Accueil / รักโบราณ / เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80 / บทที่ 9 หาเรื่องชวนทะเลาะ

Partager

บทที่ 9 หาเรื่องชวนทะเลาะ

last update Date de publication: 2025-03-09 00:03:00

เมื่อมาถึงโรงงานโจวลี่อินก็เดินเข้าไปที่แผนกเย็บรองเท้า ภายในห้องมีจักรตั้งอยู่หลายโต๊ะ ตอนนี้มีพนักงานนั่งอยู่ประจำตำแหน่งไม่กี่คนเพราะยังไม่ถึงเวลาเข้างาน โจวลี่อินเดินไปนั่งที่โต๊ะของตนเอง ไม่นานก็มีหญิงสาวรูปร่างอวบเดินเข้ามาหาเธอที่โต๊ะ เท่าที่จำได้ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าจางซิน จางซินเป็นหญิงสาวที่มีนิสัยโผงผาง โจวลี่คิดคนเก่าแกล้งทำดีด้วยเพราะอยากคบหญิงสาวเอาไว้เป็นเพื่อน เพราะจางซินคอยทำหน้าที่เป็นลูกน้องของโจวลี่อินมาตลอด ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรกับใครจางซินก็พร้อมที่จะออกหน้าให้กับโจวลี่อินเสมอ

"ลี่อินทำไมวันนี้ถึงได้มาทำงานเช้าขนาดนี้ล่ะ" จางซินเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีวันไหนเลยที่โจวลี่อินจะมาเช้า ถ้าหากไม่มาสายก็มาตอนได้เวลาเข้างานแล้วทำเอาหัวหน้าเรียกไปตักเตือนอยู่หลายครั้งจนเกือบจะโดนไล่ออกจากงาน

"ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากลองมาทำงานเช้าดูบ้างก็เท่านั้นเอง" โจวลี่อินตอบพร้อมกับหยิบรองเท้าเตรียมจะเอามาเย็บแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงของหนิงเหมยดังขึ้น

"ถ้าหากว่ามาสายอีกครั้งเดียวก็คงได้โดนไล่ออกน่ะสิ ถึงต้องรีบมาเช้าขนาดนี้" หลายคนที่อยู่ในห้องต่างพากันหันมามองทั้งสองคนอย่างให้ความสนใจ เพราะคิดว่าจะมีเรื่องสนุกๆ ดู บางคนถึงกับวิ่งออกไปฟ้องหัวหน้าเพราะอยากได้ความดีความชอบและรู้สึกสะใจที่จะเห็นคนอื่นเป็นทุกข์

"ลี่อินจะโดนไล่ออกหรือไม่โดนไล่ออก มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยหนิงเหมย" จางซินออกโรงปกป้องโจวลี่อินทันทีที่เห็นว่าหนิงเหมยพยายามจะหาเรื่อง

"ฉันก็แค่สงสารเท่านั้นเองถ้าหากว่าสะใภ้เล็กของบ้านโดนไล่ออกจากงาน ไม่รู้ว่าต่อไปจะเอาเงินที่ไหนใช้จ่าย" หนิงเหมยพูดด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ แต่โจวลี่อินได้ยินแล้วกับรู้สึกรำคาญราวกับแมลงหวี่แมลงวันมาบินอยู่ข้างหู หนิงเหมยไม่คิดจะให้เธออยู่เป็นสุขเลยหรือไงกัน ทะเลาะกันที่บ้านไม่พอต้องมาทะเลาะที่ทำงานด้วยหรือไง

"ถึงแม้จะต้องโดนไล่ออกจากงานจริงๆ ก็ไม่รบกวนให้สะใภ้ใหญ่ต้องมาเดือนร้อนแทนหรอก เอาเวลาไปดูแลลูกกับสามีของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ มัวแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่นระวังสามีจะไปมีคนอื่นนะ แล้วจะหาว่าฉันไม่เตือน" โจวลี่อินตอกกลับหนิงเหมยได้อย่างเจ็บแสบทำเอาอีกฝ่ายอยู่ไม่เป็นสุขกันเลยทีเดียว ยิ่งมาจี้ปมว่าสามีของเธอจะมีคนอื่นก็ยิ่งทำให้อารมณ์ของหนิงเหมยเดือนจนทะลุปรอท

