์ มิได้ขายตัว ฉลาดเฉลียวยิ่งกว่าผู้ใด อันกาพย์กลอน ร้องเพลงหรือดนตรี ล้วนเชี่ยวชาญ
“ข้าจะจ่ายให้เจ้าค่าพรหมจารีย์ซูหนี่”
“ข้า ..”
“หากมิยอมให้ทูตร่วมหลับนอน เกรงว่าแผนอาจแตกได้ เมื่อได้แผนที่มาจงรีบนำส่งออกมาด้านนอก ข้าเตรียมคนจัดการคัดลอกแล้วส่งกลับไปก่อนที่เขารู้สึกตัว”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าขอถามท่าน ยานี่คือยาอะไร”
“ยากำหนัด”
“ยากำหนัด ท่าน ท่าน ซูหนี่ยังเป็นหญิงบริสุทธิ์ อายุนางสิบหกเท่านั้น หากใช้ยากำหนัด ข้าเกรงว่านางมิอาจรับไหว”
“ถ้าเช่นนั้น เจ้าส่งผู่เย่วเข้าไป”
“แต่นางมิเก่งเรื่องต่อกลอน เกรงว่าไปแล้วพวกบัณฑิตอาจมิใคร่ชอบนัก”
“เจ้าตรองดูแล้วกันว่าจะส่งใครเข้าไป ไม่ต้องกังวลหลานเอ๋อร์ ที่นั่นจวนข้า หากมีสิ่งใดผิดพลาด บาดเจ็บ ข้าต้องช่วยได้ทันแน่นอน”
เซียวลู่หลานนิ่งตรึกตรองก่อนตัดสินใจได้เอ่ยออกมา
“ได้ตกลง ถึงเวลาส่งรถม้ามารับพวกข้าได้เลย”
ชินอ๋องชำเลืองมองก่อนยกเหล้าจอกสุดท้ายขึ้นดื่มจนหมดแล้วลุกเดินจากไป ทิ้งไว้แต่เพียงกลิ่นอำพันประจำกาย
33~ NC**จบบริบูรณ์ทรวงอกงดงามตูมเต่งคัดเต้ายามตั้งครรภ์จนน่าดูดดึง ชินอ๋องโน้มหน้าลงเข้าหาส่งปากละเลียดยอดหัวนมทีละน้อย ปาดด้วยลิ้นสากลากเลียไปอีกทรวงเชื่องช้ากายสาวยามนี้ไวต่อสัมผัสทุกสัดส่วนโดยเฉพาะยอดถัน พลันร้องครางแอ่นหยัดเพียงโดนปลายชิงหาตวัดไล้มือกอบกุมล้นมือบีบเคล้นซุกหน้าเข้าครอบครองส่วนปลายพร้อมออกแรงดูดดั่งทารก“ท่าน อ่า ชินอ๋อง”“เรียกท่านพี่หลานเอ๋อร์”“ทะ ท่านพี่ อ่า ยามนี้ยังหัวค่ำนัก อื้อออ ท่านกัดหัวนมข้า”“พี่เพียงลองทดสอบดูแทนบุตรชาย เป็นเช่นไรบ้าง ชอบหรือไม่”เสียงขาดหายอีกคราเป็นเสียงครางหวานใส เมื่อชินอ๋องครอบปากลงขบกัดด้วยฟันพร้อมมือคลึงโนมเต้างดงาม“ราตรีนี้ยังยาวนานนักน้องหญิง หากไม่เร่งรีบแต่หัววัน พี่เกรงว่าเมื่อใกล้เช้า พี่จะยังไม่หมดความต้องการ”“อื้ออ ท่าน อา แต่ว่า อือออ”ชินอ๋องเลื่อนปากลงพรมจูบทั้งขบกัดกระทั่งถึงเนินท้องนูนแม้ว่าเป็นท้องแรกแต่ความอวบของท้องนูนเด่นจากการหมั่นดูแลอาหารการกิน มือใหญ่ทาบลงทั้งจูบ ทั้งหอมจนทั่วก่อนไถลตัวลงเบื้องล่างสู่เนินสาวลึกลับมากเสน่หา“กลิ่นเจ้า รสชาติของเจ้า”มือแหวกรอยแยกโน้มหน้าเข้าหาสูดดมส่งลิ้นลากเลียตวัดสูง ข
