Masuk“คงยาก ชาวบ้านที่ไม่ทำงานในไร่ล้วนก็ขึ้นเขาหาหน่อไม้หรือหาพวกสัตว์ป่ากันทั้งนั้น มีเพียงป่าชั้นกลางและป่าชั้นในที่ไม่มีใครกล้าเข้า นอกจากพรานป่าประจำหมู่บ้าน แต่พรานก็ยังไม่กล้าเข้าถึงป่าชั้นในเพราะมันอันตราย ส่วนมากที่เขาได้มาก็จะมีหมู่ป่าตัวเล็กเท่านั้น”
“ฉันคงต้องลองเข้าไปสักครั้ง เผื่อได้หมูป่ามาสักตัว”
“อย่าไปเลย มันอันตราย ไม่คุ้มหรอก เดี๋ยวแม่ไปรับจ้างพวกชาวบ้านดีกว่า”
นางหลิงมู่ไม่อยากให้ลูกสะใภ้เข้าป่าลึกเพราะมันอันตราย อีกทั้งเธอรู้นิสัยขอเซี่ยเจียวหงดีว่าเป็นคนที่ไม่เอาอะไร หากเข้าป่าชั้นกลางหรือชั้นใน จะกลายเป็นเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า
“ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องรับจ้างอะไรอีกแล้ว ดูแลอาฝานและเจินเจินดีกว่า ฉันจะเป็นคนหาเงินเอง”
แต่เธอคงต้องลดความอ้วนเสียก่อน จะให้เธอไปหางานทำในตำบลหรืออำเภอ ไปในสภาพนี้คงไม่มีใครรับเธอทำงานแน่
“ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน อย่าลืมว่าตอนนี้อาฝานกับเจินเจินมีแต่อาหง ส่วนเฉิงซาน...”
“แม่คะ พี่เฉิงซานอาจจะเจอปัญหา หรือไม่เขาอาจจะมีคนอื่นไปแล้ว เราอยู่ที่นี่ควรจะดูแลตัวเอง เมื่อไรที่พี่เฉิงซานกลับมาค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าเขามีครอบครัวใหม่ฉันต้องขอหย่า แม่เข้าใจฉันใช่ไหม”
เซี่ยเจียวหงคิดว่าเมื่อไรที่สามีมีครอบครัวใหม่ เธอคงต้องขอหย่า ส่วนลูกทั้งสองคนเธอคงต้องดูแลเอง
“ไม่มีทาง เฉิงซานไม่ใช่คนแบบนั้น เขารักลูกทั้งสองคนมากเฉิงซานไม่มีทางมีคนอื่น”
นางหลิงมู่ยืนยันหนักแน่น เธอรู้จักนิสัยลูกชายดี กลัวเพียงว่าจะเกิดเรื่องจน...
“แม่อย่าคิดมากเลย ฉันจะเข้าป่าเสียหน่อย เผื่อว่าพอจะหาอะไรติดไม้ติดมือกลับมาได้บ้าง”
“ในห้องเก็บของมีอุปกรณ์เข้าป่าของเฉิงซานและพ่อของเขาอยู่ แต่มันเก่ามากแล้ว ไม่รู้ว่ายังใช้งานได้อีกไหมอาหงลองเข้าไปดูสิ”
“ค่ะแม่ เดี๋ยวฉันล้างถ้วนล้างชามเสร็จจะเข้าไปดู อย่างไรฝากแม่ดูสองแฝดด้วยนะคะ”
เซี่ยเจียวหงรีบทำงานตรงหน้าให้เสร็จเพื่อจะได้รีบไปดูอุปกรณ์เข้าป่าของสามีและพ่อสามีในห้องเก็บของด้านหลังบ้าน
“อาฝาน เจินเจิน ไปซื้อของเข้าบ้านกับย่าที่ร้านป้าหม่าไหมลูก”
นางหลิงมู่เดินเข้ามาถามหลานรักทั้งสองคน ป้าหม่าที่เธอพูดถึงคือนางหม่าซื่อ
“ไปครับ / ไปค่ะ”
สองแฝดรีบตอบ เพราะน้อยครั้งที่จะได้ไปเดินซื้อของที่ร้านของป้าหม่าในหมู่บ้าน แต่พอคิดว่าบ้านไม่มีเงินใบหน้าของเด็กน้อยทั้งสองหม่นหมองลง