"นี่แก ปากดีนักนะนังโจวลี่อิน" หนิงเหมยตะคอกเสียงใส่ก่อนจะปรี่เข้าไปทำร้ายโจวลี่อิน แต่ยังไม่ทันถึงตัวของโจวลี่อินก็โดนจางซินขวางเอาไว้เสียก่อน แต่หนิงเหมยหาได้สนใจใช้แรงทั้งหมดผลักร่างอวบออกไปให้พ้นก่อนจะเข้าไปเงื้อมือเตรียมจะตบเข้าที่ใบหน้าของโจวลี่อิน

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ" หัวหน้าอี้เฟยที่ถูกคนในแผนกไปตามมาบอกว่าพนักงานกำลังจะมีเรื่องกัน พอเข้ามาก็เห็นหนิงเหมยกำลังจะตบคนก็เอ่ยห้ามเสียงดังออกไปทันที

หนิงเหมยที่ได้ยินเสียงก็ชะงักมือก่อนจะหันไปมอง เห็นว่าเป็นหัวหน้าอี้ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มก่อนจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

"มีเรื่องอะไรกัน ถึงต้องใช้กำลังแบบนี้ ที่นี่คือโรงงานนะ ไม่ใช่ที่พวกเธอจะมาเอาไว้ตบตีกัน" อี้เฟยต่อว่าออกมาเสียงดัง เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน อย่างมากก็แค่ด่าทอกันเท่านั้นเอง

"ฉันเปล่านะคะหัวหน้าอี้ ต้องเป็นการเข้าใจผิดกันแน่ๆ เลย ฉันแค่กำลังพูดกับโจวลี่อินก็เท่านั่นเอง ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกค่ะ" หนิงเหมยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ผิดกับหน้านี้ลิบลับ พนักงานหลายคนได้แต่มองการแสดงละครของหนิงเหมย แต่ก็ไม่อยากมีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

"ครั้งหน้าก็อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งเรื่องนี้ให้กับทางผู้จัดการได้รับรู้ พวกเธอสองคนอาจจะไม่ได้ทำงานกับที่นี่อีกต่อไป" เมื่อได้ยินที่หนิงเหมยบอก อี้เฟยก็ทำเพียงเอ่ยตักเตือนแถมยังไม่วายที่จะขู่ให้ทั้งสองคนได้กลัว

"ค่ะหัวหน้าอี้" หนิงเหมยรับคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทำตัวราวกับว่าง่ายเสียนักหนา โจวลี่อินอดที่จะเบะปากไม่ได้กับการแสดงแสนห่วยแตกของหนิงเหมย

เมื่อจบเรื่องพนักงานก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตนเอง จนได้เวลาพักเที่ยง โจวลี่อินก็ใช้คูปองที่มีไปแลกอาหาร

หญิงสาวแลกเป็นไก่ทอดกับข้าว ห่อเอาไว้อย่างดีเพราะอยากจะเก็บเอาไปให้ลูกสาว หลี่อิงอิงเห็นไก่ทอดจะต้องดีใจมากเป็นแน่ ไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ หวังว่าเยว่ซื่อจะไม่รังแกหลานหรอกนะ ถ้าทำอย่างนั้นก็ขึ้นชื่อว่าโหดร้ายเกินไปแล้ว

 

ฝากกดเข้าชั้นคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 30 ครอบครัวที่สมบูรณ์ (จบบริบูรณ์)

