INICIAR SESIÓN“เทพธิดาหลินหลิน…ท่านคิดเห็นเช่นไรกับตำแหน่งตั้งค่ายทัพ?”
เสียงของแม่ทั
“อึ่ก...” พิษกำหนัดแผดเผา หลินหลินกลั้นเสียง มือกำผ้าห่มแน่น สติของเธอกำลังวิงเวียน ต้องการน้ำกามเพื่อระงับพิษ เสวียนอวี้หัวเราะในลำคอ มือหนากระชากผ้าห่มออกโดยไร้ความปรานี ก่อนทิ้งตัวลงทาบทับ“ดูเจ้าฝืนใจ” เขากระซิบข้างหูเสียงหยาบพร่า “แต่ร่างกายลามกๆ ของเจ้า กลับโหยหาข้าเหมือนสัตว์หิวโหย”หลินหลินหลับตาแน่น กัดริมฝีปากกลั้นเสียงครางเมื่อเขาฉีกชุดนางออกอย่างไร้ความอ่อนโยน ร้อนแรงดุจเปลวเพลิงสุดท้ายที่มอดไหม้ไม่ไว้หน้าใคร"ท่านแม่ทัพ..." เธอเอ่ยเสียงสั่น "ท่านกำลังล้ำเส้นเกินไปแล้ว""ก็จงล้ำให้สุดสิ..." เขากระซิบเสียงต่ำ "คืนนี้ข้าจะเผาเจ้าทั้งเป็นให้สมชื่อแม่ทัพเพลิงพสุธา"ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้แล้วว่ารักษาคำสัญญา มีแค่กันและกันตราบสิ้นฟ้าดิน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นกลายเป็นหนามทิ่มแทง เธอนึกขอโทษหลงเทียนอี้ในใจ หลินหลินหายใจหอบ หน้าแดงร้อนระอุทั้งจากพิษกำหนัดและความหวั่นไหว แต่ยังทันที่ริมฝีปากเขาจะบดขยี้ลงมาอีกครั้ง“อึ่ก... อา...”ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดลอดม่านบาง เสียงหายใจของทั้งส
“เทพธิดาหลินหลิน…ท่านคิดเห็นเช่นไรกับตำแหน่งตั้งค่ายทัพ?”เสียงของแม่ทัพเสวียนอวี้ดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้งหลุดจากภวังค์“ขะ…ข้า?” หลินหลินกะพริบตาถี่ รู้ตัวว่าทุกสายตาหันมามอง เสวียนอวี้ยกถ้วยชาแนบริมฝีปาก แต่แววตาเปี่ยมแววกลั้นหัวเราะ สายตาของเขาบอกชัดว่า...เขาชอบเวลาเธอหน้าแดง หลินหลินสูดลมหายใจ พยายามเรียกสติ“หากดูจากภูมิประเทศ…ตรงเชิงเขาฝั่งตะวันตกมีกลุ่มหมอกหนาในยามเช้า อาจใช้เป็นจุดซุ่มโจมตีหรือวางกลลวงได้”หลงเทียนอี้พยักหน้า “เจ้ามองขาด”แม้ว่าจะมีเสียงปรึกษาหารือดังเซ็งแซ่รอบตัว ปลายหางตาของเสวียนอวี้ยังไม่ยอมละจากใบหน้าเธอ ขณะที่ในใจเขาคิดเพียงว่า...‘คืนนี้...ข้าจะลิ้มรสนางให้ลึกกว่าเดิม ให้ร่างบางนั้นจดจำไปถึงใจกลางกระดูก’“หากเราขยับกองกำลังฝั่งเหนือเข้ากระแทกตรงนี้” แม่ทัพแคว้นฉินใช้ปลายนิ้วลากยาว “แล้วฉุดกระแสข้ามฝั่งออกซ้าย จะทำให้ข้าศึกหลงทิศ…”น้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่นัยน์ตาคมเข้มกลับแน่วนิ่งอ
ตำหนักม่านหยก วังหลวงแคว้นจ้าว ยามดึกสายลมหนาวจากหุบเขาตะวันตกพัดเอื่อยผ่านม่านโปร่ง ทอแสงจันทร์ตกกระทบพื้นหินขาวสะอาด… แววสะท้อนสีเงินระยิบวาบเข้าดวงเนตรเรียวยาวของชายผู้หนึ่งจ้าวเฉียน ประทับนั่งเด่นอยู่กลางห้องโถง แผ่นหลังตรงสง่าในชุดคลุมยาวสีดำสนิท ปักดิ้นทองลายมังกรแผ่ปีกขึ้นสู่สวรรค์ใบหน้านั้นขาวจัด เยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี แววตาคมกริบดุจดาบหยก แต่หากเพ่งนาน จะพบประกายลุ่มลึกดั่งห้วงเหวซ่อนกล ริมฝีปากบางเฉียบประดับรอยยิ้มเงียบงัน… ไม่เคยมีใครล่วงรู้ความคิดของพระองค์ได้เลย“ยังไม่ส่งข่าวกลับมาอีก…” ทรงเอ่ยเสียงแผ่ว ทว่าแฝงแววเด็ดขาด เหล่านางกำนัลที่ยืนเรียงรายด้านข้างถึงกับตัวสั่นงันงกยังไม่ทันสิ้นความคิด แผ่นม่านก็พลิ้วเปิดออกเงียบงัน สายลับชุดดำโผล่กายเข้ามาอย่างคล่องแคล่ว ก่อนคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม“ท่านอ๋อง… กระหม่อมนำข่าวกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”จ้าวเฉียนพยักหน้าน้อยๆ เพียงหนึ่งครั้ง มิได้เร่งรัดคำรายงาน เพียงจิบสุราบางเบา แล้วทอดเสียงนิ่งเรียบ“