23~ ชายหน้าหนา“ชินอ๋องขอรับ”ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นจากจดหมายส่วนตัวอันเป็นลายมือองค์จักรพรรดิที่ฝากกงกงคนสนิทมา ใจความมิได้มีอันใดนอกจากย้ำเรื่องขอแลกเปลี่ยนตราลัญจกรชินอ๋องยอมเสี่ยงชีวิตตนเองหากไม่มีตราลัญจกรแล้ว ชีวิตย่อมยืนอยู่บนเส้นด้าย แต่อย่างไรเสียป้ายอาญาสิทธิ์ยังอยู่ในมือ พอช่วยคุ้มหัวป้องกันอันตรายได้บ้างดวงตาเหยี่ยวแต่สีดั่งนิลขยับมององครักษ์ที่อยู่กันนานก่อนส่งจดหมายยื่นออกไปยังเปลวเทียนที่จุดเตรียมรอไว้ก่อนหน้า“มีอันใด”“กงจู่มาขอรับ”คิ้วข้างซ้ายโก่งขึ้นสูงเมื่อได้ยิน“กงจู่?”“ขอรับ ฮุ่ยหมิ่นกงจู่ จากหอเฟินเย่วขอรับ”“ฮุ่ยหมิ่นงั้นหรือ เป็นชื่อที่ดี ให้นางมาหาข้าที่ห้อง”“กงจู่แจ้งว่า จะไม่ยอมเหยียบเข้ามายังเรือนในขอรับ ขอชินอ๋องเป็นผู้ที่ออกไป”รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าแกร่ง อกกระเพื่อมหัวเราะในลำคอ นางรู้ทันเขาเสมอ เพราะหากเผลอตัวเหยียบเข้าเรือนในอาจถูกเขากักตัวไว้เป็นแน่“ถ้าเช่นนั้น อย่าให้กงจู่รอนานเลยจะเสียสุขภาพ”ร่างสูงใหญ่สะบัดปลายแขนชุดผาวสีดำเดินนำลู่จิ่นออกจากห้องทำงาน ภายในเรือนนับจากหวังเฟยจากโลกไปก็คล้ายกับทุกอย่างนิ่งสงบ แม้แต่หรูเหรินของเขาเอง เขายังไม
22~ ราชโองการข่าวไฟไหม้อารามเต๋าชื่อดังห่างไกลเมืองหลวงแพร่สะบัดอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งข่าวการเสียชีวิตของหวังเฟยที่บังเอิญไปอาราธนานั่งสมาธิถือศีลพอดีภายในจวนประดับด้วยโคมสีขาวนุ่งห่มชุดไว้ทุกข์แม้ว่าไม่อาจนำศพกลับมาทำพิธีได้เนื่องจากไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ซาก“ชินอ๋อง”“มีอันใด”ห้องทำงานยามค่ำคืนชินอ๋องยังคงปฏิบัติหน้าที่ทำงานลับให้องค์จักรพรรดิสม่ำเสมอรายงานข่าวพวกนี้หาได้จากแหล่งหญิงคณิกาบ้าง สายลับบ้างที่แฝงตัวอยู่ทุกมุมเมืองของนครฉางอาน“มีคนจากในวังมาขอรับ แจ้งข่าวลับว่าพรุ่งนี้องค์จักรพรรดิจะออกพระราชโองการคืนยศแก่กงจู่เซียวลู่หลาน”ชินอ๋องเพียงยกมุมปาก