เข้าสู่ระบบ4~ จวนชินอ๋อง
จวนชินอ๋อง ใหญ่โตโออ่ากว้างขวางยิ่ง แม้เป็นเพียงจวนนอกวังตั้งห่างออกจากเมือง อาณาเขตกว้างใหญ่แม้เข้ามายังรั้วหน้าด้วยรถม้าแล้วยังใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งเค่อ[1]
“นายแม่เจ้าค่ะ จวนชินอ๋องใหญ่โตยิ่งนัก”
เซียวลู่หลานผินหน้ากลับมาจากหน้าต่าง มองใบหน้างดงามราวดอกท้อของซูหนี่[2] สวยงามสมชื่อ คิ้วโก้งราวปีกผีเสื้อ แต่งแต้มฮวาเตียนกลีบดอกเหม่ย ปาดขอบตาตวัดเฉียงขึ้นราวหงส์ ริมฝีปากแดงชาด
“กลัวหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ”
“เจ้าโกรธข้าหรือไม่ซูหนี่ ค่ำนี้เจ้าต้องสละพรหมจรรย์”
“ไม่เจ้าค่ะ นายแม่มีพระคุณต่อซูหนี่ยิ่งนัก หากไม่ได้นายแม่แล้ว ชีวิตข้าคงต้องถูกขายทอดตลาดต่อไปเรื่อยอยู่ดี ไม่ช้าเร็วพรหมจรรย์นี้คงถูกกระชากไปโดยที่ข้ามิยินยอม”
นายแม่ยิ้มรับ แม้ว่านางอายุสิบเก้าปีซึ่งถือว่าอายุมากแล้วสำหรับหญิงสาววัยออกเรือน แต่รูปร่างยังอรชร ทั้งดวงหน้ากลมมนงดงามเกลี้ยงเกลา งดงามยิ่งกว่าสาวเลอโฉมในหอแดงคณิกาอันดับหนึ่งเสียอีก
“ยานี้จะทำให้ทูตเกินกำหนัดแรงกล้า หากเจ้ามิอาจรองรับแรงตัณหาของชายซีเป่ยผู้นั้นได้ ขอให้ตะโกนเรียก ชินอ๋องเตรียมคนไว้แล้ว”
“เจ้าค่ะนายแม่ ข้าอยู่หอนางคณิกามานานตั้งแต่เด็ก เห็นเรื่องราวกามาเสพสมมิขาดทุกวี่วัน นายแม่มิต้องเป็นห่วงข้าเจ้าค่ะ”
“เมื่อเสร็จการ ชายซีเป่ยจะหมดแรงหลับไปในทันที เจ้าจงเร่งหยิบแผนที่ออกมา เมื่อคัดลอกเรียบร้อยชินอ๋องจะนำกลับไปเก็บที่เดิม ส่วนเจ้ากลับออกมาได้เลย ข้ารอเจ้าอยู่ไม่ไปไหน”
“เจ้าค่ะ”
เพียงไม่นานรถม้าวนมาถึงลานกว้างด้านหน้าจวนทางเข้า รถเทียมม้าหรูหรามากมายจอดเรียงรายแสดงถึงแขกในงานสูงศักดิ์
“วันนี้แขกมากเหลือเกิน ชินอ๋องจัดการแสดงมาจากในวัง การร่ายรำของซีเป่ย เอาใจทูตผู้นั้น”
“นายแม่เจ้าค่ะ ชินอ๋องนี่เป็นบุคคลสำคัญของทางราชสำนักใช่หรือไม่เจ้าค่ะ”
“ชินอ๋องเป็นอ๋องจากจักรพรรดิองค์ก่อนหน้า เป็นพระอนุชาในองค์จักรพรรดิเสด็จพ่อของจักรพรรดิปัจจุบัน เจ้างงหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ แล้วเหตุใดถึงยังอยู่ได้เจ้าค่ะ ในประวัติศาสตร์เรามักไม่ใคร่พบ”
“มักถูกสำเร็จเสียทั้งหมดใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
