Masukร่างอ้วนท้วนนอนอยู่บนเตียงกลับลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีหลังจากนางหลิงมู่เดินจากไป
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันตายไปแล้วนี่ แล้วป้าและเด็กทั้งสองคนเมื่อครู่นี้เป็นใครกัน”
เธอพึมพำออกมา ในเมื่อภารกิจจบสิ้นแล้ว เธอเองก็ตายไปพร้อมกับเป้าหมาย ทำไมเธอยังมีชีวิตล่ะ แต่แล้วอยู่ ๆ ภาพทุกอย่างในความทรงจำฉายชัดขึ้นมาในหัวยิ่งกว่าภาพยนตร์ ทำให้เธอปวดหัวแทบจะระเบิด
“ร่างนี้ชื่อว่าเจียวหงแซ่เซี่ย แต่งงานแล้ว มีลูกสองคนวัยสี่ขวบ ส่วนสามีไปทำงานต่างเมือง บ้านหลังนี้จึงอยู่กันเพียงสี่คนเท่านั้น”
หลังจากที่ทบทวนความทรงจำของร่างทั้งหมด เธอกลับหมดสติไปอีกครั้ง กว่าจะฟื้นขึ้นมาก็ฟ้าเกือบสว่าง
ซืออี้ฝานและซืออี้เจินสองพี่น้องหลังจากที่ตื่นและเก็บที่นอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองวิ่งเข้ามาที่ห้องของแม่ทันที เพื่อดูว่าแม่ฟื้นหรือยัง เพราะเมื่อวานหลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทั้งสองยังคงมาเฝ้าแม่ของตัวเองไม่ห่าง จนย่ามาพาไปนอน
แต่พอเปิดประตูขึ้นมาจึงเห็นร่างของแม่นั่งอยู่บนเตียง พร้อมกับมองมาที่เขาและน้องสาว ทำให้ความกลัวแม่ของทั้งสองคนตื่นตัวอีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นเซี่ยเจียวหงกวักมือเรียกทั้งสองคนเข้ามาหาแทน
“อาฝาน เจินเจิน ไม่ต้องกลัว เข้ามาหาแม่สิ”
รอยยิ้มของเซี่ยเจียวหงครั้งนี้ทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนคลายความกลัวลง แต่ยังมีความลังเลที่จะเดินเข้ามาหาแม่ที่ดูจะเปลี่ยนไปหลังจากฟื้นขึ้นมา
“แม่จะไม่ตีผมกับน้องใช่ไหม”
ซืออี้ฝานถามย้ำอีกครั้งตามประสา เด็กน้อยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของตน หลังจากที่แม่ฟื้นลักษณะและท่าทางของแม่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แถมยังยิ้มให้เขาและน้องอีกด้วย
“แม่สัญญาว่าหลังจากนี้แม่จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ แม่จะไม่ตีอาฝานและเจินเจินอีกแล้ว ลูกทั้งสองคนให้อภัยแม่คนนี้ได้ไหม”
เซี่ยเจียวหงอ้าแขนทั้งสองข้างออกแม้จะไม่พอใจที่ร่างกายของตนอ้วนจนเคลื่อนกายลำบาก แต่ก็พยายามจะอ้าแขนเพื่อให้ลูกทั้งสองเข้ามาหา
ซืออี้ฝานและซืออี้เจินเห็นรอยยิ้มของแม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม เด็กน้อยทั้งสองคนจึงน้ำตาซึมก่อนจะโถมตัวเข้ากอดแม่อย่างไม่คิดอะไรอีกแล้ว ทั้งสองคนแม้จะอายุไม่มาก แต่ก็โหยหาความรักความอบอุ่นจากพ่อและแม่ตลอดมา
พ่อเฉิงซานไม่ต้องพูดถึง ทั้งสองคนแทบจะจำหน้าไม่ได้ เพราะย่าบอกว่าพ่อไปทำงานหาเงินเพื่อส่งมาให้เขากับน้อง แต่แม่ที่อยู่ด้วยกัน กลับไม่เคยให้ความรักและความอบอุ่นกับเขาและน้องเลย ซืออี้ฝานและซืออี้เจินไม่ลังเลอีกแล้วที่จะเข้าหาแม่ของตัวเอง
