เข้าสู่ระบบหลินยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องหอม กลิ่นบุบผาอวลตลบอบอวลในอากาศ ม่านไหมสีเลือดหมูไหวแผ่วใต้แสงโคม ตะเกียงน้ำมันจุดไว้รอบห้อง ขับกลิ่นหอมจากกลีบเหมยแห้งที่โปรยไว้ตามพื้นให้ลอยอบอวล บ่าวในตำหนักเพิ่งออกไปได้ไม่นาน เหลือเพียงความเงียบ และภาพสะท้อนของหญิงสาวในกระจกทองคำอันหรูหรา
เธอ…แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ชุดถวายตัวของแคว้นต้าหยาง แตกต่างจากชุดเจ้าสาวใดที่หลินเคยเห็นในหนังจีนย้อนยุค มันมิใช่ชุดคลุมยาวรุ่มร่ามปกปิดเรือนร่าง แต่เป็น ความเย้ายวนที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงกำหนัด
เนื้อผ้าเป็นแพรบางสีแดงสดล้อมลายดอกโบตั๋นและหงส์ทองปักด้วยดิ้นเงิน เนื้อผ้าถูกตัดเย็บอย่างประณีต โปร่งบางพอจะมองเห็นไหล่เนียนและแนวเอวคอดได้ลางๆ สายรัดบ่าเป็นเส้นแพรผูกเฉียงพาดอกตั้งแต่หัวไหล่ซ้ายจรดเอวขวา ทิ้งแผ่นหลังเปลือยเปล่าไว้ให้แสงตะเกียงทาบทอ ส่วนกระโปรงเป็นผ้าหลายชั้นแหวกหน้าต่ำ เผยเรียวขาขาวลออตั้งแต่ต้นขา ชวนให้หัวใจเต้นแรงกว่ากลองศึกในสนามรบ
ปลายนิ้วของหลินหลินเลื่อนสัมผัสเนินอกตัวเองที่โผล่พ้นสาบผ้าแทบจะล้นทะลัก ทำเอาเธอหน้าแดงจนร้อนผ่าว
“ใครออกแบบชุดแบบนี้กันเนี่ย…” เธอพึมพำเบาๆ ดวงตาสั่นไหวระริก แต่ก่อนที่เธอจะหันไปหยิบผ้าคลุมบางมาสวมทับ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของผู้เป็นเจ้าเหนือหัวแคว้นต้าหยางเดินเข้าหาช้า ๆ
หญิงสาวบนแท่นบรรทมสวมเพียงฉลองพระองค์สีอ่อนบางเบาที่เหล่านางข้าหลวงจัดหาให้ หลินหลินยังไม่เอื้อนเอ่ยแม้สักคำ แต่กลับนั่งนิ่ง ร่างกายบอบบางไหวไหวราวสายลม
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมหลวมสีดำทองหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ แววเนตรคมคู่นั้น…จ้องเธอราวกับเสือที่กำลังจะกลืนกินเหยื่อตัวน้อย
“ข้า…สั่งให้เตรียมชุดเข้าห้องหอที่คู่ควรกับเทพธิดา” หลงเทียนอี้เอ่ยเสียงต่ำ “แต่ไม่คิดเลยว่า… เจ้าจะใส่ออกมาได้เร่าร้อนกว่าที่ข้าคาด อันที่จริงคืนนี้เจ้าไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้ลำบาก… ข้าไม่ต้องการผ้าราคาแพง หรือเครื่องประดับใด
ข้าอยากเห็นแค่ร่างเปลือยเปล่าของเจ้าเพียงผู้เดียว… นั่นแหละเทพธิดายั่วสวาท”เงาร่างสูงใหญ่ของหลงเทียนอี้คุกเข่าลงเบื้องหน้า ใบหน้าเปื้อนเหงื่อจากการออกศึกยามบ่ายนั้น บัดนี้สะอาดสะอ้านภายใต้เสื้อคลุมไหมทองลายมังกร
“เทพธิดาแห่งชัยชนะของข้า…” เสียงของเขาแผ่วเบา หากเปี่ยมแรงปรารถนา “เจ้ารู้หรือไม่…การมาของเจ้าทำให้ทัพทั้งแผ่นดินสั่นสะเทือน… และคืนนี้…จะเป็นคืนที่มังกรจะผนึกเทพธิดาสวรรค์ไว้ในอ้อมแขน”
ร่างกำยำค่อย ๆ ยื่นมือแตะปลายคางเธอให้เงยขึ้นสบตา ดวงตาคู่นั้นมีทั้งความลังเล ความกลัว...และประกายเร้นลึกของสิ่งที่เรียกว่า ‘แรงดึงดูด’
หลงเทียนอี้ประกบจูบอย่างดิบเถื่อน ตะโบมจูบ ใช้ลิ้นร้อนผ่าวทะลวงเข้าไปในอุ้งปากแล้วตวัดเกี่ยวรัดลิ้นของเธอไว้ ดูดกลืนเสียงร้องของเทพธิดาด้วยความร้อนแรง
“อ๊ะ อย่า...”
