Masuk2
ทำไมถึงดื้อกับอา
วันนี้คือวันที่ภามบอกว่ามีธุระที่ต้องพาคัพเค้กไปธุระสำคัญแต่คัพเค้กกลับไม่ยอมเชื่อฟังในสิ่งที่ภามบอก
“ไหนแกบอกว่าแกจะไปธุระกับอาไม่ภามสุดหล่อไม่ใช่หรือไงทำไมถึงมาตามนัดฉันได้ล่ะ” เพื่อนสาวของคัพเค้กอย่างมีมี่ถามเธอด้วยความสงสัย
“ฉันก็แค่ไม่ไปแล้วก็เลือกที่จะมาหาแกยังไงล่ะ” คัพเค้กพูดพร้อมกับหัวเราะร่วนอย่างพอใจที่กล้าขัดใจภาม
“ถ้าอย่างนั้นเราไปแรดกันดีกว่า” คัพเค้กจูงมือของมีมี่ไป เดินเข้าไปในห้างเพื่อซื้อของที่พวกเธอจะใช้ในการแต่งตัวในงานคริสมาสต์ที่กำลังจะมาถึง
ภามที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกหลังเพื่อที่จะไปธุระสำคัญกับคัพเค้ก แต่เมื่อเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเดินไปที่หน้าห้องของคัพเค้กกลับพบว่าคัพเค้กออกจากบ้านไปแล้ว
“ทำไมดื้ออย่างนี้นะคัพเค้ก บอกว่าธุระสำคัญก็ไม่เชื่อ เมื่อไหร่จะเชื่อฟังกันสักที ไม่เข้าใจคำว่าเป็นห่วงและหวังดีเลยหรือไง” ภามบ่นพึมพำคนเดียวก่อนจะออกไปข้างนอกเพื่อทำธุระสำคัญครั้งสุดท้ายให้กับพ่อของคัพเค้ก
หลังจากไปทำธุระข้างนอกเสร็จภามก็กลับมาที่บ้านก็ยังไม่เห็นว่าคัพเค้กจะมาที่บ้านสักที ภามโทรตามคัพเค้กโทรติดแต่คัพเค้กก็ไม่มีท่าทีจะรับสายจากเขา
“ทำไมแกไม่รับสายล่ะเค้ก” มีมี่ที่กำลังนั่งข้างๆ คัพเค้กที่กำลังนั่งกินไอศกรีมในห้างอย่างเอร็ดอร่อยพูดขึ้นเมื่อมีสายเรียกเข้าเธอกลับไม่มีท่าทีจะรับสายสักทีทำ
“ไม่รับ ฉันขี้เกียจตอบคำถามของคนที่ชอบห้ามฉันทำอย่างนั้นห้ามฉันทำอย่างนี้” คัพเค้กพูดพร้อมกับตักไอศกรีมเข้าปากอย่างมีความสุข
“มันจะดีหรือเปล่าแกอย่างน้อยๆ อาภามสุดหล่อของแกก็เป็นห่วงและหวังดีกับแกนะ” มีมี่พูดขึ้นมาอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้คัพเค้กรู้สึกผิดหรือรู้สึกอะไรทั้งนั้น
“พอเถอะแก อาภามนั่นน่ะหรอหวังดีกับฉันถ้าเขาไม่ได้เงินค่าตอบแทนจากพ่อของฉันที่ทิ้งไว้ก็คงไม่มาหวังดีกับฉันอย่างนี้หรอก” คัพเค้กที่เข้าใจว่าภามทำดีกับเธอก็เพราะเงินที่พ่อของเธอให้ไว้แต่ไม่ใช่อย่างนั้นเลยที่ภามทำอย่างนี้เป็นเพราะว่าภามรักและเอ็นดูคัพเค้ก
ภามนั่งรอคัพเค้กที่ห้องนั่งเล่นอย่างรู้สึกร้อนใจที่โทรหาคัพเค้กแต่เธอไม่รับสายและไม่โทรกลับหาเขาจนตอนนี้เวลาสี่ทุ่มครึ่งก็ยังไม่เห็นว่าคัพเค้กจะกลับมาซักที
ภามรอคัพเค้กจนหลับไป ตื่นมาอีกทีก็เห็นคัพเค้กกำลังจะผ่านเขาไปแต่เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อน
“คัพเค้กไปไหนมา ทำไมอาโทรไปหาแล้วไม่รับแล้วยังไม่โทรกลับมาอีกแล้วทำไมหนีออกไปข้างนอกทั้งๆ ที่อาบอกว่าอามีธุระสำคัญที่ต้องไปทำ” ภามถามคำถามจากคัพเค้กยาวเหยียดแต่ก็ไม่มีคำตอบจากคัพเค้กนอกจากการเดินหนีของคัพเค้ก