“ฮือ ๆ ๆ แม่ครับ / แม่คะ”
สองแฝดเรียกแม่ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“แม่ขอโทษนะลูก แม่ขอโทษ ต่อไปนี้แม่สัญญาว่าจะดูแลลูกทั้งสองคนอย่างดี และย่าของลูกด้วย แม่จะไม่ทำร้ายคนในครอบครัวของเราอีกแล้ว”
เซี่ยเจียวหงปลอบลูกน้อยทั้งสองคนทั้งน้ำตาเช่นกัน นางหลิงมู่แอบยืนมองภาพนี้หน้าห้องทั้งน้ำตา ในใจนั้นหวังว่าลูกสะใภ้ของเธอจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริง ๆ ก่อนจะคิดถึงลูกชายที่ขาดการติดต่อไปร่วมปีด้วยความห่วงหาและเป็นห่วงจับใจเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเฉิงซานลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ
“ย่าว่าเราไปกินอาหารกันดีกว่า ให้แม่ของหลานพักผ่อนก่อน เพิ่งจะฟื้นขึ้นมา เดี๋ยวจะไข้กลับอีก”
นางหลิงมู่เอ่ยขึ้นมา เธอไม่อยากให้หลานทั้งสองคนร้องไห้มากนัก อีกทั้งลูกสะใภ้เองก็เพิ่งฟื้น เดี๋ยวจะไม่สบายเปล่า ๆ
“ครับย่า/ค่ะย่า”
ทั้งสองคนเชื่อฟังอย่างว่าง่าย แต่สายตายังมองไปที่แม่ของตน จนเซี่ยเจียวหงต้องพยักหน้าให้ เมื่อลูกทั้งสองคนเดินจากไป เธอจึงหันมาพูดกับแม่สามีด้วยท่าทางที่จริงจัง
“แม่คะ ที่ผ่านมาฉันขอโทษที่ทำไม่ดีในทุก ๆ เรื่อง แต่หลังจากนี้ไปจะไม่มีอีกแล้ว ครอบครัวเราขาดพี่เฉิงซานไปหนึ่งคน ฉันเองก็ต้องลุกขึ้นยืนเพื่อมาเป็นหัวหน้าครอบครัว ปีหน้าอาฝานกับเจินเจินต้องเข้าเรียนในชั้นเด็กเล็ก ฉันต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด”
“เธอพูดจริงหรือ ว่าจะดูแลลูกทั้งสองคนอย่างดี”
นางหลิงมู่แทบไม่อยากจะเชื่อ แต่เธอผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เมื่อมองไปทางแววตาของลูกสะใภ้ แม้ว่าหน้าตาและรูปร่างจะยังเหมือนเดิม แต่แววตานั้นบอกเธอว่าไม่ใช่ แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อคิดว่าตัวเองคิดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จึงสะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อเอาความคิดนั้นออกไปจากหัว
เซี่ยเจียวหงเหมือนจะอ่านความคิดของแม่สามีออก หญิงสาวจึงยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะบอกให้แม่สามีไปดูหลานทั้งสองคน ส่วนเธอขอเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวสักหน่อย แล้วจะรีบตามออกไป
นางหลิงมู่พยักหน้ารับแล้วเดินจากไปอีกคน แต่ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอ่างใส่น้ำใบเล็กเพื่อให้ลูกสะใภ้ได้เช็ดตัวก่อนจะเดินไปหาหลานอีกครั้ง
“ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรนะเจียวหง ในเมื่อมีแม่สามีที่แสนดี ขนาดนี้ แต่ยังกลับไปให้บ้านเดิมของตัวเองหลอกจนแทบจะหมดตัวในเมื่อฉันมาอยู่ในร่างนี้ ทุกคนที่นี่ฉันจะดูแลและฉันจะเป็นเซี่ยเจียวหงเอง”
เซี่ยเจียวหงพูดไปกับสายลม
หลังจากที่เช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อใหม่เรียบร้อย เซี่ยเจียวหงจึงเดินออกมาสำรวจบ้าน แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอปวดใจ บ้านนี้มีแค่สองห้องเท่านั้น ซึ่งก็คือห้องที่เธออยู่ และห้องของแม่สามี ส่วนสภาพบ้านไม่ต้องพูดถึง จะพังแหล่มิพังแหล่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าหน้าหนาวที่ผ่านมาอยู่มาได้อย่างไร แม้ว่าตอนนี้หิมะจะหยุดตกไปแล้วก็ตามแต่อากาศยังคงเย็นอยู่
พอเห็นอาหารที่แม่สามีและลูกทั้งสองคนกิน มีเพียงข้าวต้มที่เห็นน้ำมากกว่าเม็ดข้าว กับแตงกวาดองโดยไม่มีไข่หรือว่าเนื้อเลยสักนิดเดียว “มิน่าล่ะร่างกายทั้งสามคนจึงผอมแบบนี้”
ต่อให้ไม่อยากกินแค่ไหน แต่มื้อนี้ก็ต้องกินไปก่อน เธอเชื่อว่าความสามารถที่เธอมีน่าจะเข้าป่าล่าสัตว์ได้บ้าง โดยที่เซี่ยเจียวหงไม่รู้เลยว่าร่างกายนี้ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาอยู่กลับแข็งแรงขึ้นจนน่าตกใจ ต่อให้ล้มผู้ชายสิบคนพร้อมกัน เธอก็สามารถทำได้อย่างสบาย
“แม่รู้ไหม ถ้าเราจะสร้างบ้านสักหลัง เราต้องใช้เงินเท่าไร”
เซี่ยเจียวหงถามขณะเก็บถ้วยชามไปล้าง
นางหลิงมู่เหลือบมองลูกสะใภ้อย่างไม่เข้าใจ อย่าหวังว่าจะสร้างบ้านเลย แค่ซ่อมแซมเธอยังไม่มีปัญญาแต่ก็ยังตอบลูกสะใภ้ให้หายข้องใจ
“ถ้าบ้านหลังเล็กไม่ใหญ่ประมาณสองถึงสามห้องนอนห้าร้อยหยวนก็น่าจะพอ แต่ขึ้นอยู่กับแบบบ้านนะ ส่วนถ้าต้องการหลังใหญ่กว่านั้นคงต้องไปสอบถามร้านที่เขารับเหมาดู แต่แม่คิดว่าน่าจะอยู่ที่พันหยวนเป็นอย่างต่ำ”
“ที่ข้างบ้านนี่เป็นของหรือเปล่าคะแม่”
เซี่ยเจียวหงยังคงถามต่อ ความคิดเธอตอนนี้นอกจากหาเงินมาซื้อของเข้าบ้าน แต่ความต้องการหลักคือสร้างบ้านหลังนี้ก่อน เธอกลัวว่าหากวันไหนเกิดฝนตกพายุเข้าบ้านจะโดนพัดไปกับลมจนไม่มีที่ซุกหัวนอน
“อืม ที่ข้างบ้านเป็นของแม่เอง ตอนนั้นพ่อของเฉิงซานซื้อไว้แต่ไม่นานพ่อของเฉิงซานก็จากไป”
เมื่อพูดถึงสามีอันเป็นที่รัก นางหลิงมู่จึงปาดน้ำตาที่ซึมออกมา
“แม่รอนี่ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา”
เซี่ยเจียวหงเดินกลับห้องเพื่อไปหยิบเงินที่สามีเคยส่งมาให้ จากนั้นจึงเดินออกมาจากห้องและยื่นเงิน จำนวนหนึ่งให้แม่สามี
“แม่นำเงินนี้ไปซื้อข้าวและไข่ไก่มานะ รวมถึงของในบ้านที่หมด”
นางหลิงมู่ยื่นมือมารับแต่ยังมองลูกสะใภ้อย่างไม่เชื่อสายตา
“แม่ไปซื้อจะง่ายกว่าที่ฉันไปซื้อ แม่ก็รู้ว่าคนในหมู่บ้านไม่ชอบฉัน และฉันเมื่อก่อนร้ายแค่ไหนแม่น่าจะรู้ แม่ซื้อมาให้พอกินก่อนนะ ฉันจะหาวิธีหาเงินเพื่อจะไปซื้อของมาตุนจากตำบลวันหลังเอง”
