Masukเมื่อไปถึงก็เห็นเพียงซันเดที่ทรุดนั่งกุมท้องอยู่ที่พื้นตามลำพัง เขาพบร่องรอยของการต่อสู้
“ซันเด...ชายาล่ะ” ชีคหนุ่มเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
ซันเดเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เธอก็ปล่อยโฮ เขย่าแขนท่านชีคบอกเสียงสั่นเครือ “ท่านชีคคะ ท่านชายา...” เธอร้องบอกเสียงเจือสะอื้น
“ใจเย็นๆ ชายาทำไม เล่ามาซิว่าเกิดอะไรขึ้น” เขาถาม แม้พอจะเดาอะไรได้ลางๆ แต่ต้องการถามให้แน่ใจ
“ท่านฮาร์มาลมาจับตัวท่านชายาไปค่ะ” ซันเดบอก และชี้ไปทางประตูด้านหลัง “เขานำตัวท่านชายาหนีไปทางด้านนั้น”
อัมรานพยักหน้า พยุงคนสนิทของพันไมล์ขึ้นนั่ง พร้อมกับหันไปบอกทหารที่ติดตามมาให้ดูแลซันเด ก่อนจะสั่งให้ทหารอีกสองนายตามเขาไป
ซันเดมองตามหลังชีคหนุ่มไปด้วยความเป็นห่วง โดยไม่ลืมที่จะร้องบอกเจ้านายหนุ่ม
“ท่านชีคระวังตัวด้วยนะคะ ท่านฮาร์มาลมีปืนค่ะ”
ใช้เวลาไม่นานอัมรานก็ตามท่านอาทัน ฮาร์มาลยืนจนมุมอยู่ที่ริมสระน้ำซึ่งอยู่ด้านหลังจัสตินพาเลซ
สภาพของฮาร์มาล ไม่เหลือคราบของเสือเฒ่าที่เจนสนามอีกแล้ว มีเพียงสภาพของหมาจนตรอกที่ยึดพันไมล์ไว้เป็นตัวประกัน
“ท่านอา ปล่อยพายเถอะครับ แล้วผมจะปล่อยท่านอาไป” อัมรานเจรจา
ฮาร์มาลระเบิดเสียงหัวเราะแบบคลุ้มคลั่งไร้สติ “ให้ปล่อยตัวมัน ฝันไปเถอะ มันต้องตาย” เขาร้องบอก มือที่ถือปืนสั่นเทาด้วยความเหนื่อยหอบ
พันไมล์พยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ร่างกายและเรี่ยวแรงไม่เป็นใจ แม้ปกติเธอจะมีฝีมือการต่อสู้และร่างกายที่แข็งแรง แต่การถูกจับตัวไปทรมานในครั้งนี้ดูดพลังของเธอไปจนหมดสิ้น ส่งผลให้เธอแทบไม่มีแม้แต่แรงที่จะทรงตัว
“อัมราน” พันไมล์อุทานอย่างดีใจ เมื่อเห็นสามีตามมาช่วย
ฮาร์มาลกระชากผมยาวสลวยจนหญิงสาวหน้าหงาย “ไม่ต้องดีใจไป ไม่มีใครช่วยแกได้หรอก วันนี้แกต้องตาย ตายสถานเดียวเท่านั้น”
“เจ็บนะ” เธอร้องบอก หน้าหงายไปด้านหลังตามแรงกระชาก
“ใจเย็นๆ ก่อนดีไหมครับท่านอา” อัมรานพยายามต่อรอง และแอบส่งสัญญาณให้ลูกน้องมือดีค่อยๆ ล้อมตัวอาของเขาไว้อย่างใจเย็น
“ไม่เย็นโว้ย พวกแกต้องตายทุกคน โดยเฉพาะแก...อัมราน...แกจะต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิต” เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ท่านอา...เรามาคุยกันดีกว่าครับ” อัมรานขยับเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น แต่ฮาร์มาลเหมือนจะสังเกตเห็น เขาลากพันไมล์ถอยหลังไปจนมาถึงขอบสระน้ำขนาดใหญ่ของวัง
ชีคหนุ่มค่อยๆ วางปืนลง ยกมือขึ้นทั้งสองข้างเป็นทียอมแพ้ “ผมไม่มีอาวุธแล้ว หากท่านอาต้องการตัวประกัน ปล่อยพันไมล์เพื่อแลกกับตัวผมดีกว่าครับ”
“ไม่ต้องมาทำตัวเป็นพระเอก ข้าไม่มีวันเชื่อคำพูดของเจ้าอีกแล้ว ไม่ว่ายังไงวันนี้นังนี่ก็ต้องตาย”
แต่ก่อนที่ฮาร์มาลจะเหนี่ยวไกปืน พันไมล์อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ระวังตัว กระทุ้งศอกไปยังท้องของเสือเฒ่า และกระทืบเท้าเขาเต็มแรง พร้อมสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุม วิ่งตรงมาหาอัมรานที่รอรับช่วงต่ออยู่แล้ว
