LOGINดารินกับมาหยาหัวเราะท้องขัดท้องแข็งก่อนจะวิ่งหนีลงมาด้านล่าง
“อาหมอขา นายหมูตอนใส่กางเกงในสีชมพูค่ะ” มาหยาปีนขึ้นไปนั่งบนตักของเขื่อนด้วยความเคยชินก่อนจะพูดอย่างขำๆ
“หือ...” เขื่อนที่เตรียมของว่างให้เด็กๆ รับประทานตอนทำการบ้านครางออกมา
“นายเขตต์ใส่ชุดซูเปอร์แมนออกมาจากห้องน้ำแล้วเป้าขาดค่า” มาหยาปีนลงจากตักของเขื่อน หัวเราะร่วน กำหมัดทุบโซฟาไปมาไม่ต่างจากดาริน
“อย่าพูดนะ ไม่งั้นเราโป้ง” เขตต์เปลี่ยนชุดวิ่งลงมาชี้หน้าทำหน้าบึ้งตึง
“เกิดอะไรขึ้นครับ” เขื่อนยังงุนงง
“ก็ชุดที่อาเขื่อนซื้อให้มันคับ” เขตต์พูดอย่างโกรธๆ งอนๆ ตามประสาเด็ก กอดพุงอ้วนตุ๊บของตัวเองเดินไปตักขนมเค้กกินอย่างโมโห
“ตัวเองกินจุเหมือนหมูก็เลยอ้วน” มาหยาว่าให้
“งั้นตัวเองไม่ต้องมากินขนมบ้านเราแล้ว ไม่ต้องให้อาเราสอนหนังสือให้ด้วย” เขตต์ยกจานขนมไปกอดเอาไว้อย่างหวงๆ
“ไม่เอาครับเขตต์ เราเป็นผู้ชายต้องเสียสละให้ผู้หญิงนะครับ ที่สำคัญเวลาเราไปบ้านของป้ารส ป้ารสก็ให้กินขนมๆ อร่อยๆ จำไม่ได้เหรอครับ”
“ก็ได้ แต่ห้ามล้อเราเรื่องกางเกงในสีชมพูอีก”
“กะได้ๆ” มาหยายังหันไปหัวเราะคิกคักกับดาริน เขตต์ทำปากยื่นหน้าบึ้ง
“ทำการบ้านกันได้แล้วครับ” เขื่อนรีบแทรกตัวเข้าไปนั่งตรงกลางระหว่างมาหยากับหลานชายเพราะทั้งสองแยกเขี้ยวใส่กันอีกแล้ว
ประภพมากดกริ่งหน้าบ้านเพื่อรับดารินกลับหลังจากเลิกงาน ส่วนมาหยานั้นเขื่อนจับแบกขึ้นด้านหลังพาไปส่งที่บ้านเมื่อได้ยินเสียงรถของพงศ์อินทร์และรติรสแล่นเข้ามาจอดในบ้านข้างๆ โดยมีเขตต์เดินตามไปส่งด้วย
“ยายหน้าซาลาเปาตัวหนักไหมครับอาเขื่อน”
“ชู่” เขื่อนทำเสียงให้หลานชายเงียบขณะอุ้มร่างน้อยที่หลับคอพับคออ่อนเพราะเล่นจนเหนื่อยกลับไปส่งบ้าน
“ขอบใจเขื่อนมากนะ ดูสิคงเล่นซนถึงได้หลับคอพับคออ่อนแบบนี้” รติรสเอ่ยขอบใจ
“เดี๋ยวผมพาไปส่งที่ห้องให้ไหมครับ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จัดการเอง” พงศ์อินทร์รับร่างน้อยของบุตรสาวมาอุ้มเอาไว้ มาหยาปรือตา ก่อนจะขยี้ตาไปมาแล้วซุกเข้าหาอกกว้างของบิดา เขื่อนมองภาพนั้นอย่างเอ็นดู
“งั้นผมลากลับก่อนนะครับ” เขื่อนยกมือไหว้เพื่อนบ้านทั้งสอง
“ขอบใจอีกครั้งนะจ๊ะ นี่ขนมจ้ะ พี่ซื้อมาฝาก” รติรสส่งขนมเค้กเจ้าดังให้เขื่อน เขตต์มองตาวาวเพราะเป็นเค้กช็อกโกแลตที่เขาชอบรับประทาน
“ขอบคุณครับ เขตต์เขาชอบเค้กเจ้านี้มากๆ เชียวครับ”
“มาหยาก็ชอบเค้กเจ้านี้จ้ะ เลยซื้อมาเผื่อ ตาเขตต์ชอบรับประทานช็อกโกแลตเหมือนมาหยา พี่จำได้” รติรสพูดยิ้มๆ ก่อนที่จะเดินออกมาส่งสองอาหลานที่หน้าบ้าน
