FAZER LOGINกมลมาลย์นอนไม่หลับเกือบทั้งคืน!
ยังผลให้วันนี้ เธอตาดำปื๋อ แล้วสมองอ๊องหน่อย ๆ เริ่มตั้งแต่หยิบเสื้อมาใส่กลับด้าน โดยไม่รู้ตัว หน้าวันนี้ก็แต่งอ่อนๆ แบบทุกวัน แต่...เธอแต่งหน้าข้างเดียว! ใช่แต่งไปก็หาวไป หลับตาแต่งด้วยซ้ำ ไม่แต่งก็ไม่ได้สมองสั่งการแบบออโต้ ไม่งั้นยัยนกยูงจะอำว่าอ่อมไม่เริด สาวน้อยเดินลงมายังชั้นสองที่เป็นห้องครัวของบ้าน แม่ของเธอก็สภาพไม่ต่าง...เพราะเมื่อคืนแฮงก์หนักถึงขนาดขึ้นไปนอนไม่ไหว นอนมันตรงโซฟารับลูกค้าอู่นั่นแหละ
มีอยู่หนึ่งคนที่สภาพดีที่สุดของบ้าน คืออชิระ สมาชิกใหม่ เขามองหน้าของกมลมาลย์ ที่พอเห็นหน้าเขา ยัยน้องก็ถลึงตาใส่ อชิระนั้นกลั้นขำจนแก้มตุ่ย แล้วเมินมองไปทางอื่น เธอทรุดตัวลงนั่งแบบกระแทก ๆ ให้รู้กันทั้งโต๊ะแหละว่าเธอไม่พอใจ ใครจะทำไมอะ!
วิลาผู้ที่ปรือตาขึ้นมามองหน้ายัยดื้อของบ้าน ถึงกับสั่นหน้า มองจ้องลูกสาวอีกหน อีทีนี้ปล่อยหัวเราะออกมาครืนใหญ่สร่างเมากันเลยทีเดียว
ส่วนอชิระกลัวน้องโกรธ เขาเลยทำทีเป็นลุกจากโต๊ะหนีไปหัวเราะในห้องน้ำ ได้ยินเสียงแว่ว ๆ แหละ แต่กมลมาลย์ที่ยังงงว่าแม่ขำอะไร เลยกอดอก แล้วถามท่านเสียงแข็ง
“ขำอะไรอะแม่ หนูผิดปรกติตรงไหนหรือไง”
“ผิด ผิดมาก ยัยกวาง ผิดทั้งหน้าทั้งชุด โอ๊ย...นี่แกเบลอขนาดนี้ นอนอยู่บ้านไหมลูก”
“อะไรอะ?”
ยังไม่รู้ตัวอีก วิลาปาดน้ำตาแล้วหันซ้ายหันขวามีกระจกประจำตัวของเธอตั้งอยู่แถวนั้น วิลาชอบพกกระจกเอาไว้ส่องหงอก ถอนหงอนเล่น ตามวัยอะนะ...เธอคว้าเอาส่งให้กับบุตรสาว
“ดูซะ ยัยกวาง”
“ว้าย! ผีอาม่า”
มองเงาสะท้อนตัวเองก็อุทานอย่างตกใจ ก่อนจะร้องกรี๊ดเบา ๆ พลางถือกระจกแม่วิ่งหนีตุบตับขึ้นไปชั้นสาม ไม่ได้ ๆ ต้องจัดการตัวเองด่วน ๆ งื้อ จะไม่ไปก็ไม่ได้ วันนี้มีเทสต์
อชิระเดินกลับมาเพราะคุมสติได้แล้ววิลาก็ยังไม่เลิกขำ
ไม่เกินสิบห้านาที กมลมาลย์ก็เดินหน้างอลงมาอีกหน หนนี้หน้าตาเรียบร้อยแต่งเท่ากันแล้ว เธอทรุดลงนั่งยื่นกระจกคืนแม่แล้วก็หันมาค้อน ‘ตัวการ’ เมื่อคืนขวับ อชิระเลิกคิ้วส่งให้เธอ ก่อนจะเมินไปทางอื่นเพราะกลั้นขำ ให้ตาย...ภาพคนสวยครึ่งหน้าติดตามาก ๆ ใครจะไปคิดว่าน้องจะฮาขนาดนี้
“อะ แล้วคอไปโดนอะไรมาอีกยัยกวาง”
มารดาตามองเห็นตรงซอกคอของยัยดื้อเข้าพอดี สาวน้อยรีบเอามือตะบบไว้ แก้มแดงเถือก อชิระเองก็สะดุ้งน้อย ๆ
ตายห่า! เมื่อคืนไปทำอะไรน้องไว้มั่งวะกู จำได้ว่าสถานการณ์พาไป น้องหอมน่าฟัดขนาดนั้น แถมนอนไม่ใส่อะไรอีก รสจูบหวาน ๆ นั่นยังจำได้จนถึงตอนนี้เลย
“มะ มดกัด”
อ้างไว้ก่อนยังไม่เห็นแหละ ว่ามันเป็นรอยแบบไหน ท่านขมวดคิ้วน้อยๆ เขม้นมองรอยแดงๆ นั่น ก่อนจะยักไหล่...
