Share

บทที่ 91

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:40:45

            ข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดครั้งที่แล้วเพิ่งจะซาไป และเหตุการณ์นั้นก็มิได้ทำให้ชีคอัมรานเกรงกลัวแต่อย่างใด เขายืนยันที่จะเดินทางไปดูแลงานในโครงการท่าเรือน้ำลึก โดยมีพันไมล์เดินทางติดตามไปด้วย ทั้งที่หลายฝ่ายขอร้องให้เขาสั่งการอยู่ที่บารัซแทนเพื่อความปลอดภัย

            อัมรานก็ยังคงยืนยันคำเดิม เพียงแต่สั่งทหารองครักษ์ให้คุมเข้มในเรื่องความปลอดภัยของตนเองและชายา

            พันไมล์รู้สึกเป็นกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของสามี เธอจึงเดินทางไปกราบขอพรจากองค์เทพีรีฮานน่าที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ของเฮฌามา เพื่อสวดอ้อนวอนขอให้พระนางคุ้มครองชีคอัมราน ให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวงที่อาจจะเกิดขึ้น

            หลังจากกราบสักการะองค์เทพีรีฮานน่าแล้ว พันไมล์ได้ออกมาเดินเล่นภายในสวนอันร่มรื่นซึ่งอยู่ด้านข้างของวิหารดังกล่าว โดยมีองครักษ์เฝ้าติดตามเพื่อดูแลความปลอดภัยของเธออย่างใกล้ชิด ความเงียบสงบของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ทำให้พันไมล์สบายใจขึ้นอย่างน่าประหลาด โดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนลอบมองเธออยู่

            ทันใดนั้นเองก็มีเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันหลายนัด

            “นั่นมันเสียงปืนใช่ไหมจาบริน รีบไปดูซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น” พันไมล์หันไปเอ่ยถามองครักษ์หนุ่ม

            จาบรินสั่งให้ทหารองครักษ์ดูแลความปลอดภัยของชายาให้ดี ส่วนเขานำกำลังส่วนหนึ่งวิ่งตรงไปยังทิศทางของเสียงที่ได้ยินเพื่อตรวจดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            หลังจากที่จาบรินคล้อยหลังไปทำตามคำสั่งของพันไมล์ได้ไม่นาน จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งซึ่งแต่งตัวเลียนแบบชุดของทหารเดินตรงมายังจุดที่พันไมล์ยืนอยู่ ชายกลุ่มนั้นได้ปิดบังใบหน้าไว้ภายใต้ผ้าคลุมสีดำ จากนั้นการต่อสู้ระหว่างชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวกับเหล่าทหารองครักษ์ ที่ทำหน้าที่อารักขาดูแลความปลอดภัยชายาของท่านชีคก็เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด

            พันไมล์ก้มลงหยิบปืนขององครักษ์ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้มาถือไว้ในมือ แต่ยังมิทันที่จะได้ใช้ปืนดังกล่าวเธอก็รู้สึกราวกับว่า โดนเข็มอะไรบางอย่างปักเข้าที่ลำคอของตนเองโดยไม่รู้ทิศทาง จากนั้นสติก็ดับวูบไป

            แม้ว่าฝีมือการต่อสู้ของเหล่าทหารองครักษ์จะได้รับการฝึกปรือมาเป็นอย่างดี แต่ด้วยกำลังคนที่น้อยกว่า บวกกับฝีมือการต่อสู้ของชายฉกรรจ์กลุ่มนั้น ก็มิได้ด้อยไปกว่าฝีมือของพวกเขาเท่าไรนัก สุดท้ายเหล่าทหารองครักษ์ ก็เป็นฝ่ายปราชัยให้กับชายกลุ่มดังกล่าว พวกเขาถูกสังหารจนหมดสิ้น จากนั้นพวกมันก็เดินกลับมาแบกร่างหมดสติของพันไมล์ไว้บนบ่า และจากไปด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะกลบเกลื่อนร่องรอย

            ไม่นานจาบรินก็กลับมา เมื่อเห็นสภาพที่เกิดขึ้นเขาก็รู้ทันทีว่าเสียงปืนเมื่อครู่เป็นกับดัก เขาพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย จาบรินเดินตรงไปสำรวจศพของเหล่าทหารองครักษ์ ที่นอนตายอยู่ที่พื้นว่ามีบุคคลที่รอดชีวิตบ้างหรือไม่ และก็พบว่ามีนายทหารคนหนึ่งรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่น้อย จาบรินสอบถามเรื่องราวบางอย่างจากนายทหารผู้นั้น พร้อมกับสั่งให้ทหารอีกสองนายนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