วันรุ่งขึ้นผู้ปกครองไปส่งเด็กๆ ที่โรงเรียนอนุบาล พอเด็กๆ เจอหน้ากันก็วิ่งเข้าหากันทันที ต่างพากันไปเล่นอย่างสนุกสนาน เล่นกันไปมาเขตต์กับมาหยาก็ทะเลาะกัน ก่อนที่มาหยาจะโมโหเอาเรื่องเมื่อเย็นวานมาล้อเขตต์
“เมื่อวานนายเขตต์ใส่กางเกงในสีชมพู ใส่ชุดซูเปอร์แมนแล้วเป้าขาดเพราะว่าอ้วนจนชุดปริ” มาหยาแยกเขี้ยวใส่
“ยายหน้าซาลาเปา บอกว่าอย่าเอาเรื่องนี้มาล้อเราไง” เขตต์ดึงผมเปียของมาหยาเต็มแรง
“โอ๊ย!” มาหยาร้องเสียงหลง ก่อนจะอ้าปากกัดแขนเขตต์เต็มแรง ดารินเป็นฝ่ายไกล่เกลี่ย แต่เอาไม่อยู่ เลยรีบวิ่งไปบอกครูประจำชั้น
“คุณครูขา มาหยากับเขตต์ทะเลาะกันใหญ่แล้วค่ะ”
“ตายแล้ว อย่าทะเลาะกันจ้ะเด็กๆ” คุณครูนงลักษณ์รีบวิ่งหน้าตาตื่นมาแยกเด็กทั้งสองออกจากกัน เขตต์ดึงผมเปียขอมาหยาเต็มแรง มาหยาก็กัดเข้าที่แขนของเขนเต็มแรงเช่นกัน เพื่อนๆ ในห้องต่างส่งเสียงเชียร์จนโดนคุณครุดุ
“ถ้าทะเลากันอีกครูจะตีแล้วนะคะ พวกเธอด้วยเห็นเพื่อนทะเลาะกันแทนที่จะห้าม” พอจบประโยคนั้นทำเอามาหยากับเขตต์หยุดทะเลาะกันในทันที
“โป้ง” มาหยาทำหน้าโกรธๆ
“โป้งเหมือนกันยายหน้าซาลาเปา” เขตต์เองก็โกรธที่โดนล้อ กลายเป็นวันนั้นเขาโดนเพื่อนล้อทั้งวันว่าเป็นผู้ชาย ทำไมถึงใส่กางเกงในสีชมพู พอตกเย็นเขื่อนมารับหลานชายก็ได้ยินประโยคที่ชวนให้ขมวดคิ้ว
“อาเขื่อนห้ามพายายหน้าซาลาเปาไปที่บ้านของเราอีก แล้วก็ห้ามให้ยายนั่นหอมแก้มด้วย”
“ไหนเล่าให้อาฟังสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เขื่อนถามอย่างใจเย็น เด็กน้อยก็รีบเล่าคล้ายกับฟ้องในทันที
“เขตต์ปาลูกบอลใส่หัวมาหยาก่อนนะครับ แถมเรายังไม่ขอโทษเขาอีก” พอฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบเขื่อนจึงพูดอย่างใจเย็นว่าหลานชายเป็นคนเริ่มก่อน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ทะเลาะกัน
“มาหยามายืนขวางเองนี่ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะปาให้โดนนี่นา” เขตต์เสียงอ่อยลงในทันที
“ไปขอโทษมาหยาซะ”
“แต่ว่า” เขตต์อึกอัก
“ขอโทษเดี๋ยวก็หาย มาหยาเป็นเพื่อนเล่นกับเขตต์มาตั้งแต่ตัวเล็กๆ เขตต์น่าจะรู้ดีว่ามาหยาโกรธง่ายหายเร็ว ไม่โกรธใครนานหรอก เป็นเพื่อนกันต้องรักกันมากๆ รู้ไหม”
“ก็ได้ครับ” เขตต์รับคำเสียงอ่อย ก้มหน้าสำนึกผิด เขื่อนพาหลานชายไปขอโทษขอโพยเด็กหญิงที่บ้านซึ่งพงศ์อินทร์กับรติรสก็รู้ดีว่าเด็กๆ ทะเลาะกันอีกแล้ว แต่เดี๋ยวก็ดีกัน เพราะเธอเคยพูดกับบุตรสาวว่าถ้าทะเลาะกันมากๆ ไม่ชอบหน้ากันก็อย่าเล่นกันอีก มาหยาบอกว่าเขตต์ก็มีน้ำใจในหลายๆ เรื่อง ถึงจะเกเรไปหน่อยก็ตามที