งานพิธีศพและไว้ทุกข์ผ่านไปเกินหนึ่งร้อยวันแล้ว สมควรแก่เวลาที่นางต้องเข้าจวนเสียที นับวันท้องใหญ่ขึ้นจนเขาเกรงว่านางจะไม่ดูแลตนเองหากมาอยู่เสียด้วยกันที่จวน อย่างน้อยยังอยู่ในสายตาของเขา“ดี นับเป็นข่าวดี”ข้อแลกเปลี่ยนระหว่างองค์จักรพรรดิหนุ่มและชินอ๋องจากองค์จักรพรรดิเดิม ป้ายอาญาสิทธิ์และตราลัญจกรที่เขายังครอบครองอยู่ในมือและเก็บรักษาไว้อย่างดี ความลับยิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ หากวันใดเขานำป้ายนี้ขึ้นมา เมื่อนั้นเขาจะได้ขึ้นคร
21~ NC**หวังเฟยร่างหวังเฟยถูกมัดทำให้มองไม่เห็นเจ้าอาวาสหนุ่ม หากแต่ได้ยินเสียงปลดเปลื้องอาภรณ์ เช่นเดียวกับนักพรตหญิงตรงหน้าที่ถอดชุดนักพรตออกเช่นกัน เหลือเพียงหมวกคลุมผมอย่างนักพรตหญิง“อาจื่อจะช่วยทำให้หวังเฟยสุขสมเองเจ้าค่ะ”หวังเฟยตื่นตะลึงก้มมองร่างเล็กแต่อกอวบของนักพรตหญิงคุกเข่าลงเบื้องล่าง จับขานางขึ้นวางบนเตียง แล้วมุดหน้าเข้ากลางหว่างขา ส่งลิ้นขึ้นปาดเลีย“อ่า เจ้า อ่า ท่านเจ้าอาวาส นี่มันอะไรกัน”กายหญิงสูงศักดิ์สั่นเทิ้มยามลิ้นเล็กกว่าของอาจื่อปาดเข้าร่องแหย่ลึก เจ้าอาวาสยืนด้านหลังกอบเต้าขยำลงแรงลิ้นตวัดเลียใบหู“อืมมม นมเจ้าใหญ่ตึงมือ เจ้าจะสุขสมยิ่งเชื่อข้า”หวังเฟยไม่อาจกลั้นเสียงร้องตนเองได้ เปล่งตะโกนยามนิ้วเล็กล้วงเข้าโพรงสวาทลิ้นปาดตวัดถี่รัว มือหยาบนักพรตตะโบมบีบคลึงแรง ทั้งบี้หัวนมก้มลงมองอีกครั้งเห็นอาจื่อครอบปากอมดูดท่อนใหญ่นักพรตจนแข็งโด่ แล้วหันมาปาดเลียร่องสวาทสลับกันไป ดูแล้วรู้ได้เลยว่าคนทั้งคู่ทำเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนร่างไร้แรงขัดขืน ตัณหาราคะจากลิ้นเล็กของอาจื่อทำให้หวังเฟยกระหายอยากยิ่งขึ้น หลั่งน้ำไหลลงอาบต้นขา ภาพด้านล่างยามนักพรตสาวเอาปากครอบหั
20~ อารามเต๋าห่างไกลยิ่งแสงรำไรจากฟากฟ้ายามเช้ามืดสาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กรถม้าเข้ามายังภายในที่เย็นเฉียบจากไอหนาวหวังเฟยโอบเตาอุ่นแนบอก ดวงตาแม้แสบร้อนจากไอน้ำรื้นขึ้นยามนึกถึงชินอ๋องผู้ซึ่งยามค่ำคืนมักคลุกตัวอยู่แต่หอนางโลมจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูผ้ายันต์ผืนนั้นคงไม่ได้ผล