ร่างบอบบางถูกรวบตัวจนเรือนร่างแนบชิดกายชายฉกรรจ์ทุกสัดส่วน ท่อนลึงค์อวบยาวแข็งขึงกดลงบนหน้าท้องเรียบเนียน มันแข็งชันและสั่นระริก หลินหลินครางกระเส่า ทำอะไรไม่ได้นอกจากสบตาอ้อนวอนและดิ้นต่อต้าน แต่ทว่าแรงสวาทเครียดเขม็งปรากฏชัดเจนเสียแล้ว ความเป็นชายของพญามังกรตื่นขึ้น... ระอุร้อนขึ้น... ใหญ่และแข็งขึงจนน่าตกใจ หลินหลินดิ้นรนหนีด้วยความตื่นกลัว แต่กระนั้นกลับยิ่งทำให้โนมเนื้อนุ่มบดเบียดร่างกายแกร่งมากขึ้น
“อย่าปฏิเสธข้า”
ริมฝีปากหนาแนบลงบนหน้าผาก ขยับลงจูบปลายจมูก แล้วไล้ลงข้างแก้ม ลมหายใจร้อนผ่าวสัมผัสผิวเนียนที่เริ่มระเรื่ออย่างไม่อาจควบคุม
“เจ้าไม่ต้องพูดอะไร…แค่ครางชื่อข้าให้ดังพอจะกลบเสียงลมทะเลก็พอแล้ว”
“พ...เพคะ” หลินหลินหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ตนเองถูกร้อยรัดด้วยสัมผัสละมุนซ่าน หลงเทียนอี้ไม่ได้เร่งเร้า กลับไล้เส้นผมนุ่มราวสายไหมของเธอด้วยฝ่ามือ นิ้วเรียวยาวปลดสายรัดอาภรณ์ออกทีละชั้น เผยไหล่ขาวเนียนที่ไหวระริก พวงเต้าเต่งตูมงามสะท้านพระทัย สั่นสะท้านใต้ปลายนิ้วเขา
จ๊วบบ จ๊วบบ
ทรงดูดดึงหัวนม ขบเม้มเบาๆแล้วตวัดลิ้นสะกิดรัวๆ ดูดเลียจนสองเต้าหยาดชุ่มจนเธอเสียวซ่าน ผงกหงายศีรษะไปข้างหลังพลางร้องครางสุดเสียง เธอกำลังจะละลายแล้ว
“หากการครอบครองเจ้าจะนำพาชัยชนะมาให้แผ่นดิน… ข้ายินดีจะมอบน้ำกามให้เจ้าจนบ้านเมืองสงบไปทั้งร้อยปี”
ริมฝีปากของเขาลูบไล้ไปตามต้นคอขาว มืออีกข้างกอบกุมเอวบางให้เข้ามาแนบอก เสียงหัวใจของเขา…ดังก้องในอกเธอ
หลินหลินกำมือแน่นกับผ้าปูเตียง เมื่อรู้สึกถึงลิ้นร้อนที่แตะผิวนวลเหนือทรวงอก สัมผัสนั้นปลุกความร้อนวาบที่ไม่เคยรู้จัก
เขาเคลื่อนตัวขึ้นเหนือร่างเธอ ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายดุจสัตว์ร้ายที่ล่าเหยื่อสำเร็จ แต่ก็ยังถนอมมันไว้ในอุ้งมือ
“เจ้ามาจากที่ใด ข้าไม่สน…แต่จากคืนนี้ไป เจ้าจะเป็นของข้า ทั้งเนื้อ ทั้งใจ ทั้งเสียงคราง”
เสียงลมหายใจสลับกันเบียดเคียง เสียงผ้าบางถูกรั้งลงจากร่างหลินหลินอย่างอ้อยอิ่ง ราวผีเสื้อที่กำลังสยายปีกสู่อ้อมแขนของสายลม
“อ๊ะ อา...” เสียงครางดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ… เป็นเสียงแผ่วเบาในลำคอของหลินหลิน คล้ายเสียงสะอื้น…หรือเสียงครางแผ่วจากความวาบหวามไม่รู้จัก
และนั่น...คือสัญญาณที่มังกรรอคอย
