FAZER LOGINชิล ๆ เย็นนี้พร้อมกับแก๊งเพื่อนของเธอ มารดาก็เอ่ยอนุญาต ดูท่าทางจะอารมณ์ดีมาก ๆ กมลมาลย์ไม่วายหันมาสั่งแม่ทิ้งท้าย ว่าห้ามหนีไปไหนนะ วันนี้ไม่ไปไหนนะ วิลาโบกมือให้ลูกสาวเป็นเชิงว่าไม่ไปไหนแน่แล้ว จะกินเบียร์อยู่บ้านวันนี้สบายใจ ชิลอยู่บ้านดีกว่า กมลมาลย์มองหน้าแม่ก่อนจะเม้มปากนิด ๆ เครียดเบา ๆ กลัวแม่จะแอบหนีเที่ยว แต่ก็น่ะ...รับมาแล้วห้าพันขอพาเหยื่อ เอ๊ย พาพี่ไปหาเพื่อนแป๊บ เธอส่งเธอเสิร์ฟแล้วก็ถือกว่าหมดหน้าที่ จะได้แฮปปี้ใช้เงินเพื่อนสบายหน่อย
“แม่ไม่ไปไหนจริงๆ นะ”
ยังไม่วายก่อนออกบ้านก็ทักแม่อีกที สาวน้อยเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เป็นเสื้อครอบสีดำ สกรีนลายคิตตี้น่ารัก กางเกงยีนสีซีดขากระบอก ผมยาวมัดเป็นหางม้า แต่งหน้านิดหน่อย พร้อมกับสะพายกระเป๋าผ้าสีแดงลายจุดใบโปรด ใบนี้เป็นงานฝีมือทำเองตั้งแต่ มอหก ส่งครูเสร็จก็เอามาใช้เป็นของประจำกาย เพราะใส่ของได้เยอะดี
“จะให้ไปไหนล่ะ? เรานั่นแหละ อย่าหนักนักนะ อย่าไปปีนเสาไฟที่ไหนอีกนะยัยตัวดื้อของแม่”
“แม่!”
หน้าแดงก่ำขึ้นทันที คนข้าง ๆ ที่ยืนรอน้องอยู่เงียบ ๆ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ปีนเสาไฟ? อะไรยังไงนั่น เขาแอบมองน้องแต่ก็ไม่ได้ถาม กมลมาลย์รีบคว้ามือพี่ได้ก็ลากเขาออกมาจากอู่ แล้วหันมากอดอกหน้าของเธอยังคงแดง แม่พูดดังขนาดนั้น เขาจะได้ยินไหมนะ?
วีรกรรมวีรเวรนี่ก็ติดตัวจริงๆ สิน่า เฮ้อ...
“ไปกันหรือยัง พี่อชิ”
“ไปสิ ไปแกร๊บก็แล้วกัน ไม่อยากเอารถไป เผื่อเมา”
เขาปลอดภัยไว้ก่อน เพราะไม่อยากประมาท วันนี้ไหน ๆ ก็จะมาปาร์ตี้กับน้อง ๆ เป็นหนแรก เขาเผื่อไว้อยู่แล้ว ที่เผื่อไว้คือเผื่อเมานะ จะได้สบายใจ
“เผื่อเมา...พี่กินไม่เก่งเหรอ?”
ต้องถามแอบเป็นข้อมูลจะได้ส่งให้เพื่อนเลิฟ เผื่อยัยนกยูงจะได้ทางสะดวก
ถ้าพี่รู้ว่าเธอคิดอะไรจะเขกหัวเธอไหมก่อน?
มองตาใส ๆ นั่น ก็แอบลอบยิ้ม ปรามาสกันหรือยัยตัวแสบ เอาเถอะ...เขาจะให้น้องเข้าใจไปแบบนั้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเรียกแกร๊บไปยังร้านเหล้าที่เป็นจุดปักหมุด ก่อนจะเลิกคิ้วน้อยๆ ส่งให้ยัยเด็กดื้อ
“ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ เราล่ะ?”
“หนูเหรอ ก็พอตัว”
ทำลอยหน้าลอยตาแบบสาวมั่น ที่พูดโวแบบนั้นกันไว้พี่จะได้ไม่มาขอดวล หรือคิดจะมอม เพราะว่าอวดไปแล้วว่าคอแข็ง สาวน้อยคิดแหละว่ามุกนี้มันได้ อชิระมองแล้วก็แค่ยิ้มนิด ๆ แล้วเอ่ยเสียงเบา
“เก่งนะเรา”
“เก่งสิ”
“มีแฟนหรือยัง?”