นางหลิงมู่เห็นใบหน้าที่หม่นหมองของหลานจึงยิ้มกว้าง และบอกว่าเซี่ยเจียวหงให้เงินมาซื้อแล้ว ยังสามารถซื้อลูกอมให้หลานทั้งสองคนได้อีกด้วย
“เรื่องเงินไม่ต้องห่วง อาหงแม่ของหลานให้เงินย่ามาแล้ว ย่าจะซื้อลูกอมให้ทั้งสองคนด้วยดีไหม”
พอได้ยินว่าแม่ให้เงินย่า เด็กน้อยทั้งสองคนเงยหน้ามองอย่างดีใจ
“จริงหรือครับย่า ที่แม่ให้เงินมา”
“จริงสิ ย่าจะโกหกอาฝานและเจินเจินทำไม ไปกันเถอะ”
นางหลิงมู่บอกหลานทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม จากนั้นสามคนย่าหลานจึงเดินจูงมือไปที่ร้านค้าในหมู่บ้านเพื่อหาซื้ออาหารกลับมาทำกินเย็นนี้ เพราะว่ามื้อกลางวันชาวบ้านแบบพวกเธอไม่ค่อยจะได้กินกันหรอก ไม่เหมือนคนมีเงินหรือพวกคนในเมือง
เซี่ยเจียวหงหลังจากจัดการคว่ำถ้วยชามเสร็จแล้วเธอจึงเดินเข้าห้องเก็บของเพื่อมาดูว่าพอจะมีอุปกรณ์ชิ้นไหนยังใช้งานได้บ้าง
“ธนูอันนี้ยังใช้การได้ ส่วนลูกธนูเอาไปใช้แก้ขัดก่อนก็แล้วกัน ค่อยหาไม้มาทำใหม่”
เมื่อได้สิ่งที่ต้องการสองสามชิ้น เธอจึงหยิบตะกร้าและกระสอบสองสามใบเผื่อหาจะหาพวกหน่อไม้หรือหัวมันได้
จากนั้นจึงเดินออกมาหน้าบ้านเมื่อไม่เห็นแม่สามีและลูกทั้งสองจึงคิดว่าพวกเขาคงไปกับย่าเพื่อซื้อข้าวและอาหารเข้าบ้าน หลังจากที่ปิดประตูบ้านเรียบร้อยเธอจึงมุ่งหน้าเดินไปทางท้ายหมู่บ้านเพื่อเข้าป่า
ตลอดสองข้างทางชาวบ้านมองเซี่ยเจียวหงอย่างไม่เชื่อสายตาไม่คิดว่าหญิงสาวจะแขวนธนูไว้กับตัวและแบกตะกร้าเข้าป่า ทั้ง ๆ ที่ปกติเซี่ยเจียวหงเป็นตัวขี้เกียจประจำหมู่บ้าน
“นั่น ๆ พวกหล่อนเห็นไหม นังอัปลักษณ์นั่นจะเข้าป่าหาอาหาร”
ชาวบ้านคนหนึ่งสะกิดเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันให้มองไปทางเซี่ยเจียวหง พร้อมกับหัวเราะกันอย่างครื้นเครง
“นั่นสิ ฉันว่าหิมะเพิ่งจะหยุด สงสัยว่าคงจะตกหนักอีกแน่”
อีกคนจีบปากจีบคอพูดเช่นกัน พร้อมกับหัวเราะเยาะหญิงสาว
เซี่ยเจียวหงไม่สนใจว่าชาวบ้านจะมองเธออย่างไร ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องปากท้องของครอบครัว รวมถึงต้องหาลู่ทางเพื่อหาเงินมาสร้างบ้าน
โดยที่เธอตั้งใจไว้ว่าจะสร้างบ้านสี่ห้องนอน หนึ่งของแม่สามี และห้องของลูกทั้งสองรวมถึงห้องของตัวเอง แต่เมื่อไรที่สามีกลับมาค่อยว่ากันอีกที และต้องดูด้วยว่าเขากลับมากับใคร
เมื่อเดินขึ้นเขามา เธอแทบจะมองหาอาหารไม่เจอเลยสักอย่าง แม้แต่หน่อไม้ยังโดนขุดไปหมดแล้ว ดังนั้นเธอจึงตั้งใจว่าจะเข้าป่าลึกเข้าไปอีก