“เพราะองค์ปัจจุบันจำต้องพึ่งพาชินอ๋อง ซึ่งมีกำลังทหารในมือ ทั้งข่าวสาร และยังหวังเฟย เป็นถึงน้องสาวของจักรพรรดิ”
ซูหนี่เดินตามหลังนายแม่แห่งหอเฟินเย่ว ลอบสังเกตจวนหลังใหญ่แบ่งอาณาเขตชัดเจนทั้งดูเป็นระเบียบยิ่งกว่าจวนใดที่เคยได้ไป แม้กระทั่งจวนของขุนนางระดับสูงก็ตามยังไม่ดูยิ่งใหญ่และคงความเรียบร้อยสงบเช่นนี้
“แม่นาง ใช่มาจากหอเฟินเย่ว ใช่หรือไม่”
เซียวลู่หลานพยักหน้ารับ มองชายร่างสง่าหากแต่สูงวัยราวปลายสี่สิบ สวมชุดพ่อบ้านสีเข้ม รูปร่างกำยำ คงมิใช่พ่อบ้านธรรมดา
“เชิญทางนี้ขอรับ”
ระหว่างทางเดินทอดยาวทำจากระเบียงไม้ เชื่อมอาคารแต่ละหลังเข้าไว้ด้วยกัน ตรงกลางเป็นสวนดอกไม้นานาพรรณ ทั้งน้ำตกจำลอง ลำธารที่ไหล่มาจากผาทางด้านหลังจวน
เสียงดนตรีขับขาน เสียงสรวลเสเฮฮาของชายจำนวนมาก ทั้งเสียงหญิงสาวที่ทางชินอ๋องจัดเตรียมมาโดยเฉพาะ
“มากันแล้ว มาเข้ามา”
ชินอ๋องส่งเสียงเร่งรัดเมื่อเห็นเซียวลู่หลาน บุคลิกผิดไปจากปกติ ดูคล้ายเสแสร้ง เซียวลู่หลานลอบสบตาก่อนเบือนหน้าหนีเมื่อมองเห็นหวังเฟยนั่งอยู่ด้านข้างคอยคีบอาหารให้
งานเลี้ยงดูท่าเริ่มมาสักพักแล้ว ขุนนางบางคนออกอาการเมาสุราเห็นได้ชัด ล้วงควักสาวงามไม่อายใคร
“เจ้ามาช้าเย่วชิง ดูสิทุกคนรอเจ้ากับซูหนี่จนเมามายกันหมด มิทันได้ท่องกาพย์กลอน”
“ขออภัยเจ้าค่ะ เป็นหญิงงามออกงานสำคัญต้องหมั่นดูแลร่างกายให้งดงาม สะอาดหอมกรุ่นจนเผลอหลงลืมเวลาไปบ้าง”
“ถ้าเช่นนั้น ซูหนี่จงให้ความสำราญแก่ท่านทูตซีเป่ยเถิด ส่วนเจ้ามีหน้าที่รินเหล้าให้แก่ข้า”
สองสาวคณิกาย่อกายนอบน้อมลงครึ่งส่วนก่อนที่ซูหนี่จะเดินไปนั่งข้างทูตซีเป่ยตามมือที่ผายออกของชินอ๋อง
ส่วนเซียวลู่หลานย่อกายคำนับหวังเฟยและหรูเหรินของชินอ๋อง ขยับกายงดงามเคลื่อนนั่งลงขั้นล่างที่ต่ำกว่าข้างขวาชินอ๋อง
“สุราวันนี้หอมนัก เจ้าลองชิมดูเย่วชิง ไปเอาจอกเหล้ามาให้นาง”
เซียวลู่หลานรับจอกสุราจากคนรับใช้ชายร่างกำยำ เพียงชำเลืองมองยังทราบว่าเป็นบุรุษเก่งยุทธิ์
“ค่ำนี้ดูท่านสำราญใจนะเจ้าค่ะ”
“แน่นอน วันนี้วันมงคล ทูตซีเป่ยมาเยือนถึงเมืองฉางอาน เราเจ้าของบ้านต้อนรับด้วยอารมณ์แจ่มใสยิ้มแย้ม จึงนับว่าเป็นสิ่งถูกต้อง หรือเจ้าว่าไม่ใช่”
“เจ้าค่ะ แน่นอนว่าวันนี้เป็นวันมงคล เพียงแต่รอยยิ้มของท่านกว้างกว่าทุกคราที่เคยเห็น”
