INICIAR SESIÓNห้องประชุมกลางจวนเจ้าเมืองบนเกาะ บรรยากาศตึงเครียดด้วยควันสงครามที่เพิ่งจางหาย ขุนนางและแม่ทัพหลายนายรายล้อมโต๊ะกลมขนาดใหญ่ที่ปูแผนที่เขตแดนและเส้นทางการค้า
หลินหลินนั่งอยู่ด้านหลังบนแท่นที่เตรียมไว้สำหรับผู้ติดตามพิเศษ ทว่าแท้จริงแล้วเป็นตำแหน่งที่หลงเทียนอี้ตั้งใจให้ใกล้ตนที่สุด... ใกล้พอจะได้สบตาได้ทุกครั้งที่หันกลับมา และใกล้พอที่จะ...
หลินหลินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือของหลงเทียนอี้จับเอวคอดกิ่วไว้และค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ ลูบไล้เต้าเต่งตูมทีละข้าง... ทีละข้าง... ใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งสะกิด บดคลึงและไล้วนจนหัวนมแข็งเขม็ง
“อ.. อือ...”
ระหว่างที่ถูกลวนลาม เสียงหารือเรื่องงบประมาณ ซ่อมแซมป้อมปราการ และการเสริมทัพเรือดังก้องอยู่นาน จนหลินอดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองแผนที่ตรงหน้า
เส้นทางเดินเรือดูแคบ คับแคบเสียจนเหมือนถูกตัดขาดจากทะเลนอก ขณะเดียวกัน เมืองท่าที่ตั้งอยู่ตรงปลายแหลมของเกาะกลับยังคงถูกทำเครื่องหมายว่า "เสี่ยงภัย" เพราะกลุ่มโจรสลัดที่ยังลอยนวลอยู่ พวกขุนนางจึงเล็งเห็นว่าควรสร้างป้อมปราการเพิ่มเติม
เธอยกมือขึ้นเบาๆ และเอ่ยเสียงนุ่ม
“ขออภัยที่ขัดจังหวะเพคะ... แต่หม่อมฉันมีข้อเสนอเพิ่มเติม อาจจะช่วยให้แผนนี้ไม่เพียงเข้มแข็งด้านการป้องกัน แต่ยังสร้างรายได้ในระยะยาว”
ห้องทั้งห้องเงียบกริบ
แม้จะมีบางสายตาแฝงความไม่พอใจที่สตรีเอ่ยขึ้นกลางที่ประชุมชาย ทว่าหลงเทียนอี้กลับเอนหลังพิงเก้าอี้ทองคำ ดวงตาดุดันแต่เต็มไปด้วยความสนใจ จ้องเธอแน่นิ่ง
“พูดมา” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “แล้วข้าจะตัดสินใจเองว่า...ควรฟังหรือไม่”
หลินหลินสูดลมหายใจ ยืนขึ้นช้าๆ ก่อนเดินเข้ามาใกล้แผนที่ ปลายนิ้วแตะที่ท่าเรือทางใต้ของเกาะ
“ตรงจุดนี้ หากได้รับการปรับปรุงและขยายให้กลายเป็นท่าเรือพาณิชย์อย่างจริงจัง พร้อมจัดสรรกองทัพเรือไว้ดูแลความปลอดภัย จะสามารถเชื่อมต่อการค้าไปยังทะเลทั้งสี่ภาคได้ง่ายขึ้นนะเพคะ”
“ท่าเรือที่มีก็เพียงพอแล้ว”
“หม่อมฉันรู้ว่าฝ่าบาทให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคง… แต่หากเมืองยังบอบช้ำ ไร้ผู้คนค้าขาย บรรยากาศก็จะซบเซา รายได้ของแผ่นดินก็จะลดลงตามไปด้วย... หากวางโครงสร้างพื้นฐานให้สมดุล ทั้งป้อมปราการและเส้นทางการค้า พ่อค้าก็จะหลั่งไหลมา ยิ่งถ้าลดภาษีการค้าช่วงเริ่มต้น ก็จะยิ่งจูงใจได้มากขึ้นเพคะ…”
“และหากขจัดโจรสลัดออกไปได้สำเร็จ…” หลินเงยหน้าขึ้นสบตาหลงเทียนอี้ตรงๆ “...แคว้นต้าหยางจะไม่เพียงสงบ แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าแห่งใหม่... ผู้ใดก็ไม่อาจมองข้ามได้ และเกาะนี้จะเป็นจุดส่งกำลังทัพไปได้ทั้งสี่ทิศหากมีการบุกแคว้นอื่นในภายภาคหน้า”
ครืดด...