            จากนั้นจาบรินก็สั่งให้คนที่เหลือติดตามเขาไปเพื่อสืบหาเบาะแสว่า คนร้ายมันจับตัวชายาของท่านชีคไปไว้ที่ไหน และที่สำคัญใครกันที่บังอาจกระทำการอุกอาจเช่นนี้ ทหารองครักษ์คนหนึ่งเหลือบไปเห็น สร้อยคอของเจ้านายสาวตกอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้น ก็รีบตะโกนบอก

            “เราพบสร้อยคอของท่านชายาตกอยู่ตรงนี้ครับท่านจาบริน”

            องครักษ์หนุ่มรีบเดินตรงไปหยิบมาดู เขาจำได้ติดตาว่าสร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยที่ท่านชายามักจะชอบสวมติดกายตลอดเวลา เขาจึงสั่งให้ทุกคนเร่งออกสืบหาเบาะแสของคนร้ายที่ลักพาตัวชายาของท่านชีคไป เพราะถ้าขืนชักช้าเธออาจจะตกอยู่ในอันตราย

            หลังจากตรวจสอบจนแน่ชัดแล้วว่าชายาพันไมล์ถูกจับตัวไป จาบรินจึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งให้ท่านชีคทราบถึงเรื่องนี้ ทำให้การประชุมเกี่ยวกับโครงการท่าเรือน้ำลึกเป็นอันต้องยุติลงไปโดยปริยาย

            “เดี๋ยวเราจะสั่งให้ยะห์ซินนำกำลังบางส่วน ไปช่วยออกตามหาตัวพายอีกแรง และจะให้วาคิมไปดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ” เขาบอกจาบรินไปตามสายด้วยน้ำเสียงปกติ ทั้งที่หัวใจของเขาร้อนรุ่มกระวนกระวายด้วยความเป็นห่วงพันไมล์

            “ครับท่านชีค”

            เมื่อวางสายจากจาบริน อัมรานก็หันไปสั่งการยะห์ซินและวาคิม ทั้งสองรับคำและไปปฏิบัติตามอย่างรู้หน้าที่  ส่วนตัวเขาทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ใบหน้าคมสีเผือดซบบนฝ่ามือ สิ่งที่เขากลัวมาตลอดก็เกิดขึ้นจนได้

             พันไมล์อย่าเป็นอะไรนะ ได้โปรด ผมจะหาทางไปช่วยคุณเดี๋ยวนี้

            ดวงตาคมวาวโรจน์เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ เขาลุกขึ้น

            “ใครก็ตามที่มันกล้าทำแบบนี้ มันต้องตาย! ตายสถานเดียวเท่านั้นถึงจะสาสม” เขาคำราม ฝืนกลั้นข่มอารมณ์และเดินทางไปพบกับท่านหัวหน้าเผ่าเฮฌามา เพื่อขอความช่วยเหลือให้ท่านลุงส่งกองกำลังออกไปตามหาตัวพันไมล์อย่างเร่งด่วน

            ด้วยความร้อนใจทำให้อัมรานเปิดประตูห้องทำงานของอีกฝ่ายโดยมิได้รอคำอนุญาตก่อน

            “ท่านลุงทราบเรื่องที่พายถูกจับตัวไปหรือยังครับ” อัมรานเอ่ยถามด้วยความร้อนรน สีหน้าของเขาเคร่งเครียด

            “ลุงก็เพิ่งจะรู้เรื่องนี้เหมือนกัน ไม่ต้องห่วงนะ ลุงได้สั่งให้ทหารของลุงออกไปช่วยตามหาชายาพันไมล์แล้ว อีกไม่นานเราก็น่าจะได้รับรายงานเพิ่มเติม”

            “ขอบคุณมากครับท่านลุง”

            “อัมรานเจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนลงมือกระทำการอุกอาจในครั้งนี้”

            “ผมเองก็ยังไม่ทราบแน่ชัดนักหรอกครับท่านลุง แต่ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเป็นฝีมือใคร”

            “เจ้าคงไม่คิดว่าเป็นเขาหรอกนะ”

            แม้ว่าอับบาสจะมิได้เอ่ยชื่อของบุคคลดังกล่าว แต่อัมรานก็เข้าใจดีว่าท่านลุงหมายถึงใคร

            “ผมคิดว่าไม่ผิดหรอกครับ เพราะมีเพียงท่านอาเท่านั้นที่กล้าลงมือกระทำการเช่นนี้ อีกอย่างผมกับพายก็ไม่เคยมีศัตรูที่ไหน และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมโดนลอบสังหาร ก่อนหน้านี้ท่านอาได้เคยส่งคนมาลอบฆ่าผมแต่ไม่สำเร็จ ท่านอาอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่พาย เพื่อหวังขู่ผมก็เป็นได้”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status