จู่ๆ ก็ถาม คนไม่ทันตั้งตัว ก็ตอบตรง ๆ
“ไม่มีอะ”
ตอบเขาไปแล้วก็ย่นคิ้วน้อย ๆ
“พี่อชิถามทำไม? ยุ่งอะไรกับสถานะของหนู”
“เปล่า แค่อยากรู้ อยากบอกว่าพี่ก็โสดนะ”
หันมายิ้มส่งให้กับเธอ รอยยิ้มนั้นทำให้สาวน้อยใจเต้นตึกตัก เธอหันเมินไปทางอื่น ก่อนจะหยิบเอาโทรศัพท์จากกระเป๋าใบเก่ง มาพิมพ์รายงานมยุรินทร์
พี่เขาโสด แถมคออ่อนด้วย สืบมาแล้ว (กมลมาลย์)
อุ๊ย...เหรอแก (มยุรินทร์)
กำลังจะไปกันแล้วนะ พวกแกถึงไหนแล้วอะ (กมลมาลย์)
สองคนนั้นมาแล้ว กำลังเริ่มเปิดกันแล้ว แก...นี่...ถ้าเกิดว่าไม่ดีลพี่อชิของแกไว้นะ ฉันจะต้องจีบเจ้าของร้านแน่ๆ หล่ออะ น่ารักด้วย เอาคุกกี้มาให้ชิมด้วยล่ะ รีบๆ มานะ เดี๋ยวของหมด (มยุรินทร์)
รอรถอยู่ ไม่นานหรอก (กมลมาลย์)
เธอเงยหน้าขึ้นมาจากการแชตคุยกับมยุรินทร์ รถก็มาถึงพอดี เขาและเธอขึ้นไปนั่งเบาะหลัง แล้วรถก็แล่นไปยังจุดหมาย
วิลาที่แอบมองอยู่ เห็นลูกสาวไปแล้ว ก็เม้มปากนิด ๆ พร้อมกับกดโทรศัพท์แชตกับคนคุยทันที
วันนี้ลูกสาวพี่ไม่อยู่ (วิลา)
มาได้ไหมครับ เดี๋ยวผมส่งคนไปรับ (ธงเทพ)
แหม...จะให้ไปเจอเลยเหรอ (วิลา)
ก็ได้โอกาสเจอกันแบบตัวเป็นๆ แล้วนะครับ (ธงเทพ)
เขินอะ (วิลา)
มาเถอะนะพี่วิ ผมอยากเจอ พี่วิจะได้มาดูว่าผมมีความมั่นคง ผมไม่เด็กแล้วนะ (ธงเทพ)
อะ งั้นก็ได้ (วิลา)
ครับ เดี๋ยวผมให้ลูกน้องไปรับนะ (ธงเทพ)
วิลาส่งสติกเกอร์หัวใจไปให้ แล้วก็ปิดแชต ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว แอบสะดุ้งเมื่อเห็นว่ามีกล้องวงจรปิดส่องมาทางเธอ ตรงนี้คือติดตั้งไว้บริเวณเคาน์เตอร์ เพื่อใช้เช็กบริเวณนี้ คนที่เปิดแอปเช็กได้มีเธอกับยัยกวาง ไม่รู้ป่านนี้แอบเช็กแม่ไหม? คิดแล้วก็ทำเนียน ๆ เดินไปจากตรงนี้ แล้วแอบไปปิดสวิตซ์กล้องตัวนี้เสีย ลูกสาวจะได้ไม่เห็นว่าเธอไม่อยู่
แอบตื่นเต้นแหละ คุยกันมานาน แต่ยังไม่เคยนัดเจอ วันนี้จะได้ตัวจริงกันเสียที สาวใหญ่ที่หัวใจเป็นสีชมพูอีกหน คิดแล้วก็เขินและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ แหะ เอาเถอะ เธอก็ควรจะมีความสุขบ้างนะ ชีวิตของเธอใช้เพื่อคนอื่นมามากแล้ว วิลาถอนใจน้อย ๆ นึกถึงลูกสาวแล้วก็รู้สึกผิดนิด ๆ แต่ลูกก็ไม่ได้อยู่กับเธอไปตลอด เธอควรจะมีใครสักคนนั่นแหละ ส่วนยัยกวาง สักวันก็คงจะเข้าใจแม่...และยอมรับในที่สุด