เสียงเก้าอี้ฮ่องเต้ขยับ
หลงเทียนอี้ลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาหาหลิน ทั้งห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงฝีเท้า เขาหยุดยืนต่อหน้าเธอ ดวงเนตรคมกริบไร้รอยยิ้ม แต่ภายในกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเพลิงไฟ
“เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้น?” ทรงถามเสียงทุ้ม
หลินหลินเม้มริมฝีปากแล้วตอบตามตรง “ม...เมื่อครู่ตอนลงจากเรือ หม่อมฉันก็ได้เห็นเมืองซบเซาจากสงครามวุ่นวาย บ้านเรือนที่ถูกทิ้งร้าง บ่งบอกว่าผู้คนกำลังโยกย้ายหาที่อยู่ใหม่ หากไม่เร่งให้เมืองกลับมาเปิดเส้นทางการค้าโดยเร็ว พวกพ่อค้าก็จะย้ายไปเส้นทางอื่น เกาะแห่งนี้ก็จะไร้ประโยชน์”
คำตอบของหลินทำให้เกิดเสียงฮือเบาๆ ท่ามกลางขุนนางบางคน แต่ก่อนจะมีใครเอ่ยอะไร... วงแขนแข็งแรงของหลงเทียนอี้ก็รวบเอวหลินเข้าไปแนบอกทันควัน!
หลินตาโต ตกใจจนพูดไม่ออก ท่ามกลางสายตาทั้งห้องที่ตะลึงงันไปตามกัน
“เช่นนั้น...ก็คงไม่ผิดที่ข้าจะยึดเจ้าไว้แน่นๆ เช่นกัน” เสียงฮ่องเต้เอ่ยช้าๆ ใกล้ใบหูเธอ แต่ตั้งใจให้ทุกคนได้ยิน “หากข้าปล่อยเจ้าไว้ห่างสายตาแม้แต่นิดเดียว ข้ากลัวว่าจะถูกผู้อื่นแย่งชิงไป”
พระองค์หัวเราะต่ำในลำคอ จากนั้นหันกลับไปทางขุนนาง
“มีใครจะคัดค้านนางอีกหรือไม่?” รับสั่งถามเสียงเรียบ ขุนนางที่เคยแสดงความระแวงถึงกับก้มหน้าแนบพื้น คนที่เคยสบประมาทก็เริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยสายตายอมรับ แม่ทัพผู้หนึ่งน้อมคำนับ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ฝ่าบาท... กระหม่อมเห็นว่าเทพธิดาผู้มีสติปัญญาและเมตตายิ่งเช่นนี้ สมควรได้รับเกียรติอย่างสูงสุด กระหม่อมใคร่กราบทูลว่า…ฝ่าบาทควรเร่งมีโอรสมังกรเสียโดยเร็ว เพื่อผูกมัดสวรรค์ให้อยู่กับแคว้นต้าหยางตลอดกาลพ่ะย่ะค่ะ!”
เสียงหัวเราะต่ำของหลงเทียนอี้ดังขึ้นอีกครั้ง “ข้าเอง…ก็คิดเช่นนั้น” ทรงก้มลงมองหลินหลิน ดวงตาคมกล้าคู่นั้นเต็มไปด้วยความลุ่มหลง นางผู้นี้จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์แคว้นต้าหยาง
“นับจากนี้ไป...เจ้าจะไม่จากสายตาข้าอีกแม้แต่ครึ่งก้าว ตั้งแต่ค่ำคืนนี้เป็นต้นไป...” ทรงเอ่ยพลางเหลือบตาลงมามองหญิงสาวในอ้อมแขน “เทพธิดาจะได้รับการบำเรออย่างสมเกียรติ ด้วยร่างกายและวิญญาณของข้าเป็นเครื่องบัตรพลีต่อสวรรค์”
หลินหลินสะดุ้งเฮือก ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบลุกเป็นไฟ
เขาพูดออกมาต่อหน้าขุนนางทั้งท้องพระโรง!