“สะใภ้ซือ หล่อนอย่าเข้าไปในป่าลึกกว่านี้เลยมันอันตราย”
นางกวงหลินกำลังเก็บผักป่าเมื่อเห็นลูกสะใภ้ของเพื่อนกำลังเดินเข้าป่าชั้นกลางจึงได้ร้องห้าม ต่อให้จะไม่ชอบเซี่ยเจียวหงอย่างไรแต่เธอก็ยังมีความเป็นห่วง
เซี่ยเจียวหงขมวดคิ้วทบทวนความทรงจำ เมื่อจำได้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครเธอจึงยิ้มให้
“ไม่เป็นไรหรอกป้ากวง ฉันเข้าไปไม่ลึกหรอก เผื่อว่าจะมีหน่อไม้หรืออาหารให้บ้าง ป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะ แล้วอย่าบอกแม่สามี นะป้า แม่จะได้ไม่ต้องกังวล”
นางกวงหลินพยักหน้ารับอัตโนมัติเพราะยังตกใจที่ลูกสะใภ้ของนางหลิงมู่ยิ้มให้ เมื่อพูดคุยกันอีกเล็กน้อยจากนั้นเซี่ยเจียวหงจึงขอตัวเข้าป่าทันที
เมื่อเข้ามาถึงป่าชั้นกลาง เธอเห็นหน่อไม้ผุดขึ้นมากมายแทบจะเต็มพื้นที่ และคิดว่าผืนป่าชั้นนี้คงไม่ค่อยมีใครเข้ามาก่อนจะหยิบพลั่วออกมาขุดหน่อไม้ด้วยความรวดเร็ว แม้ว่าจะเหนื่อยง่ายเพราะรูปร่างอ้วนกว่ามาตรฐานแต่เซี่ยเจียวหงก็ไม่หวั่น ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขุดต่อไป
เธอขุดไปได้สักพักก็เต็มสองกระสอบ เธอจึงมองหาอย่างอื่นเพื่อไปทำอาหาร เดินหาไม่นานก็เจอเข้ากับหัวมันที่มีต้นโชว์อยู่เต็มพื้นที่บริเวณนี้ เซี่ยเจียวหงไม่รอช้าจึงรีบขุดออกมาอย่างน้อยเอาไปทำมันเผาหรือทำแป้งมันก็ยังได้
หญิงสาววางของทั้งสามกระสอบไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปอีกสักเล็กน้อยเผื่อว่าจะเจอกระต่ายป่าหรือว่าไก่ป่า แต่สิ่งที่เธอเจอกลับเป็นลำธารที่มีปลาแหวกว่ายกันมากมายพร้อมกับสัตว์น้ำชนิดอื่น
ด้วยความที่เป็นห่วงและอยากให้ลูกทั้งสองและแม่สามีได้กินเนื้อ ต่อให้ไม่มีเนื้อไก่หรือเนื้อหมู มีปลาหรือกุ้งก็ยังดี แต่เพราะตอนนี้เธอไม่มีเบ็ดตกปลาหรือว่าแห หญิงสาวจึงมองหากิ่งไม้เพื่อมาแทงปลาที่กำลังแหวกว่ายมากมายในลำธาร
เซี่ยเจียวหงหยิบมีดมาฟันต้นไผ่ต้นเล็ก ก่อนจะผ่าซีกและเหลาปลายให้แหลม เธอทำได้ประมาณสิบกว่าอันจากนั้นจึงเดินไปที่ลำธาร อีกครั้ง ก่อนจะใช้ไม้ปลายแหลมที่ทำไว้แทงปลาขึ้นมา
หญิงสาวแปลกใจกับสายตาของตัวเองและกำลังที่ร่างนี้ไม่น่าจะทำได้ ไม่ทักอันที่เธอเหวี่ยงไปล้วนติดปลาตัวโตมาทั้งสิ้น
“ตายแล้ว อยู่กันสี่คนปลาเป็นสิบตัวจะกินหมดไหมล่ะเนี่ย”
เซี่ยเจียวหงยืนบ่นคนเดียวไม่คิดว่าความเมามันที่แทงปลาได้อย่างง่ายดายจะทำให้เธอเผลอแทงปลามาได้เป็นสิบตัว
“ช่างเถอะ ในเมื่อเอามาแล้วค่อยแบ่งปันบ้านป้ากวง อย่างน้อยที่บ้านกวงก็ดีกับแม่สามีและลูกทั้งสอง”
