Share

บทที่ 83

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:40:10

            “เมื่อเรื่องทั้งหมดเป็นเช่นนี้แล้วเจ้าจะจัดการอย่างไรอัมราน” อับบาสเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            ชีคหนุ่มมีสีหน้าหนักใจ "เรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคง...แม้ผมจะอยู่ในฐานะผู้นำ ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้"

            ลัยลาฟังแล้วถึงกับปล่อยโฮออกมาโดยไม่อายใคร เธอกอดแขนบิดาแน่นยิ่งขึ้น

            "พ่อขา..." หญิงสาวอ้อนวอนให้บิดาช่วยเหลือเธอทั้งน้ำตา

            อัมรานเหลือบมองลัยลาก่อนจะหันไปถามลูกน้อง "เรื่องนี้พอจะช่วยอะไรได้ไหม"

            “ตามกฎแล้วต้องรับโทษประหารสถานเดียวครับท่านชีค” ยะห์ซินตอบ

            เมื่อได้ยินคำตอบ ลัยลาถึงกับแขนขาอ่อนแรงทรุดตัวลงกับพื้น ชีคเฒ่ามองลูกสาวที่นั่งร้องไห้อยู่ที่ปลายเท้าด้วยสายตาเวทนา เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยปาก

            “ลุงรู้ดีว่าความผิดของลัยลาที่กระทำลงไปนั้น มันหนักหนาเกินกว่าจะให้อภัยได้ แต่ลุงอยากจะขอให้หลานเห็นแก่ลุง ละเว้นโทษตายแก่นางสักครั้งได้ไหม”

            “ผมเกรงว่าคนอื่นอาจจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างน่ะสิครับท่านลุง”

            “และถ้าลุงจะขอแลกชีวิตของลัยลา และคนรับใช้ของนางกับที่ดินของเฮฌามา ที่หลานอยากได้มาทำโครงการท่าเรือน้ำลึก จะยินยอมหรือไม่อัมราน”

            สององครักษ์ค้านพร้อมกัน "แต่ท่านชีคครับ..."

            อัมรานยกมือห้าม เขาจ้องมองผู้นำเฒ่านิ่งนาน ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยน

            เมื่ออับบาสเห็นชีคหนุ่มยังคงนิ่งเฉย ก็รู้สึกร้อนรนกระวนกระวาย เพราะไม่รู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้นอัมรานคิดอย่างไรกับข้อเสนอที่เขายื่นไปให้ ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ผู้นำบารัซต้องการ แต่อีกฝ่ายก็ยังสงวนท่าทีมิได้รีบตะคลุบเหยื่อที่เขาโยนไปให้ ทำให้เขาจำต้องเอ่ยถึงบทลงโทษแก่ผู้ที่กระทำความผิดทั้งสองคน ซึ่งเป็นคนที่อยู่ภายใต้ความดูแลของเขา

            “ลุงจะสั่งปลดลัยลาออกจากการเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำเผ่าเฮฌามา และจะกักบริเวณนางรวมถึงคนรับใช้คนสนิทของนาง ให้ใช้ชีวิตอยู่แต่ภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเผ่า เพื่อชดเชยกับความผิดที่พวกนางเคยกระทำไว้ รวมถึงจะให้พวกนางบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์เพื่อคนอื่น และจะไม่ปล่อยให้นางมาสร้างความเดือดร้อนให้หลานได้อีกเด็ดขาด แต่ถ้ายังไม่พอใจกับบทลงโทษนี้ ก็บอกมาได้เลยว่าต้องการให้ลุงลงโทษพวกนางอย่างไร ลุงจะทำทุกอย่างตามที่หลานต้องการ ขอเพียงให้ละเว้นโทษตายแก่พวกนางเท่านั้นก็พอ หลานคิดอย่างไรกับข้อเสนอของลุง”

            ชีคหนุ่มยิ้มเยือกเย็น "เพื่อเห็นแก่สายสัมพันธ์ที่มีมาช้านานของเรา ครั้งนี้ผมจะถือซะว่าไม่รู้ไม่เห็น เพราะผมเองก็เอ็นดูลัยลาเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีบทลงโทษอะไรซะเลย ก็เกรงว่าคนอื่นจะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง สรุปว่าผมยอมรับการตัดสินใจของท่านลุงครับ ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามที่ท่านลุงเสนอมา และหวังว่าท่านลุงจะทำตามคำพูดที่เคยให้ไว้กับผมโดยเร็วที่สุด”

            สายตาของอัมรานบ่งบอกให้อับบาสรับรู้ว่า ทุกอย่างในที่นี้เขาหมายรวมถึงที่ดินที่อับบาสเสนอว่าจะยกให้ เพื่อแลกกับชีวิตของลัยลาและหญิงรับใช้ของนาง

            “ไม่ต้องกังวลว่าลุงจะผิดคำพูด ลุงจะกลับไปจัดการเรื่องเหล่านี้ทันทีที่เดินทางกลับไปถึงเฮฌามา และจะพาลัยลารวมถึงคนของนางเดินทางกลับไปพร้อมกันในวันนี้”