หวังเฟยนั่งด้านซ้ายฟังแล้วตงิดใจ นางรับรู้มานานแล้วว่าชินอ๋องมักไปหอนางโลมแห่งนี้มาเนิ่นนานก่อนรับนางเข้ามาเป็นหวังเฟย แต่นางมิเคยเห็นใบหน้าแท้จริงของเจ้าของหอคณิกา พอได้ยลโฉมงดงามพลันเกิดความริษยา
“ยามปกติชินอ๋องมักยิ้มสำราญเช่นนี้เป็นเดิมอยู่แล้ว อาจเป็นเจ้าเองที่ไม่ค่อยได้เห็น”
เสียงเล็กแหลมแทรกขึ้นระหว่างการสนทนาหยอกเย้าของชินอ๋องและเจ้าของหอชื่อดัง จนใบหน้าเล็กหวานยิ้มอ่อนลงเอ่ยตอบด้วยความนอบน้อมถ่อมตน
“คงเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าค่ะหวังเฟย ข้าเป็นเพียงหญิงคณิกา ไหนเลยจะบังอาจเทียมตัวเสมอเท่ากับชินอ๋อง ขอโปรดชินอ๋องให้อภัยข้าที่พูดจาไม่ทันระวัง”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร วันนี้วันดี พูดคุยสนุกสนานหยอกล้อกันบ้างเป็นเรื่องปกติ หวังเฟย เจ้าเองก็ปล่อยวางบ้าง นางก็แค่หญิงหอนางโลม”
ใบหน้าคมเข้มแม้ยิ้มแย้ม ตัวเอนเอียงไปหาหวังเฟย โอบลำแขนเข้าเอวหวังเฟยกระเซ้าเย้าแหย่ หากแต่เซียวลู่หลานรู้ว่านั้นเป็นเพียงโฉมหน้าปลอมที่ชินอ๋องมีไว้เคลือบใบหน้าเท่านั้น
ดวงหน้าหล่อคมคาย คิ้วกระบี่ จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากบางกระจับ ดวงหน้านี้มักครุ่นคิดและยิ้มมุมปาก พูดจาแต่ละคำล้วนไตร่ตรองแยบยลด้วยแผน
“เจ้าค่ะ น้องเองต้องขออภัยท่านพี่ที่ขัดความสำราญ เชิญแม่นางเย่วชิงทำหน้าที่ของตัวเถิด”
“เจ้าค่ะหวังเฟย”
[1] 15 นาที
[2] หญิงผู้เลอโฉม
33~ NC**จบบริบูรณ์ทรวงอกงดงามตูมเต่งคัดเต้ายามตั้งครรภ์จนน่าดูดดึง ชินอ๋องโน้มหน้าลงเข้าหาส่งปากละเลียดยอดหัวนมทีละน้อย ปาดด้วยลิ้นสากลากเลียไปอีกทรวงเชื่องช้ากายสาวยามนี้ไวต่อสัมผัสทุกสัดส่วนโดยเฉพาะยอดถัน พลันร้องครางแอ่นหยัดเพียงโดนปลายชิงหาตวัดไล้มือกอบกุมล้นมือบีบเคล้นซุกหน้าเข้าครอบครองส่วนปลายพร้อมออกแรงดูดดั่งทารก“ท่าน อ่า ชินอ๋อง”“เรียกท่านพี่หลานเอ๋อร์”“ทะ ท่านพี่ อ่า ยามนี้ยังหัวค่ำนัก อื้อออ ท่านกัดหัวนมข้า”“พี่เพียงลองทดสอบดูแทนบุตรชาย เป็นเช่นไรบ้าง ชอบหรือไม่”เสียงขาดหายอีกคราเป็นเสียงครางหวานใส เมื่อชินอ๋องครอบปากลงขบกัดด้วยฟันพร้อมมือคลึงโนมเต้างดงาม“ราตรีนี้ยังยาวนานนักน้องหญิง หากไม่เร่งรีบแต่หัววัน