เมื่อพูดเองเออเองเสร็จสรรพ สายตาของเซี่ยเจียวหงดันไปเห็นฝูงหมูป่า จะว่าฝูงคงไม่ใช่เพราะมีเพียงสี่ตัวเท่านั้น
“หมูป่า”
เมื่อคิดได้ว่าพูดเสียงดังจึงรีบเอามือปิดปากเพราะกลัวเสียงของเธอจะทำให้หมูป่าทั้งสี่ตัวหนีหายไป
ตอนพิเศษ 9“ทางด้านเจ้าสาวล่ะครับ” พิธีการหันมาถามเจ้าสาวอย่างซืออี้เจินอีกครั้ง“สำหรับเจินเจินนั้นไม่รู้ว่าความรักระหว่างชายหญิงนั้นคืออะไร แต่เจินเจินหวงลุงเจียไท่ทุกครั้งที่เขามีเรื่องหญิงสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อรู้ว่าความรู้สึกที่เจินเจินมีต่อลุงเจียไท่ไม่ใช่ความรู้สึกที่หลานสาวคนหนึ่งมอบให้ลุงที่เลี้ยงดูและดูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เจินเจินอยากเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมเพื่ออยู่เคียงข้างลุงเจียไท่ในอนาคต”ซืออี้เจินส่งสายตาหวานฉ่ำไปให้สามีสุดที่รัก“ดังนั้นเจินเจินจึงพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้งานทุกอย่างตั้งแต่มัธยม เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะดีพร้อมและสามารถอยู่เคียงข้างลุงนอกสายเลือดคนนี้ได้โดยไม่อายใคร เจินเจินรักลุงเจียไท่ค่ะ”ซืออี้เจินกวาดสายตามองไปในงาน และกลับมามองสามีด้วยความรักอีกครั้ง“เจินเจินไม่อายหากใครจะมองว่าเจินเจินมีสามีแก่คราวพ่อเจินเจินไม่สนใจหากใครจะคิดว่าเจินเจินต้องการทรัพย์สินของสามี ความรักระหว่างเจินเจินและลุงเจียไท่ที่มีให้กันไม่ได้ทำให้เจินเจินใช้ชีวิตอย่างลำบาก เจินเจินไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเจินเจินคือจุดอ่อนของลุงเจียไท่ แต่สิ่งที่เจิน
ตอนพิเศษ 8ยิ่งม่านฟางหลินได้ยินผู้จัดการตัวเองพูด ยิ่งไม่ชอบใจเท่าไรในเมื่อเธอมาก่อนต่อให้เป็นคู่นอนแล้วอย่างไร นังเด็กนั่นไม่เหมาะสมกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว“แต่ฉันมาก่อนนังเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคุณหนูตระกูลซือ นังนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว”“เหมาะสมหรือไม่เธอหรือฉันไม่ใช่คนตัดสินใจ หลังจากวันนั้นเธอยังมองไม่ออกอีกหรือว่าคุณเจียไท่รู้สึกและคิดอย่างไรกับคุณหนูซือ แม้ว่าคุณหนูซือคนนั้นจะประกาศว่าไม่ขอร่วมงานกับนางแบบชื่อม่านฟางหลิง แต่สุดท้ายคนที่มาจัดการคือคุณเจียไท่ เรื่องนี้คนรู้จักฉันบอกมาเอง ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งเลย เพราะคุณเจียไท่ไม่ใช่คนที่พวกเราจะแตะต้องได้”ผู้จัดการย่าหยางเอ่ยเตือน