LOGINวางสายจากมารดาแล้ว มณีมณฑน์ก็เอาแต่มองหน้าแฟนหนุ่มนิ่ง ๆ อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาไปรู้จักมักจี่กับแม่เธอได้ยังไงถึงคุยกันเป็นวรรคเป็นเวนอย่างนั้น“ทำไมมองด้วยสายตาอย่างนั้นอะ” บุรินทร์ที่ทำตัวไม่ถูกกลับสายตานิ่งเรียบที่จ้องมองมา“มีอะไรจะพูดมั้ย”“ไม่มีนะ ทำไมเหรอ”ทำไมเขาต้องตอบในประโยคของคำถามด้วยนะ คนตัวเล็กคิด“งั้นถามใหม่ ทำไมพี่กับแม่ของมนคุยกันสนิทสนมอย่างนั้น”“กินไปคุยไปได้มั้ย จะเล่าให้ฟังหมดเลย” มณีมณฑน์ยอมอย่างว่าง่าย “จำวันที่น้องพร้อมมาอยู่กับเราได้มั้ย เธอไม่ได้หยิบโทรศัพท์ตอนพาน้องพร้อมเข้านอนในห้อง ตอนนั้นแม่เธอโทรเข้ามาพอดี พี่เลยวิสาสะรับสาย ท่านถามว่าพี่เป็นใคร ทำไมถึงรับโทรศัพท์มนได้ พี่เลยบอกท่านไปตามตรง”ถึงว่า วันนั้นเธอหาเครื่องมือสื่อสารทั่วห้องไม่เจอ ออกมาดูตรงโต๊ะกระจกหน้าทีวีก็ไม่มี คือหายังไงก็หาไม่เจอ เลยปล่อยเลยตามเลย จนน้องพร้อมตื่นนั่นแหละเลยชวนน้องออกมาเล่นข้างนอก เห็นมือถือที่ตามหาอยู่นานวางอยู่โต๊ะกระจกที่เธอรื้อหาอยู่ก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้สงสัยอะไร จนความจริงกระจ่างก็วันนี้“หลังจากที่พี่หาเบอร์แม่ได้ พี่โทรไปหาท่านบ่อย ๆ แล้วพ่อแม่พี่ได้คุยกับพ่อแม่ของเ
หลังอาจารย์ปล่อยเรียนวิชาสุดท้ายเสร็จตอนบ่ายสี่โมง มณีมณฑน์ก็ชวนเพื่อนเดินลงจากชั้นที่เรียน พอก้าวเหยียบบันไดขั้นสุดท้าย เธอก็มองเห็นแผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคยนั่งรออยู่ที่โต๊ะสนามที่พวกเธอนั่งกันเมื่อเช้า เลยสะกิดชวนสองหน่อเข้าไปหาชายหนุ่ม พูดคุยทักทายกันเล็กน้อยถึงแยกย้าย“พี่เบสพาแวะตลาดนัดด้วยนะ มนจะซื้อของไปกินที่ห้อง” จากที่ขับรถปาดไปปาดมา ได้ยินสิ่งที่แฟนสาวพูดบอก เป็นผลให้เขาชะลอรถจอดข้างทาง ดีที่ไม่มีรถตามหลังมา ไม่อย่างนั้นคงเป็นอันตราย“จอดทำไมอะ รถมีปัญหาเหรอ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล หากชายหนุ่มตอบกลับถามเป็นคำถามแทน“เมื่อกี้พูดอะไรนะ เบสฟังไม่ถนัด”“แวะตลาดนัดให้หน่อย”“ไม่ใช่ อีกประโยคหนึ่งสิ”“ซื้อไปกินที่ห้องน่ะเหรอ” คนตัวเล็กถามอย่างสงสัย“อ่า ใช่ ๆ เบสก็นึกว่าเธอจะไปนอนกับเขาที่บ้านเสียอีก”“ไม่เอาอะ พี่เบส เดี๋ยวมนค่อยย้ายไปได้มั้ย กว่าจะสิ้นเดือนก็อีกหลายวันเลย มนไม่นอนที่ห้อง แต่จ่ายเงินเต็มจำนวน มนก็เสียดายเงินนะ” หญิงสาวพูดอย่างมีเหตุผล ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่เธอว่า“โอเค ๆ ไม่ต้องพูดแล้ว เบสเข้าใจละ” บุรินทร์ยอมอย่างว่าง่าย ทำให้มณีมณฑน์งงงวยมากทีเดียว ปกติเธอพูด