    เวลาผ่านไปโจวลี่อินได้ทำการเช่าร้านหน้าโรงเรียนเพื่อเปิดขายบะหมี่ แรกๆ ยังไม่ค่อยมีลูกค้าสักเท่าไร แต่หญิงสาวก็ไม่ท้อจนปัจจุบันมีลูกค้ามากมายจนหญิงสาวทำไม่ทันจึงต้องจ้างคนงานมาช่วย ร้านบะหมี่ของโจวลี่อินเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆ วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารหญิงสาวก็เอาออกมาจากมิติ ทำให้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำหญิงสาวจึงตัดสินใจให้สามีเป็นคนทำเรื่องซื้อบ้านก่อนจะย้ายออกจากบ้านเช่า หลี่อิงอิงดีใจมากที่ได้อยู่บ้านหลังใหญ่แล้วมีห้องนอนส่วนตัวตอนนี้ขาของหลี่เหว่ยหายดีแล้ว ชายหนุ่มช่วยงานหญิงสาวในร้าน ถึงแม้ทางกองทัพจะอยากให้ชายหนุ่มกลับไปทำงานให้ แต่หลี่เหว่ยก็ปฏิเสธเพราะอยากอยู่ใกล้ชิดกับภรรยาและลูกสาวมากกว่าเมื่อปิดร้านบะหมี่เรียบร้อยแล้วโจวลี่อินกับหลี่เหว่ยก็ไปรับลูกสาวที่โรงเรียน ตอนนี้หลี่อิงอิงโตขึ้นมากแล้ว เมื่อเห็นพ่อกับแม่มารอรับก็รีบวิ่งมาหาทันที ทั้งสามเดินไปรอรถประจำทาง ระหว่างรอหลี่อิงอิงก็เล่าเรื่องในโรงเรียนไม่หยุดจนกระทั่งรถมาจอดตรงหน้าหลี่อิงอิงถึงได้หยุดพูด ทั้งสามคนขึ้นไปหาที่นั่ง ก่อนที่โจวลี่อินจะเอ่ยบอกกับลูกสาวว่าวันนี้จะพาไปกินข้าวข้างนอกบ้าน หลี่อิงอิงได้ยินก็ดีใจเป็นอ

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 29 ความสุข

    หลี่เหว่ยขึ้นไปบนเตียงแล้วจับเขาเรียวแยกออกจากกันเผยให้เห็นดอกไม้งามที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน มือหนาจับแก่นกายขนาดใหญ่ไปจ่อกลางร่องก่อนจะลากขึ้นลงทำเอาโจวลี่อินส่งเสียงครางออกมา ปลายหยักชุ่มไปด้วยน้ำหวานชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะดันแก่นกายเข้าไปในโพรงสวาท ด้วยความคับแน่นทำเอาโจวลี่อินรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกหลี่เหว่ยครางอยู่ในลำคอด้วยความทรมานเมื่อแก่นกายโดนตอดรัดอย่างหนัก ชายหนุ่มจึงตัดสินใจยกสะโพกขึ้นก่อนจะกระแทกกลับลงไปอย่างแรงทำให้แก่นกายจมหายเข้าไปในกายสาวจนมิดลำนิ้วร้อนสัมผัสกับเกสรดอกไม้ที่กำลังบวมเป่ง หลี่เหว่ยออกแรงเขี่ยไปมาเบาๆ ก่อนจะขยี้ ทำเอาโจวลี่อินดิ้นพล่านไปมาด้วยความเสียวซ่าน สะโพกสอบขยับขึ้นลงจากช้าเป็นเร็วขึ้นแก่นกายผลุบเข้าออกกลางกายสาวจนกลีบสวาทยับยู่ยี่ไปตามแรงกระแทกชายหนุ่มก้มใบหน้าลงไปแลบลิ้นออกมาไล้เลียที่ปลายถันก่อนจะอ้าปากดูดดึงเข้าไปในอุ้งปากส่วนสะโพกสอบก็ขยับขึ้นลงทำเอาหญิงสาวเสียวสะท้านไปทั้งตัวโจวลี่อินแอ่นสะโพกขึ้นสู้แรงกระแทกของชายหนุ่มด้วยความรัญจวน มันช่างดีเหลือเกิน แขนเรียวยื่นไปกอดรัดร่างหนาเอาไว้แน่น ยิ่งชายหนุ่มสร้างความเสียวให้มากเท่าไรเล็บคมก

