LOGINเธอก้มมองสำรวจตัวเอง ชุดคนไข้สีฟ้าถูกถอดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สิ่งที่ห่อหุ้มร่างกายบอบบางของเธออยู่ในตอนนี้คือเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำสนิทตัวโคร่ง เนื้อผ้าคอตตอนผสมซิลก์ลื่นมือ ทรงเสื้อที่ใหญ่เกินไปทำให้ชายเสื้อยาวลงมาคลุมถึงช่วงต้นขา แขนเสื้อที่ยาวรุ่มร่ามถูกพับขึ้นลวกๆ สองทบเพื่อให้พ้นข้อมือกลิ่นอายเฉพาะตัวที่ฝังอยู่ในเนื้อผ้า ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่านี่คือเสื้อของใครนพ. อารัญ ภักดีดำรงนิรินกำคอเสื้อเชิ้ตเข้าหากันแน่น ความทรงจำอันโหดร้ายเมื่อคืนย้อนกลับมาโจมตีจิตใจอีกครั้ง ภาพมือปืนในชุดบุรุษพยาบาล เข็มฉีดยาพิษ และคำสารภาพที่หลุดออกจากปากคนร้ายว่า ‘เฮียหวัง’ พี่ชายต่างแม่ของเธอเป็นคนจ้างวานมาฆ่าปิดปากความจริงข้อนั้นกรีดทึ้งความรู้สึกของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เธอรู้ตัวว่าไม่เคยเป็นที่รัก แต่ไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวที่มีสายเลือดครึ่งหนึ่งเหมือนกัน จะทนเห็นเธอมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้จนต้องส่งคนมาปลิดชีพหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอให้จมลงไป เธอไม่มีน้ำตาจะไหลอีกแล้ว ร่างกายและจิตใจมันแห้งแล้งเกินก
“หยุดพูดจาไร้สาระเดี๋ยวนี้ นิริน” อารัญกดเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน“มันคือความจริงนี่คะ” นิรินเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นครั้งแรก นัยน์ตากลมโตที่พร่ามัวด้วยน้ำตาสะท้อนความรวดร้าวที่แสนสาหัส “ถ้าการมีรินอยู่มันทำให้พี่รัญเดือดร้อน ปล่อยรินไปเถอะค่ะ”ความโกรธที่อารัญพยายามระงับไว้ ปะทุขึ้นมาอีกครั้งเขาไม่ได้โกรธที่เธอต่อปากต่อคำ แต่เขาโกรธที่เธอด้อยค่าชีวิตของตัวเอง โกรธที่เธอยอมแพ้ต่อความบัดซบของครอบครัวตัวเองอย่าง
“เฮียหวังบอกว่า... การส่งตัวคุณนิรินมาให้หมอ มันเป็นแค่การซื้อเวลาของเจ้าสัว...” คนร้ายละล่ำละลักอธิบาย “แต่ถ้าสภามาเฟียรู้ว่าคุณนิรินมีชีวิตรอด และหมออาจจะใช้เธอเป็นข้อต่อรองเรียกร้องอะไรจากตระกูลหวังเพิ่มเติม... เฮียหวังไม่อยากรับภาระตรงนั้น... เลยสั่งให้ผมมาปิดปากเธอซะ ตายที่นี่ ก็โยนความผิดให้คลินิกหมอได้ด้วย...”ความจริงที่โสมมและเน่าเฟะของตระกูลหวังถูกตีแผ่ออกมาจนหมดเปลือกอารัญขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน เขาเคยคิดว่าเจ้าสัวหวังส่งลูกสาวมาเป็นหมากขัดดอกเพื่อให้เขาเชือดทิ้งเล่นๆ ก็ว่าเลวทรามแล้ว แต่การที่พี่ชายแท้ๆ ส่งมือปืนมาลอบฆ่าน้องสาวตัวเองเพื่อตัดรำคาญและหวังจะป้ายสีให้คลินิกของเขา มันเป็นการกระทำที่เกินกว่าคำว่าเดรัจฉานไปมากชายหนุ่มชักมีดผ่าตัดกลับ ยกเท้าออกจากหน้าอกของคนร้าย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปพยักหน้าให้คินที่ยืนรอคำสั่งอยู่“ลากตัวมันลงไปที่ห้องใต้ดินชั้นสาม มัดมันไว้กับเก้าอี้” อารัญสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “รอจนกว่าฉันจะลงไปสะสางบัญชีกับมันด้วยตัวเอง”“รับทราบครับนาย&r
