FAZER LOGINวันนี้พอกลับมาถึงบ้าน ที่อู่ก็มีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย เพราะช่างใหญ่ประจำอู่จู่ ๆ ก็ลา แม่ของเธอเลยหน้าหงิกมาก ท่านเดินวนไปวนมา บ่น ๆ พวกลูกน้องก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อน ๆ สงสารเจ๊วิลานั่นแหละ รู้ๆ กันว่าช่างใหญ่เป็นคนแบบไหน
ก็ไม่มีใครกล้าแตะ เจ้าของอู่ยังต้องกลัวเกรงใจ โอ๋สุดเบอร์ เพราะไม่มีใครทำงานได้ดีเท่าเขา เก่งเท่าเขา อู่ของวิลาต้องพึ่งพาเขานั่นแหละ สำหรับงานใหญ่อย่างการยกเครื่องใหม่แล้วตอนนี้งานก็ยังคาอยู่ นัดลูกค้าพรุ่งนี้ แต่ช่างใหญ่ประจำอู่ดันเบี้ยว จะไม่ให้เครียดได้ยังไงกัน
“จะทำยังไงดีนะ เฮ้อ...”
วิลาถึงกับกุมขมับนั่งแปะอย่างหมดแรง ลูกน้องส่งสายตาสงสารมาให้แต่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะรู้ ๆ กันว่า ขืนพูดไปจะมีคนคาบไปรายงาน นิวัฒน์ และนั่นอาจจะงานเข้ากันได้
อู่นี้คนใหญ่จริงๆ คือกู!
นายช่างคนนี้พูดแบบนั้น เขาอยู่กับวิลามาหลายปี ตอนแรก ๆ ก็ดี หลัง ๆ ก็กร่าง แถมยังจ้องกมลมาลย์ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม คนทั้งอู่รู้ วิลานั้นไม่ค่อยได้สังเกตนัก เพราะนิวัฒน์เองก็ระวังไม่ทำรุ่มร่ามต่อหน้าเธอ
“มีอะไรหรือครับน้าวิ”
“ก็นั่นไง”
วิลาชี้มือไปยังรถที่ยังเปิดฝากระโปรงคาอยู่ แล้วเกาหัวจนยุ่งไปหมด
“ไอ้วัฒน์ไม่มา เนี่ย...ปิดโทรศัพท์อีก น้านัดลูกค้าไว้พรุ่งนี้ เขาจ่ายเงินมาครบแล้วเหลือแค่มารับรถ บอกแค่ว่าอีกสองวันจะมาทำงาน มาป่านนั้นมาทำไม แถมมีคิวรออีกสองคัน ปวดหัวไปหมดแล้ว”
เธอซบหน้ากับเคาน์เตอร์ ปวดหัวตุบ ๆ อยากจะรับสมัครช่างฝีมือมาอีกสักคน แต่ก็เกรงจะมาข่มกันกับนิวัฒน์ ที่เป็นคนเก่าแก่อยู่มานาน และเป็นช่างใหญ่ประจำที่นี่อีก อีกสามคนคือลูกมือ ทำงานได้ก๊อกแก๊ก ช่างมือดีหายาก หาได้ก็ราคาค่าตัวแพง บางคนก็เล่นตัว อู่ของเธอเป็นอู่เล็ก ๆ รายได้พอมีบ้าง ข้อดีคือไม่ต้องเสียค่าเช่าตึก เพราะที่นี่เก็บหอมรอมริบจนเป็นของตัวเองแล้ว กำลังผ่อนแบงก์เพราะเอาไปจำนองเอาทุนส่วนหนึ่งมาปรับปรุงอู่ และเปิดร้านขายกาแฟเล็ก ๆ ไปด้วย กับลูกสาวหนึ่งคน ลูกน้องอีกสี่คน ก็พออยู่พอกินกันไป
วิลาไม่รู้หรอกว่าลูกค้าที่หลัง ๆ มาเริ่มหายไป เพราะอะไร ขืนรู้ คงจะรีบหาช่างมาด่วนเป็นแน่
“เขาเอามาทำอะไรหรือครับ”
อชิระเดินไปรถคันที่วิลาชี้ เขาเดินดูรอบ ๆ ขมวดคิ้วน้อย ๆ นี่มันเสร็จแล้วนี่นา เหลือแต่ต่อพ่วงสายเท่านั้นเอง คิดแล้วมือก็ลองทำทันที ช่างสามคนที่เหลือยืนมองหน้ากัน พี่วัฒน์สั่งห้ามแตะรถคันนี้เพราะยังไม่เสร็จ พวกเขาเลยทำตามไม่ได้ยุ่ง รู้กันว่าพี่วัฒน์เป็นคนอย่างไร ไม่มีใครอยากเสือก อยากเสี่ยง
“ทำอะไรน่ะ อชิ ซ่อมเป็นเหรอ?”