พริบตาเดียวเท่านั้น ชายเสื้อก็ถูกตลบขึ้นมาเหนือเต้า แววเนตรของบุรุษผู้สูงศักดิ์กำหนัดเข้มข้นขึ้นทันใด ใช้นิ้วเขี่ยหัวนมสีชมพูหวานเล่นทันที“ย...อย่า อึ่ก...”ร่างบอบบางกระตุกสั่น พวงแก้มแดงระเรื่อและหอบหายใจแรงขณะช้อนสายตามอง ลู่หวังเฉียนครางฮือ คำรามออกมาแผ่วเบาทว่าเครียดจัด ร่างกำยำล่ำสันกระตุกเฮือกเป็นระยะ ลำคอของเธอพลันแห้งผากเมื่อใบหน้าคมเข้มเคลื่อนผ่านเข้ามาใกล้เต้าอวบ ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดลงบนผิวเนื้อ กว่าจะทันรู้ตัวหัวนมงอนงามก็เปียกชุ่มและถูกดูดดึงในอุ้งปากร้อนๆ ไปแล้วเรียบร้อยจ๊วบบ จ๊วบบบบบ“อย่า อย่านะ... อ๊ะ อา...”หลินหลินดิ้นรนสุดกำลัง ทว่าร่างสูงใหญ่ดูดกลืนหัวนมผลิพุ่งไม่ยอมปล่อย ตวัดปลายลิ้นหยอกเย้หัวนมชี้เด่ทั้งสองข้างอย่างอิ่มเอมจ๊วบบ... จ๊วบบ...ร่างกำยำดูดเลียจนสองเต้าหยาดชุ่ม จากนั้นก็ขยับขึ้นคร่อมร่างขาวผ่อง จับหัวลึงค์มาเขี่ยหัวนมสีชมพูหวานถี่ยิบ สลับกันซ้ายขวาจนพวงเต้าสั่นกระเพื่อม หัวนมถูกเสียดสีจนแข็งเป็นไต“อ๊า... อ๊า...”เธอกลั้นเสียงร้อง กระตุกหงึกๆ กลีบสาวน้ำแตกพุ่งเป็นระยะ ถึงจุดสุดยอดซ้ำๆ จนแววตาเหลือกลอย“ถึงแม้ร่างกายเจ้าจะอ่อนไหวขึ้นเพราะพิษกำหนัดขอ
บทที่ 3 ไฟในใจแคว้นต้าหยาง... ตำหนักเหยียนหลง ยามค่ำนับตั้งแต่เทพธิดาถูกลักพาตัวหายไปจากแคว้นต้าหยาง แผ่นดินก็ลุกเป็นเพลิงด้วยโทสะของฮ่องเต้หนุ่ม เหล่าขุนนางต่างหวั่นวิตก ส่งเสียงลมหายใจแผ่วเบากระทบพื้นหินอ่อนในโถงราชตำหนัก เจ้ากรมข่าวกรองน้อมตัวลงคำนับ เหงื่อผุดเต็มหน้าผากแม้เป็นคืนฤดูใบไม้ผลิ“ฝ่าบาท...ขอทรงระงับโทสะพ่ะย่ะค่ะ เราเพียงพบร่องรอยที่น่าสงสัย แต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดลักพาตัวเทพธิดา...”“เงียบ!” เสียงของหลงเทียนอี้ตวาดลั่นจนขันทีรอบข้างสะดุ้งถอย ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นพญามังกรสวรรค์ ยามนี้ดวงตาวาววับราวเปลวเพลิงเกรี้ยวกราด“มีข่าวอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่”“พ่ะย่ะค่ะ...มีรายงานว่ามีขบวนแห่ศพเคลื่อนผ่านจุดตรวจชายแดนตอนกลางคืนเมื่อสามวันก่อน...พวกทหารตรวจตรา เปิดโลงเพื่อตรวจสอบ ก็พบศพหญิงสาวคนหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายเทพธิดา แต่นางไร้ลมหายใจ...”เสียงลมหายใจของหลงเทียนอี้หนักขึ้น ฝ่ามือที่กำขอบบัลลังก์จนแน่นนั้นเริ่มสั่น ก่อนแววเนตรจะแปรเป็นแข็งกร้าว“องค์ชายลู่...เจ้ากล้าดีเกินไปแล้ว” ราชบุรุษหนุ่มลุกขึ้นทันที ฉลองพระองค์คลุมไหล่สะบัดตามแรงขยับตัว สายพระเนตรแน่วแน่รา