ชิล ๆ เย็นนี้พร้อมกับแก๊งเพื่อนของเธอ มารดาก็เอ่ยอนุญาต ดูท่าทางจะอารมณ์ดีมาก ๆ กมลมาลย์ไม่วายหันมาสั่งแม่ทิ้งท้าย ว่าห้ามหนีไปไหนนะ วันนี้ไม่ไปไหนนะ วิลาโบกมือให้ลูกสาวเป็นเชิงว่าไม่ไปไหนแน่แล้ว จะกินเบียร์อยู่บ้านวันนี้สบายใจ ชิลอยู่บ้านดีกว่า กมลมาลย์มองหน้าแม่ก่อนจะเม้มปากนิด ๆ เครียดเบา ๆ กลัวแม่จะแอบหนีเที่ยว แต่ก็น่ะ...รับมาแล้วห้าพันขอพาเหยื่อ เอ๊ย พาพี่ไปหาเพื่อนแป๊บ เธอส่งเธอเสิร์ฟแล้วก็ถือกว่าหมดหน้าที่ จะได้แฮปปี้ใช้เงินเพื่อนสบายหน่อย “แม่ไม่ไปไหนจริงๆ นะ” ยังไม่วายก่อนออกบ้านก็ทักแม่อีกที สาวน้อยเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เป็นเสื้อครอบสีดำ สกรีนลายคิตตี้น่ารัก กางเกงยีนสีซีดขากระบอก ผมยาวมัดเป็นหางม้า แต่งหน้านิดหน่อย พร้อมกับสะพายกระเป๋าผ้าสีแดงลายจุดใบโปรด ใบนี้เป็นงานฝีมือทำเองตั้งแต่ มอหก ส่งครูเสร็จก็เอามาใช้เป็นของประจำกาย เพราะใส่ของได้เยอะดี “จะให้ไปไหนล่ะ? เรานั่นแหละ อย่าหนักนักนะ อย่าไปปีนเสาไฟที่ไหนอีกนะยัยตัวดื้อของแม่” “แม่!” หน้าแดงก่ำขึ้นทันที คนข้าง ๆ ที่ยืนรอน้องอยู่เงียบ ๆ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ปีนเสาไฟ? อะไรยั
วันนี้พอกลับมาถึงบ้าน ที่อู่ก็มีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย เพราะช่างใหญ่ประจำอู่จู่ ๆ ก็ลา แม่ของเธอเลยหน้าหงิกมาก ท่านเดินวนไปวนมา บ่น ๆ พวกลูกน้องก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อน ๆ สงสารเจ๊วิลานั่นแหละ รู้ๆ กันว่าช่างใหญ่เป็นคนแบบไหน ก็ไม่มีใครกล้าแตะ เจ้าของอู่ยังต้องกลัวเกรงใจ โอ๋สุดเบอร์ เพราะไม่มีใครทำงานได้ดีเท่าเขา เก่งเท่าเขา อู่ของวิลาต้องพึ่งพาเขานั่นแหละ สำหรับงานใหญ่อย่างการยกเครื่องใหม่แล้วตอนนี้งานก็ยังคาอยู่ นัดลูกค้าพรุ่งนี้ แต่ช่างใหญ่ประจำอู่ดันเบี้ยว จะไม่ให้เครียดได้ยังไงกัน “จะทำยังไงดีนะ เฮ้อ...” วิลาถึงกับกุมขมับนั่งแปะอย่างหมดแรง ลูกน้องส่งสายตาสงสารมาให้แต่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะรู้ ๆ กันว่า ขืนพูดไปจะมีคนคาบไปรายงาน นิวัฒน์ และนั่นอาจจะงานเข้ากันได้ อู่นี้คนใหญ่จริงๆ คือกู! นายช่างคนนี้พูดแบบนั้น เขาอยู่กับวิลามาหลายปี ตอนแรก ๆ ก็ดี หลัง ๆ ก็กร่าง แถมยังจ้องกมลมาลย์ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม คนทั้งอู่รู้ วิลานั้นไม่ค่อยได้สังเกตนัก เพราะนิวัฒน์เองก็ระวังไม่ทำรุ่มร่ามต่อหน้าเธอ “มีอะไรหรือครับน้าวิ” “ก็นั่นไง”วิ
