LOGINหลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ
“แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย”
“สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน”
พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่
“เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ”
พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง
“ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ”
รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกระซิบบอกความรู้สึกที่เขามีต่อเธออย่างอ่อนโยน
“พูดเหมือนหึงเลย”
พันไมล์ค้อนขวับ แกล้งทำแก้มป่อง
“เชอะ! ได้ใหม่ลืมเก่า”
อัมรานหัวเราะ “ไม่เคยลืมเลย...ถึงยังไงผมก็ยังรักคุณเหมือนเดิม”
อัมรานซุกไซ้ใบหน้าลงบนซอกคอหอมกรุ่นของอีกฝ่าย เขาคลอเคลียจนพันไมล์ต้องร้องห้าม พร้อมกับดันตัวเขาออกห่าง
“พอเถอะค่ะ ห้าปีแล้วนะคะ คุณยังไม่เบื่ออีกหรือคะ”
แต่ดูเหมือนแรงของเธอไม่ได้ทำให้เขาสะเทือนสักนิด
“ผมไม่เคยมีความคิดเหล่านั้นอยู่ในหัวเลย มาพิสูจน์กัน...”
โดยไม่รอฟังคำตอบของอีกฝ่ายเขาจูบเธออย่างเร่าร้อน โดยใช้ลิ้นไล้ระไปตามริมฝีปากบางของพันไมล์ เพื่อเปิดทางให้เขาได้เข้าไปลิ้มรสความหวานข้างใน มันช่างเป็นจูบที่หอมหวานเร่าร้อนปนเรียกร้อง มือของอัมรานเริ่มสัมผัสลูบไล้ไปตามร่างกายเพรียวบางของภรรยา
เพียงแค่สัมผัสกระตุ้นอารมณ์ของเขาผ่านเสื้อผ้าที่สวมใส่ ก็ทำให้พันไมล์หมดเรี่ยวแรง ชีคหนุ่มเลื่อนมือทั้งสองมาที่เอวพร้อมกับรั้งสะโพกของพันไมล์ มาบดเบียดกับสะโพกของตนเอง เพื่อให้เธอรับรู้ว่าถึงความต้องการของเขา พันไมล์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งวนไปทั่วร่างกาย ตัวของเธอสั่นสะท้านเพราะความปรารถนาที่เขาเป็นคนปลุกเร้า
อัมรานอุ้มร่างบางของภรรยาเดินตรงไปที่เตียง เขาใช้สายตาสำรวจเรือนร่างที่งดงามตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยชักชวนอีกฝ่ายให้มาทำกิจกรรมเข้าจังหวะร่วมกัน
“เรามาทำลูกสาวเพิ่มขึ้นอีกคนนะพาย ผมชอบเด็กผู้หญิง และก็ชอบทำลูกด้วย”
ใบหน้าของพันไมล์ร้อนวูบวาบ ไปกับคำพูดชักชวนแบบตรงไปตรงมาของสามี ถ้าคาดหวังว่าจะได้ยินคำพูดออดอ้อนอ่อนหวานจากปากของเขาคงต้องรอเก้อไปอีกนาน แม้ว่าจะไม่มีคำพูดหวานหู แต่เขาก็มีวิธีที่จะทำให้เธอโอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของเขาได้ไม่ยาก และเขาก็มักจะทำสำเร็จทุกครั้ง
พันไมล์รู้ดีว่าอัมรานชอบที่จะแสดงออกถึงความรักที่เขามีต่อตัวเธอ ผ่านการสัมผัสทางกายมากกว่าที่จะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด และนั่นเป็นแบบฉบับเฉพาะตัวที่เขามักจะแสดงออก ให้เธอรับรู้อยู่เสมอว่าเขารู้สึกเช่นไรกับเธอ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม แต่ความรู้สึกที่เขามีต่อตัวเธอนั้นมิได้ลดน้อยถอยลง ตรงกันข้ามมันกลับเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ตัวเธอเองก็รู้สึกไม่แตกต่างไปจากเขา
อัมรานกอดจูบลูบไล้ร่างบางของพันไมล์อย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะได้ยินคำพูดแปลกๆ จากปากของภรรยา
“เรื่องทำลูกคงไม่ต้องแล้วมั้งคะ เพราะตอนนี้ก็มีอีกคนนอนอย่างเป็นสุขอยู่ในนี้”
พันไมล์พูดพร้อมกับจับมือเขามาวางบนหน้าท้องตัวเอง