“แกแพ้มด ก็ชอบไปมุดไปซุกอยู่จังไอ้สวนหลังบ้านเรานี่ สวนน้อยของแกน่ะ หาอะไรแปะสักนิดก็ดีนะลูก ยังกะรอยโดนดูดคอ”
ชะอุ๊ย
หนนี้มีคนตกใจเลิ่กลั่กพร้อมกันสองอัตรา
วิลาไม่ได้สังเกตเพราะมีโทรศัพท์เข้าพอดี เธอตะโกนบอกลูกสาวว่าวันนี้จะสาย ให้นั่งแท็กซี่ไปหนึ่งวัน เดี๋ยวออกค่ารถเรียกรถให้ แต่อชิระเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“ผมไปส่งให้เองครับน้าวิ มอของน้องทางผ่านพอดีแวะได้ครับ”
“ดี ๆ งั้นไปกับอชิก็แล้วกัน เอ่อ...ว่าไง...”
เสียงโทรศัพท์ของแม่ดังอยู่ที่ตรงชั้นล่างแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงเธอและอชิระเท่านั้น กมลมาลย์มองเขาแล้วทำตาดุใส่เขา ขณะที่เขามองเธอแล้วทำหน้ายิ้ม ๆ ใส่ มองแล้วกวนมาก...จนน่าจะเอาอะไรตีสักที
“ไม่ต้อง ไปเองได้”
“ให้พี่ไปส่งเถอะ พี่เป็นสาเหตุที่ทำให้น้องกวางต้องวุ่นวาย ตั้งแต่เช้า”
“ไม่ต้อง หนูไม่อยากอยู่ใกล้พี่ เดี๋ยวมาทำอะไรแปลกๆ อีก”
“ต้องเหอะ เมื่อคืนพี่เมา พี่ไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวพาแวะซื้อพลาสเตอร์แปะที่คอด้วย พี่คนทำก็ต้องรับผิดชอบ”
“พี่อชิ!”
อุทานแล้วแก้มแดงก่ำ ขณะที่อชิระถอนใจ เขารู้สึกผิดจริง ๆ นั่นแหละที่ไปลวนลามเธอเข้า
“พี่ขอโทษจริง ๆ ให้พี่ไปส่งเถอะ นะ เรา ดีกันได้ไหมครับ พี่เป็นคนมาขออาศัย ถ้าทำให้น้องกวางไม่สบายใจ พี่ก็ไม่สบายใจ”
เห็นสีหน้าของเขา แถมท่าทางสำนึกผิดนั่น กมลมาลย์ก็เม้มปาก เธอก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไร เป็นคนดื้อก็จริง แต่ก็เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว บางทีโลกสวยเกินไปจนมารดาห่วงด้วยซ้ำ กลัวแหละว่ายัยดื้อจะไปโดนหลอก เพราะห้ามไม่ค่อยฟังเท่าไหร่
“ก็ได้ ส่งแค่วันนี้วันเดียวนะ”
“ส่งแล้วก็รับทุกวันเลยก็ได้ ทางเดียวกันอยู่แล้ว จะเปลืองเงินค่ารถทำไม”
“เอ่อ บางวันหนูเลิกค่ำนะ”