“หยุดเดี๋ยวนี้นะคัพเค้กอาพูดอาถามไม่ได้ยินใช่มั้ย เดี๋ยวนี้ไม่อยากฟังไม่อยากพูดกับอาแล้วสินะ” ภามเดินไปขวางคัพเค้กไว้พร้อมกับพูดเสียงที่ดังขึ้นกว่าตอนแรก
“เค้กไม่มีอะไรต้องพูดหรือต้องแก้ตัวเพราะเค้กไปตามนัดที่เค้กนัดกับเพื่อนเค้กไม่อยากผิดนัดกับเพื่อน” คัพเค้กพูดออกมาแค่นั้นและไม่ได้มองที่ใบหน้าของภาม
“อ๋อ! เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นโตขึ้นจนแข็งแกร่งแล้วก็เลยอยากออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระคนเดียวสินะ ไม่อยากให้อาคอยห้ามคอยตามสินะ” ภามพูดขึ้นมาพร้อมกับจ้องไปที่หน้าของคัพเค้ก
“ใช่เค้กโตแล้ว เค้กอยากไปไหนก็เรื่องของเค้ก อาไม่มีสิทธิ์มาห้ามเค้กอีกต่อไป ที่อาภามดูแลเค้กก็เป็นเพราะอาภามได้เงินที่พ่อฝากไว้ให้ถ้าไม่อย่างนั้นอาภามก็คงไม่มาสนใจเด็กกำพร้าอย่างเค้กหรอก” ภามได้ยินที่คัพเค้กพูดเขาก็โกรธมากที่คัพเค้กคิดกับเขาอย่างนั้นทั้งๆ ที่เขารักและเป็นห่วงเค้กด้วยความจริงใจไม่ใช่เพราะเงินหรืออะไรทั้งนั้น
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะคัพเค้ก” ภามตะคอกคัพเค้กเสียงดังเพราะเขาไม่อยากให้เธอพูดอะไรมากไปกว่านี้
“ทำไมเค้กจะพูด...” ไม่ทันที่คัพเค้กจะได้พูดอะไรออกมาอีก ภามจับตัวของคัพเค้กมาก่อนจะใช้ปากของเขาประกบปากของเธอทันทีพร้อมกับดูดปากของเธออย่างแรงด้วยความโกรธ คัพเค้กตกใจตาเบิกโพลงเธอไม่คิดว่าภามจะจูบเธออย่างนี้ ภามดูดริมฝีปากของคัพเค้กไว้นานเมื่อปล่อยให้ปากของเธอเป็นอิสระทำให้ริมฝีปากของเธอบวมเป่งจากการโดนดูด
“อาภามทำอย่างนี้ทำไม อาภามมาจูบเค้กทำไม อาภามใจร้าย” คัพเค้กพูดไปร้องไห้ไปทั้งโกรธทั้งสับสนทั้งไม่เข้าใจว่าทำไมภามทำอย่างนี้กับเธอ คัพเค้กวิ่งขึ้นบ้านไปด้วยความโกรธพร้อมกับใช้มือปิดปากของเธอ
“คัพเค้กอาไม่ได้ตั้งใจ อาขอโทษ” ภามโกรธคัพเค้กจนเผลอใช้ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ
“หยุดพูด คัพเค้กไม่อยากได้ยินเสียงของอาภาม” คัพเค้กหันกลับมาพูดก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนห้องแล้วปิดประตูเสียงดังแล้วก็ล็อคห้องไม่ให้ใครเข้าไปในห้องของเธอได้
5เผชิญหน้าหลังจากไม่ได้เจอห้าปี พริมากำลังนั่งรอข้าวกระเพราหมูกรอบไข่ดาวรสจัดที่เธอใฝ่ฝันอยากกินมาตลอดเมื่อตอนที่อยู่ต่างประเทศ ตอนนี้เธออยู่เมืองไทยเรียบร้อยแล้วเธอจึงจัดซะเลย ในระหว่างที่นั่งรออาหารสายตาของเธอก็พลันไปเห็นชายหนุ่มที่รูปร่างหน้าตาท่าทางคล้ายๆ กับทิศเหนือแต่เขาดูร่างหนากว่าทิศเหนือเมื่อหลายปีก่อนจนเธอไม่มั่นใจว่าใช่หรือเปล่า แม้ความคิดของเธอจะบอกว่าไม่ใช่ทิศเหนือแต่สายตาของเธอก็ยังคงจับจ้องไปที่เขาอย่างไม่ละสายตา ผู้ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และน่าจะตรงมาที่ร้านอาหารที่เธอกำลังนั่งรอข้าวกระเพราะจานโปรดที่เธอรอคอยมานาน “บอสก็มากินร้านนี้ด้วยหรอคะเนี่ย” พนักงานบริษัทสาวสองสามคนเอ่ยทักทายผู้ชายคนนั้น พริมาที่กลัวว่าจะเป็นทิศเหนือเธอจึงนั่งหันหลังไม่กล้าหันไปมองเขา “ผมก็กินร้านนี้บ่อยเพียงแต่ว่าผมไม่ได้มากินที่ร้านส่วนมากก็สั่งให้ที่ร้านเอาไปส่งให้ที่บริษัท” ทิศเหนือพูดกับพนักงานสาวกลุ่มนั้นก่อนที่จะหันไปสั่งเมนูโปรดของเขา “ป้าครับกระเพราทะเลไข่ดาวพิเศษๆ ครับขอเผ็ดๆ นะครับ” ทิศเหนือสั่งเสร็จก
4เลขาคนใหม่กับหัวใจดวงเดิม ทิศเหนือนั่งอ่านใบสมัครงานของพริมาเขาแทบไม่อยากสัมภาษณ์คนอื่นอีกเลยเพราะเขาอยากให้เธอมาเป็นเลขาของเขาโดยไม่ต้องสัมภาษณ์อะไรใครทั้งนั้นแต่เขาก็ต้องทำให้ดูสมเหตุสมผลแม้คำตอบในใจของเขาก็หนีไม่พ้นพริมาอยู่ดี ทิศเหนือเรียกผู้มาสัมภาษณ์งานสองคนเข้ามาในห้องของเขาแล้วสัมภาษณ์พร้อมกันแล้วเขาก็ให้ออกไป “คุณสองคนออกไปได้การสัมภาษณ์งานเสร็จแล้ว ถ้าใครได้เข้าทำงานจะมีพนักงานฝ่ายบุคคลโทรหาครับ” ทิศเหนือบอกกับทั้งสองคนแล้วก็โทรหาเลขาชั่วคราวให้เรียกพริมาเข้ามาในห้องได้ “คุณพริมาคะ เชิญเข้าห้องสัมภาษณ์ได้แล้วค่ะ” พริมาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มบางตอบรับคำบอกของพนักสาวคนนั้น พริมาเคาะประตูหน้าห้อง ตอนนี้หัวใจของเข็มทิศเต้นรัวไม่เป็นส่ำความตื่นเต้นประดังเข้ามาในหัวใจของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน “เข้ามาได้” ทิศเหนือนั่งหันหลังให้กับประตูหน้าห้องที่พริมากำลังเดินเข้ามา “อนุญาตค่ะ” พริมาพูดแล้วก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของทิศเหนือเงียบๆ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องนั่งหันหลังด้วย “ทำไมคุณถึงนั่งหันหลังอย่างนั้นล่ะคะ
3กลับมาอีกครั้ง เวลา 5 ปีหลังจากนั้น พริมาเรียนจบเมื่อปีที่แล้วและเธอก็ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศต่อเป็นเวลาอีกหนึ่งปี ชญาภาเองก็เช่นกันทั้งสองคนเรียนจบพร้อมๆ กันและทำงานด้วยกันจนมาถึงวันนี้วันที่พริมาต้องตัดสินใจกลับไทย “ความจริงแล้วฉันก็อยากทำงานที่นี่ต่อนะรายได้ก็ดี แต่ฉันก็อดห่วงพ่อไม่ได้” พริมาที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านหลังจากที่มาเรียนเธอได้กลับบ้านแค่ปีละครั้งเท่านั้นเพราะเธอเกรงใจแม่ของชญาภาที่ต้องเป็นคนจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้ทุกครั้ง “ไม่เป็นไรหรอกแกอยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าอยู่บ้านของเราหรอก ฉันเองก็จะกลับไปช่วยงานของที่บ้าน แกก็มาทำงานที่บริษัทของพี่นนท์สิ ฉันเชื่อว่าแกได้เงินเดือนดีแน่นอน” ชญาภาพูดแล้วก็อมยิ้มเพราะเธอรู้ว่าพี่ชายของเธอแอบชอบพริมามานานมากแล้ว ยิ่งตอนนี้พริมาโสดสนิทอย่างนี้เธอก็ยิ่งอยากให้พี่ชายของเธอกับพริมาปิ๊งกันสักที “แกก็พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ฉันอยากลองหางานเองฉันรบกวนที่บ้านของเธอมาเยอะแล้วแต่ถ้าฉันหางานไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะขอไปทำงานกับพี่ชานนท์อย่างที่แกแนะนำแต่ตอนนี้ฉันมีงานที่พี่ชาย