“แล้วอาหงจะหาเงินจากไหน”
“ฉันจะลองเข้าป่าดูค่ะ เผื่อว่าจะได้สัตว์ป่ามาบ้าง อย่างน้อยพวกหน่อไม้หรือมันป่าน่าจะมี” เก็บเล็กผสมน้อยก็คงจะขายได้เงินมาบ้าง
ให้คำมั่นสัญญาเซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเซี่ยเจียวหงพูดคือเรื่องจริง เมื่อไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสองจึงรีบเผ่นกลับบ้านเซี่ยทันทีทางด้านนางหลิงมู่เมื่อได้รู้ความจริงจึงมองลูกสะใภ้ดีขึ้นกับอดีตที่เคยกระทำกับเฉิงซานลูกชายของเธอ จากนั้นทุกคนบ้านซือและบ้านเซี่ยจึงนั่งทำงานและแบ่งเนื้อหมูกันต่อ เพื่อนำกลับไปทำอาหารเย็นเย็นวันนี้เซี่ยเจียวหงจึงทำซุปปลา ไข่ตุ๋น และหมูตุ๋นพะโล้ให้ทุกคนได้ชิม ส่วนเนื้อหมูที่เหลือเธอนำมาหมักทิ้งไว้ก่อนแล้วค่อยทำพรุ่งนี้“อร่อยไหมอาฝาน เจินเจิน”เซี่ยเจียวหงหันมาถามลูกน้อยทั้งสองคนที่กินกันจนแก้มตุ่ยก่อนจะหันไปถามแม่สามีด้วยรอยยิ้มเช่นกัน“อร่อยไหมทุกคน”“อร่อยครับ / อร่อยค่ะ”“อร่อยมากเลยอาหง ขอบใจมากนะ”“แม่อย่าคิดมาก ในเมื่อฉันเป็นสะใภ้บ้านซือ แม่เป็นแม่สามีซึ่งไม่ต่างจากแม่แท้ ๆ ของฉันและฉันเองก็ไม่มีแม่ ส่วนทางบ้านเดิมมีก็เหมือนไม่มี ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะกตัญญูต่อแม่และจะดูแลทุกคนให้อยู่อย่างสบายเองจริงสิ พรุ่งนี้เราเข้าตำบลกันดีกว่าจะได้ซื้อของเข้าบ้านด้วยอีกทั้งเสื้อผ้าของทุกคนก็บางและไม่มีที่จะปะแล้ว ซื้อชุดใ
บ้านเซี่ยผู้เห็นแก่ตัวเซี่ยเจียวหงหันมายิ้มให้แม่สามีและลูกทั้งสองคน ไม่คิดว่าเข้าป่าล่าหมูป่ามาแค่สองตัวจะทำให้เธอมีเงินสร้างบ้าน“เย้ ๆ ๆ เราจะมีบ้านใหม่แล้ว” สองแฝดกระโดดโลดเต้นดีใจ เพราะถ้าสร้างบ้านใหม่ เขาและน้องรวมถึงย่าจะไม่หนาวอีกแล้ว“จริงหรืออาหง เรามีเงินพอสร้างบ้านจริง ๆ ใช่ไหม”นางหลิงมู่น้ำตาซึมเดินเข้ามาหาลูกสะใภ้ด้วยความหวังตัวเธอเองเธอไม่ห่วงหรอก เพราะแก่แล้วจะตายเมื่อไรไม่รู้ ขอเพียง หลานทั้งสองสุขสบายก็พอ“จริงสิคะแม่ นี่ไงฉันขายหมูได้ สองพันแปดร้อยสามสิบหยวน เงินนี้น่าจะพอสร้างบ้านได้แล้ว”เซี่ยเจียวหงยิ้มกว้าง เธอไม่คิดว่าเงินก้อนแรกที่หาได้หลังจากที่มาที่นี่จะเยอะขนาดนี้“ดีใจด้วยนะหลิงมู่ สะใภ้ซือเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ”นางกวงจื่อดีใจไปกับเพื่อน ไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงหลังจากที่ขายหมูป่าได้ สิ่งแรกที่เธอต้องการคือสร้างบ้านใหม่ กวงฮ่าวจื่อและเผิงโล่อิ่งเช่นกัน ทั้งสามคนบ้านกวงไม่มีแววตาหรือท่าทางที่อิจฉา มีเพียงแค่ดีใจด้วยที่บ้านซือหมดเคราะห์หมดทุกข์เสียที แม้ว่าบ้านกวงฐานะจะไม่ต่างจากบ้านซือเท่าไรแต่ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเจียวหงจะยื่นเงินมาให้นางกวง กวงฮ่าวจื่อ และเผ