บอกเงื่อนไขไว้ก่อน ตั้งแต่โตเรียนมัธยมก็ไปโรงเรียนเอง จนมาถึงมหาวิทยาลัยก็ไปกลับเอง มารดาทำงานยุ่งและฝึกให้เธอหัดช่วยเหลือตัวเอง กมลมาลย์ก็ช่วยท่านทุกอย่างเท่าที่ทำได้ แม้จะงอนกันทะเลาะกันง้องแง้งบ่อย แต่เธอก็รักแม่มาก ไม่อยากให้ท่านลำบากมากไปกว่านี้ ตอนนี้ที่อู่กำลังป่วนๆ มีปัญหาเรื่องช่าง ท่านกำลังกลุ้มอยู่ การได้ อชิระมาก็เหมือนได้แรงคนมาเพิ่ม ก็ถือว่าช่วยท่านไปในตัว
ไอ้เรื่องเมาเมื่อคืนก็จะถือว่าเขาไม่ตั้งใจก็แล้วกัน
ถึงจะเป็นจูบแรกของเธอก็เถอะ
แก้มแดงจัดขึ้นมาทันที อชิระเห็นน้องหน้าแดงก็เลิกคิ้ว เพราะเขากำลังจ้องปากน้องแล้วคิดเรื่องเมื่อคืนเหมือนกัน
“ไม่มีปัญหา พี่ไปรับไปส่งได้ตลอด ช่วยน้าวิประหยัดไงครับ”
“โอเค ดีล”
“งั้นจับมือสงบศึก เราจะไม่พูดเรื่องเมื่อคืนอีก เราจะไม่โกรธกันอีก โอเคไหม?”
“อะ ไม่โกรธแล้ว”
เขายื่นมือให้เธอ และเขาเองก็จับมือนิ่ม ๆ นั่นบีบเบา ๆ แล้วปล่อย เขามองหน้าใสของน้องด้วยสายตาอ่อนหวานลงอย่างลืมตัว ยัยน้องน่ารักจริง ๆ แหะ น่ารักจนเขาใจเต้นแรงแล้วตอนนี้
“ไม่ต้องพูดถึงจริง ๆ นะพี่อชิ”
น้องย้ำ ขณะที่ตักข้าวผัดตรงหน้ากิน มารดาจะทำอาหารเช้าไว้ให้ทุกวันถ้าเป็นวันไปมหาวิทยาลัย อาหารเย็นนั้นบางทีก็ซื้อเอา หรือไม่เธอกลับไวก็จะเป็นคนทำ...ซึ่งก็นาน ๆ ทีและเป็นอาหารง่าย ๆ
“ครับพี่จะไม่พูดถึง ชูว์”
เขาทำท่าเอามือจุ๊ปาก คนมองก็ใจแกว่งไปวูบ พี่ดันหล่อมากน่ะสิพอมองใกล้ๆ แบบนี้
เฮ้อ...
ไปดีกับเขาแล้วนะยัยกวาง ตอนแรกก็ตั้งป้อมจะชังเขา แต่ก็เขาไม่ได้ตั้งใจนี่นา เธอก้มหน้าก้มตาทำหน้ามุ่ย ๆ กระมัง คนแอบมองเลยกระแอม แล้วเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
“หรือว่าน้องกวางอยากให้พี่รับผิดชอบกับการกระทำเมื่อคืนก็ได้นะ”
“เอ๋? รับผิดชอบแบบไหนอะ”
สาวน้อยเงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหารเช้า มองเขาอย่างงงๆ
“เป็นแฟนกันไง พี่เสียจูบให้น้องกวางไปแล้วนี่นาเมื่อคืน”
“งื้อ...ไม่...ไม่ต้องแบบนั้น ถ้าจะรับผิดชอบจริง ๆ ไปรับส่งหนูก็พอ หนูไม่อยากได้พี่”
อะอ้าว...
พูดแล้วก็ก้มหน้าก้มตากินต่อ คนที่น้องบอกว่าไม่อยากได้ ถึงกับอึ้งไปแป๊บ
โอ้โห...
หนแรกเลยนะนี่ที่เสนอตัวแล้วสาวไม่เอา
โธ่...
ยอมได้หรือไอ้อชิ...