องค์ชายลู่หัวเราะในลำคอ เบาและหยันตัวเองเล็กน้อย “พิษของข้ากลายเป็นแค่…โรคอย่างนั้นหรือ?”“ท่านถามข้าก่อนเองมิใช่หรือว่า พิษหิมะร้ายมีจุดบกพร่องตรงไหน เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ก็สามารถป้องกันได้ง่ายดายมาก” หลินหลินยิ้ม ดวงตาสุกสว่างดั่งแสงเทียนที่ส่องกลางหิมะ แต่แล้วร่างกายสุดจะทานทนพิษกำหนัดได้ไหวจึงทรุดลง หอบหายใจแรงและกระตุกสั่น“โอ๊ะโอ ทำเป็นเก่งเรื่องพิษหิมะร้าย ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังล้างพิษกำหนัดของข้าไม่ได้สินะ” ร่างกำยำกอดอก มุมปากมีรอยยิ้มเย็นยะเยือก ในขณะที่เธอพยายามฝืนต้านทาน แต่ก็มึนงงจนสายตาล่องลอย“เจ้าต้องการถอนพิษกำหนัดสินะ”“อึ่ก... โอย...”“อ้าปากสิคนสวย”“ม..ไม่”“หึๆ เจ้าไม่เข้าใจรึ ยาถอนพิษกำหนัดก็คือน้ำกามของข้า อ้าปากกว้างๆ ดูดเลียน้ำกามของข้า แล้วเจ้าจะหายทรมาน”ร่างกำยำจับมือเธอให้วางลงบนท่อนลึงค์แสนร้อนฉ่า ปล่อยให้เทพธิดาหัดเรียนรู้อย่างเงอะงะ มันใหญ่จนกำไม่มิดและมีเส้นเลือดเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต...“อะไรกัน เจ้าหลงเทียนอี้ไม่เคยให้เจ้าใช้ปากดูดน้ำกามหรอกรึ”“ม...ไม่ ไม่เคย”“โฮ่ เช่นนั้นก็ถือว่าข้าชำเราปากเจ้าคนแรกสินะ เป็นเกียรติอย่างยิ่ง เอาล่ะ อ้าปากสิเทพธิดา”เธ
บทที่ 2 พิษกำหนัด เธอถูกกักขังอยู่ภายในตำหนักว่างเปล่า มีเพียงแท่นใหญ่ตั้งอยู่กลางตำหนัก ทุกๆ วันจะมีนางกำนัลนำอาหารและน้ำมาส่งให้โดยไม่เห็นหน้า ทุกสิ่งรอบตัวช่างเย็นเยียบ หม่นหมอง ไม่มีแม้แต่แสงแดดสาดส่องเข้ามาถึงด้านในตำหนักแห่งนี้ แคว้นลู่อยู่ทางเหนือของคาบสมุทร มีพรมแดนติดกับแนวเขาหิมะจิ้งหลง และล้อมรอบด้วยทุ่งน้ำแข็งที่ไร้พืชพันธุ์ใดๆ ขึ้นได้ถาวร ฤดูหนาวของแคว้นลู่ไม่มีวันสิ้นสุด หิมะโปรยปรายตลอดทั้งปี ท้องฟ้ามืดครึ้มราวไม่มีแสงตะวัน ใบไม้ไม่มีฤดูผลิ และพื้นดินแข็งกระด้างจนเกษตรใดๆ เป็นเรื่องเพ้อฝัน ผู้คนแคว้นลู่เติบโตมากับความหนาวเย็น พวกเขาจึงอดทน แข็งกระด้าง และสงบเสงี่ยมกว่าชาวแคว้นอื่นๆ ไม่ยิ้มง่าย ไม่กล่าวคำหวาน แต่จงรักภักดีลึกซึ้ง หากใครได้ความเชื่อใจจากคนลู่...ถือว่าเป็นเกียรติยิ่งใหญ่ ซึ่งในความหนาวเหน็บและไร้ชีวิตนี้เองได้ก่อเกิด "ศาสตร์พิษ" ที่หาคู่เทียมได้ยากในแผ่นดินสิ่งที่ทำให้แคว้นลู่เป็นที่หวาดเกรงที่สุดในแผ่นดินก็คือ “พิษหิมะร้าย” ที่กล่าวกันว่า เมื่อปล่อยออกมาในกองทัพของศัตรู แม้จะไม่มีบาดแผลใด ทว่าในคืนเดียว ทั้งกองทัพจะทยอยล้มลงราวใบไม้โร