เงินก้อนแรกทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซี่ยเจียวหงได้ยินเสียงที่ของลูกน้อยทั้งสองคนดังมาอย่างตื่นเต้นและดีใจ“แม่ แม่กลับมาแล้ว มีหมูป่ามาด้วย”ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของซืออี้เจิน หรือว่าเจินเจินนั่นเอง“หา! อาหงกลับมาพร้อมหมูป่า”นางหลิงมู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้นำกลับมาพร้อมกับเพื่อนของเธออย่างบ้านกวง“ฉันกลับมาแล้วค่ะแม่ แม่คะ ในกระสอบมีหน่อไม้และมันป่าด้วยนะคะ แม่แบ่งให้บ้านกวงด้วย พี่สะใภ้ท้องใกล้คลอดแล้ว ต้องบำรุงให้มาก ๆ จริงสิ มีปลาและกุ้งด้วยนะ”เซี่ยเจียวหงชี้ไปที่กระสอบทั้งสามใบที่อยู่รวมกับหมูป่าส่วนตัวเองล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่ใช่เพราะเหนื่อยอะไรหรอก แต่เหนื่อยกับร่างตัวเองนี่แหละ ตอนแบกหมูป่าทั้งสองตัวเป็นอะไร แต่สองขากลับอ่อนล้าเมื่อเดินลงจากเขามาถึงบ้าน เฮ้อ...นางหลิงมู่พยักหน้ารับก่อนจะไหว้วานกวงฮ่าวจื่อยกกระสอบ ทั้งสามออกมาเทกองรวมกัน เมื่อเห็นสิ่งของที่อัดแน่นเธอแทบจะ หงายหลังเป็นลมอีกครั้ง นี่ลูกสะใภ้เธอเอามาหมดป่าหรือยัง“อาหง อย่าบอกนะว่าเข้าป่าชั้นในมา”เธอหันมาถามลูกสะใภ้ตาเขียวด้วยความเป็นห่วง ทำไมลูกสะใภ้เธอท
ชาวบ้านแตกตื่นเซี่ยเจียวหงไม่รอช้า จึงมองหาต้นไม้ใหญ่ที่พอจะปีนขึ้นได้ถ้าให้ปีนต้นเล็กเธอเชื่อว่าต้นไม้กิ่งคนจะหักก่อนที่เธอจะได้หมูป่ากลับบ้าน แต่เพราะรูปร่างไม่เอื้ออำนวยการปีนขึ้นต้นไม้ครั้งนี้ทุลักทุเลพอสมควรพอขึ้นมาถึงเธอจึงเห็นหมูป่าเพียงสองตัวเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ลังเลหยิบธนูออกมาก่อนจะเล็งไปที่หมูป่าตัวที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว และต่อด้วยตัวที่สอง เธอเองก็ไม่คิดว่าร่างที่อ้วนจนน่ารำคาญจะสามารถยิงหมูป่าตายได้เพียงธนูดอกเดียว“เป็นไปได้เหรอที่ร่างนี้จะแข็งแรงถึงขั้นยิงหมูป่าตายได้ด้วยธนูดอกเดียว หรือว่าเป็นเพราะฉันเข้ามาอยู่ร่างนี้ พละกำลังจึงมีมากกว่าคนทั่วไป แต่การที่จะปีนลงนี่สิโคตรหนักใจเลยเจียวหง”เมื่อคิดว่าต้องปีนลงเซี่ยเจียวหงเลยถอนหายใจขึ้นมา แต่ยังดีว่าตอนลงไม่ลำบากเท่าตอนปีนขึ้น เมื่อเท้าแตะถึงพื้นเธอจึงรีบวิ่งไปด้วยร่างที่อ้วนท้วนเพื่อไปหาหมูป่าที่ฆ่าได้ทั้งสองตัว“แล้วจะเอากลับอย่างไรละเนี่ย”ทำไมมีแต่เรื่องยากละเนี่ย หมูป่าสองตัว มันกับหน่อไม้อีกสามกระสอบ ยังมีปลาอีกเป็นสิบตัวเซี่ยเจียวหงจึงลองใช้มือยกขาหมูป่าข้างหนึ่งเพื่อจะลากมาที่เธอวางหน่อไม้ไว้ แต่กลับกลายเป็นเ