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 28 ได้ใกล้ชิดกันอย่างแท้จริง

    ผ่านไปหลายเดือน เช้าวันนี้โจวลี่อินตื่นขึ้นมาแต่เช้าปลุกลูกสาวให้ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน วันนี้เป็นเปิดเรียนวันแรก หลี่อิงอิงที่ตื่นเต้นจะได้ไปโรงเรียนก็รีบลุกขึ้นอาบน้ำ โจวลี่อินช่วยลูกสาวแต่งตังเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปทำอาหารเช้าหลังจากทำอาหารเสร็จก็ยกไปวางบนโต๊ะก่อนจะเรียกสามีกับลูกสาวมากินข้าว สองพ่อลูกพากันเดินมานั่งที่เก้าอี้ โจวลี่อินจึงตักข้าวใส่ถ้วยให้กับทั้งสองคนก่อนจะตักให้ตัวเองหลังจากกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็เก็บถ้วยบนโต๊ะไปล้างก่อนจะเปลี่ยนชุดเตรียมพาลูกสาวไปส่งโรงเรียนทั้งสามคนเดินออกจากบ้านไปรอรถประจำทาง ไม่นานรถก็มาจอดตรงหน้า ทั้งสามคนจึงเดินขึ้นรถก่อนจะหาที่นั่ง รถแล่นเข้าสู่ท้องถนน หลี่อิงอิงที่ตื่นเต้นเป็นพิเศษพูดกับพ่อแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วไม่นานก็มาถึงโรงเรียนที่ก่อนหน้านี้หลี่เหว่ยกับโจวลี่อินพาลูกสาวมาสมัครเรียน ลงจากรถเรียบร้อยแล้วโจวลี่อินก็จูงมือลูกสาวไปหน้าโรงเรียนที่มีครูผู้หญิงมายืนต้อนรับเด็กนักเรียนหลี่อิงอิงทำความเคารพคุณครูก่อนจะเดินเข้าโรงเรียนด้วยความตื่นเต้น โจวอินจึงฝากฝังให้ครูช่วยดูแลลูกสาว คุณครูก็รับปากว่าจะดูและหลี่อิงอ

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 27 ความแตกแยกของบ้านหลี่

    หลังจากส่งของถึงมือของเพื่อนหลี่เหว่ย ฝ่ายนั้นก็พอใจกับสินค้ามาก จึงทำการส่งเงินมาจ่ายค่าของ ครั้งนี้โจวลี่อินได้เงินมาเยอะพอสมควรจึงชวนสามีกับลูกสาวไปกินข้าวข้างนอกบ้าน ทั้งสามคนกำลังเตรียมตัวก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากหน้าบ้านพร้อมกับเสียงเคาะประตูตอนแรกโจวลี่อินจะไปดู แต่หลี่เหว่ยอาสาจะไปดูแทน พอเปิดประตูออกไปก็เห็นเยว่ซื่อยืนร้องไห้ดวงตาแดงก่ำอยู่หน้าบ้าน"อาเหว่ย ต้องช่วยพี่ชายของลูกนะ" เยว่ซื่อเอ่ยบอกหลี่เหว่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้น"คุณจะมาที่นี่อีกทำไม ผมบอกแล้วว่าห้ามมาข้องเกี่ยวกันอีก" หลี่เหว่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เตรียมจะปิดประตูห้องแต่เยว่ซื่อก็รีบเอามือดันประตูไว้ไม่ยอมให้ชายหนุ่มปิด"อย่าใจร้ายกับแม่กับพี่ชายของลูกมากนักเลย ตอนนี้อาหยวนกำลังลำบาก โดนนังตัวดีอย่างหนิงเหมยแจ้งทางการว่าอาหยวนมีชู้ แถมนังนั่นยังจ้างนักสืบหาหลักฐานมาด้วย ทางการเลยให้อาหยวนหย่ากับนังนั่นพร้อมจ่ายค่าเลี้ยงดู แต่ตอนนี้อาหยวนไม่มีเงินเลย ลูกต้องมีเงินเก็บอยู่แล้วใช่ไหม เอามาให้อาหยวนจ่ายค่าเสียหายก่อนได้ไหม" เยว่ซื่อพูดเสียยืดยาว สรุปก็คืออยากจะได้เงินของหลี่เหว่ยเพื่อไปให้หลี่หยวน โจวลี่อินที