ถามแล้วก็เพ่งมอง ว่าลูกชายเพื่อนกำลังทำอะไร ท่าทางคล่องแคล่วเหมือนเป็นงานแหะ หรือว่าไอ้ชาญมันไม่ได้โม้ ว่าลูกชายเก่งทางนี้พอตัว
“ก็พอได้ครับ ผมคิดว่าพรุ่งนี้น่าจะส่งรถได้แล้วล่ะครับน้าวิ”
เขาเปิดประตูรถ ปิดมันก่อนจะสตาร์ตเครื่อง เสียงเครื่องติดนุ่มนวลดังราวปาฏิหาริย์ วิลาแทบจะร้องไห้ออกมา ส่วนกมลมาลย์ที่มองทุกอย่างอยู่ตรงนั้น ก็ทำตาโตอย่างทึ่งๆ
“โอ๊ย...ทำได้จริงๆ อะ เริดมากลูก แง้ รอดตายแล้วฉัน กินอะไรเย็นนี้ น้าเลี้ยงใหญ่ พวกแกด้วยล่ะ เย้ๆๆ”
ว่าแล้วก็กระโดดโลดเต้น คว้าหยิบโทรศัพท์มาโทรหาลูกค้า หันมาบอกให้ลูกน้องเอารถไปลองดูว่าขับเลื่อนไหลใช้ได้ไหม อชิระอาสาขับออกไปลองเครื่องให้ แต่ก่อนที่เขาจะออกไป ประตูรถก็ถูกเปิดออก แล้วยัยดื้อก็ก้าวขึ้นมา พร้อมกับบอกเขาหน้านิ่งว่า
“หนูไปด้วย”
“หืม?”
สงสัยแหละ ว่าทำไมน้องถึงขึ้นมาด้วยแบบนี้ น้องไม่ได้อยากใกล้เขาเท่าไหร่นี่นา ก็เขาไปทำวีรกรรมไว้ ตาคมเหลือบมองแผ่นพลาสเตอร์ก่อนจะแอบยิ้ม อยากมีโอกาสสร้างรอยแบบนี้...แต่เป็นที่อื่นที่ลับตาคนอีกจัง
ก็น้องอยากน่ารักทำไม ใจมันก็สั่นน่ะสิ
“พี่อชิ เอ่อ แม่บอกว่าจะเลี้ยงเย็นนี้ที่พี่ซ่อมรถได้ใช่มะ”
“อื้อ แต่ไม่ต้องก็ได้...พี่เกรงใจ แล้วมันก็แค่ต่อสายนิดหน่อย ช่างเก่าทำไว้เสร็จหมดแล้ว จริง ๆ มันก็ง่าย ๆ นะ”
เขาเม้มปากนิด ๆ ไม่ได้อยากพูดอะไรต่อ ว่าช่างที่เหลือทำไมไม่รู้ เขาเด็กกว่ายังรู้เลย แต่ก็...เขาไม่อยากก้าวเข้าไปยุ่งกับระบบอู่ เพิ่งมาใหม่ได้สองวันด้วย ต้องลองดูเชิงไปก่อน แต่จากสายตาคร่าว ๆ ที่เห็น พบว่าอู่ของวิลาเป็นอู่ขนาดกลาง รับงานติดฟิล์มกระจกเสียเป็นส่วนมาก และรับซ่อมบ้างอะไรบ้าง เพราะรับรถจอดได้ไม่เกินสามคัน อาคารพาณิชย์ขนาดสามห้องต่อเติมทำเป็นอู่รถยนต์สองห้อง อีกห้องแบ่งเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ชั้นล่างและส่วนรับลูกค้า ชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย
วิลานั้นไม่ได้มีความรู้เรื่องช่างยนต์กลไก เธอก้าวเข้ามาทำอู่เพราะเพื่อนชวนมาทำ ลงหุ้นด้วยกันและบริหาร เพราะเห็นว่าวิลาหนีร้อนมาพึ่งเย็น เพื่อนของเธอดูแลโอบอุ้มช่วยเหลือกันมา แต่สองสามีภรรยาเสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุ เลยทิ้งมรดกอู่กิจการนี้ไว้ให้กับวิลาและลูกได้ทำต่อ วิลาก็สู้มาก จนจ่ายค่าตึกได้ทั้งหมดประคองกิจการมาได้เกือบสิบปีด้วยตัวเอง