ยังไม่ทันได้คิดหลบหรือเถียง เสียงคำสั่งก็ดังชัดเจนต่อเนื่องจากปากฮ่องเต้หนุ่ม
“เรียกนางข้าหลวง พานางกลับไปยังเรือหลวง จัดเครื่องหอม ผ้าแพร แต่งตัวเทพธิดาให้พร้อมรับสังวาสจากข้าทุกประการ คืนนี้... คือคืนเข้าหอของข้า”
หลินหลินหันขวับ ดวงตาเบิกกว้าง “เดี๋ยว...มะ...หมายความว่าอย่างไร... หม่อมฉันยังไม่ได้เตรียมใจเลยนะ!”
หลงเทียนอี้โน้มใบหน้าลงใกล้ เอ่ยเสียงแผ่วชิดริมใบหูเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะผิวจนขนอ่อนลุกซู่ สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เต็มไปด้วยความโหยหิวของพญามังกร
“ก็เตรียมมันซะ ตั้งแต่ตอนนี้... ข้าให้เวลาเจ้าเตรียมใจไปแล้วหนึ่งคืน”
“นั่นมัน...”
จู่ๆ ร่างกำยำถลกชุดเธอ เปิดเปลือยเต้า หัวนมสีชมพูสวยประดับเต้าเต่งตูม ขนาดอวบอั๋นไม่เล็กไม่ใหญ่แต่พอดีในอุ้งมือร้อนผ่าว
จ๊วบบบ จ๊วบบบ
“อ๊ะ อา.. อ๊า... อย่านะ ไม่เอา...” ยามที่ลิ้นของราชบุรุษตวัดปัดป่ายแล้วดูดแรงๆ หลินหลินก็ครางสยิว ท้องน้อยวูบวาบร้อนรุ่ม
“อ๊ะ อ๊าๆๆ”
“นี่แค่ตัวอย่างที่ข้าจำบำเรอสวาทให้เทพธิดา” ร่างสูงใหญ่ปล่อยหัวนมชูชันออกจากปาก ก่อนจะดูดเลียซ้ำอย่างอดใจไม่อยู่ หัวนมแข็งชัน วาววับด้วยน้ำลาย หลินหลินหอบหายใจถี่ร้อน พวงถันอวบอั๋นสะท้อนขึ้นลง
“เจ้าไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่ยอมให้ข้าครอบครองและหลั่งน้ำกาม เจ้าก็จะกลายเป็นของแคว้นนี้ไปตลอดกาลแล้ว ไปเตรียมตัวเสียเถอะ... ข้าไม่อยากให้เทพธิดาของแคว้นต้าหยางต้องเสียเวลาแม้แต่ลมหายใจเดียว ก่อนจะเป็นของข้าโดยสมบูรณ์”
พริบตาเดียวเท่านั้น ชายเสื้อก็ถูกตลบขึ้นมาเหนือเต้า แววเนตรของบุรุษผู้สูงศักดิ์กำหนัดเข้มข้นขึ้นทันใด ใช้นิ้วเขี่ยหัวนมสีชมพูหวานเล่นทันที“ย...อย่า อึ่ก...”ร่างบอบบางกระตุกสั่น พวงแก้มแดงระเรื่อและหอบหายใจแรงขณะช้อนสายตามอง ลู่หวังเฉียนครางฮือ คำรามออกมาแผ่วเบาทว่าเครียดจัด ร่างกำยำล่ำสันกระตุกเฮือกเป็นระยะ ลำคอของเธอพลันแห้งผากเมื่อใบหน้าคมเข้มเคลื่อนผ่านเข้ามาใกล้เต้าอวบ ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดลงบนผิวเนื้อ กว่าจะทันรู้ตัวหัวนมงอนงามก็เปียกชุ่มและถูกดูดดึงในอุ้งปากร้อนๆ ไปแล้วเรียบร้อยจ๊วบบ จ๊วบบบบบ“อย่า อย่านะ... อ๊ะ อา...”