“มาทำไม” มาหยาเท้าสะเอวแยกเขี้ยวใส่เด็กชายตัวอ้วน
“มาขอโทษ” พอได้ยินแบบนั้นมาหยาก็หูผึ่งในทันที
“จริงเหรอ” จริงๆ ก็ไม่อยากเสียเพื่อนอย่างเขตต์ไปหรอก เล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ บิดามารดาก็สอนให้เธอใจเย็นๆ เอาไว้บ้าง อย่าวู่วามหรือขี้โมโหเพราะมันไม่ดี
“จริงๆ เราขอโทษแล้วกัน เราไม่ได้ตั้งใจ”
“เราก็ไม่ได้โกรธนี่ วันนี้แม่ทำกับข้าวเยอะแยะเลย มีหมูฝอยที่นายชอบด้วยนะ” พอพูดเรื่องของกิน ชวนกันเข้าบ้านเรื่องโกรธกันก็จางหายไปแทบจะทันที ผู้ใหญ่เห็นแบบนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้าและอมยิ้ม
มาหยามักชวนดารินมากินขนมอร่อยๆ ที่บ้าน ไม่ก็ไปรับมากินมื้อเย็นด้วยกันเพราะประภพงานยุ่ง ดารินพูดบ่อยๆ ว่าบิดาติดสาว มาหยาสงสารเพื่อนจึงออดอ้อนขอบิดามารดาให้ออกหน้าชวนดารินมาค้างด้วยกัน ซึ่งดารินก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะอยู่ที่บ้านบิดาก็ไม่ค่อยมีเวลาให้
ดารินจึงกลายเป็นเพื่อนสนิทของมาหยาตั้งแต่ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนอนุบาลเดียวกันและมานอนค้างบ้านของมาหยาบ่อยๆ โดยที่ประภพก็ถือโอกาสฝากฝังไปในตัวเวลาตัวเองไปต่างจังหวัดหรือไปที่อื่น กลับมาทีไรก็ซื้อของมาฝากสองสามีภรรยาเสมอเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ แม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้แต่ประภพก็ให้เงินบุตรสาวไว้ใช้จ่ายไม่เคยได้ขาดมือ เนื่องจากประภพเองมีฐานะร่ำรวยไม่แพ้ใคร
“พ่อของรินใจดีจังเลยให้เงินรินทีละเยอะๆ”
“พ่อกลัวเราไม่มีตังค์ซื้อข้าวน่ะ” ดารินพูดขำๆ บิดาให้เงินก็บอกว่าเอาไว้ซื้อข้าวและของกิน
“ทำไมบ้านรินเปลี่ยนคนใช้หรือพี่เลี้ยงบ่อยจัง” มาหยาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้เหมือนกัน” ดารินส่ายหน้าไปมา
“งั้นไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านรินกันเถอะ จะได้มานอนค้างบ้านเราไง” มาหยาเปลี่ยนเรื่อง ดีใจที่เพื่อนจะมานอนด้วยกันเหมือนเช่นทุกครั้ง
“จ้ะ” ดารินโทร. ไปขออนุญาตบิดาแล้วว่าขอมานอนค้างกับมาหยา ประภพเองก็อนุญาต ซึ่งหลังจากดารินพูดสายกับบิดา รติรสก็ขอคุยกับประภพด้วย สองสามีภรรยารู้ดีว่าประภพเจ้าชู้มีผู้หญิงมากมาย เลี้ยงลูกด้วยเงินไม่ใคร่จะใส่ใจดูแลมากนัก ซึ่งในโลกนี้ก็มีคนแบบนี้อยู่จริงๆ
“คุณแม่ขา หนูไปเอาเสื้อผ้าบ้านรินนะคะ” มาหยาที่กำลังนั่งเล่นตุ๊กตาอยู่กับดารินรีบขออนุญาตมารดาทันที