            “ผมจะสั่งให้คนของผมเดินทางไปคอยอำนวยความสะดวกให้ท่านลุง และคณะผู้ติดตามของท่านลุงที่สนามบินครับ”

            "ไม่จำเป็น...ขอบใจที่เจ้ายังไว้ไมตรี"

            ผู้นำเฒ่าเอ่ย จากนั้นก็พาลัยลาและคนของตนเองเดินออกจากห้อง แต่ก่อนจะออกไปสิงห์เฒ่าหันกลับมามองหน้าชีคหนุ่มนิ่งนาน

             "ฉลาดมากอัมราน...สุดท้ายก็บีบให้ลุงต้องทำทุกอย่างตามที่หลานต้องการ"

            อัมรานโค้งทำความเคารพ "ไม่หรอกครับ...เป็นเพราะท่านลุงเมตตาผมมากกว่า"

            อับบาสฟังแล้วก็สะบัดหน้าเดินจากไปโดยรู้อยู่เต็มอกว่า ทั้งหมดน่าจะเป็นสิ่งที่ชีคอัมรานคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ถึงจะรู้แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะชีวิตของลูกต้องมาก่อน

            แม้ว่าอับบาสจะรักษาชีวิตของลูกไว้ได้ แต่การที่เขาจะต้องลงโทษลูกที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ ตามที่ได้ลั่นวาจากับอัมรานไปนั้น มันก็ทำให้คนเป็นพ่ออย่างเขารู้สึกเสียใจและทุกข์ใจไม่น้อย แต่มันจำเป็นต้องทำ

            ลัยลาจำใจต้องเดินทางกลับไปเฮฌามาพร้อมกับบิดาในสภาพหัวใจสลาย หลังจากที่ได้รับรู้ถึงบทลงโทษที่ตนเองจะได้รับจากปากของบิดา มันไม่ยุติธรรมสำหรับเธอสักนิดที่จะต้องถูกกักบริเวณ และต้องไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเผ่า แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นเพราะเป็นข้อตกลงที่บิดาทำไว้กับชีคอัมราน

            ใบหน้าของผู้นำบารัซปรากฏเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้ชนะ

            “ในที่สุดทุกอย่างก็เรียบร้อย และเป็นไปตามแผนที่พวกเราวางเอาไว้” วาคิมเอ่ย

            "ใครวางแผนกับพวกเจ้า" อัมรานหันมาถามหน้าเรียบสนิท

            สองคนสนิทหันมามองหน้ากันด้วยสายตาเป็นคำถาม

            "เราแค่เล่นตามน้ำเท่านั้นเอง" อัมรานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

            สององครักษ์หนุ่มหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน  

            “ท่านอับบาสคงเจ็บใจน่าดู ที่ต้องเสียพื้นที่ให้เราจำนวนมาก โดยไม่ได้รับสิ่งอื่นใดเป็นการตอบแทน นอกจากชีวิตของคุณลัยลา”

            “มันไม่แปลกหรอกยะห์ซิน พ่อทุกคนก็ต้องทำเหมือนที่ท่านลุงทำ เพื่อรักษาชีวิตของลูกเอาไว้แม้จะแลกด้วยอะไรก็ต้องยอม ไม่เว้นแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง”

            “ท่านลุงรู้นะว่าทุกอย่างเป็นแผนที่เราวางเอาไว้ ถึงจะรู้ทันแต่ก็ต้องเดินไปตามเกมของเรา เพราะมีชีวิตของลัยลาเป็นเดิมพัน ในที่สุดโครงการท่าเรือน้ำลึกของเราก็จะได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังซะที หลังจากที่ยืดเยื้อมานานเพราะการเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ ต่อไปนี้คงมีงานที่พวกเราต้องทำมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ถ้าเราทำสำเร็จมันก็คุ้ม อย่าลืมส่งคนของเราไปดูแลความเรียบร้อย และคอยอำนวยความสะดวกให้กับคณะเดินทางของท่านลุงด้วยนะยะห์ซิน” อัมรานพูดสรุปปิดท้าย  

            “ครับท่านชีค”

            พันไมล์สังเกตเห็นความวุ่นวายภายในจัสตินพาเลซ ก็ให้รู้สึกแปลกใจจนต้องเอ่ยปากถามจาบริน

            “ทำไมวันนี้ที่นี่ดูวุ่นวายจัง...มีเรื่องอะไรกันหรือคะ”

            “ไม่มีอะไรหรอกครับคุณพาย ก็แค่ท่านอับบาสและคุณลัยลาจะเดินทางกลับเฮฌามาบ่ายวันนี้”

            ไม่น่าเชื่อว่าลัยลาจะยอมถอยกลับไปง่ายๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ดูจะแก่งแย่งชีคอัมรานไปจากเธอให้จงได้

            ‘เธอกลับไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ชีวิตของเราจะได้สงบลงซะที’ พันไมล์ได้แต่คิดคำนึงอยู่ในใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status