นับจากวันที่ลอบเข้าไปวางผ้า ชินอ๋องไม่แม้แต่มองหน้าจนตัวนางเองหวาดหวั่นกายสาวต้องการโหยหากายบุรุษเช่นกัน ผิวเนื้อสะท้านไหวยามนึกถึงสัมผัสของบุรุษเพศ โดยเฉพาะเจ้าอาวาสร่างกำยำหนุ่มแน่นผู้นั้น“ถึงแล้วเจ้าค่ะหวังเฟย”รถม้าหยุดลงเมื่อเข้าสู่เขตอารามเงียบสงัดกลางป่าเขา เพลานี้แม้แต่นักพรตหญิงยังมิออกนอกอาคารมากวาดลานด้วยลมหนาวพัดแรงยิ่งร่างอวบอิ่มขาวโพลนสวมชุดสีขาวราวต้องการมาแสวงบุญก้าวลงจากรถม้า“ไปเรือนด้านหลัง ให้รถม้าไปหาที่พักแถวนี้ สามวันค่อยกลับมา”“สามวันเลยหรือเจ้าคะ”“ไป”“จะ เจ้าค่ะ”อาฟางเดินกลับไปยังรถม้าแจ้งให้ออกจากอารามแห่งนี้ไปแล้วกลับมาใหม่อีกสามวันให้หลัง พร้อมยื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง กำชับปิดปากให้สนิทร่างอวบอิ่มของหวังเฟยเดินไปตามทางเดิมคราวที่แล้วจนถึงเรือนที่พักด้านหลัง ยังไม่เห็นนักพ
19~ NC**เซียวลู่หลาน“อื้อ หยุดนะชินอ๋อง”เซียวลู่หลานไม่ต้องลืมตาขึ้นมองก็รู้ได้ทันทีว่าบุรุษที่เอามือมาลูบเนื้อตัวตรวจดูไอร้อนเป็นใคร“เห็นซูหนี่บอกว่าเจ้านอนมาทั้งวัน”“แค่ยังเหนื่อย ถ้าขืนท่านยังวอแวข้าอีก ข้าก็คงเหนื่อยยิ่งขึ้น ทราบเช่นนั้นแล้วกลับไปเสียเถิด”บุรุษหน้าหนาไม่ยอมไปไม่พอ ยังหัวเราะออกมาเปิดผ้าห่มแล้วลงไปนอนด้วยกัน“พอตั้งครรภ์เจ้าก็อารมณ์เปลี่ยนแปรเช่นนี้ ไม่รู้ว่าหญิงอื่นเป็นเช่นเจ้าหรือไม่”เซียวลู่หลานยิ่งแปรปรวนจากธาตุไฟในร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ เมื่อได้ยินคำว่าหญิงอื่นยิ่งให้กราดเกรี้ยว“หยุดนะ! ท่านลงไปจากเตียงข้า ไปหาหญิงอื่น ไปทำหญิงอื่นตั้งครรภ์เป็นไร”มือแกร่งโอบร่างเล็กดึงเข้าหาตัวโน้มหน้าลงใกล้ชะโงกมองดวงตาที่หลับแน่นแต่คิ้วขมวดมุ่น“ข้าจักไปหาหญิงอื่นได้เช่นไร หลานเอ๋อร์ ลูกข้าอยู่ในท้องเจ้า”พรึบ!!“ขืนท่านยังพูดมากเยี่ยงนี้ ข้าจักไม่ต้องรับท่านอีกแล้ว ซิงเยียน ซิงเยียน!! จื่อรั่ว เนี่ยนเจิน!! ไปไหนกันหมด! มาเอาอ๋องหน้าหนาออกไปจากห้องข้า”“ฮ่า ฮ่า หลานเอ๋อร์ หลานเอ๋อร์”ชินอ๋องรวบร่างขึ้นนอนบนอกกดท้ายทอยลงจนปากเล็กถูกครอบครองด้วยปากหนากว่า มือล้วงเข้าส