พี่เกรงว่าเมื่อใกล้เช้า พี่จะยังไม่หมดความต้องการ”“อื้ออ ท่าน อา แต่ว่า อือออ”ชินอ๋องเลื่อนปากลงพรมจูบทั้งขบกัดกระทั่งถึงเนินท้องนูนแม้ว่าเป็นท้องแรกแต่ความอวบของท้องนูนเด่นจากการหมั่นดูแลอาหารการกิน มือใหญ่ทาบลงทั้งจูบ ทั้งหอมจนทั่วก่อนไถลตัวลงเบื้องล่างสู่เนินสาวลึกลับมากเสน่หา“กลิ่นเจ้า รสชาติของเจ้า”มือแหวกรอยแยกโน้มหน้าเข้าหาสูดดมส่งลิ้นลากเลียตวัดสูง ข
23~ ชายหน้าหนา“ชินอ๋องขอรับ”ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นจากจดหมายส่วนตัวอันเป็นลายมือองค์จักรพรรดิที่ฝากกงกงคนสนิทมา ใจความมิได้มีอันใดนอกจากย้ำเรื่องขอแลกเปลี่ยนตราลัญจกรชินอ๋องยอมเสี่ยงชีวิตตนเองหากไม่มีตราลัญจกรแล้ว ชีวิตย่อมยืนอยู่บนเส้นด้าย แต่อย่างไรเสียป้ายอาญาสิทธิ์ยังอยู่ในมือ พอช่วยคุ้มหัวป้องกันอันตรายได้บ้างดวงตาเหยี่ยวแต่สีดั่งนิลขยับมององครักษ์ที่อยู่กันนานก่อนส่งจดหมายยื่นออกไปยังเปลวเทียนที่จุดเตรียมรอไว้ก่อนหน้า“มีอันใด”“กงจู่มาขอรับ”คิ้วข้างซ้ายโก่งขึ้นสูงเมื่อได้ยิน“กงจู่?”“ขอรับ ฮุ่ยหมิ่นกงจู่ จากหอเฟินเย่วขอรับ”“ฮุ่ยหมิ่นงั้นหรือ เป็นชื่อที่ดี ให้นางมาหาข้าที่ห้อง”“กงจู่แจ้งว่า จะไม่ยอมเหยียบเข้ามายังเรือนในขอรับ ขอชินอ๋องเป็นผู้ที่ออกไป”รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าแกร่ง อกกระเพื่อมหัวเราะในลำคอ นางรู้ทันเขาเสมอ เพราะหากเผลอตัวเหยียบเข้าเรือนในอาจถูกเขากักตัวไว้เป็นแน่“ถ้าเช่นนั้น อย่าให้กงจู่รอนานเลยจะเสียสุขภาพ”ร่างสูงใหญ่สะบัดปลายแขนชุดผาวสีดำเดินนำลู่จิ่นออกจากห้องทำงาน ภายในเรือนนับจากหวังเฟยจากโลกไปก็คล้ายกับทุกอย่างนิ่งสงบ แม้แต่หรูเหรินของเขาเอง เขายังไม
22~ ราชโองการข่าวไฟไหม้อารามเต๋าชื่อดังห่างไกลเมืองหลวงแพร่สะบัดอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งข่าวการเสียชีวิตของหวังเฟยที่บังเอิญไปอาราธนานั่งสมาธิถือศีลพอดีภายในจวนประดับด้วยโคมสีขาวนุ่งห่มชุดไว้ทุกข์แม้ว่าไม่อาจนำศพกลับมาทำพิธีได้เนื่องจากไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ซาก“ชินอ๋อง”“มีอันใด”ห้องทำงานยามค่ำคืนชินอ๋องยังคงปฏิบัติหน้าที่ทำงานลับให้องค์จักรพรรดิสม่ำเสมอรายงานข่าวพวกนี้หาได้จากแหล่งหญิงคณิกาบ้าง