เดอะแก๊งของกมลมาลย์ ต่างพากันตั้งหน้าตั้งตารอจ้องหน้าพี่วิศวะชอปน้ำเงินขายาวแปดเมตรด้วยอาการใจเต้นตุบต่อม ว่าจะหล่อจริงอย่างจินตนาการไหม ก็เลยพากันไปมุงครบแก๊งอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมีกมลมาลย์มองค้อนพวกเขาอยู่ แต่ก็ห้ามไม่ได้นี่ เฮ้อ...แถมรับเงินยัยนกยูงมาแล้วตั้งห้าพัน จะหว่านล้อมพี่ยังไงนะ ให้ไปปาร์ตี้ด้วยเย็นนี้ คิดในใจ ขณะที่มองไปยังถนนที่มีรถแล่นมาคันแล้วคันเล่า เธอนัดกับพี่ตรงนี้ เขาบอกว่าจะมารับตรงที่มาส่ง ตอนสี่โมงครึ่ง เธอยกนาฬิกาขึ้นดู ตอนนี้เพิ่งจะสี่โมงสิบนาที เธอก็ใจเต้นไม่แพ้เดอะแก๊งนั่นแหละ คิดคำอยู่ว่า จะชวนเขาไปยังไงดี “นี่ ไปรอที่ร้านก่อนไป๊!”หันมาไล่ยัยตัวแสบ ที่ดูจะตื่นเต้นหนักมากกว่าเธอ เดินวนไปเดินวนมาไม่พักจนเธอเวียนหัว “เออ ปะ ไปเผาหัวรอก่อน”คนอยากตี้ที่สุดในกลุ่มลุกขึ้น ถือกระบอกเก็บความเย็นมาดูดแต่ปรากฏว่าเหลือแต่น้ำแข็ง ก็ทำหน้าเซ็ง “ยัยคุณมิน ถ้าหมอเจาะเลือดหล่อนเนี่ย คงจะเจอเหล้ามากกว่าเลือดละ”อดว่าเอาไม่ได้ ไม่ใช่อะไรแหละ ห่วง มินตาหัวเราะหึ ๆ พร้อมกับเอ่ยเสียงง่วง ๆ “ดีสิ เวลาฉัน
“ยัยกวางใครมาส่งอะ”วันนี้เธอซ้อนรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีแดง มีหนุ่มใส่เสื้อชอปวิศวะมาส่ง เพื่อนๆ ก็เลยแตกตื่นกันใหญ่ ก็เพราะกมลมาลย์มีประวัติดีไม่เคยมีหนุ่มมาวุ่นวาย ตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง ถึงจะ ป๊อบเงียบ ๆ ในหมู่นักศึกษาชายคณะเดียวกันพอสมควร แต่ก็ไม่เห็นว่า กมลมาลย์จะยอมใจอ่อนเป็นแฟนกับใครสักที“พี่ที่บ้าน”ทำหน้าเบื่อหน่ายนิด ๆ แต่แก้มแดง แถมยังเอามือเกา ๆ ปิด ๆ ตรงคอ มีพิรุธสุด ๆ แค่เพื่อนพูดถึงพี่เข้าพี่พาเธอแวะร้านยาหน้าหมู่บ้าน ซื้อพลาสเตอร์แล้วเอาแปะคอให้ ไม่มีใครพูดอะไรกันว่า มันเกิดเพราะอะไร เขาไม่ได้ล้อเลียนอะไรอีก ตอนเธอซ้อนรถมาพี่ก็ไม่ได้ขี่ฉวัดเฉวียนให้เธอต้องกลัวแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็กอดเอวเขาแน่นเพราะกลัวตก หลับหูหลับตาเกาะเขาแน่นมาจนถึงมอ“พี่ที่บ้าน แกมีพี่ชายตั้งแต่เมื่อไหร่ยัยกวาง”มยุรินทร์ทรุดลงนั่งตรงกันข้ามพลางทำตาโต ไม่เห็นหรอกหน้า เพราะใส่หมวกกันน็อกเต็มใบ แต่จากหุ่น จากมาดที่เห็น ขายาวมาก...สเปกชายในฝันชัดๆ แบบนี้ แถมใส่เสื้อชอปมอดังอีกต่างหาก ไม่สนใจไหวเหรอ?“เพิ่งมี” ตอบแล้วย่นจมูกน้อย ๆ มือรับแก้วชานมเย็นมาจากเพื่อนอีกคน ที่ไปซื้อมาฝาก “ขอบ