2พ่ายแพ้ ทิศเหนือไม่ยอมฟังกนกอรเขาเดินออกมาทั้งๆ ที่แม่ของเขายังคงพูดไม่จบ “แกนี่มันยังไงนะทิศเหนือไม่เคยได้ดั่งใจแม่เลย พ่อของแกเลี้ยงตามใจมากจนไม่ฟังแม่เลย เลี้ยงลูกตามใจแล้วก็มาตายไปทิ้งให้ฉันดูแลลูกต่อคนเดียวแล้วเป็นไงทีนี้พูดอะไรไม่เคยฟัง” กนกอรถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ลูกชายของเธอไม่ฟังที่เขาพูดเอาซะเลย “แกคิดว่าคนเป็นแม่อย่างฉันจะยอมแกง่ายๆ หรือไงทิศเหนือ” กนกอรพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างร้ายๆ ทิศเหนือขับรถมาที่บ้านของพริมาพร้อมกับกดมือถือโทรหาพริมาไปด้วยแต่คราวนี้เขาโทรไม่ติดเพราะแบตเตอรี่ของเธอได้หมดลงไปแล้ว พริมานอนร้องไห้อยู่บนห้องแต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูจากหน้าห้อง ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!! เสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าห้องของพริมาที่ตอนนี้กำลังนอนร้องไห้ตั้งแต่กลับมาจากเจอกนกอร พริมาที่ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินไปเปิดและคนที่ยืนอยู่หน้าห้องก็คือ ชญาภา ‘ชญา’ เพื่อนสนิทของเธอที่โตมาพร้อมๆ กับเธอแล้วก็พี่ชายของเธอ ชานนท์ ‘นนท์’ “ชญา ฮือๆ ๆ ฉันไม่ไหวแล้วแกทำไมฉันต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วยทำไมโลกใบนี้ต้องใจร้ายกับผ
เรื่องใหม่ พ่ายรักคุณเลขาตัวร้าย1ความเดิมกับความอ่อนแอ เมื่อ 5 ปีก่อน พริมา ‘พริ้ม’ ในวัย 18 ปี เธอกำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 1 เธอกำลังนั่งตัวสั่นเทาด้วยความกลัวเมื่อ กนกอร ‘อร’ แม่ของแฟนหนุ่มรุ่นพี่ของเธอที่เธอคบหามาได้ 2 ปี นัดเธอมาคุยบางเรื่องที่เธอไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงของเธอเพราะเธอเคยเห็นในละครแต่วันนี้มันคือความจริงในชีวิตของเธอ “เธอรู้ใช่มั้ยว่าเธอไม่คู่ควรกับลูกชายของฉัน ลูกของคนจนๆ อย่างเธออย่าหวังที่จะได้เป็นลูกสะใภ้ของฉัน ลูกชายของฉันต้องได้กับคนที่ฐานะเดียวกัน ฉันหวังว่าฉันจะไม่ได้เห็นเธอมายุ่งกับลูกชายของฉันอีก” กนกอรพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองหน้าของเธอที่ตอนนี้นั่งก้มหน้าไม่กล้าแม้จะสบตาของกนกอร “แต่หนูรักพี่เหนือนะคะ” พริมาพูดเสียงสั่นเทาทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าของเธอ “ความรักเน่าๆ จนๆ ของเธออย่านำมันมาใช้กับลูกชายของฉัน” กนกอรพูดพร้อมกับโยนเงินก้อนหนึ่งใส่หน้าของเธอ “คนอย่างเธอคงคิดอยากจับลูกชายของฉันเพราะเงินสินะ นี่ไงเงินเอาไปแล้วก็เลิกยุ่งกับลูกชายของฉันได้แล้ว” “ค