ชีคหนุ่มนิ่งไปครู่ใหญ่ กว่าหมอกมัวแห่งอารมณ์ปรารถนาจะแหวกผ่านคำพูดออกมาได้ เขาระดมจูบไปดวงหน้าเนียนใสของพันไมล์ไม่หยุดด้วยความดีใจ
“อือ....” พันไมล์หัวเราะคิก ดิ้นหนีอ้อมแขนแกร่ง “อย่าแกล้งกันสิคะ” เธอร้องบอก
“ใครว่าแกล้ง ผมเอาจริงทุกที” คราวนี้คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำเอาเธอหน้าแดงก่ำ ตีเผียะที่แขนเขาอย่างอดใจไมอยู่
“ทะลึ่งจริง เดี๋ยวลูกก็ได้ยินหรอกค่ะ” เธอบอกพร้อมกับมองมาที่หน้าท้องนูนน้อยๆ หากไม่สังเกตก็ไม่มีทางรู้ว่าอีกเด็กทารกอีกคนอยู่ข้างใน
อัมรานหยุดรุกราน พันไมล์ได้ทีรีบพูดขึ้นว่า
“ฉันง่วงแล้ว เรานอนกันดีกว่านะคะ” เธอเอ่ยชักชวน แต่อัมรานไม่ยอม
“ข่าวดีสุดๆ แบบนี้จะนอนเร็วได้ยังไง ต้องฉลองกันยันเช้าสิ เราสองคนมาร่วมฉลองข่าวดีนี้พร้อมกันนะ” ชีคหนุ่มเอ่ยด้วยนัยน์ตาแพรวพราวพร้อมกับถอดเสื้อคลุมออกจากตัว
พันไมล์มองการกระทำของสามีด้วยดวงตาทอประกายสดใส รอยยิ้มขบขันปรากฏบนใบหน้าสวยหวานของเธอ
“จะฉลองแล้วทำไมต้องถอดเสื้อผ้าด้วยล่ะคะ”
“ก็ฉลองในแบบฉบับของเราไง มามะ อย่าชักช้าเสียเวลา”
อัมรานทาบทับตัวเองลงไปนอนแนบชิดพันไมล์ และจูบละไปทั่วใบหน้าเธอ ในขณะที่มือก็ซุกซนลูบไล้ไปตามร่างกายของเธออย่างมีชั้นเชิง เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของภรรยาให้โอนอ่อนผ่อนตามเขาอย่างต่อเนื่อง ชีคหนุ่มถอดเสื้อผ้าของเธอออกด้วยความว่องไว เขาจูบซุกไซ้คลอเคลียจนเธอคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็น พันไมล์รู้แต่เพียงว่าตนเองแทบจะหลอมละลายไปกับทุกสัมผัสของเขา
ชีคหนุ่มฝากรอยรักที่ซอกคอขาวผ่องของเธอ ก่อนจะเลื่อนมือมาสัมผัสทรวงอกคู่งาม มือเรียวนั้นลูบไล้ไปทั่วทรวงอกอิ่มทั้งสองข้างจากนั้นก็แทนที่ด้วยริมฝีปาก เพื่อสร้างอารมณ์ปรารถนาให้กับร่างบางตรงหน้า พันไมล์มองเห็นสายตาเร่าร้อนของอัมราน ซึ่งบ่งบอกถึงความปรารถนาในตัวเธออย่างไม่ปิดบัง สายตาของเขาก็ทำให้อารมณ์ความต้องการของเธอพุ่งทะยานขึ้นมาทันที
พันไมล์ไม่ยอมน้อยหน้าเธอสัมผัสลูบไล้ ไปตามร่างกายเปลือยเปล่าของสามี ร่างกายของอัมรานกำยำสมส่วนดูแล้วเหมือนรูปปั้นในเทพนิยาย ชายหนุ่มจูบริมฝีปากบางของเธอด้วยจูบที่เรียกร้องมากกว่าทุกครั้ง เมื่อเขาเห็นว่าเธอพร้อมเขาจึงสานต่อภารกิจที่ทำค้างไว้ พันไมล์สะท้านไปทั้งตัวเมื่อได้รับความรักจากชายหนุ่มที่เธอรักและเขาเองก็รักเธอ ความสุขและความวาบหวามที่เขามอบให้นั้น มีผลทำให้อารมณ์ความปรารถนาของเธอไต่ระดับสูงขึ้น พันไมล์ตอบสนองความต้องการของสามีด้วยความเต็มใจ เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดออกมาจากไรผม บทรักร้อนแรงดำเนินไปจนสองหนุ่มสาวแทบจะสำลักความสุข
เมื่อทุกอย่างผ่านไปชีคหนุ่มก็นอนกอดภรรยาสุดที่รัก ไว้ในอ้อมแขนแข็งแรงภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน
“ขอบคุณสำหรับความรักและความสุขที่คุณมอบให้ผม คุณรู้ใช่ไหมพายว่าผมรักคุณมากแค่ไหน” ผู้นำบารัซพึมพำข้างหูภรรยา
“ฉันก็รักคุณค่ะ”
ชีคอัมรานและพันไมล์หลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน โดยมีองค์เทพีรีฮานน่ามาอำนวยอวยพรให้ทั้งคู่ครองรักกันอย่างมีความสุขเช่นนี้ตราบนานเท่านาน
จบบริบูรณ์
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