กมลมาลย์นอนไม่หลับเกือบทั้งคืน! ยังผลให้วันนี้ เธอตาดำปื๋อ แล้วสมองอ๊องหน่อย ๆ เริ่มตั้งแต่หยิบเสื้อมาใส่กลับด้าน โดยไม่รู้ตัว หน้าวันนี้ก็แต่งอ่อนๆ แบบทุกวัน แต่...เธอแต่งหน้าข้างเดียว! ใช่แต่งไปก็หาวไป หลับตาแต่งด้วยซ้ำ ไม่แต่งก็ไม่ได้สมองสั่งการแบบออโต้ ไม่งั้นยัยนกยูงจะอำว่าอ่อมไม่เริด สาวน้อยเดินลงมายังชั้นสองที่เป็นห้องครัวของบ้าน แม่ของเธอก็สภาพไม่ต่าง...เพราะเมื่อคืนแฮงก์หนักถึงขนาดขึ้นไปนอนไม่ไหว นอนมันตรงโซฟารับลูกค้าอู่นั่นแหละ มีอยู่หนึ่งคนที่สภาพดีที่สุดของบ้าน คืออชิระ สมาชิกใหม่ เขามองหน้าของกมลมาลย์ ที่พอเห็นหน้าเขา ยัยน้องก็ถลึงตาใส่ อชิระนั้นกลั้นขำจนแก้มตุ่ย แล้วเมินมองไปทางอื่น เธอทรุดตัวลงนั่งแบบกระแทก ๆ ให้รู้กันทั้งโต๊ะแหละว่าเธอไม่พอใจ ใครจะทำไมอะ! วิลาผู้ที่ปรือตาขึ้นมามองหน้ายัยดื้อของบ้าน ถึงกับสั่นหน้า มองจ้องลูกสาวอีกหน อีทีนี้ปล่อยหัวเราะออกมาครืนใหญ่สร่างเมากันเลยทีเดียว ส่วนอชิระกลัวน้องโกรธ เขาเลยทำทีเป็นลุกจากโต๊ะหนีไปหัวเราะในห้องน้ำ ได้ยินเสียงแว่ว ๆ แหละ แต่กมลมาลย์ที่ยังงงว่าแม่ขำอะไร เลยกอดอก แล้วถา
เมื่อเห็นเตียงเขาก็ขึ้นไปนอน...ไม่ได้เปิดไฟ เขาพบว่าห้องเย็นฉ่ำไปด้วยเครื่องปรับอากาศ พอเมา ๆ มาเจอแอร์เย็น ๆ ตาก็เลยหลับพริ้ม มือของเขาคว้าหมอนข้างไปกอดอย่างเคยชิน แต่ทว่า สิ่งที่เขาคว้ามากอดดันไม่ใช่หมอนข้าง... ในสติลางเลือนของอชิระ เขาพบว่าเขากำลังฝัน... เอ... หรือว่าไม่ได้ฝันแค่เมาวะ เขานอนกอด...ผู้หญิงร่างนุ่ม สัดส่วนโค้งเว้าเย้าใจชาย แรงขับเคลื่อนอันแรงร้อนในจิตใต้สำนึกของผู้ชาย เดือดพล่านขึ้นมา ยิ่งเขาไม่มีสติด้วยแล้ว อชิระก็ปล่อยใจโดยไม่มีอะไรฉุดรั้ง เขาซุกหน้าลงกับซอกคอของสาวในฝัน แล้วเริ่มซุกไซ้ไปมา หอมมาก เหมือนจริงเหลือเกิน ฝันดีมากเลย...คืนนี้ คนที่กำลังนอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวด เมื่อจู่ ๆ ถูกดึงเข้าไปในวงแขนกรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์ปนกับกลิ่นหอมประจำตัว ต้องสะดุ้งตื่น เมื่อรับรู้ว่ากำลังมีอะไรบางอย่างไล้ไปมาที่ซอกคอของเธอ ทำให้เธอขนลุกเกรียวไปหมด ผิวนุ่มราวกับครีม กลิ่นหอมนั้นทำให้คนเมาระงับใจไม่ไหว งับตรงจุดที่ตัวเองสูดดมเมื่อครู่แล้วเริ่มดูดเบา ๆ กมลมาลย์ตื่นเต็มตาแล้วตอนนี้ เธอร้องอุทานเบา ๆ ริมฝีปา