อัมรานกอดพันไมล์พากลิ้งตัวหลบกระสุนของฮาร์มาล ที่ยิงสาดใส่ทั้งคู่มาได้อย่างเฉียดฉิว ทหารที่ยืนเล็งอยู่แล้วก็รัวกระสุนใส่ร่างของเสือเฒ่าไม่ยั้งเช่นกัน ฮาร์มาลเหลือบมองหลานชายเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาเคียดแค้น ก่อนจะทรุดตัวล้มลงและตกลงไปในสระน้ำ เปลี่ยนน้ำสีฟ้าใสให้กลายเป็นสีเลือดแดงก่ำไปในพริบตา อัมรานประคองร่างชายาเดินมาหยุดดูร่างของท่านอาด้วยสีหน้าสลด เศร้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากเราลุ่มหลงมัวเมาอยู่กับอำนาจโดยขาดสติ ชีวิตก็จะมีแต่ความหายนะเท่านั้น สำหรับนายทหารและผู้สมรู้ร่วมคิดกับผู้สำเร็จราชการ ก็ถูกดำเนินคดีและรับโทษทัณฑ์กันไปตามความผิดที่เคยก่อไว้
ชีคอัมรานคิดที่จะปกปิดข่าว และจัดการทุกอย่างแบบเงียบๆ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของท่านอา เขาจึงปล่อยข่าวว่าผู้สำเร็จราราชการเสียชีวิต เพราะอุบัติเหตุทำปืนลั่นใส่ตัวเอง และให้จัดพิธีศพอย่างสมเกียรติตามราชพิธีของบารัซทุกขั้นตอน รวมถึงได้ประกาศไว้ทุกข์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ มีคนเพียงไม่กี่คนที่ทราบความจริงที่เกิดขึ้น ข่าวการเสียชีวิตของผู้สำเร็จราชการบารัซ ได้สร้างความเศร้าสลดใจให้กับทุกคน
หลังจากถูกจับตัวไปครั้งนั้น สุขภาพของพันไมล์ยังไม่ฟื้นคืนกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม เธอถูกสามีบังคับให้พักฟื้นอยู่แต่ภายในห้อง โดยมีซันเดและมีอามาคอยอยู่ดูแล เย็นวันนี้ก็เช่นกัน พันไมล์สังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของซันเด ที่ดูราวกับว่ากำลังวิตกกังวลใจกับอะไรบางอย่างจึงเรียกตัวมาสอบถาม หลังจากนั้นเธอก็ตรงไปยังห้องทำงานของชีคอัมราน
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็พบจาบรินนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าผู้นำบารัซ โดยมียะห์ซินและวาคิมยืนอยู่ไม่ห่าง อัมรานเดินตรงเข้าไปประคองร่างบางมานั่งลงที่โซฟา
“คุณยังอ่อนเพลียอยู่เลย มาที่นี่ทำไม หรือว่ามีอะไรเร่งด่วนจะคุยกับผม”
“ฉันได้ยินว่าคุณจะสั่งลงโทษจาบรินจริงหรือเปล่าคะ” พันไมล์เอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวลใจ
“คุณก็รู้นี่คะว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความผิดของเขา”
“ได้ยินหรือยังจาบริน” ชีคหนุ่มหันไปพูดกับองครักษ์คนสนิทของตน
คำพูดของผู้นำบารัซทำให้คิ้วเรียวสวยของพันไมล์ขมวดยุ่ง ด้วยไม่เข้าใจความหมายของเขา อัมรานจึงต้องหันมาไขข้อสงสัยให้ภรรยา
“ผมไม่เคยมีความคิดที่จะสั่งลงโทษจาบริน แต่เขามาเซ้าซี้จะขอรับโทษที่บกพร่องต่อหน้าที่”
“ในเมื่อไม่มีความผิดก็ไม่จำเป็นต้องรับโทษทัณฑ์อะไรทั้งนั้น”
“ได้ยินแล้วใช่ไหมจาบริน ลุกขึ้นได้แล้ว หรือนายอยากจะคุกเข่าอย่างนี้ทั้งวัน”
จาบรินลุกขึ้นตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะสั่งลงโทษจาบริน” เขาถามเสียงขรึม
“ฉันรู้จากซันเดค่ะ ก็เลยรีบมาที่นี่ ซันเดเป็นห่วงเกรงว่าคุณจะสั่งประหารจาบริน”
คำตอบของพันไมล์สร้างความประหลาดใจให้สามองครักษ์หนุ่ม
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