“เดินดีๆ นะลูก ดูรถด้วย แจ่มไปกับเด็กๆ นะจ๊ะ” รติรสเรียกสาวให้ตามเด็กๆ ไปด้วย บ้านของดารินอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันแต่ถัดไปอีกหลายหลัง รติรสจึงไม่อยากให้เด็กๆ เดินกันไปเอง
“ค่ะคุณรส” แจ่มจูงมือเด็กๆ เดินไปเรื่อยๆ คอยระแวดระวังรถและอันตรายอื่นๆ ให้ เดี๋ยวนี้คนไว้ใจได้ยาก อาจจะมีพวกโจรลักพาตัวเด็กหรือทำมิดีมิร้ายกับเด็กก็เป็นได้ ดังนั้นจึงต้องระวังให้ดี
“จะไปไหนกันเหรอ” เขตต์ที่นั่งเล่นของเล่นอยู่ตรงสนามหญ้าหน้าบ้านเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนเดินผ่านหน้าบ้าน วันนี้เป็นวันหยุดเด็กๆ จึงไม่ได้ไปโรงเรียนกัน
“ไปบ้านรินน่ะ”
“เราไปด้วย” เด็กชายเขตต์วิ่งออกมาจากบ้าน ก่อนจะเบรกหัวทิ่มแล้วรีบพูดว่า “รอเราก่อนนะ ไปขออนุญาตอาเขื่อนก่อน เดี๋ยวอาเขื่อนออกมาแล้วไม่เจอ”
“ถ้ามีอะไรบอกเรานะริน อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว”“เขตต์คิดว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงไหมคะ” เธอวกกลับมาเรื่องที่คุยค้างกันอยู่“ไม่รู้สิครับ อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตเหมือนๆ กับเราอยู่ที่ดาวดวงอื่นและพวกเขาเหล่านั้นก็อาจจะกำลังค้นหาว่าดาวดวงอื่นมีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่ไหม”“มนุษย์บนโลกเวียนว่ายตายเกิน มนุษย์ต่างดาวก็น่าจะเป็นแบบนั้น”“แต่เราไม่เห็นด้วยอย่างหนึ่ง” เขาดึงเธอมานั่งตัก หอมแก้มเธอฟอดใหญ่“ไม่เห็นด้วยเรื่องอะไรคะ” เธอโอบกอดเขาเอาไว้ ซบหน้าที่อกกว้าง“ไม่เห็นด้วยที่มนุษย์โลกอยากจะย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่น”“ทำไมล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ลูบไล้แผงอกกว้างของเขาไปมา“เขตต์ว่าโลกน่าอยู่ที่สุดแล้ว ถ้าเรารักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ไม่ทำลายโลก ทำลายธรรมชาติก็ไม่เห็นจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น เราควรรักษาสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเอาไว้ แทนที่จะไปไขว่คว้าหาสิ่งอื่นมาทดแทน”“ก็จริงนะคะ” เธอเห็นด้วยกับเขาเมื่อได้ฟังเหตุผลข้อนี้“บางทีสิ่งที่เรามีอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว แต่เรามักจะแสวงหาสิ่งอื่นที่คิดว่าดีกว่า ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ดีกว่าที่เรามีอ
