LOGINย้อนวันวานไปกับชีวิตมัธยมปลายช่วงวัยของรักแรก การจับมือ การจูบ การกอดรวมถึงการออกกำลังกาย(บนเตียง) คุณอยู่ในช่วงไหน? ส่วนของผมนั้นเกิดขึ้นตอนม.ปลาย เรื่องนี้จะรวมชีวิตสุดโก๊ะโบ๊ะบ๊ะสารพัดสารเพในช่วงวัยม.ปลายให้หายคิดถึง เรื่องย่อ เป็นเรื่องราวของ กันต์ ชายที่โดนบูลลี่ กลั่นแกล้ง รังแกสารพัดหนำซ้ำยังมีปมเรื่องหน้าตาหลังถูกปฏิเสธความรักในวัย14ปีจากนั้นเขาก็สูญเสียความมั่นใจในตัวเองโดยการใช้ชีวิตปกปิดใบหน้ามาตลอดและในช่วงม.ปลายเขาได้ย้ายโรงเรียนไปที่แห่งใหม่แรกๆชีวิตก็สงบสุขดีแต่หลังจากมีเด็กใหม่ย้ายเข้ามาหน้าตาที่ปกปิดไว้มาตลอดกลับถูกเปิดเผยอย่างไม่คาดคิด
View Moreกลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม
จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ
"ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า
ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม