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 26 ครอบครัวตัวดี

    หลังจากกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้วโจวลี่อินก็ออกไปข้างนอก หญิงสาวไปในที่ลับตาคนก่อนจะหยิบของออกมาจากมิติมากมายตามรายการที่เพื่อนของหลี่เหว่ยสั่งเอาไว้ พอเอาออกมาเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ว่าจ้างคนให้แบกของไปส่งที่สถานีรถไฟ รออีกฝ่ายได้รับของหลังจากนั้นก็จะส่งเงินมาจ่ายค่าของโจวลี่อินทำธุระเสร็จแล้วก็ขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน ไม่นานรถก็มาถึง หญิงสาวเดินลงจากรถก็ต้องชะงักเมื่อเจอเข้ากลับหนิงเหมย โจวลี่อินทำเป็นมองไม่เห็น กำลังจะเดินผ่านหนิงเหมยไป แต่อีกฝ่ายก็ร้องเรียกพร้อมกับเข้าไปจับแขนเรียวเอาไว้"เธอมาที่นี่ทำไม" โจวลี่อินเอ่ยถามเสียงแข็งก่อนจะสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของหนิงเหมย"คือว่าฉันอยากจะมาขอยืมเงินน่ะ" หนิงเหมยเอ่ยบอกถึงความต้องการของตนเองออกไปทันที ความจริงแล้วเธอก็ไม่อยากจะทำแบบนี้ แต่เพราะไม่มีทางออกจริงๆ ก็เลยต้องบากหน้ามาขอยืมเงินจากโจวลี่อิน"ฉันไม่มีเงินมากถึงขนาดให้ใครยืมหรอก กลับไปซะเถอะ" โจวลี่อินบอกปัดอย่างไร้เยื่อใย เรื่องอะไรเธอจะต้องให้คนที่เกลียดเธอยืมเงินด้วย"แต่ว่าฉันจำเป็นจริงๆ นะ ถ้าหากว่าไม่ได้เงินกลับไปฉันต้องตายแน่ๆ" ก่อนหน้านี้เธอโดนไล่ออกจากงานเพราะทำงานผ

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 25 การหอมกันครั้งแรกของสามีภรรยา