สายลับบ้างที่แฝงตัวอยู่ทุกมุมเมืองของนครฉางอาน“มีคนจากในวังมาขอรับ แจ้งข่าวลับว่าพรุ่งนี้องค์จักรพรรดิจะออกพระราชโองการคืนยศแก่กงจู่เซียวลู่หลาน”ชินอ๋องเพียงยกมุมปาก งานพิธีศพและไว้ทุกข์ผ่านไปเกินหนึ่งร้อยวันแล้ว สมควรแก่เวลาที่นางต้องเข้าจวนเสียที นับวันท้องใหญ่ขึ้นจนเขาเกรงว่านางจะไม่ดูแลตนเองหากมาอยู่เสียด้วยกันที่จวน อย่างน้อยยังอยู่ในสายตาของเขา“ดี นับเป็นข่าวดี”ข้อแลกเปลี่ยนระหว่างองค์จักรพรรดิหนุ่มและชินอ๋องจากองค์จักรพรรดิเดิม ป้ายอาญาสิทธิ์และตราลัญจกรที่เขายังครอบครองอยู่ในมือและเก็บรักษาไว้อย่างดี ความลับยิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ หากวันใดเขานำป้ายนี้ขึ้นมา เมื่อนั้นเขาจะได้ขึ้นคร
21~ NC**หวังเฟยร่างหวังเฟยถูกมัดทำให้มองไม่เห็นเจ้าอาวาสหนุ่ม หากแต่ได้ยินเสียงปลดเปลื้องอาภรณ์ เช่นเดียวกับนักพรตหญิงตรงหน้าที่ถอดชุดนักพรตออกเช่นกัน เหลือเพียงหมวกคลุมผมอย่างนักพรตหญิง“อาจื่อจะช่วยทำให้หวังเฟยสุขสมเองเจ้าค่ะ”หวังเฟยตื่นตะลึงก้มมองร่างเล็กแต่อกอวบของนักพรตหญิงคุกเข่าลงเบื้องล่าง จับขานางขึ้นวางบนเตียง แล้วมุดหน้าเข้ากลางหว่างขา ส่งลิ้นขึ้นปาดเลีย“อ่า เจ้า อ่า ท่านเจ้าอาวาส นี่มันอะไรกัน”กายหญิงสูงศักดิ์สั่นเทิ้มยามลิ้นเล็กกว่าของอาจื่อปาดเข้าร่องแหย่ลึก เจ้าอาวาสยืนด้านหลังกอบเต้าขยำลงแรงลิ้นตวัดเลียใบหู“อืมมม นมเจ้าใหญ่ตึงมือ เจ้าจะสุขสมยิ่งเชื่อข้า”หวังเฟยไม่อาจกลั้นเสียงร้องตนเองได้ เปล่งตะโกนยามนิ้วเล็กล้วงเข้าโพรงสวาทลิ้นปาดตวัดถี่รัว มือหยาบนักพรตตะโบมบีบคลึงแรง ทั้งบี้หัวนมก้มลงมองอีกครั้งเห็นอาจื่อครอบปากอมดูดท่อนใหญ่นักพรตจนแข็งโด่ แล้วหันมาปาดเลียร่องสวาทสลับกันไป ดูแล้วรู้ได้เลยว่าคนทั้งคู่ทำเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนร่างไร้แรงขัดขืน ตัณหาราคะจากลิ้นเล็กของอาจื่อทำให้หวังเฟยกระหายอยากยิ่งขึ้น หลั่งน้ำไหลลงอาบต้นขา ภาพด้านล่างยามนักพรตสาวเอาปากครอบหั