หลินหลินดิ้นรนสุดกำลัง ทว่าร่างสูงใหญ่ดูดกลืนหัวนมผลิพุ่งไม่ยอมปล่อย ตวัดปลายลิ้นหยอกเย้หัวนมชี้เด่ทั้งสองข้างอย่างอิ่มเอมจ๊วบบ... จ๊วบบ...ร่างกำยำดูดเลียจนสองเต้าหยาดชุ่ม จากนั้นก็ขยับขึ้นคร่อมร่างขาวผ่อง จับหัวลึงค์มาเขี่ยหัวนมสีชมพูหวานถี่ยิบ สลับกันซ้ายขวาจนพวงเต้าสั่นกระเพื่อม หัวนมถูกเสียดสีจนแข็งเป็นไต“อ๊า... อ๊า...”เธอกลั้นเสียงร้อง กระตุกหงึกๆ กลีบสาวน้ำแตกพุ่งเป็นระยะ ถึงจุดสุดยอดซ้ำๆ จนแววตาเหลือกลอย“ถึงแม้ร่างกายเจ้าจะอ่อนไหวขึ้นเพราะพิษกำหนัดขอ
บทที่ 3 ไฟในใจแคว้นต้าหยาง... ตำหนักเหยียนหลง ยามค่ำนับตั้งแต่เทพธิดาถูกลักพาตัวหายไปจากแคว้นต้าหยาง แผ่นดินก็ลุกเป็นเพลิงด้วยโทสะของฮ่องเต้หนุ่ม เหล่าขุนนางต่างหวั่นวิตก ส่งเสียงลมหายใจแผ่วเบากระทบพื้นหินอ่อนในโถงราชตำหนัก เจ้ากรมข่าวกรองน้อมตัวลงคำนับ เหงื่อผุดเต็มหน้าผากแม้เป็นคืนฤดูใบไม้ผลิ“ฝ่าบาท...ขอทรงระงับโทสะพ่ะย่ะค่ะ เราเพียงพบร่องรอยที่น่าสงสัย แต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดลักพาตัวเทพธิดา...”“เงียบ!” เสียงของหลงเทียนอี้ตวาดลั่นจนขันทีรอบข้างสะดุ้งถอย ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นพญามังกรสวรรค์ ยามนี้ดวงตาวาววับราวเปลวเพลิงเกรี้ยวกราด“มีข่าวอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่”“พ่ะย่ะค่ะ...มีรายงานว่ามีขบวนแห่ศพเคลื่อนผ่านจุดตรวจชายแดนตอนกลางคืนเมื่อสามวันก่อน...พวกทหารตรวจตรา เปิดโลงเพื่อตรวจสอบ ก็พบศพหญิงสาวคนหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายเทพธิดา แต่นางไร้ลมหายใจ...”เสียงลมหายใจของหลงเทียนอี้หนักขึ้น ฝ่ามือที่กำขอบบัลลังก์จนแน่นนั้นเริ่มสั่น ก่อนแววเนตรจะแปรเป็นแข็งกร้าว“องค์ชายลู่...เจ้ากล้าดีเกินไปแล้ว” ราชบุรุษหนุ่มลุกขึ้นทันที ฉลองพระองค์คลุมไหล่สะบัดตามแรงขยับตัว สายพระเนตรแน่วแน่รา
องค์ชายลู่หัวเราะในลำคอ เบาและหยันตัวเองเล็กน้อย “พิษของข้ากลายเป็นแค่…โรคอย่างนั้นหรือ?”