แชร์

บทที่ 104

last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-08 15:41:58

            “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา

            “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ

            “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด”

            “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น

            คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน

            “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง

            “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน

            “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร

            พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง”

            “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ

            หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรีน ยอดดวงใจเขาด้วยตัวเอง

            อันที่จริงอัมรานเคยได้ยินกิตติศัพท์ความแสบซ่า และความซุกซนของบุตรสาวมานับครั้งไม่ถ้วน เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าครั้งนี้เชอรีนไปทำความผิดอะไรไว้ ถึงต้องหาที่หลบซ่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ แต่ยังไม่ทันจะเข้าไปถึงจุดหมาย เขาก็ต้องชะงักเพราะเด็กชายตัวน้อยสองคนในชุดอินเดียแดง กำลังวิ่งเตาะแตะตรงมาหาเขาและชายา

            “ปาป๊า...ปาป๊า” ทั้งคู่แข่งกันวิ่งถลาเข้ามาหาเขา

            ชีคหนุ่มหยุดเดิน พร้อมกับทรุดตัวลงกอดทาซัสและมัสซาร์ บุตรชายฝาแฝดไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าของลูกแฝดถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ขาว ส่วนขอบตาทั้งสองข้างก็ถูกทาสีดำจนดูคล้ายแพนด้าน้อย ซึ่งเมื่อทั้งสองมาคลอเคลียบิดา สีแดงที่หน้าจึงเลอะเปื้อนแก้มสากระคาย และเสื้อผ้าเขาไปโดยปริยาย

            พันไมล์เห็นสีหน้าปั้นยากของสามีแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ยิ่งเมื่อฝ่ายบิดาดึงบุตรชายทั้งสองคนออกมาสำรวจช้าๆ ใบหน้าคล้ำแดดก็ยิ่งแดงก่ำจนแทบจะกลายเป็นสีดำสนิท เมื่อเห็นว่าหมวกอินเดียแดงที่ลูกทั้งสองสวมใส่นั้น ถูกประดับประดาไปด้วยขนสีเขียวเป็นมันระยับ เรียกได้ว่าทั่วทั้งตัวของสองแฝดมีแต่ขนสีเขียวติดไว้ทั่วตัว

            แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยถาม ยะห์ซินก็ได้อุ้มสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ที่บัดนี้ขนของมันถูกถอนออกไปแทบจะหมดทั้งตัว เหลือไว้เพียงจะงอยบนหัวเท่านั้นที่บ่งบอกว่ามันคือนกยูงราคาแพง และเป็นนกยูงตัวโปรดที่ชีคอัมรานรักและทะนุถนอมยิ่ง บัดนี้ถูกถอนขนจนไม่เหลือเค้าให้เห็นว่ามันเคยเป็นนกงามอันดับหนึ่งในแผ่นดินมาก่อน

            “เชอรีน!” อัมรานคำรามลอดไรฟัน

            เขาทั้งโกรธ ทั้งขำความซุกซน แก่น เปรี้ยว เฟี้ยว ซ่าเกินเด็กของบุตรสาว

            “ปาป๊า....ฮู้ๆๆๆ “  ทาซัสและมัสซาร์ในอ้อมแขนบิดา เริ่มดิ้นและทำตามที่พี่สาวเคยสอนไว้ คู่แฝดต่างเอามือป้องปากโห่ร้องและวิ่งวนไปรอบๆ ตัว บิดา มารดา ทำตามแบบอินเดียที่พี่เชอรีนเคยสอน ชีคอัมรานที่ยังโมโหอยู่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา

            “เอาเข้าไป...ช่างจินตนาการจริงๆ ยัยหนูของพ่อ” เขาพึมพำเบาๆ พร้อมกับยิ้มขันท่าทีของบุตรชายฝาแฝดทั้งสอง ที่ยังวิ่งเล่นไปมาอย่างสนุกสนาน

            พันไมล์ตีไปที่แขนแกร่งของสามี พร้อมกับดุเขาเบาๆ

            “คุณให้ท้ายลูกอีกแล้วนะคะ...ที่เชอรีนซุกซนและเกเรโดยไม่เกรงกลัวใครแบบนี้ ก็เพราะคุณชอบให้ท้ายและตามใจแกจนเคยตัว ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เชอรีนต้องเป็นเด็กเอาแต่ใจแน่ๆ”

            “แค่เรื่องเล่นสนุกของเด็กๆ คุณก็อย่าไปดุอะไรลูกมากมายนักเลย” ความรักความหลงที่ชีคหนุ่มมีต่อบุตรสาวคนโต ทุกคนทั่วบารัซล้วนประจักษ์เป็นอย่างดี ขนาดนกยูงตัวรักตัวโปรดถูกถอนขนจนเกลี้ยง กลายเป็นไก่เหงาเขาก็ยังไม่โกรธ แถมยังมองเป็นเรื่องตลก