“เหนื่อยไหมริน” เขตต์เอ่ยถาม“เหนื่อยมากค่ะ แต่เป็นงานแต่งงานที่สนุกมากๆ รินกับหยาเคยฝันว่าอยากได้งานแต่งงานแบบนี้มานานแล้วค่ะ และอยากแต่งงานพร้อมกันด้วย”“มีความสุขก็ดีแล้ว เราไม่ขออะไรมาก แค่ขอให้รินมีความสุขก็พอ”“ขอบคุณมากนะคะ” ดารินยิ้มให้เจ้าบ่าวของเธอ“ไปอาบน้ำกันเถอะ” เขตต์ตวัดอุ้มร่างน้อยไปอาบน้ำด้วยกัน สิ่งที่ทั้งสองต้องการในเวลานี้คืออาบน้ำอุ่นๆ นอนเตียงนุ่มๆ และหลับไปพร้อมกันในอ้อมแขนของกันและกันทั้งสองคู่ตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตร และพาครอบครัวไปทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ด้อยโอกาสและเด็กกำพร้าที่สถานสงเคราะห์ ก่อนที่ทั้งสองคู่จะไปฮันนีมูนด้วยกันตามแพลนที่คิดกันเอาไว้ก่อนแต่งงานสถานที่ฮันนีมูนที่สองสาวเลือกคือการไปรับอากาศหนาวทางภาคเหนือซึ่งทริปนี้บิดามารดาของเขื่อนเป็นคนเสนอไอเดียเพราะเที่ยวทะเลกันมาบ่อยแล้ว จึงอยากให้เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง“คุณพ่อกับคุณแม่ของอาหมอคิดได้ไงคะ อากาศหนาวๆ จะได้มีหลานเร็วๆ” มาหยาพูดขำๆ อากาศที่นี่หนาวจริงๆ เธอต้องสวมเสื้อกันหนาว หมวกไหมพรหม และถุงมือถุงเท้าตลอดเวลา อาจเพราะอยู่ทางใต้ไม่มีฤดูหนาวขนาดนี้“คิดว่าอากาศหนาวๆ คงอยากนอนกกเมีย” มาหย
ดารินมองภาพวัยเด็กของเธอที่ถ่ายคู่กับมาหยาแล้วอมยิ้ม ถัดไปเป็นภาพตอนวัยรุ่น ทุกภาพมักมีเพื่อนรักอยู่ด้วยเสมอ ภาพสุดท้ายเป็นภาพรับปริญญาที่มีครอบครัวอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มสดใสของมาหยาที่แนบอยู่กับใบหน้าของเธอทำให้ดารินยิ้มทั้งน้ำตา“เด็กขี้แย” มาหยาเช็ดน้ำตาให้เพื่อนรัก“มีความสุขจัง” ดารินปาดน้ำตา จับมือเพื่อนมาบีบเบาๆ“ทีนี้ก็แต่งงานกันได้แล้วนะครับคนดี อารอจนแก่แล้วนะ” เขื่อนพูดขึ้นก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา โดยมีเขตต์นั่งอยู่ข้างๆ คุกเข่าอยู่ต่อหน้าดารินเช่นกัน“ลิเกแบบนี้ใครคิดคะ อาหมอหรือนายเขตต์” มาหยาถามขำๆ“เจ้าเขตต์คิดล้วนๆ” เขื่อนพูดขำๆ ก่อนจะเปิดกล่องแหวนแต่งงานออกมา“อ้าว... แหวนหายครับ” มาหยาหัวเราะกับประโยคของสามี“แหวนอยู่นี่ไงคะ อาหมอสวมให้หยาแล้ว” เธอขยับมือด้านซ้ายไปตรงหน้าเขา เขื่อนจุมพิตก่อนจะขอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“แต่งงานกับอานะครับ”“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่อาหมอทำเพื่อหยาขนาดนี้” เธออยากแต่งงานพร้อมกับเพื่อนรัก เขื่อนก็รอ เขารอเธอได้เสมอ และใจเย็นทุกครั้งที่เธอต้องการให้เขารอ“แต่งงานกับผมนะครับริน ต่อแต่นี้ไปสัญญาว่าจะทำตัวให้ดีและดูแลรินให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชา
“แต่งงานกับอาอีกครั้งนะครับ” เขาขอเธอแต่งงานเสียงนุ่ม“ขอแต่งงานกันตอนนี้เลยเหรอคะ นึกว่าจะโรแมนติกกว่านี้” เธอลุกขึ้นมามองเขาทำปากยื่นนิดๆเขื่อนทำท่าเหมือนจับอะไรสักอย่าง เขากำมันเอาไว้แน่นขยับไปมาตรงหน้าเธอ มาหยามองอะไรบางอย่างที่เขากำเอาไว้ในมืออย่างสนใจ“อะไรเหรอคะ” สิ้นประโยคคำถาม เธอก็ต้องตาโตเมื่อเขาคลายมือที่กำเอาไว้ออก“เดี๋ยวนี้อาหมอเล่นมายากลเหรอคะ” เธอมองแหวนเพชรน้ำงามในมือของเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง“อารักหยานะครับ” เขาค่อยๆ บรรจงสวมแหวนเพชรน้ำงามที่นิ้วนางข้างซ้าย“คนจะได้รู้ว่าน้องมีผัวแล้ว” เขาดึงมือของเธอมาจุมพิตอย่างแสนรัก“อาหมอน่ะ” เธอหัวเราะเมื่อนึกถึงเมื่อสี่ปีก่อนที่เขาโหลดเพลงนี้เป็นเพลงสำหรับสายเรียกเข้าของเธอ ตอนนั้นจำได้ว่าพิสุทธิ์มาจีบเธอ จนเขื่อนหึง แต่ปรับความเข้าใจและเปิดอกคุยกันว่าเธอไม่เคยคิดนอกใจเขา เรื่องพิสุทธิ์จึงไม่ได้เป็นปัญหาระหว่างชีวิตคู่ของเขากับเธออีก“แต่งงานกับอาได้ไหม... ได้ไหม... คำถามจากใจ จากผู้ชายคนนี้ นามสกุลที่พ่อให้ไว้อยากใช้กับหยา” เขาขอเธอแต่งงานโดยร้องเป็นเพลง มาหยาหลุดขำปนซึ้งออกมา ก่อนจะพยักหน้า“หยาเคยรับปากว่าจะแต่งานตอนเรียนจบ
“เอาปิ่นโตมาฝากครับ” เขื่อนนั่งลงตรงหน้าของภรรยา มาหยายิ้มเขิน เพื่อนๆ เลยเอ่ยขอตัวไปสั่งอาหารมารับประทานกันบ้าง“วันนี้ไม่ให้นายเขตต์มาเหรอคะ มาเองเชียว” ถามไปยิ้มไปไม่ยอมหุบ“อยากมาเองตั้งนานแล้ว นี่ถ้าไม่ใช่นายเขตต์ ไม่ให้หนุ่มคนไหนเอาข้าวมาให้เมียกินหรอก”“หยาทำให้อาหมอลำบากหรือเปล่าคะ”“ลำบากเรื่องอะไรครับ”“ก็ตลอดสี่ปีมานี้หยาให้เรื่องของเราเป็นความลับ อาหมอก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ”“ไม่หรอก สนุกดี”“แน่ะ! พูดแบบนี้ก็ได้ด้วย”“อยากให้เมียมีความสุข เมียว่ายังไงก็ว่าตามนั้น” หลังจากเปิดตัวเขาก็หมั่นแวะเวียนมารับประทานอาหารกับเธอทุกวัน ปิ่นโตน่ารักๆ ที่เขื่อนทำมาให้ภรรยาทำเอาสาวๆ หลายคนมองแล้วอมยิ้ม“ฮั่นแน่! เดี๋ยวนี้ผมหมดความหมายแล้วสินะ” เขตต์นั่งลงใกล้ๆ กับอาหนุ่ม“หมดความหมายอะไรของนาย”“ผมก็หมดหน้าที่ส่งปิ่นโตให้อาสะใภ้แล้วน่ะสิครับ”“พูดไปโน่น”“พิอยากเจออาหมอครับ” เขตต์พูดขึ้น“มีอะไรหรือเปล่า”“เขาอยากขอบคุณอาหมอครับที่ไม่เอาเรื่องเขา”ถามว่าเรื่องนี้เขาสงสารใคร เขาสงสารทั้งสามคน พิชชานั้นไม่ได้รักเทพรัตน์ ทั้งสองโดนจับคลุมถุงชนถึงได้ต้องหมั้นหมายกัน เทพรัตน์นั้นรักพิชชา กลายเป็นร