แต่ถ้ายังไม่ฟังกัน คงต้องทางใครทางมันกันแล้วม่านฟางหลิงนั่งเงียบ เธอรู้ดีว่าคุณเจียไท่น่ากลัวแค่ไหน เพียงแค่เธอมีเรื่องกับนังเด็กนั่นแต่เขากลับตัดเส้นทางสายอาชีพของเธอแทบไม่เหลือ และถ้าครั้งนี้เธอยังก่อเรื่องอีก แม้แต่ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้“ไม่จริง! คุณเจียไท่กับเด็กสาวคนนั้นเป็นลุงกับหลานกันจะแต่งงานกันได้อย่างไร”สาวสังคมจับกลุ่มคุยกัน แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ข่าวออกว่า
ตอนพิเศษ 7ทันทีที่วิ่งเข้ามาซืออี้เจินเจอหน้าคนที่ที่นอนลืมตามองมาทางเธอด้วยสายตามที่อ่อนโยน“เจินเจิน”“ลุงเจียไท่”ซืออี้เจินวิ่งเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มจนคนดูแลที่วิ่งตามมาต้องร้องห้าม เพราะรู้ดีว่าคุณหนูกำลังท้องลูกของเจ้านายอยู่“คุณหนูอย่าวิ่งครับ คุณหนูกำลังท้องอยู่นะครับ”เชอเจียไท่มองเมียตัวน้อยด้วยสายตาที่ตกตะลึงปนดีใจ“เจินเจิน”“ค่ะ เจินเจินท้องลูกของเราได้สามเดือนแล้ว แต่งงานกันนะคะลุงเจียไท่ สามีสุดที่รักของเจินเจิน”“ลูก เรากำลังจะมีลูกใช่ไหม”“ใช่ค่ะ ลุงเจียไท่กำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ดีใจไหม”ซืออี้เจินลุกมานั่งปกติ และยิ้มตาหยีให้เขา“เดี๋ยวก่อนนะ ในเมื่อรู้ว่าท้อง ทำไมยังวิ่งขนาดนั้น แล้วไม่ดูแลตัวเองเลย ถ้าลูกไหลขึ้นมาจะทำอย่างไร”เชอเจียไท่แม้ใบหน้ายังซีดเซียวแต่ไม่วายที่จะดุเมียตัวน้อยของตน“ก็เจินเจินดีใจนี่คะที่ลุงเจียไท่ฟื้นแล้ว เจนเจินเกือบจะตามพ่อกับแม่ไปจัดการคนที่ทำร้ายสามีของเจินเจินแล้วเหมือนกันถ้าพี่หลงไม่มาตามเสียก่อน”“ยังจะเถียงอีก แล้วจะไปเผชิญอันตรายอย่างนั้นได้อย่างไรลุงปลอดภัยดีแล้ว เจินเจินอย่าทำให้ลุงเป็นห่วงได้ไหม โตจนเป็นแม่คนแล้วนะ อีกทั้งในท้องก็ย
ตอนพิเศษ 6เชอเจียไท่เปิดประตูเขามาเมื่อไม่เห็นเมียตัวน้อยก็เดินหาทั่วห้อง แต่ไม่นานร่างบางจึงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางที่แนบลำตัวจนเห็นทุกสัดส่วน ชายหนุ่มทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอ นี่เมียตัวน้อยตั้งใจจะยั่วเขาใช่ไหม“มาแล้วหรือคะ” ซืออี้เจินเงยหน้ามายิ้มหวานและถามคนรัก“ครับ ลุงเอานมมาให้ดื่มก่อนนอน”ซืออี้เจินรับแก้วนมมาดื่มจนหมด เมื่อมีคราบนมเลอะที่ปาก หญิงสาวจึงใช้ลิ้นตวัดเลียริมฝีปากจนหมดแทบไม่เหลือ ก่อนจะเดินนวยนาดเข้ามายืนตรงหน้าของชายหนุ่ม“เจินเจินกินนมหมดแล้ว