    หลี่เหว่ยเห็นภรรยาต้องไปขายของที่ตลาดมืดทุกวันก็รู้สึกสงสาร วันนี้ชายหนุ่มจึงออกจากบ้านเพื่อไปใช้โทรศัพท์ที่ศูนย์บริการ ชายหนุ่มโทรหาเพื่อนสนิทที่กองทัพ ตอนแรกว่าจะขอความช่วยเหลือแต่พอได้ยินว่ากองทัพกำลังขาดแคลนอาหาร ชายหนุ่มจึงคิดว่าเป็นโอกาสดีที่เขาจะหาเงินได้จากเรื่องนี้ หลี่เหว่ยจึงลองเสนอความคิดของตนเองให้เพื่อนฟังว่าเขานั้นจะหาทางส่งเสบียงอาหารไปให้แต่ของที่หายากอาจจะมีราคาแพงนิดหน่อย เพื่อนชายหนุ่มได้ฟังก็ดีใจมากบอกเพียงว่าถ้ามีอาหารส่งมาให้เขาก็พร้อมที่จะจ่ายหลี่เหว่ยจึงบอกกับเพื่อนว่าจะโทรไปแจ้งความคืบหน้าอีกทีเมื่อหาเสบียงอาหารได้ หลังวางสายจากเพื่อนชายหนุ่มก็เดินไปรอรถประจำทาง ระหว่างยืนรอรถอยู่นั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหา"ใช่พี่เหว่ยไหมคะ" หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจว่าจะใช่คนที่ตนเองรู้จักหรือไม่ เพราะเธอก็ไม่ได้เจออีกฝ่ายมานานแล้วหลี่เหว่ยมองคนตรงหน้าก่อนจะพยายามนึกว่าเคยรู้จักหญิงสาวมาก่อนไหม แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ชายหนุ่มจึงตอบรับว่าตนเองนั้นคือหลี่เหว่ยก่อนจะเอ่ยถามกลับว่าหญิงสาวเป็นใคร"ฉันถิงถิงไงคะ เคยเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของพี่เหว่ย" หญิงสาวเอ่ยแนะ

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 20 ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม

    หลังจากหาหมอเสร็จก็รอรับยา หลังจากนั้นโจวลี่อินก็บอกว่าอยากจะซื้อหนังสือนิทานให้กับหลี่อิงอิง ทั้งสามคนจึงเดินทางไปที่ร้านขายหนังสือโจวลี่อินเลือกหนังสือนิทานที่มีภาพประกอบมาสองเล่มก่อนจะจ่ายเงินไปสองหยวน หลี่อิงอิงดีใจเป็นอย่างมากที่ได้หนังสือนิทานหลังจากซื้อของเสร็จแล้วก็พากันขึ้นรถประจำทางกลับ

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 19 ไปหาหมอ

    โจวลี่อินออกจากห้องไปจุดไฟต้มน้ำร้อน พอเดือดแล้วก็เทใส่กะละมังแล้วเติมน้ำเย็นลงไปก่อนจะใช้มือวัดความร้อนว่ากำลังพอดีไหม พอเห็นว่าอุ่นพอดีก็ยกกะละมังเข้าไปในห้องนอนเพื่อที่จะให้หลี่เหว่ยใช้แช่เท้า แล้วอีกอย่างเธอก็อยากจะดูด้วยว่าเท้าของชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บมากแค่ไหน"คุณช่วยลุกขึ้นนั่งหน่อยค่ะ" โจวล

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 18 อาหารที่แสนอร่อย

    หลี่เหว่ยพาภรรยากับลูกสาวเดินเข้าไปในอพาร์ทเม้นท์ก่อนจะติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอเช่าห้อง ห้องมีหลายระดับให้เลือก ถ้าหากว่าต้องการแค่ห้องและห้องน้ำใช้ร่วมกันก็จ่ายเพียงห้าหยวนต่อเดือน แต่หากมีห้องน้ำในตัวและห้องครัวราคาก็จะแพงขึ้นเป็นสิบหยวน เพื่อความสบายของลูกสาวชายหนุ่มตัดสินในเลือกที่มีห้องน้ำในตั

  • เซ็ทนิยายทะลุมิติ ยุค 70-80   บทที่ 15 นอนสามคนพ่อแม่ลูก

    บนโต๊ะอาหารมื้อเย็น คนโตต่างกินข้าวด้วยความเงียบ จะมีก็แต่หลี่หลินกับหลี่ชิงที่พูดคุยกันตามภาษาเด็ก กระทั่งอิ่มแล้วทุกคนจึงแยกย้ายกันไปเข้าห้องหลังจากล็อกประตูห้องแล้ว โจวลี่อินก็เดินไปหยิบนมกับขนมมาให้ลูกสาวกับสามี"คุณกับลูกคงจะกินข้าวไม่อิ่ม กินนมกับขนมนี่สิคะ จะได้ไม่หิวตอนดึก""ผมอิ่มแล้ว คุณ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status