ชิล ๆ เย็นนี้พร้อมกับแก๊งเพื่อนของเธอ มารดาก็เอ่ยอนุญาต ดูท่าทางจะอารมณ์ดีมาก ๆ กมลมาลย์ไม่วายหันมาสั่งแม่ทิ้งท้าย ว่าห้ามหนีไปไหนนะ วันนี้ไม่ไปไหนนะ วิลาโบกมือให้ลูกสาวเป็นเชิงว่าไม่ไปไหนแน่แล้ว จะกินเบียร์อยู่บ้านวันนี้สบายใจ ชิลอยู่บ้านดีกว่า กมลมาลย์มองหน้าแม่ก่อนจะเม้มปากนิด ๆ เครียดเบา ๆ กลัวแม่จะแอบหนีเที่ยว แต่ก็น่ะ...รับมาแล้วห้าพันขอพาเหยื่อ เอ๊ย พาพี่ไปหาเพื่อนแป๊บ เธอส่งเธอเสิร์ฟแล้วก็ถือกว่าหมดหน้าที่ จะได้แฮปปี้ใช้เงินเพื่อนสบายหน่อย “แม่ไม่ไปไหนจริงๆ นะ” ยังไม่วายก่อนออกบ้านก็ทักแม่อีกที สาวน้อยเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เป็นเสื้อครอบสีดำ สกรีนลายคิตตี้น่ารัก กางเกงยีนสีซีดขากระบอก ผมยาวมัดเป็นหางม้า แต่งหน้านิดหน่อย พร้อมกับสะพายกระเป๋าผ้าสีแดงลายจุดใบโปรด ใบนี้เป็นงานฝีมือทำเองตั้งแต่ มอหก ส่งครูเสร็จก็เอามาใช้เป็นของประจำกาย เพราะใส่ของได้เยอะดี “จะให้ไปไหนล่ะ? เรานั่นแหละ อย่าหนักนักนะ อย่าไปปีนเสาไฟที่ไหนอีกนะยัยตัวดื้อของแม่” “แม่!” หน้าแดงก่ำขึ้นทันที คนข้าง ๆ ที่ยืนรอน้องอยู่เงียบ ๆ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ปีนเสาไฟ? อะไรยั
วันนี้พอกลับมาถึงบ้าน ที่อู่ก็มีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย เพราะช่างใหญ่ประจำอู่จู่ ๆ ก็ลา แม่ของเธอเลยหน้าหงิกมาก ท่านเดินวนไปวนมา บ่น ๆ พวกลูกน้องก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อน ๆ สงสารเจ๊วิลานั่นแหละ รู้ๆ กันว่าช่างใหญ่เป็นคนแบบไหน ก็ไม่มีใครกล้าแตะ เจ้าของอู่ยังต้องกลัวเกรงใจ โอ๋สุดเบอร์ เพราะไม่มีใครทำงานได้ดีเท่าเขา เก่งเท่าเขา อู่ของวิลาต้องพึ่งพาเขานั่นแหละ สำหรับงานใหญ่อย่างการยกเครื่องใหม่แล้วตอนนี้งานก็ยังคาอยู่ นัดลูกค้าพรุ่งนี้ แต่ช่างใหญ่ประจำอู่ดันเบี้ยว จะไม่ให้เครียดได้ยังไงกัน “จะทำยังไงดีนะ เฮ้อ...” วิลาถึงกับกุมขมับนั่งแปะอย่างหมดแรง ลูกน้องส่งสายตาสงสารมาให้แต่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะรู้ ๆ กันว่า ขืนพูดไปจะมีคนคาบไปรายงาน นิวัฒน์ และนั่นอาจจะงานเข้ากันได้ อู่นี้คนใหญ่จริงๆ คือกู! นายช่างคนนี้พูดแบบนั้น เขาอยู่กับวิลามาหลายปี ตอนแรก ๆ ก็ดี หลัง ๆ ก็กร่าง แถมยังจ้องกมลมาลย์ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม คนทั้งอู่รู้ วิลานั้นไม่ค่อยได้สังเกตนัก เพราะนิวัฒน์เองก็ระวังไม่ทำรุ่มร่ามต่อหน้าเธอ “มีอะไรหรือครับน้าวิ” “ก็นั่นไง”วิ