“นั่นสิคะ ถ้าแม่ไม่พูด หนูก็ลืมนึกไปเลยว่าทำไมตัวเองให้อภัยพี่เบสง่ายอย่างนี้”บุรินทร์จากที่มีรอยยิ้มมีความสุขเต็มใบหน้าหล่อเหลาต้องหุบยิ้มลงฉับพลัน เมื่อได้ยินประโยคหลังของมารดาและแฟนสาวที่ช่วยกันแกล้งตน“โธ่ แม่น่ะ” ชายหนุ่มตัดพ้อ “แล้วนี่มนก็เป็นไปกับแม่ด้วยเหรอ ทำไมไม่เข้าข้างเบสบ้างเลย”“ไม่ต้องมาธงมาโธ่เลย น้องดีด้วยแล้วอย่าทำตัวไม่ดีกับน้องอีกล่ะ มีอีกแม่ไม่ช่วยแล้วนะ”“ไม่มีแล้วแม่ ครั้งเดียวเบสก็เข็ดแล้ว โดนทั้งแม่ทั้งแฟนโกรธ เบสไม่รู้จะทำยังไงเลย”“สมควร” ท่านว่า ก่อนหันมาพูดกับมณีมณฑน์เสียงนุ่ม “น้องมนกินอะไรหรือยังลูก”“เรียบร้อยค่ะ พี่เบสทำให้กิน”คุณคณิตาพยักหน้าเข้าใจ ดูทีวีอีกสักครู่ก็เข้าห้อง พอได้เวลาอาหารเย็น หญิงสาวลุกไปอุ่นกับข้าวแล้วยกมาวางบนโต๊ะ เห็นความอบอุ่นของบ้านบุรินทร์แล้วก็อดที่จะคิดถึงบ้านไม่ได้ เพราะที่บ้านเธอก็นั่งกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้มณีมณฑน์ตื่นแต่เช้ามาทำข้าวต้มหมูไว้รอคุณคณิตาและแฟนหนุ่มจนแล้วเสร็จ พร้อมกับยกมาวางไว้บนโต๊ะกินข้าว ถึงเข้าไปปลุกบุรินทร์“พี่เบส ตื่นได้แล้ว ไปกินข้าวกัน”“อืม ครับ” บุรินทร์พลิกตัวมาตอบแฟนสาวเสียงงัวเงีย
ร่างบอบบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงพลิกตัวไปอีกด้าน เมื่อแสงแดดแยงตา ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ เมื่อสายตาปรับแสงได้ก็เห็นแฟนหนุ่มนอนมองหน้าเธออยู่ก่อนแล้ว“ตื่นแล้วเหรอ อาฟเตอร์นูน คิสครับเมีย” ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มยังก้มหน้าหล่อเหลามาจุมพิตริมฝีปากบาง จะเลยเถิดไปไกลอยู่แล้ว หากหญิงสาวไม่ห้ามไว้“อืม พอแล้ว ตื่นนานแล้วเหรอ”“สักพักแล้ว”“ทำไมไม่ปลุกมนล่ะ” พูดพลางบิดตัวไล่อาการเมื่อยขบที่ต้องนอนท่าเดิมนาน ๆ“อยากนอนมองหน้าเธอนาน ๆ นานแล้วที่ไม่ได้มองอย่างนี้ รู้มั้ยว่าคิดถึงมากน่ะ”“อืม รู้” หญิงสาวตอบ ก่อนถามต่อ “พี่ใส่ให้มนเหรอ”มณีมณฑน์หมายถึงชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินลายลูกไม้สีชมพูพีชที่ปิดเพียงต้นขาเรียวที่ตัวเองสวมใส่อยู่ หลังจากเสร็จกิจรอบสุดท้ายในตอนรุ่งสาง เธอก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย“ครับ”“ขอบคุณนะ” แล้วชะโงกหน้าไปหอมแก้มสากเบา ๆ ที่เขาเอาใจใส่เธอในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆบุรินทร์พยักหน้ารับน้อย ๆ “ไปอาบน้ำเถอะ จะได้ไปกินข้าวกัน”ออกจากห้องมา มณีมณฑน์ก็เห็นร่างสูงกำลังตักข้าวใส่จานรอแล้ว ร่างบอบบางเลยเดินไปที่โต๊ะอาหาร บุรินทร์เงยหน้ามาเห็นพอดีสาวเท้ามาขยับเก้าอี้ให้แฟนสาว หญิงสาวม