เธอจึงอยู่แต่ในส่วนบริหาร และหางานมาลงเสริมตามยุคตามสมัย อยู่ในส่วนการตลาด ไม่ได้มีความรู้เรื่องซ่อมแซมสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อก่อนคนดูตรงนี้คือ องอาจเพื่อนของเธอ ที่เป็นช่างมือดี ส่วนนิวัฒน์ช่างใหญ่นั้น ตอนแรกก็เป็นมือรองจากองอาจ เรียนรู้งานทั้งหมดจากองอาจ จนก้าวมาเป็นช่างใหญ่ประจำอู่แทนเขานั่นแหละ
“พี่อชิขอแม่ให้หนูได้ไหม ไปกับหนูนะ เย็นนี้เพื่อน ๆ หนูนัดปาร์ตี้กันน่ะ”
ตัดสินใจชวนพี่ไป ถือโอกาสนี้เลยก็แล้วกัน
“เอ...”
เขาเหลือบมองเธอนิดหน่อย ก่อนจะหยุดรถเพราะติดไปแดง เครื่องยนต์วิ่งนิ่งดีไม่มีกระตุก แบบนี้คงจะส่งลูกค้าได้ไม่มีปัญหา เขามองไปตามระบบไฟ สังเกตว่ามันปรกติดีไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปด้วยระหว่างที่คุยกับกมลมาลย์
“นึกยังไงชวนพี่”
“ก็...”
กมลมาลย์ยักไหล่ แล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มจนตาหยีส่งให้กับเขา เล่นเอาคนมองใจสั่น
“อยากญาติดีกับพี่แล้วไง ไหน ๆ เราก็อยู่บ้านเดียวกันแล้ว ก็ถือว่าหนูมีพี่ชายยังไงละ แต่...มื้อนี้พี่เลี้ยงนะ”
“อ้าว...”
อชิระหัวเราะ ยัยดื้อนี่แสบและงกไม่เบาแหะ ไอ้เรื่องที่บอกให้เขาเลี้ยงน่ะ กมลมาลย์คิดขึ้นมาสดๆ ก็บอกอยู่พักนี้เธอต้องงก ต้องสะสมรายได้
“กินเหล้ากันแล้วหรือไง หะ?”
เขามองหน้าใส ๆ ของน้อง ตอนที่ไปรับก็เห็นเพื่อนน้องแวบ ๆ ว่ามีทั้งหญิงทั้งชาย แต่ไม่ได้มองละเอียดอะไร เพราะมัวแต่มองหาน้องนั่นแหละ ออกจะเด่นในความรู้สึกเขาขนาดนั้น จะให้เขาไปมองใครละ
“แหม...อายุเกิน 18 แล้วนะ”
น้องว่า พร้อมกับย่นจมูกน้อย ๆ
“ยี่สิบแล้วด้วยอะ เข้าร้านเหล้าได้แล้ว”
“น้าวิไม่ว่าเหรอ อนุญาตให้ดื่มแล้วหรือไง”
“อื้อแม่ไม่ว่า ชวนหนูกินเบียร์ด้วยบางวันถ้าเครียด ๆ เรื่องงานอะ”
“แล้วพักนี้ทำไมทำหน้างอ ๆ ใส่น้าวิ บรรยากาศในบ้านดูตึง ๆ”
เขาเปรย ๆ ของเขาทำให้เธอหันไปแล้วทำตาโต
“มาแค่สองวันทำไมรู้ ว่าหนูกับแม่งอนกัน”
“ก็...”