เดอะแก๊งของกมลมาลย์ ต่างพากันตั้งหน้าตั้งตารอจ้องหน้าพี่วิศวะชอปน้ำเงินขายาวแปดเมตรด้วยอาการใจเต้นตุบต่อม ว่าจะหล่อจริงอย่างจินตนาการไหม ก็เลยพากันไปมุงครบแก๊งอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมีกมลมาลย์มองค้อนพวกเขาอยู่ แต่ก็ห้ามไม่ได้นี่ เฮ้อ...แถมรับเงินยัยนกยูงมาแล้วตั้งห้าพัน จะหว่านล้อมพี่ยังไงนะ ให้ไปปาร์ตี้ด้วยเย็นนี้ คิดในใจ ขณะที่มองไปยังถนนที่มีรถแล่นมาคันแล้วคันเล่า เธอนัดกับพี่ตรงนี้ เขาบอกว่าจะมารับตรงที่มาส่ง ตอนสี่โมงครึ่ง เธอยกนาฬิกาขึ้นดู ตอนนี้เพิ่งจะสี่โมงสิบนาที เธอก็ใจเต้นไม่แพ้เดอะแก๊งนั่นแหละ คิดคำอยู่ว่า จะชวนเขาไปยังไงดี “นี่ ไปรอที่ร้านก่อนไป๊!”หันมาไล่ยัยตัวแสบ ที่ดูจะตื่นเต้นหนักมากกว่าเธอ เดินวนไปเดินวนมาไม่พักจนเธอเวียนหัว “เออ ปะ ไปเผาหัวรอก่อน”คนอยากตี้ที่สุดในกลุ่มลุกขึ้น ถือกระบอกเก็บความเย็นมาดูดแต่ปรากฏว่าเหลือแต่น้ำแข็ง ก็ทำหน้าเซ็ง “ยัยคุณมิน ถ้าหมอเจาะเลือดหล่อนเนี่ย คงจะเจอเหล้ามากกว่าเลือดละ”อดว่าเอาไม่ได้ ไม่ใช่อะไรแหละ ห่วง มินตาหัวเราะหึ ๆ พร้อมกับเอ่ยเสียงง่วง ๆ “ดีสิ เวลาฉัน
“ยัยกวางใครมาส่งอะ”วันนี้เธอซ้อนรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีแดง มีหนุ่มใส่เสื้อชอปวิศวะมาส่ง เพื่อนๆ ก็เลยแตกตื่นกันใหญ่ ก็เพราะกมลมาลย์มีประวัติดีไม่เคยมีหนุ่มมาวุ่นวาย ตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง ถึงจะ ป๊อบเงียบ ๆ ในหมู่นักศึกษาชายคณะเดียวกันพอสมควร แต่ก็ไม่เห็นว่า กมลมาลย์จะยอมใจอ่อนเป็นแฟนกับใครสักที“พี่ที่บ้าน”ทำหน้าเบื่อหน่ายนิด ๆ แต่แก้มแดง แถมยังเอามือเกา ๆ ปิด ๆ ตรงคอ มีพิรุธสุด ๆ แค่เพื่อนพูดถึงพี่เข้าพี่พาเธอแวะร้านยาหน้าหมู่บ้าน ซื้อพลาสเตอร์แล้วเอาแปะคอให้ ไม่มีใครพูดอะไรกันว่า มันเกิดเพราะอะไร เขาไม่ได้ล้อเลียนอะไรอีก ตอนเธอซ้อนรถมาพี่ก็ไม่ได้ขี่ฉวัดเฉวียนให้เธอต้องกลัวแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็กอดเอวเขาแน่นเพราะกลัวตก หลับหูหลับตาเกาะเขาแน่นมาจนถึงมอ“พี่ที่บ้าน แกมีพี่ชายตั้งแต่เมื่อไหร่ยัยกวาง”มยุรินทร์ทรุดลงนั่งตรงกันข้ามพลางทำตาโต ไม่เห็นหรอกหน้า เพราะใส่หมวกกันน็อกเต็มใบ แต่จากหุ่น จากมาดที่เห็น ขายาวมาก...สเปกชายในฝันชัดๆ แบบนี้ แถมใส่เสื้อชอปมอดังอีกต่างหาก ไม่สนใจไหวเหรอ?“เพิ่งมี” ตอบแล้วย่นจมูกน้อย ๆ มือรับแก้วชานมเย็นมาจากเพื่อนอีกคน ที่ไปซื้อมาฝาก “ขอบ