ตอนพิเศษส่งท้ายความเร่าร้อน เพื่อนของคัพเค้กต่างรีบมาหาเธอทันที ที่คัพเค้กเข้ามาในห้องเพราะทุกคนก็อยากยินดีกับเธอแต่มีหลายคนที่บอกว่าเธอคิดยังไงเอาอามาเป็นผัวแต่คัพเค้กก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปอธิบายเพราะทุกอย่างเธอรู้ดีที่สุดว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ “คัพเค้กดีใจด้วยนะ ฉันว่าแล้วแกกับอาภามต้องมีอะไรบางอย่างดูเป็นห่วงเป็นใยเว่อร์ แต่ก็ดีใจด้วยนะแกอาภามทั้งหล่อทั้งน่ารักทั้งนิสัยดีมากๆ” มีมี่กอดเพื่อนด้วยความดีใจที่เห็นเพื่อนมีความสุขและกำลังจะได้แต่งงานกับคนที่รักเธอและคนที่เธอรักโน้ตเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยสีหน้าที่เศร้าๆ หลังจากที่โน๊ตรู้ว่าคัพเค้กมีแฟนแล้วกำลังจะแต่งงานโน๊ตก็ไม่ได้เข้ามาหาคัพเค้กเหมือนเมื่อก่อนจนคัพเค้กต้องเดินไปทักทายโน๊ตอย่างที่เธอเคยทำ“โน้ตนี่ของฝากจากทะเล” คัพเค้กยื่นขนมที่เธอซื้อมาฝากเพื่อนๆ รวมไปถึงโน้ตด้วย“ขอบใจนะ” โน้ตพูดสั้นๆ แต่ไม่ยอมรับขนมจากเธอแล้วก็เดินไปจากตรงนั้น“โน้ตมันชอบแกมากคัพเค้กมันคงยังทำใจไม่ได้แหละ แต่เดี๋ยวมันก็คงหายแหละ” มีมี่บอกกับคัพเค้กพร้อมกับตบที่ไหล่ของเธอเบาๆหลังจากที่คัพเค้กเรียนเสร็จ ภามก็มารับเธอกลับบ้านตามปกติแต่ในระหว่างที่ขับ
25ห้องทำงานสุดเร่าร้อน หลังจากที่ทั้งสองกินข้าวเสร็จคัพเค้กก็อยากไปเดินซื้อของที่ห้างกับภามเพราะนานแล้วที่ทั้งสองไม่ได้ไปเดินซื้อของด้วยกัน “อาภามกินข้าวเสร็จแล้วคัพเค้กอยากไปเดินซื้อของจัง อาภามพาหนูไปหน่อยได้มั้ยคะ” คัพเค้กเดินไปนั่งตักของภามที่กำลังนั่งเซ็นต์เอกสารมากมายที่วางบนโต๊ะ“อยากได้อะ
22ยั่วๆ คัพเค้กตื่นขึ้นมาเห็นว่าวิกกี้กำลังปลดกระดุมของเธอลงมาแต่เธอทำทีเป็นนอนหลับเพื่อดูว่าภามจะทำอย่างไรกับวิกกี้ต่อ ภามจะหลงเสน่ห์เธอหรือเปล่า “นี่คุณจะทำอะไร” ภามถามเธอแล้วก็จะลุกจากโซฟาเพื่อหนีไปปจากตรงนั้น“วิกกี้ก็จะผ่อนคลายให้ไงคะ ก็วันนี้วิกกี้เห็นคุณดูแลน้องสาวมาทั้งวันแล้ว วิกกี้ก็อ
21พยาบาลหว่านเสน่ห์ วิกกี้เดินมาทำทีเป็นวัดไข้ วัดความดัน วัดออกซิเจนในร่างกายของเธอทั้งๆ ที่ไม่ใช่เวลามาตรวจ “คนไข้เป็นยังไงบ้างคะ มีอาการปวดหัวมั้ยคะ” วิกกี้ยิ้มแย้มแจ่มใสกับคัพเค้กเพราะเธอคิดว่าคัพเค้กคงเป็นน้องสาวขอ
20คนป่วย คัพเค้กเดินเข้าไปในห้องทำงานของภามพร้อมกับภาม น้ำหวานมองตามหลังของคัพเค้กอย่างจ้องจับผิด “ยัยนี่ก็คงเป็นของเล่นของบอสแน่ๆ ก็ไม่เห็นสวยอะไ สู้ฉันก็ไม่ได้” น้ำหวานพูดพลางยกกระจกขึ้นมาส่องดูหน้าของตัวเองอย่างภูมิใจคิดว่าตัวเองสวยน้ำหวานที่นึกขึ้นได้ว่าเธอต้องไปแจ้งเรื่องที่ภามจะต้องเข้าปร