“ช่วยด้วย...” เสียงแหบพร่าพยายามจะเปล่งออกมาจากลำคอที่แห้งผาก นิรินรวบรวมพละกำลังที่เหลืออยู่พลิกตัวหงายขึ้น ยกมือขวาปัดท่อนแขนของบุรุษพยาบาลปลอมอย่างแรงจนปลายเข็มพลาดเป้าเฉี่ยวหลังมือเธอไปเพียงนิดเดียว“อยู่นิ่งๆ สิวะ!” ชายคนนั้นสบถเสียงต่ำลอดไรฟัน เขาไม่สนใจที่จะปิดบังเจตนาอีกต่อไป มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนซ้ายของเธออย่างรุนแรง ออกแรงกดร่างบอบบางที่กำลังดิ้นรนให้จมลงกับฟูกนอน น้ำหนักตัวที่กดทับลงมาทำให้นิรินจุกจนแทบหายใจไม่ออก“ปล่อย! ปล่อยฉัน!” เธอพยายามดิ้นรน สองขาเตะถีบผ้าห่มจนหลุดลุ่ย มือบางจิกข่วนลงบนท่อนแขนของคนร้าย“ถ้ามึงยอมอยู่นิ่งๆ ยานี่จะทำให้มึงหลับไปสบายๆ ไม่ต้องทรมาน” คนร้ายขู่ตะคอก มือข้างที่ถือเข็มฉีดยาพยายามจะหาจังหวะแทงเข้าที่จุกน้ำเกลืออีกครั้ง “แต่ถ้ามึงดิ้น กูจะแทงเข้าคอหอยมึงแทน!”นิรินส่ายหน้าหลับตาปี๋ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลทะลักออกมา เธอไม่มีทางสู้แรงผู้ชายร่างใหญ่คนนี้ได้เลย เรี่ยวแรงที่เพิ่งฟื้นฟูจากการกินยาเริ่มเหือดหาย อาการแน่นหน้าอกตีตื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วป
คำถามที่แทงตรงใจทำให้นิรินสะดุ้ง เธอเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความสั่นไหว ความสับสนตีรวนอยู่ในอก ผู้ชายคนนี้คือคนที่จับเธอขังไว้ในห้องนี้ คือคนที่ขู่จะหักขาเธอถ้าคิดหนี แต่เขากลับเป็นคนเดียวที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ไม่ใช่ความหวาดกลัว"หนู... เกลียดคุณหมอ" เธอเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก มันเป็นคำด่าทอที่ไร้เรี่ยวแรงที่สุดเท่าที่เธอเคยพูดมาอารัญไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเกลียดชังนั้น เขาปล่อยมือจากข้อมือของเธออย่างเชื่องช้า ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง จัดคอเสื้อเชิ้ตสีเทาของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะขยับแว่นตาบนสันจมูกด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาปรายตามองแก้วน้ำอุ่นที่ว่างเปล่าและกระดาษทิชชูที่เปื้อนยาเม็ดแรก ก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่ใบหน้าของนักโทษวีไอพีบนเตียงอีกครั้งการพังทลายกำแพงทางร่างกายครั้งนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการสั่งสอนให้เธอรู้ว่า อำนาจการควบคุมทั้งหมดในห้องนี้เป็นของเขา ไม่ว่าเธอจะดื้อดึงแค่ไหน ลมหายใจและจังหวะการเต้นของหัวใจของเธอ ก็ต้องเดินตามเกมที่เขาวางไว้เท่านั้นชายหนุ่มหมุนตัวเดินตรงไปยังประ
"คุณหมอ... อื้อ!"เสียงประท้วงของนิรินถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่ออารัญทาบทับริมฝีปากหยักลึกของเขาลงบนริมฝีปากอิ่มของเธออย่างรุนแรงและเอาแต่ใจสัมผัสนั้นไม่ได้นุ่มนวลหรืออ่อนหวาน มันคือการบุกรุกที่เต็มไปด้วยอำนาจและการลงโทษ อารัญใช้กลีบปากของเขาบดเบียดริมฝีปากของเธอ บังคับให้ขากรรไกรที่ปิดสนิทต้องอ้าออก นิรินพยายามขัดขืน สองมือเล็กยกขึ้นทุบลงบนท่อนแขนและบ่ากว้างของเขา แต่พละกำลังของเธอเทียบไม่ได้เลยกับศัลยแพทย์ร่างใหญ่เมื่อริมฝีปากของเธอเปิดออก อารัญก็สอดแทรกปลายลิ้นร้อนชื้นเข้าไปในโพรงปากของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว เขาผลักดันเม็ดยาสีขาวและน้ำอุ่นที่อมไว้ ส่งผ่านจากปากของเขาเข้าสู่ปากของเธอโดยตรงรสชาติขมปร่าของยาแผ่ซ่านขึ้นมาทันที แต่มันถูกผสมปนเปไปกับรสชาติของกาแฟดำเอสเปรสโซที่ติดอยู่บนปลายลิ้นของอารัญ กลิ่นมินต์อ่อนๆ จากลมหายใจของเขาปะทะเข้ากับโสตประสาทของนิริน สร้างความปั่นป่วนในช่องท้องอย่างรุนแรงนิรินตาเบิกโพลง ร่างกายแข็งทื่อ สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปชั่วขณะ เธอพยายามจะดันตัวออกเพื่อบ้วนยาทิ้ง แต่อารัญรู้ทัน เขาเลื่อนมืออีกข้างขึ้นมาบีบปลายคางของเธอไว้