แล้วลุงเจียไท่พร้อมจะกินนมหรือยังคะ”ไม่เพียงพูดเปล่าแต่เธอกลับคว้ามือหนามาจับที่หน้าอกของเธอทั้งสองข้าง และบีบเคล้นเบา ๆ ใบหน้าของซืออี้เจินในตอนนี้ช่างยั่วยวนนัก พร้อมกับส่งเสียงครางเล็กน้อย“อืม อ๊ะ”“คิดจะยั่วตาแก่คนนี้หรือ” เชอเจียไท่ถามกลับเสียงพร่า ซืออี้เจินไม่ตอบ แต่กลับปีนขึ้นเตียงพร้อมกับถอดชุดนอนแล้วนั่งคุกเข่า พร้อมกับกวักมือเรียกและกัดปากเล็กน้อย“แบบนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ายั่ว”ไม่รู้ว่าซืออี้เจินเอาความกล้ามาจากไหน เธอใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ร่างกายตัวเอง มืออีกข้างเลื่อนลงมาตรงดอกไม้งามแล้วถ
ตอนพิเศษ 5เชอเจียไท่ไม่สนใจใครอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องรักษาคือความรู้สึกของเมียตัวน้อย อดีตเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ อีกทั้งเขาอายุปูนนี้แล้วถ้าไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกับหญิงสาวคนไหนเลยคงต้องบวชพระถือศีลแล้วล่ะ“จบนะคะ ในเมื่อลุงเจียไท่บอกว่าไม่รู้จักคุณ”ซืออี้เจินไม่อยากมีเรื่อง เพราะดูจากหญิงสาวตรงหน้าและการแต่งตัวคงจะมาถ่ายแบบหรือเดินแบบ ดังนั้นจึงไม่ให้อยากมีเรื่องเกิดขึ้นบนหน้าหนึ่งว่า ลูกสาวของตระกูลซือตบตีกับนางแบบกลางห้างดัง เธอไม่รู้จะตอบพ่อกับแม่ ตาโล่ และย่าอย่างไรเมื่อได้ยินซืออี้เจินเรียกเชอเจียไท่ว่าลุง ใบหน้าของม่านฟางหลิงจึงดูดีขึ้น“เธอเป็นหลานของคุณเจียไท่หรือ มิน่าล่ะดูยังเด็กอยู่”“จะใช่หลานหรือไม่ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ แต่หลังจากนี้ไปลุงเจียไท่จะไม่ข้องเกี่ยวกับหญิงสาวคนไหนอีก เพราะฉันหวง จำไว้”ซืออี้เจินไม่ยอมตอบว่าเธอเป็นใคร เพียงแค่ประกาศว่าเธอหวงชายที่ชื่อเชอเจียไท่คนนี้มาก ทำให้เชอเจียไท่มองซืออี้เจินดวงตาเป็นประกายพร้อมกับมีรอยยิ้มในแววตาซึ่งนั่นแทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นและสัมผัสความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง เธอเห็นว่านักข่าวเดินมาทางนี้จึง
ตอนพิเศษ 4หลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ซืออี้เจินพยายามหลบหน้าของเชอเจียไท่ จนคนในบ้านเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนสองคน แต่เพราะเช้าวันนั้นซืออี้เจินบอกว่าเธอยังไม่พร้อมบอกเรื่องทั้งหมดกับครอบครัวจึงขอร้องให้เชอเจียไท่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“เจียไท่ นายไปทำอะไรให้หลานโกรธหรือเปล่า คงเป็นเรื่องผู้หญิงอีกละสิ เพลา ๆ ซะบ้างเถอะนะ หาเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว” ซือเฉิงซานเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเชอเจียไท่คล้ายคนคิดหนัก และคงไม่พ้นเรื่องของลูกสาวเขาอีกแน่ หากซืออี้เจินงอนขึ้นมาบางครั้งร่วมเดือนกว่าเชอเจียไท่จะง้อสำเร็จ“ฉันแก่ปูนนี้แล้วนะ นายคิดว่าฉันหมกมุ่นแต่เรื่องนั้นหรืออย่างไรหากนายไม่มีอะไรทำ ไปโรงงานตรวจสอบอาวุธเถอะ อาทิตย์หน้าจะมีส่งสินค้าไม่ใช่หรืออย่างไร”เชอเจียไท่ไม่อยากพูดด้วยเพราะกลัวหลุดเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับซืออี้เจินขึ้นมา แม้อยากจะสารภาพกับเพื่อนที่เป็นพ่อตาเขาแค่ไหน แต่เพราะโดนสั่งห้ามไว้เลยไม่กล้า เลยพยายามไล่คนตรงหน้าไปไกล ๆ“นั่นมันหน้าที่ของนาย อย่ามาโยนให้ฉัน แต่ก่อนที่จะไปส่งสินค้าช่วยกรุณาไปง้อหลานสาวเสียด้วย ฉันละไม่ชินเลย อยู่ ๆ เจินเจินก
เข้าตำบลเซี่ยเจียวหงได้ยินดังนั้น เธอคิดว่าควรจะไปพร้อมกันเลยจะได้วางเงินมัดจำและเลือกแบบบ้าน ช่างผู้รับเหมาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเข้ามาในหมู่บ้านอีก จึงได้หันไปถามความคิดเห็นของแม่สามี“แม่คะ ฉันว่าเราไปพร้อมกับพี่ใหญ่กวงดีไหม เผื่อว่าเลือกแบบบ้านแล้วจะได้วางมัดจำเลย อีกทั้งผู้รับเหมาจะได้ไม่ต้องเส
ให้คำมั่นสัญญาเซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเซี่ยเจียวหงพูดคือเรื่องจริง เมื่อไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสองจึงรีบเผ่นกลับบ้านเซี่ยทันทีทางด้านนางหลิงมู่เมื่อได้รู้ความจริงจึงมองลูกสะใภ้ดีขึ้นกับอดีตที่เคยกระทำกับเฉิงซานลูกชายของเธอ จากนั้นทุกคนบ้านซือและบ้านเซี
บ้านเซี่ยผู้เห็นแก่ตัวเซี่ยเจียวหงหันมายิ้มให้แม่สามีและลูกทั้งสองคน ไม่คิดว่าเข้าป่าล่าหมูป่ามาแค่สองตัวจะทำให้เธอมีเงินสร้างบ้าน“เย้ ๆ ๆ เราจะมีบ้านใหม่แล้ว” สองแฝดกระโดดโลดเต้นดีใจ เพราะถ้าสร้างบ้านใหม่ เขาและน้องรวมถึงย่าจะไม่หนาวอีกแล้ว“จริงหรืออาหง เรามีเงินพอสร้างบ้านจริง ๆ ใช่ไหม”นางหลิ
เงินก้อนแรกทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซี่ยเจียวหงได้ยินเสียงที่ของลูกน้อยทั้งสองคนดังมาอย่างตื่นเต้นและดีใจ“แม่ แม่กลับมาแล้ว มีหมูป่ามาด้วย”ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของซืออี้เจิน หรือว่าเจินเจินนั่นเอง“หา! อาหงกลับมาพร้อมหมูป่า”นางหลิงมู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้นำ