“กลัวหลงเทียนอี้มาเห็นรึ ไม่ต้องกลัว มันไม่กลับมาเร็วๆ นี้หรอก... ต่อให้มันเห็น มันก็ใจกว้างพออยู่แล้ว อุตส่าห์รับเจ้ากลับมาทั้งๆ ที่เจ้าโดนลู่หวังเฉียนปี้จนน้ำแตกไม่รู้กี่รอบ มามะ ให้ข้าดูดนมหน่อยนะ”“ไม่”“เจ้ารู้หรือไม่...” เสียงทุ้มต่ำกังวานเอ่ยขึ้น ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นกรุ่นของเขารินรดลำคอของนาง “...แค่เจ้ามองข้าเมื่อครู่นั้น ข้าก็เกือบสั่งเผาทัพแคว้นต้าหยางให้วอดวายทันที ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าข้าลงทุนเอาแคว้นฉินมาเสี่ยงเพียงเพราะอยากน้ำแตกใส่หอยเจ้าได้เช่นไร... ก็อยู่กับข้า แล้วเจ้าจะได้เห็นด้วยตาเอง”“แม่ทัพเสวียน...” หลินหลินถอยหลังเล็กน้อย แต่แผ่นหลังนางก็แนบชิดกับฉากไม้ด้านหลังจนหนีไปไหนไม่ได้อีก“ข้าไม่อ่อนโยน...และไม่เคยคิดจะเป็น” เขายื่นมือมาประคองคาง ดวงตาสีเข้มกวาดไล่จากดวงตาแดงระเรื่อของเธอลงไปยังลำคอขาวเนียนราวหยก“ข้าเคยจุดไฟเผาค่ายศัตรูจนทหารนับพันร้องโหยหวน... แต่ไม่มีเพลิงใดร้อนแรงเท่าสิ่งที่ข้ารู้สึก...ยามได้อยู่ใกล้เจ้า” เขากล่าวเสียงต่ำ ขณะฝ่ามือไ
“อ๊ะ อ๊าๆ อ๊าๆๆ”“ดูเหมือนว่าหลงเทียนอี้จะไม่ได้ความ ไม่ถึงใจเจ้าแล้วสินะ”“นั่นใคร?!”หลินหลินรู้สึกตัวเมื่อบานประตูส่งเสียงเบาๆ นางหันขวับ ห่มผ้าแน่น สีหน้าเคร่งระวัง“ท่าน...!” เสียงนางแผ่วเบาแต่สะท้อนความตกใจ แม่ทัพเสวียนอวี้ยกคิ้วเพียงนิด“ตกใจอะไรหรือ...เทพธิดา? หรือว่ากำลังกลัวสิ่งที่ใจเจ้ากำลังเฝ้ารอ?”“ข้าไม่ได้รอท่าน!” หลินหลินตอบทันควัน แม้หัวใจจะเต้นถี่แรงจนเธอเองก็ได้ยิน เธอพยายามปกปิดเนื้อตัว คว้าผ้าคลุมที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาห่ม“ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นพันธมิตรของฝ่าบาทและได้รับอนุญาตให้พักในวัง แต่ก็ไม่ควรเสียมารยาทลักลอบเข้ามาในเขตวังหลังเช่นนี้”“เสียงหงี่ของเจ้ากับหลงเทียนอี้ดังสนั่นไปถึงหัวนอนข้า ข้าก็ต้องลุกมาดูหน่อย เผื่อเจ้าจะเรียกใช้สอยและเงียบเสียงได้เสียที”“ท่าน!”เสวียนอวี้ยิ้มบาง ร่างสูงใหญ่ย่างเข้ามาใกล้ ขณะสายตากวาดไล่ไปตามเรือนกายในชุดบางเบาของเธอ เห็นร่องรอยสวาทที่หลงเทียนอี้ทำไว้ต
เมื่อหลินหลินกลับคืนสู่แคว้นต้าหยางอีกครั้ง ก็ถึงคราวแม่ทัพเสวียนอวี้แห่งแคว้นฉินที่ฉวยโอกาส “บดขยี้” เทพธิดาคนงามอย่างอุกอาจเขาไม่เคยเชื่อเรื่องเทพธิดา แต่ถูกใจที่โฉมงามผู้นี้หวานฉ่ำยั่วลิ้น แม่ทัพเสวียนอวี้จึงลอบเกี้ยวเทพธิดาไปเสพใคร่สนุกๆ นึกไม่ถึงว่าแม่ทัพหนุ่มจอมดิบเถื่อนจะเป็นฝ่ายตกหลุมรัก ต้องการครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ -----------------บทนำ“เพลิงแห่งพสุธา…ไม่เคยสงบนานนัก”กล่าวกันว่า เมื่อสวรรค์อวยพรดวงใจให้ใครบางคน ย่อมต้องแลกด้วยความวุ่นวายทั้งใต้หล้าเทพธิดาแห่งแดนมนุษย์…หลินหลินเธอคือหญิงสาวจากโลกปัจจุบัน ผู้ที่ลิขิตแห่งสวรรค์บันดาลให้มาบังเกิดเพื่อเป็นแสงสว่างแก่ราชันแห่งแคว้นต้าหยาง… ราชันมังกร ผู้สูงศักดิ์และร้อนแรงประดุจเปลวสวาทพันปี หลงเทียนอี้ โอบกอดกันด้วยรักแท้อันบริสุทธิ์แต่… รักแท้ หาได้เป็นจุดจบของเรื่องราว หากเป็นเพ