เข้าป่า“คงยาก ชาวบ้านที่ไม่ทำงานในไร่ล้วนก็ขึ้นเขาหาหน่อไม้หรือหาพวกสัตว์ป่ากันทั้งนั้น มีเพียงป่าชั้นกลางและป่าชั้นในที่ไม่มีใครกล้าเข้า นอกจากพรานป่าประจำหมู่บ้าน แต่พรานก็ยังไม่กล้าเข้าถึงป่าชั้นในเพราะมันอันตราย ส่วนมากที่เขาได้มาก็จะมีหมู่ป่าตัวเล็กเท่านั้น”“ฉันคงต้องลองเข้าไปสักครั้ง เผื่อได้หมูป่ามาสักตัว”“อย่าไปเลย มันอันตราย ไม่คุ้มหรอก เดี๋ยวแม่ไปรับจ้างพวกชาวบ้านดีกว่า”นางหลิงมู่ไม่อยากให้ลูกสะใภ้เข้าป่าลึกเพราะมันอันตราย อีกทั้งเธอรู้นิสัยขอเซี่ยเจียวหงดีว่าเป็นคนที่ไม่เอาอะไร หากเข้าป่าชั้นกลางหรือชั้นใน จะกลายเป็นเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า“ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องรับจ้างอะไรอีกแล้ว ดูแลอาฝานและเจินเจินดีกว่า ฉันจะเป็นคนหาเงินเอง”แต่เธอคงต้องลดความอ้วนเสียก่อน จะให้เธอไปหางานทำในตำบลหรืออำเภอ ไปในสภาพนี้คงไม่มีใครรับเธอทำงานแน่“ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน อย่าลืมว่าตอนนี้อาฝานกับเจินเจินมีแต่อาหง ส่วนเฉิงซาน...”“แม่คะ พี่เฉิงซานอาจจะเจอปัญหา หรือไม่เขาอาจจะมีคนอื่นไปแล้ว เราอยู่ที่นี่ควรจะดูแลตัวเอง เมื่อไรที่พี่เฉิงซานกลับมาค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าเขามีครอบครัวใหม่ฉันต้องขอหย่า แ
ฉันคือเซี่ยเจียวหงร่างอ้วนท้วนนอนอยู่บนเตียงกลับลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีหลังจากนางหลิงมู่เดินจากไป“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันตายไปแล้วนี่ แล้วป้าและเด็กทั้งสองคนเมื่อครู่นี้เป็นใครกัน”เธอพึมพำออกมา ในเมื่อภารกิจจบสิ้นแล้ว เธอเองก็ตายไปพร้อมกับเป้าหมาย ทำไมเธอยังมีชีวิตล่ะ แต่แล้วอยู่ ๆ ภาพทุกอย่างในความทรงจำฉายชัดขึ้นมาในหัวยิ่งกว่าภาพยนตร์ ทำให้เธอปวดหัวแทบจะระเบิด“ร่างนี้ชื่อว่าเจียวหงแซ่เซี่ย แต่งงานแล้ว มีลูกสองคนวัยสี่ขวบ ส่วนสามีไปทำงานต่างเมือง บ้านหลังนี้จึงอยู่กันเพียงสี่คนเท่านั้น”หลังจากที่ทบทวนความทรงจำของร่างทั้งหมด เธอกลับหมดสติไปอีกครั้ง กว่าจะฟื้นขึ้นมาก็ฟ้าเกือบสว่าง ซืออี้ฝานและซืออี้เจินสองพี่น้องหลังจากที่ตื่นและเก็บที่นอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองวิ่งเข้ามาที่ห้องของแม่ทันที เพื่อดูว่าแม่ฟื้นหรือยัง เพราะเมื่อวานหลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทั้งสองยังคงมาเฝ้าแม่ของตัวเองไม่ห่าง จนย่ามาพาไปนอนแต่พอเปิดประตูขึ้นมาจึงเห็นร่างของแม่นั่งอยู่บนเตียง พร้อมกับมองมาที่เขาและน้องสาว ทำให้ความกลัวแม่ของทั้งสองคนตื่นตัวอีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นเซี่ยเจียวหงกวักมือเรียกทั้งส