            “มันไม่ใช่แค่นั้นนะสิคะ คุณมาดูนี่ก่อน” พันไมล์ฉุดแขนผู้นำบารัซไปดูผลงานชิ้นโบแดงที่ทำให้ทุกคนวุ่นวาย

            หน้าตาของทหารองครักษ์แต่ละคนล้วนแล้วแต่เขียวช้ำ บวมปูด ราวกับถูกของแข็งตีใส่ ทำให้อัมรานนิ่วหน้า กวาดตามองทุกคนด้วยความสงสัย ก่อนจะมาหยุดที่ตัวชายา

            “พวกเขาไปโดนอะไร...ทำไมทั้งหน้าตาและหัวถึงได้บวมปูดและแตกยับขนาดนั้น”

            “ลูกแก้วของเชอรีนค่ะ”

            “ลูกแก้ว!!” เขาหันมาถามเหมือนไม่แน่ใจ พันไมล์พยักหน้า

            “ค่ะ...เมื่อเช้าพี่แทนส่งของเล่นจากเมืองไทยมาให้หลานๆ และหนึ่งในของเล่นนั้นก็คือหนังสติ๊กค่ะ” เธออธิบาย

            อัมรานพยักหน้ารับรู้ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า องค์รักษ์พวกนี้ไปโดนลูกแก้วจากฝีมือลูกสาวเขาได้อย่างไร

            พันไมล์เหมือนจะรู้ใจ จึงอธิบายต่อ “ฉันสั่งให้พวกเขาจับตัวเชอรีนค่ะ แม่ตัวยุ่งก็เลยใช้อาวุธคู่กายทำร้ายพวกเขา”

            คำตอบที่ได้ทำให้ผู้เป็นบิดาถึงกับอึ้งไป ไม่อาจจะแก้ต่างให้บุตรสาวได้อีก เพราะถึงขั้นลงมือทำร้ายคน แม้จะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ตาม แต่มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

            “คราวนี้คุณคงรู้แล้วซินะคะว่า ทำไมแม่ตัวยุ่งถึงได้หนีไปซ่อนตัว”

            ชีคหนุ่มได้แต่พยักหน้า “เรื่องนี้ยัยหนูทำเกินไปจริงๆ” เขากล่าว พร้อมกับกวาดตามองหาจาบริน ซึ่งเหมือนจะยืนคอยอยู่แล้ว องครักษ์หนุ่มรีบเดินเข้ามารายงานเจ้านายทั้งสองว่า ทราบเบาะแสของคุณหนูเชอรีนแล้ว

            “ตอนนี้เชอรีนอยู่ที่ไหน” อัมรานรีบเอ่ยถาม

            “อยู่กับแม่เฒ่าที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ครับท่านชีค”

            “เชอรีนไปที่นั่นได้ยังไง” ชีคหนุ่มย้อนถาม เพราะเขาไม่เชื่อว่าเด็กห้าขวบจะเดินทางไปที่นั่นได้โดยลำพัง

            “ทราบมาว่าคุณหนูเชอรีนบังคับให้ทหารองครักษ์พาเธอไปส่งที่นั่นครับ”

            คิ้วเข้มของผู้นำบารัซขมวดยุ่งอีกครั้ง เมื่อเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ โดยมิได้เจาะจงว่าถามใคร

            “บังคับ!! ด้วยวิธีไหน”

            “ก็ด้วยอาวุธประจำตัวเชอรีนน่ะสิคะ”

            เมื่อชายาเอ่ยถึงอาวุธประจำตัว อัมรานก็มีสีหน้าเครียดเคร่งมากขึ้นกว่าเดิม เขาหันไปสั่งจาบรินให้รีบไปจัดเตรียมรถ เขาและภรรยาจะเดินทางไปรับตัวเชอรีนที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเอง

            “ครับท่านชีค”

            ยังไม่ทันที่จาบรินจะได้ไปดำเนินการตามคำสั่งของเจ้านาย เขาก็ได้ยินเสียงเรียกของบุตรชายวัยสามขวบเศษดังแทรกขึ้นมาซะก่อน

            “ท่านพ่อ”

            จาบรินหันมองไปยังทิศทางของเสียงนั้น  แล้วก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ใบหน้าของลูกชายถูกวาดด้วยลิปสติกหลากสี แถมยังมีหางนกยูงมาประดับอยู่บนหัว

            “ชาคินเจ้าไปทำอะไรมา ทำไมหน้าของเจ้าถึงเป็นแบบนี้”

            “นี่ก็เป็นฝีมือลูกสาวของเราค่ะ” พันไมล์หันไปกระซิบที่ข้างหูของสามี

            อัมรานอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อเห็นผลงานชิ้นโบแดงของบุตรสาวอันเป็นที่รัก ไม่รู้ว่าเขาควรจะโกรธหรือขำกับการกระทำของเชอรีนในครั้งนี้ดี

           

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status