20~ อารามเต๋าห่างไกลยิ่งแสงรำไรจากฟากฟ้ายามเช้ามืดสาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กรถม้าเข้ามายังภายในที่เย็นเฉียบจากไอหนาวหวังเฟยโอบเตาอุ่นแนบอก ดวงตาแม้แสบร้อนจากไอน้ำรื้นขึ้นยามนึกถึงชินอ๋องผู้ซึ่งยามค่ำคืนมักคลุกตัวอยู่แต่หอนางโลมจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูผ้ายันต์ผืนนั้นคงไม่ได้ผล นับจากวันที่ลอบเข้าไปวางผ้า ชินอ๋องไม่แม้แต่มองหน้าจนตัวนางเองหวาดหวั่นกายสาวต้องการโหยหากายบุรุษเช่นกัน ผิวเนื้อสะท้านไหวยามนึกถึงสัมผัสของบุรุษเพศ โดยเฉพาะเจ้าอาวาสร่างกำยำหนุ่มแน่นผู้นั้น“ถึงแล้วเจ้าค่ะหวังเฟย”รถม้าหยุดลงเมื่อเข้าสู่เขตอารามเงียบสงัดกลางป่าเขา เพลานี้แม้แต่นักพรตหญิงยังมิออกนอกอาคารมากวาดลานด้วยลมหนาวพัดแรงยิ่งร่างอวบอิ่มขาวโพลนสวมชุดสีขาวราวต้องการมาแสวงบุญก้าวลงจากรถม้า“ไปเรือนด้านหลัง ให้รถม้าไปหาที่พักแถวนี้ สามวันค่อยกลับมา”“สามวันเลยหรือเจ้าคะ”“ไป”“จะ เจ้าค่ะ”อาฟางเดินกลับไปยังรถม้าแจ้งให้ออกจากอารามแห่งนี้ไปแล้วกลับมาใหม่อีกสามวันให้หลัง พร้อมยื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง กำชับปิดปากให้สนิทร่างอวบอิ่มของหวังเฟยเดินไปตามทางเดิมคราวที่แล้วจนถึงเรือนที่พักด้านหลัง ยังไม่เห็นนักพ
19~ NC**เซียวลู่หลาน“อื้อ หยุดนะชินอ๋อง”เซียวลู่หลานไม่ต้องลืมตาขึ้นมองก็รู้ได้ทันทีว่าบุรุษที่เอามือมาลูบเนื้อตัวตรวจดูไอร้อนเป็นใคร“เห็นซูหนี่บอกว่าเจ้านอนมาทั้งวัน”“แค่ยังเหนื่อย ถ้าขืนท่านยังวอแวข้าอีก ข้าก็คงเหนื่อยยิ่งขึ้น ทราบเช่นนั้นแล้วกลับไปเสียเถิด”บุรุษหน้าหนาไม่ยอมไปไม่พอ ยังหัวเราะออกมาเปิดผ้าห่มแล้วลงไปนอนด้วยกัน“พอตั้งครรภ์เจ้าก็อารมณ์เปลี่ยนแปรเช่นนี้ ไม่รู้ว่าหญิงอื่นเป็นเช่นเจ้าหรือไม่”เซียวลู่หลานยิ่งแปรปรวนจากธาตุไฟในร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ เมื่อได้ยินคำว่าหญิงอื่นยิ่งให้กราดเกรี้ยว“หยุดนะ! ท่านลงไปจากเตียงข้า ไปหาหญิงอื่น ไปทำหญิงอื่นตั้งครรภ์เป็นไร”มือแกร่งโอบร่างเล็กดึงเข้าหาตัวโน้มหน้าลงใกล้ชะโงกมองดวงตาที่หลับแน่นแต่คิ้วขมวดมุ่น“ข้าจักไปหาหญิงอื่นได้เช่นไร หลานเอ๋อร์ ลูกข้าอยู่ในท้องเจ้า”พรึบ!!“ขืนท่านยังพูดมากเยี่ยงนี้ ข้าจักไม่ต้องรับท่านอีกแล้ว ซิงเยียน ซิงเยียน!! จื่อรั่ว เนี่ยนเจิน!! ไปไหนกันหมด! มาเอาอ๋องหน้าหนาออกไปจากห้องข้า”“ฮ่า ฮ่า หลานเอ๋อร์ หลานเอ๋อร์”ชินอ๋องรวบร่างขึ้นนอนบนอกกดท้ายทอยลงจนปากเล็กถูกครอบครองด้วยปากหนากว่า มือล้วงเข้าส