“เบสส่งเธอแล้ว คราวนี้เป็นตาของเบสบ้างนะ” แม้ตอนนี้จะปิดไฟข้างเตียงแล้ว หากแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาก็ทำให้เธอเห็นได้ว่าเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ส่งให้ ก่อนที่เจ้าตัวจะจับตัวเธอพลิกขึ้นนั่ง แล้วตัวเองก็ไปนั่งกึ่งนอนหลังพิงหัวเตียง พลางจับมือบางให้สัมผัสกับท่อนเนื้อแล้วให้รูดขึ้นลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป“ใช้ปากสัมผัสมันหน่อยสิ มันอยากเข้าไปอยู่ให้ปากของเมียจ๋าน่ะ” พลางจับศีรษะทุยกดลงให้ริมฝีปากบางสัมผัสกับเอ็นแกร่ง หญิงสาวก็จัดการกลืนเข้าปากจนสุดคอหอย ซึ่งตอนนี้มันใหญ่คับปากเธอไปหมด แล้วบอกกับตัวเองว่าคืนนี้แหละที่เขาต้องจำจดเธอไว้“อืม อ่า ซี๊ดดดด”หญิงสาวทั้งอมทั้งดูด ขยับศีรษะขึ้นลง แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียส่วนหัวจนได้ยินเสียงทุ้มครางออกมาเบา ๆ ไหนจะสะโพกสอบที่เด้งขึ้นจนปลายแท่งร้อนกระแทกคอหอย เป็นผลให้มือบางตีหน้าขาแกร่งอย่างหมั่นไส้ที่เขาทำเอาเธอน้ำตาเล็ด“อืม อา” หากเขาก็ไม่ฟังเมื่อตอนนี้อารมรณ์ตัวเองมาเต็ม เธอเลยแกล้งขยับปากออกเลยทำให้ได้ยินเสียงโวยวายจากชายหนุ่ม“เอาออกทำไม กำลังเสียวเลย” พร้อมกับจะยัดท่อนเนื้อเข้าปากเธอเหมือนเดิม หากเธอก็ขยับหน้าหนี “มน”“ครางหน่อยสิ อยากได
“มน...” เสียงเรียกชื่อที่ไม่คุ้นหู ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองอย่างสงสัยใคร่รู้“เรียกฉันเหรอคะ”“ใช่ พี่ภาเรียกเองแหละ”“มีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” มณีมณฑน์ถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่ทำให้เธอเสียใจ คนที่ทำให้เธอร้องไห้ และคนที่ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อใจบุรินทร์อีก“พี่ขอคุยด้วยสักครู่สิ” เช่นนั้นแล้ว มณีมณฑน์ก็เดินไปนั่งที่ม้านั่งหินอ่อน “ที่พี่มาวันนี้ พี่จะมาบอกว่าพี่กำลังจะแต่งงานกับแฟนของพี่น่ะ สำหรับพี่กับเบสเราไม่ได้มีความรู้สึกแบบคนรักให้กันแล้วนะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อีกอย่างเมื่อวานพี่กับเบสก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่น้องคิดหรอกนะ ถ้าน้องสังเกตน้องจะเห็นว่าแฟนพี่ก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย”มณีมณฑน์มองไปยังแฟนของพี่ภาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเธอไม่ได้มองอะไรทั้งนั้น เพราะเชื่อตาเห็น จนลืมสังเกตสิ่งรอบข้าง“จริง ๆ มนก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่หรอกนะ แต่มนอยากดัดนิสัยคนอะเลยต้องทำแบบนั้น ยังไงมนต้องขอโทษพี่ภากับแฟนด้วยนะที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป” หญิงสาวจับมือของภาวิดามากุมไว้แล้วพูดบอกความจริง“ห๊ะ!! ดัดนิสัยอย่างนั้นเหรอ”“ค่ะ”“โห น้องมนสุดยอดมากเลย ว่าไหมตัว” ภาวิดาพูดแล้วก็ยกมือโป้ง
“มีอะไรมน” เอมอรเงยหน้าจากเอกสารกองโตที่กำลังทำหันมาถาม“เอ็มมี่มันชวนไปตลาดนัดหลังมออะ” พร้อมกับที่มือหยิบของที่ซื้อมาเก็บเข้าที่ “ไปด้วยกันมั้ย”“ไม่ละ แกไปกับมันเถอะ”“เอาอะไรไหมล่ะ”“ซื้อมาเถอะ กินหมดแหละ” พลางหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ยื่นให้สองร้อยมณีมณฑน์หยิบกระเป๋ากับมือถือมาแล้วรีบเดินไปหน้า
วันหยุดหากไม่ได้เข้ามอไปทำงานช่วยรุ่นพี่ มณีมณฑน์ก็อยู่หอ ทำงานที่อาจารย์สั่งบ้าง ซักผ้า เก็บกวาดห้องบ้าง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ได้เกือบสองเดือน เธอไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย อยู่แต่ห้อง หากเพื่อนชวนก็ไปบ้างเพื่อไม่ให้ดูว่าตัดขาดพวกเขานักลักษณะหอพักที่เธอเช่าอยู่สูงแค่สี่ชั้น แต่ละชั้นมีประมาณหกห้อง ภาย
“ไอ้เต๋าหาดูดิ หล่นแถวนี้หรือเปล่าวะ”“วิ่งยังไงของมึงวะ ถึงทำกระเป๋าตังค์หายได้” โป๊ะเชะ ใช่สิ่งเดียวกันกับที่พวกเธอเจอแน่นอน“แก...ฉะ ฉันว่าถอยดีกว่าว่ะ” ฐาปกรณ์เห็นคนพวกนั้นถือไม้หน้าสามมารีบกระซิบบอก“เออ ไปเหอะ ค่อยเอาไปฝากตามร้านค้าเอาก็ได้ ถือไม้แบบนี้น่ากลัวว่ะ” กำลังจะหันหลังวิ่ง ก็ได้ยิน
“เอมลุกได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทันคลาสเช้านะ” มณีมณฑน์ที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ ปลุกเพื่อนสาวให้ลุกไปทำธุระส่วนตัว แล้วตัวเองค่อยมาจัดการกับเครื่องแต่งกายรอ“รอแป๊บนะ”หอที่เธอพักอยู่ฝั่งตรงกับมอ นั่งรถห้านาทีก็ถึง พอทำอะไรเสร็จก็พากันเดินออกมาหน้าปากซอยเพื่อนั่งรถไปลงหน้ามอ ซึ่งมีเด็กช่างขึ้นคันเดียวกันเกือบ