“ท่านถามข้าก่อนเองมิใช่หรือว่า พิษหิมะร้ายมีจุดบกพร่องตรงไหน เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ก็สามารถป้องกันได้ง่ายดายมาก” หลินหลินยิ้ม ดวงตาสุกสว่างดั่งแสงเทียนที่ส่องกลางหิมะ แต่แล้วร่างกายสุดจะทานทนพิษกำหนัดได้ไหวจึงทรุดลง หอบหายใจแรงและกระตุกสั่น“โอ๊ะโอ ทำเป็นเก่งเรื่องพิษหิมะร้าย ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังล้างพิษกำหนัดของข้าไม่ได้สินะ” ร่างกำยำกอดอก มุมปากมีรอยยิ้มเย็นยะเยือก ในขณะที่เธอพยายามฝืนต้านทาน แต่ก็มึนงงจนสายตาล่องลอย“เจ้าต้องการถอนพิษกำหนัดสินะ”“อึ่ก... โอย...”“อ้าปากสิคนสวย”“ม..ไม่”“หึๆ เจ้าไม่เข้าใจรึ ยาถอนพิษกำหนัดก็คือน้ำกามของข้า อ้าปากกว้างๆ ดูดเลียน้ำกามของข้า แล้วเจ้าจะหายทรมาน”ร่างกำยำจับมือเธอให้วางลงบนท่อนลึงค์แสนร้อนฉ่า ปล่อยให้เทพธิดาหัดเรียนรู้อย่างเงอะงะ มันใหญ่จนกำไม่มิดและมีเส้นเลือดเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต...“อะไรกัน เจ้าหลงเทียนอี้ไม่เคยให้เจ้าใช้ปากดูดน้ำกามหรอกรึ”“ม...ไม่ ไม่เคย”“โฮ่ เช่นนั้นก็ถือว่าข้าชำเราปากเจ้าคนแรกสินะ เป็นเกียรติอย่างยิ่ง เอาล่ะ อ้าปากสิเทพธิดา”เธ
บทที่ 2 พิษกำหนัด เธอถูกกักขังอยู่ภายในตำหนักว่างเปล่า มีเพียงแท่นใหญ่ตั้งอยู่กลางตำหนัก ทุกๆ วันจะมีนางกำนัลนำอาหารและน้ำมาส่งให้โดยไม่เห็นหน้า ทุกสิ่งรอบตัวช่างเย็นเยียบ หม่นหมอง ไม่มีแม้แต่แสงแดดสาดส่องเข้ามาถึงด้านในตำหนักแห่งนี้ แคว้นลู่อยู่ทางเหนือของคาบสมุทร มีพรมแดนติดกับแนวเขาหิมะจิ้งหลง และล้อมรอบด้วยทุ่งน้ำแข็งที่ไร้พืชพันธุ์ใดๆ ขึ้นได้ถาวร ฤดูหนาวของแคว้นลู่ไม่มีวันสิ้นสุด หิมะโปรยปรายตลอดทั้งปี ท้องฟ้ามืดครึ้มราวไม่มีแสงตะวัน ใบไม้ไม่มีฤดูผลิ และพื้นดินแข็งกระด้างจนเกษตรใดๆ เป็นเรื่องเพ้อฝัน ผู้คนแคว้นลู่เติบโตมากับความหนาวเย็น พวกเขาจึงอดทน แข็งกระด้าง และสงบเสงี่ยมกว่าชาวแคว้นอื่นๆ ไม่ยิ้มง่าย ไม่กล่าวคำหวาน แต่จงรักภักดีลึกซึ้ง หากใครได้ความเชื่อใจจากคนลู่...ถือว่าเป็นเกียรติยิ่งใหญ่ ซึ่งในความหนาวเหน็บและไร้ชีวิตนี้เองได้ก่อเกิด "ศาสตร์พิษ" ที่หาคู่เทียมได้ยากในแผ่นดินสิ่งที่ทำให้แคว้นลู่เป็นที่หวาดเกรงที่สุดในแผ่นดินก็คือ “พิษหิมะร้าย” ที่กล่าวกันว่า เมื่อปล่อยออกมาในกองทัพของศัตรู แม้จะไม่มีบาดแผลใด ทว่าในคืนเดียว ทั้งกองทัพจะทยอยล้มลงราวใบไม้โร