เขายักไหล่ เขามีพรสวรรค์ในเรื่องการช่างสังเกตคน เพราะเป็นคนละเอียดอ่อนกับเรื่องความรู้สึก
“เดา ๆ เอาน่ะ เห็นหนูทำหน้างอใส่น้าวิ เอ่อ...จะว่าพี่เสือกไหม ถ้าจะถามว่าเรื่องอะไร”
“...”
ยัยน้องยังคงมองเขาอย่างระแวงหน่อย ๆ เขาเพิ่งมาอยู่ที่บ้านเธอ แถมยัง...ทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ บุกเข้าไปในห้องเธอ จูบเธอ ฝากรอยจูบไว้บนคอเธอ สองวันที่เจอกันมานี้ก็พันแปดร้อยเรื่องไปแล้ว จะยังไงล่ะ เธอไม่ได้รู้จักเขาขนาดนั้นสักหน่อย ขนาดเพื่อนซี้ยังไม่เล่าให้ฟัง ก็นี่มันเรื่องส่วนตัวมาก ๆ
ไอ้พันแปดร้อยเรื่องที่ว่า รวมถึงตอนนี้ที่กมลมาลย์กำลังคิดวางแผนจะเอาเขาไปถวายให้กับยัยนกยูงด้วย...
เห็นน้องเงียบก็ไม่ถามต่อ เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย หาที่กลับรถเพราะลองรถพอแล้ว แล้วเอ่ยตอบรับไป
“เอาสิ พรุ่งนี้วันเสาร์ คืนนี้วันศุกร์เหมาะกับการไปปาร์ตี้ แต่พี่จะเลือกร้านเองนะ น้องกวางไลน์ไปบอกเพื่อนได้เลย เออ ขอไลน์กวางด้วยนะ พี่จะได้ส่งพิกัดให้”
เย้!
ตกลงง่ายจังแหะ กวางน้อยตัวดื้อคิดในใจ...ถ้าเขาขอละก็ยังไงก็ได้ไป ตอนนี้เขากำลังขึ้นแท่นคนโปรดของวิลา คืนนี้จะเอาพี่ไปเสิร์ฟยัยนกยูง แอบเหลือบมองคนที่กำลังขับรถแล้วย่นจมูกน้อย ๆ หึ...จะได้ไปหื่นทางอื่น ไม่มายุ่งกับเธออีก
แต่..
อดเสียดายนิดๆ ไม่ได้แหะเรา พี่ยิ่งคุยด้วยก็ยิ่งเป็นคนน่าสนใจ นอกจากรูปร่างหน้าตา ที่เรียกได้ว่า เห็นแล้วก็ชวนใจสั่นแหละ ออร่าแผดกล้าขนาดนั้น ขนาดเพื่อนเธอไม่เห็นหน้ายังกรี๊ดจ่ายมาห้าพัน สงสัยเห็นหน้าพี่เข้า นังนกยูงสมหวังได้งาบ เธอได้ทิปมาห้าหมื่นแหงๆ ทางนั้นยิ่งเปย์หนัก ใช้เงินยังกับผลิตแบงก์ได้เองอยู่ด้วย
ให้นกยูงไปเหอะ หน้าตาพิมพ์นิยมขนาดนี้ เธอไม่ไหวหรอก ไม่อยากวุ่นวายกับการสู้รบกับสาวอื่น พี่ดูเนื้อหอมมากๆ ตอนนี้ชีวิตเธอวุ่นวายพออยู่แล้ว
ชิล ๆ เย็นนี้พร้อมกับแก๊งเพื่อนของเธอ มารดาก็เอ่ยอนุญาต ดูท่าทางจะอารมณ์ดีมาก ๆ กมลมาลย์ไม่วายหันมาสั่งแม่ทิ้งท้าย ว่าห้ามหนีไปไหนนะ วันนี้ไม่ไปไหนนะ วิลาโบกมือให้ลูกสาวเป็นเชิงว่าไม่ไปไหนแน่แล้ว จะกินเบียร์อยู่บ้านวันนี้สบายใจ ชิลอยู่บ้านดีกว่า กมลมาลย์มองหน้าแม่ก่อนจะเม้มปากนิด ๆ เครียดเบา ๆ กลัวแม่จะแอบหนีเที่ยว แต่ก็น่ะ...รับมาแล้วห้าพันขอพาเหยื่อ เอ๊ย พาพี่ไปหาเพื่อนแป๊บ เธอส่งเธอเสิร์ฟแล้วก็ถือกว่าหมดหน้าที่ จะได้แฮปปี้ใช้เงินเพื่อนสบายหน่อย “แม่ไม่ไปไหนจริงๆ นะ” ยังไม่วายก่อนออกบ้านก็ทักแม่อีกที สาวน้อยเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เป็นเสื้อครอบสีดำ สกรีนลายคิตตี้น่ารัก กางเกงยีนสีซีดขากระบอก ผมยาวมัดเป็นหางม้า แต่งหน้านิดหน่อย พร้อมกับสะพายกระเป๋าผ้าสีแดงลายจุดใบโปรด ใบนี้เป็นงานฝีมือทำเองตั้งแต่ มอหก ส่งครูเสร็จก็เอามาใช้เป็นของประจำกาย เพราะใส่ของได้เยอะดี “จะให้ไปไหนล่ะ? เรานั่นแหละ อย่าหนักนักนะ อย่าไปปีนเสาไฟที่ไหนอีกนะยัยตัวดื้อของแม่” “แม่!” หน้าแดงก่ำขึ้นทันที คนข้าง ๆ ที่ยืนรอน้องอยู่เงียบ ๆ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ปีนเสาไฟ? อะไรยั
วันนี้พอกลับมาถึงบ้าน ที่อู่ก็มีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย เพราะช่างใหญ่ประจำอู่จู่ ๆ ก็ลา แม่ของเธอเลยหน้าหงิกมาก ท่านเดินวนไปวนมา บ่น ๆ พวกลูกน้องก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อน ๆ สงสารเจ๊วิลานั่นแหละ รู้ๆ กันว่าช่างใหญ่เป็นคนแบบไหน ก็ไม่มีใครกล้าแตะ เจ้าของอู่ยังต้องกลัวเกรงใจ โอ๋สุดเบอร์ เพราะไม่มีใครทำงานได้ดีเท่าเขา เก่งเท่าเขา อู่ของวิลาต้องพึ่งพาเขานั่นแหละ สำหรับงานใหญ่อย่างการยกเครื่องใหม่แล้วตอนนี้งานก็ยังคาอยู่ นัดลูกค้าพรุ่งนี้ แต่ช่างใหญ่ประจำอู่ดันเบี้ยว จะไม่ให้เครียดได้ยังไงกัน “จะทำยังไงดีนะ เฮ้อ...” วิลาถึงกับกุมขมับนั่งแปะอย่างหมดแรง ลูกน้องส่งสายตาสงสารมาให้แต่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะรู้ ๆ กันว่า ขืนพูดไปจะมีคนคาบไปรายงาน นิวัฒน์ และนั่นอาจจะงานเข้ากันได้ อู่นี้คนใหญ่จริงๆ คือกู! นายช่างคนนี้พูดแบบนั้น เขาอยู่กับวิลามาหลายปี ตอนแรก ๆ ก็ดี หลัง ๆ ก็กร่าง แถมยังจ้องกมลมาลย์ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม คนทั้งอู่รู้ วิลานั้นไม่ค่อยได้สังเกตนัก เพราะนิวัฒน์เองก็ระวังไม่ทำรุ่มร่ามต่อหน้าเธอ “มีอะไรหรือครับน้าวิ” “ก็นั่นไง”วิ