กมลมาลย์นอนไม่หลับเกือบทั้งคืน! ยังผลให้วันนี้ เธอตาดำปื๋อ แล้วสมองอ๊องหน่อย ๆ เริ่มตั้งแต่หยิบเสื้อมาใส่กลับด้าน โดยไม่รู้ตัว หน้าวันนี้ก็แต่งอ่อนๆ แบบทุกวัน แต่...เธอแต่งหน้าข้างเดียว! ใช่แต่งไปก็หาวไป หลับตาแต่งด้วยซ้ำ ไม่แต่งก็ไม่ได้สมองสั่งการแบบออโต้ ไม่งั้นยัยนกยูงจะอำว่าอ่อมไม่เริด สาวน้อยเดินลงมายังชั้นสองที่เป็นห้องครัวของบ้าน แม่ของเธอก็สภาพไม่ต่าง...เพราะเมื่อคืนแฮงก์หนักถึงขนาดขึ้นไปนอนไม่ไหว นอนมันตรงโซฟารับลูกค้าอู่นั่นแหละ มีอยู่หนึ่งคนที่สภาพดีที่สุดของบ้าน คืออชิระ สมาชิกใหม่ เขามองหน้าของกมลมาลย์ ที่พอเห็นหน้าเขา ยัยน้องก็ถลึงตาใส่ อชิระนั้นกลั้นขำจนแก้มตุ่ย แล้วเมินมองไปทางอื่น เธอทรุดตัวลงนั่งแบบกระแทก ๆ ให้รู้กันทั้งโต๊ะแหละว่าเธอไม่พอใจ ใครจะทำไมอะ! วิลาผู้ที่ปรือตาขึ้นมามองหน้ายัยดื้อของบ้าน ถึงกับสั่นหน้า มองจ้องลูกสาวอีกหน อีทีนี้ปล่อยหัวเราะออกมาครืนใหญ่สร่างเมากันเลยทีเดียว ส่วนอชิระกลัวน้องโกรธ เขาเลยทำทีเป็นลุกจากโต๊ะหนีไปหัวเราะในห้องน้ำ ได้ยินเสียงแว่ว ๆ แหละ แต่กมลมาลย์ที่ยังงงว่าแม่ขำอะไร เลยกอดอก แล้วถา
เมื่อเห็นเตียงเขาก็ขึ้นไปนอน...ไม่ได้เปิดไฟ เขาพบว่าห้องเย็นฉ่ำไปด้วยเครื่องปรับอากาศ พอเมา ๆ มาเจอแอร์เย็น ๆ ตาก็เลยหลับพริ้ม มือของเขาคว้าหมอนข้างไปกอดอย่างเคยชิน แต่ทว่า สิ่งที่เขาคว้ามากอดดันไม่ใช่หมอนข้าง... ในสติลางเลือนของอชิระ เขาพบว่าเขากำลังฝัน... เอ... หรือว่าไม่ได้ฝันแค่เมาวะ เขานอนกอด...ผู้หญิงร่างนุ่ม สัดส่วนโค้งเว้าเย้าใจชาย แรงขับเคลื่อนอันแรงร้อนในจิตใต้สำนึกของผู้ชาย เดือดพล่านขึ้นมา ยิ่งเขาไม่มีสติด้วยแล้ว อชิระก็ปล่อยใจโดยไม่มีอะไรฉุดรั้ง เขาซุกหน้าลงกับซอกคอของสาวในฝัน แล้วเริ่มซุกไซ้ไปมา หอมมาก เหมือนจริงเหลือเกิน ฝันดีมากเลย...คืนนี้ คนที่กำลังนอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวด เมื่อจู่ ๆ ถูกดึงเข้าไปในวงแขนกรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์ปนกับกลิ่นหอมประจำตัว ต้องสะดุ้งตื่น เมื่อรับรู้ว่ากำลังมีอะไรบางอย่างไล้ไปมาที่ซอกคอของเธอ ทำให้เธอขนลุกเกรียวไปหมด ผิวนุ่มราวกับครีม กลิ่นหอมนั้นทำให้คนเมาระงับใจไม่ไหว งับตรงจุดที่ตัวเองสูดดมเมื่อครู่แล้วเริ่มดูดเบา ๆ กมลมาลย์ตื่นเต็มตาแล้วตอนนี้ เธอร้องอุทานเบา ๆ ริมฝีปา