“ข้าต้องการพิสูจน์ว่านางสามารถแก้พิษหิมะร้ายที่ข้าปรุงแต่งขึ้นได้จริงเสียก่อน ข้าถึงจะเชื่อ”“เรื่องนี้กระหม่อมพิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว ระหว่างทางที่พาเทพธิดามาแคว้นลู่ กระหม่อมพบว่าหมู่บ้านที่เคยต้องพิษหิมะร้าย ผู้คนทยอยหายป่วยจากพิษ”“ข้าจะทดสอบนางเอง ออกไปได้แล้ว”“พ่ะย่ะค่ะ”กลุ่มสายลับชุดดำล่าถอยออกไป องค์ชายลู่หวังเฉียนลูบไล้ร่างบอบบาง ใครได้มองเต้างามชูช่อก็ล้วนเกิดกำหนัดลุกโชน ร่างสูงใหญ่จึงจัดการเลื่อนนิ้วลงไปสำรวจร่องสาวแฉะฉ่ำ ทรงถ่างกลีบสาวแล้วสอดนิ้ว ดันยาเม็ดเล็กๆ เข้าไป ไม่นานนักหลินหลินก็เริ่มกระสับกระส่าย โยกเอวขึ้นลงและเปล่งเสียงร้องครางกระเส่า“อ๊า อ๊า... อึ่ก.. อา... อ๊า..”ความร้อนวูบแผดเผาเรือนร่างหนั่นงาม ยาเริ่มออกฤทธิ์ น้ำหวานก็ยิ่งพรั่งพรูจนแฉะ นิ้วร้อนๆ เสียดสี ค่อยๆ กรีดให้เนื้อสาวแบะอ้าจากนั้นจึงถูเม็ดเสียวอย่างหนักหน่วง รีดเค้นน้ำสวาทแสนหวานจนเยิ้มหน้าขา เธอเริ่มครางกระเส่า ส่ายหน้ากระสับกระส่ายไปมาจนเรือนผมสีดำยาวสวยกระจายเต็มหมอน“อูยย... ซี้ดดด... อา..” ร่างขาวผ่องนอนชันเข่าเปิดอ้า สองเต้าเปลือยเปล่าต้องลมเย็นจนสั่นระริก หัวนมแข็งเสียดชันท้าทายปลายลิ้น แ
เมื่อหลินหลินทะลุมิติมาโผล่กลางสนามรบ ทำให้เธอกลายเป็น "เทพธิดาสวาทแห่งแคว้นต้าหยาง" ผู้คนเล่าลือว่าหากได้ครอบครองนางแล้ว ราชวงศ์จะรุ่งเรือง ฟ้าฝนจะอุดม ปราบศึกใดก็สำเร็จ องค์ชายลู่หวังเฉียน... องค์ชายเลือดเย็น ผู้ได้รับฉายาว่า “อสรพิษแห่งแคว้นลู่” ไม่เคยศรัทธาในสิ่งเหนือธรรมชาติ ทว่ากลับรู้สึกสนุกยิ่งเมื่อเห็นผู้คนตกอยู่ภายใต้มนตร์เสน่ห์ของหญิงคนหนึ่ง พระองค์จึงลักพาตัวเธอ อาบย้อมชโลมด้วยพิษกำหนัด กอดรัดให้เธอครวญคราง บำเรอสวาทเทพธิดาจากสวรรค์ ----------------บทนำ เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่พลัดหลงขณะท่องเที่ยวราชวังโบราณ ปรากฏกายท่ามกลางสมรภูมิรบ สยบการศึกราบคาบและถูกเรียกขานว่าเทพธิดา ผู้คนเล่าลือว่าหากได้ครอบครองนางแล้ว ราชวงศ์จะรุ่งเรือง ฟ้าฝนจะอุดม ปราบศึกใดก็สำเร็จนับตั้งแต่เทพธิดาหลินหลินเหยียบแผ่นดินต้าหยางด้วยหัวใจจากโลกอื่น นางมิได้เป็นเพียงแค่ปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ส่งมา แต่กลายเป็นหัวใจของแผ่นดิน เป็นแสงสว่างของผู้คน และเป็นดวงจันทร์ในดวงเนตรของฮ่องเต้หนุ่มผู้เคยเย็นชา และเพื่อให้เทพธิดาอิ่มเอมและอำนวยพรแด่แคว้นต้าหยาง ฮ่องเต้หลงเทียนอี้บูชานางด้วยรสกำหนัด หลั่