เขาพาเธอไปนอนบนเตียงกว้าง ก่อนจะนอนลงแนบข้าง“ของขาดเหรอคะ” เธอเอ่ยถามเสียงกระเส่า หัวเราะกับสีหน้างุนงงของเขา“อ้อ... เดี๋ยวนี้ใช้ศัพท์แสงจนอางง ดีที่คิดออก”“ยังดีนะคะที่คิดออก” เธอหลุบตามองกระดุมเสื้อนอนของเขา ยื่นมือไปเล่นกับกระดุมเสื้อของเขาแล้วช้อนสายตาขึ้นมอง“มีเมียเด็ก ถ้าไม่รู้เรื่องวัยรุ่นบ้าง อายคนอื่นแย่”“หยายี่สิบกว่าแล้วนะคะ ไม่เด็กแล้ว”“แต่เด็กกว่าอาเกือบยี่สิบปี” เธอจุ๊บปากเขาเบาๆ เหมือนที่ชอบทำ“อาหมอหน้าเด็ก ไม่เห็นแก่เลย ถ้าไม่บอกว่าสี่สิบกว่าแล้วหยาไม่เชื่อหรอกค่ะ แบบนี้นี่เองที่เขาเรียกว่ากินเด็กเป็นอมตะ” เธอหัวเราะเบาๆ เขาก็ทำตาปริบๆ ก่อนจะทำท่ามันเขี้ยวจกพุงของเธอเล่น“คิกๆ จั๊กจี้ค่ะอาหมอ อาหมอกินเด็กเพื่อโกงอายุตัวเอง ฮ่าๆๆ อาหมออยากหน้าเด็ก คิกๆ” เธอยังยั่วเขา หัวเราะร่วนเมื่อโดนเขาแกล้งกลับ“ไหนบอกจะให้รางวัลอาที่ทำตัวน่ารักจนได้ออกจากโรงพยาบาลไง” เขาทวงคำมั่นสัญญา“คืนนี้จะให้รางวัลคนของขาดค่ะ” เธอล้วงมือเข้าไปในกางเกงนอนของเขา เขื่อนร้องครางเสียงแหบพร่า มันตื่นตัวอย่างรวดเร็วเพราะโหยหาสัมผัสของเธอมานานนับเดือน“เหมือนโดนแกล้งให้นอนโรงพยาบาลตั้งนาน โอ้..
“ก็แค่นั้น ที่เหลือเดี๋ยวหยาช่วยเอง มีอะไรปรึกษาหยาได้เลย” มาหยาดึงแขนเพื่อนให้เดินไปหาสองหนุ่ม อาหลานทั้งสองกำลังนั่งสนทนากันอยู่อย่างออกรส“อาเขื่อนชวนไปเที่ยวทะเลสุดสัปดาห์นี้ครับ” เขตต์หันไปบอกดารินคล้ายชวน เขากลัวเธอไม่ไปด้วยกัน“จ้ะ รินตกลงกับหยาไปแล้ว เขตต์ก็ไปด้วยใช่ไหม” ดารินถามอย่างลุ้นๆ
“งั้นหนูไปก่อนนะคะคุณพ่อคุณแม่” มาหยาเอ่ยลา รีบโผเข้ากอดและหอมแก้มบิดามารดาก่อนจะขึ้นรถ เธอโบกมือลา พร้อมยิ้มสดใสส่งไปให้ทุกคน พอรถเคลื่อนออกมาแล้วก็ถอนใจอย่างโล่งอก“ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่รู้ว่ารินโกหกเพื่อช่วยหยา ต้องโดนดุแน่ๆ เลย” ดารินพูดอย่างเป็นกังวล“ไม่รู้หรอกจ้ะ ทุกอย่างเป็นความลับ”“อาหมอจะตา
“แต่ป้ารสบอกว่าหยาไม่ยอมกินยา ไม่เหมือนเรา กี่เม็ดๆ เราก็กินหมด เรากินยาง่ายนะจะบอกให้” เขตต์อวดอ้าง“ไอ้หมูตอนขี้โม้” มาหยาว่าให้ ย่นจมูกใส่เพื่อน“ถ้าตัวเองไม่หายเรากับรินจะไปเที่ยวสวนสนุกกับอาเขื่อนกันแค่สามคน” เขตต์ยกนิ้วขึ้น ทำเอามาหยาตาโต“เราจะไปด้วย”“งั้นก็ต้องกินข้าวแล้วก็กินยา จะได้ไปเที
เขื่อนคิดเสมอว่าบ้านใกล้เรือนเคียงกันมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน แม้ข้อเสียของประภพคือความเจ้าชู้แต่ก็มีน้ำใจกับเพื่อนบ้านเสมอ เขาว่าเพื่อนบ้านดีจะทำให้สุขภาพจิตของเราดีตามไปด้วย ถ้ามีเพื่อนบ้านไม่ดีทั้งปวดหัวทั้งรำคาญใจ ดีไม่ดีอาจจะมีเรื่องทำร้ายร่างกายกันได้“หายดีออกจากโรงพยาบาลแล้วครับ” เขื่อนตอบห