เดอะแก๊งของกมลมาลย์ ต่างพากันตั้งหน้าตั้งตารอจ้องหน้าพี่วิศวะชอปน้ำเงินขายาวแปดเมตรด้วยอาการใจเต้นตุบต่อม ว่าจะหล่อจริงอย่างจินตนาการไหม ก็เลยพากันไปมุงครบแก๊งอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมีกมลมาลย์มองค้อนพวกเขาอยู่ แต่ก็ห้ามไม่ได้นี่ เฮ้อ...แถมรับเงินยัยนกยูงมาแล้วตั้งห้าพัน จะหว่านล้อมพี่ยังไงนะ ให้ไปปาร์ตี้ด้วยเย็นนี้ คิดในใจ ขณะที่มองไปยังถนนที่มีรถแล่นมาคันแล้วคันเล่า เธอนัดกับพี่ตรงนี้ เขาบอกว่าจะมารับตรงที่มาส่ง ตอนสี่โมงครึ่ง เธอยกนาฬิกาขึ้นดู ตอนนี้เพิ่งจะสี่โมงสิบนาที เธอก็ใจเต้นไม่แพ้เดอะแก๊งนั่นแหละ คิดคำอยู่ว่า จะชวนเขาไปยังไงดี “นี่ ไปรอที่ร้านก่อนไป๊!”หันมาไล่ยัยตัวแสบ ที่ดูจะตื่นเต้นหนักมากกว่าเธอ เดินวนไปเดินวนมาไม่พักจนเธอเวียนหัว “เออ ปะ ไปเผาหัวรอก่อน”คนอยากตี้ที่สุดในกลุ่มลุกขึ้น ถือกระบอกเก็บความเย็นมาดูดแต่ปรากฏว่าเหลือแต่น้ำแข็ง ก็ทำหน้าเซ็ง “ยัยคุณมิน ถ้าหมอเจาะเลือดหล่อนเนี่ย คงจะเจอเหล้ามากกว่าเลือดละ”อดว่าเอาไม่ได้ ไม่ใช่อะไรแหละ ห่วง มินตาหัวเราะหึ ๆ พร้อมกับเอ่ยเสียงง่วง ๆ “ดีสิ เวลาฉัน
“ยัยกวางใครมาส่งอะ”วันนี้เธอซ้อนรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีแดง มีหนุ่มใส่เสื้อชอปวิศวะมาส่ง เพื่อนๆ ก็เลยแตกตื่นกันใหญ่ ก็เพราะกมลมาลย์มีประวัติดีไม่เคยมีหนุ่มมาวุ่นวาย ตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง ถึงจะ ป๊อบเงียบ ๆ ในหมู่นักศึกษาชายคณะเดียวกันพอสมควร แต่ก็ไม่เห็นว่า กมลมาลย์จะยอมใจอ่อนเป็นแฟนกับใครสักที“พี่ที่บ้าน”ทำหน้าเบื่อหน่ายนิด ๆ แต่แก้มแดง แถมยังเอามือเกา ๆ ปิด ๆ ตรงคอ มีพิรุธสุด ๆ แค่เพื่อนพูดถึงพี่เข้าพี่พาเธอแวะร้านยาหน้าหมู่บ้าน ซื้อพลาสเตอร์แล้วเอาแปะคอให้ ไม่มีใครพูดอะไรกันว่า มันเกิดเพราะอะไร เขาไม่ได้ล้อเลียนอะไรอีก ตอนเธอซ้อนรถมาพี่ก็ไม่ได้ขี่ฉวัดเฉวียนให้เธอต้องกลัวแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็กอดเอวเขาแน่นเพราะกลัวตก หลับหูหลับตาเกาะเขาแน่นมาจนถึงมอ“พี่ที่บ้าน แกมีพี่ชายตั้งแต่เมื่อไหร่ยัยกวาง”มยุรินทร์ทรุดลงนั่งตรงกันข้ามพลางทำตาโต ไม่เห็นหรอกหน้า เพราะใส่หมวกกันน็อกเต็มใบ แต่จากหุ่น จากมาดที่เห็น ขายาวมาก...สเปกชายในฝันชัดๆ แบบนี้ แถมใส่เสื้อชอปมอดังอีกต่างหาก ไม่สนใจไหวเหรอ?“เพิ่งมี” ตอบแล้วย่นจมูกน้อย ๆ มือรับแก้วชานมเย็นมาจากเพื่อนอีกคน ที่ไปซื้อมาฝาก “ขอบ
กมลมาลย์นอนไม่หลับเกือบทั้งคืน! ยังผลให้วันนี้ เธอตาดำปื๋อ แล้วสมองอ๊องหน่อย ๆ เริ่มตั้งแต่หยิบเสื้อมาใส่กลับด้าน โดยไม่รู้ตัว หน้าวันนี้ก็แต่งอ่อนๆ แบบทุกวัน แต่...เธอแต่งหน้าข้างเดียว! ใช่แต่งไปก็หาวไป หลับตาแต่งด้วยซ้ำ ไม่แต่งก็ไม่ได้สมองสั่งการแบบออโต้ ไม่งั้นยัยนกยูงจะอำว่าอ่อมไม่เริด สาวน้อยเดินลงมายังชั้นสองที่เป็นห้องครัวของบ้าน แม่ของเธอก็สภาพไม่ต่าง...เพราะเมื่อคืนแฮงก์หนักถึงขนาดขึ้นไปนอนไม่ไหว นอนมันตรงโซฟารับลูกค้าอู่นั่นแหละ มีอยู่หนึ่งคนที่สภาพดีที่สุดของบ้าน คืออชิระ สมาชิกใหม่ เขามองหน้าของกมลมาลย์ ที่พอเห็นหน้าเขา ยัยน้องก็ถลึงตาใส่ อชิระนั้นกลั้นขำจนแก้มตุ่ย แล้วเมินมองไปทางอื่น เธอทรุดตัวลงนั่งแบบกระแทก ๆ ให้รู้กันทั้งโต๊ะแหละว่าเธอไม่พอใจ ใครจะทำไมอะ! วิลาผู้ที่ปรือตาขึ้นมามองหน้ายัยดื้อของบ้าน ถึงกับสั่นหน้า มองจ้องลูกสาวอีกหน อีทีนี้ปล่อยหัวเราะออกมาครืนใหญ่สร่างเมากันเลยทีเดียว ส่วนอชิระกลัวน้องโกรธ เขาเลยทำทีเป็นลุกจากโต๊ะหนีไปหัวเราะในห้องน้ำ ได้ยินเสียงแว่ว ๆ แหละ แต่กมลมาลย์ที่ยังงงว่าแม่ขำอะไร เลยกอดอก แล้วถา
เมื่อเห็นเตียงเขาก็ขึ้นไปนอน...ไม่ได้เปิดไฟ เขาพบว่าห้องเย็นฉ่ำไปด้วยเครื่องปรับอากาศ พอเมา ๆ มาเจอแอร์เย็น ๆ ตาก็เลยหลับพริ้ม มือของเขาคว้าหมอนข้างไปกอดอย่างเคยชิน แต่ทว่า สิ่งที่เขาคว้ามากอดดันไม่ใช่หมอนข้าง... ในสติลางเลือนของอชิระ เขาพบว่าเขากำลังฝัน... เอ... หรือว่าไม่ได้ฝันแค่เมาวะ เขานอนกอด...ผู้หญิงร่างนุ่ม สัดส่วนโค้งเว้าเย้าใจชาย แรงขับเคลื่อนอันแรงร้อนในจิตใต้สำนึกของผู้ชาย เดือดพล่านขึ้นมา ยิ่งเขาไม่มีสติด้วยแล้ว อชิระก็ปล่อยใจโดยไม่มีอะไรฉุดรั้ง เขาซุกหน้าลงกับซอกคอของสาวในฝัน แล้วเริ่มซุกไซ้ไปมา หอมมาก เหมือนจริงเหลือเกิน ฝันดีมากเลย...คืนนี้ คนที่กำลังนอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวด เมื่อจู่ ๆ ถูกดึงเข้าไปในวงแขนกรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์ปนกับกลิ่นหอมประจำตัว ต้องสะดุ้งตื่น เมื่อรับรู้ว่ากำลังมีอะไรบางอย่างไล้ไปมาที่ซอกคอของเธอ ทำให้เธอขนลุกเกรียวไปหมด ผิวนุ่มราวกับครีม กลิ่นหอมนั้นทำให้คนเมาระงับใจไม่ไหว งับตรงจุดที่ตัวเองสูดดมเมื่อครู่แล้วเริ่มดูดเบา ๆ กมลมาลย์ตื่นเต็มตาแล้วตอนนี้ เธอร้องอุทานเบา ๆ ริมฝีปา