“ข้าต้องการพิสูจน์ว่านางสามารถแก้พิษหิมะร้ายที่ข้าปรุงแต่งขึ้นได้จริงเสียก่อน ข้าถึงจะเชื่อ”“เรื่องนี้กระหม่อมพิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว ระหว่างทางที่พาเทพธิดามาแคว้นลู่ กระหม่อมพบว่าหมู่บ้านที่เคยต้องพิษหิมะร้าย ผู้คนทยอยหายป่วยจากพิษ”“ข้าจะทดสอบนางเอง ออกไปได้แล้ว”“พ่ะย่ะค่ะ”กลุ่มสายลับชุดดำล่าถอยออกไป องค์ชายลู่หวังเฉียนลูบไล้ร่างบอบบาง ใครได้มองเต้างามชูช่อก็ล้วนเกิดกำหนัดลุกโชน ร่างสูงใหญ่จึงจัดการเลื่อนนิ้วลงไปสำรวจร่องสาวแฉะฉ่ำ ทรงถ่างกลีบสาวแล้วสอดนิ้ว ดันยาเม็ดเล็กๆ เข้าไป ไม่นานนักหลินหลินก็เริ่มกระสับกระส่าย โยกเอวขึ้นลงและเปล่งเสียงร้องครางกระเส่า“อ๊า อ๊า... อึ่ก.. อา... อ๊า..”ความร้อนวูบแผดเผาเรือนร่างหนั่นงาม ยาเริ่มออกฤทธิ์ น้ำหวานก็ยิ่งพรั่งพรูจนแฉะ นิ้วร้อนๆ เสียดสี ค่อยๆ กรีดให้เนื้อสาวแบะอ้าจากนั้นจึงถูเม็ดเสียวอย่างหนักหน่วง รีดเค้นน้ำสวาทแสนหวานจนเยิ้มหน้าขา เธอเริ่มครางกระเส่า ส่ายหน้ากระสับกระส่ายไปมาจนเรือนผมสีดำยาวสวยกระจายเต็มหมอน“อูยย... ซี้ดดด... อา..” ร่างขาวผ่องนอนชันเข่าเปิดอ้า สองเต้าเปลือยเปล่าต้องลมเย็นจนสั่นระริก หัวนมแข็งเสียดชันท้าทายปลายลิ้น แ
เมื่อหลินหลินทะลุมิติมาโผล่กลางสนามรบ ทำให้เธอกลายเป็น "เทพธิดาสวาทแห่งแคว้นต้าหยาง" ผู้คนเล่าลือว่าหากได้ครอบครองนางแล้ว ราชวงศ์จะรุ่งเรือง ฟ้าฝนจะอุดม ปราบศึกใดก็สำเร็จ องค์ชายลู่หวังเฉียน... องค์ชายเลือดเย็น ผู้ได้รับฉายาว่า “อสรพิษแห่งแคว้นลู่” ไม่เคยศรัทธาในสิ่งเหนือธรรมชาติ ทว่ากลับรู้สึกสนุกยิ่งเมื่อเห็นผู้คนตกอยู่ภายใต้มนตร์เสน่ห์ของหญิงคนหนึ่ง พระองค์จึงลักพาตัวเธอ อาบย้อมชโลมด้วยพิษกำหนัด กอดรัดให้เธอครวญคราง บำเรอสวาทเทพธิดาจากสวรรค์ ----------------บทนำ เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่พลัดหลงขณะท่องเที่ยวราชวังโบราณ ปรากฏกายท่ามกลางสมรภูมิรบ สยบการศึกราบคาบและถูกเรียกขานว่าเทพธิดา ผู้คนเล่าลือว่าหากได้ครอบครองนางแล้ว ราชวงศ์จะรุ่งเรือง ฟ้าฝนจะอุดม ปราบศึกใดก็สำเร็จนับตั้งแต่เทพธิดาหลินหลินเหยียบแผ่นดินต้าหยางด้วยหัวใจจากโลกอื่น นางมิได้เป็นเพียงแค่ปาฏิหาริย์ที่สวรรค์ส่งมา แต่กลายเป็นหัวใจของแผ่นดิน เป็นแสงสว่างของผู้คน และเป็นดวงจันทร์ในดวงเนตรของฮ่องเต้หนุ่มผู้เคยเย็นชา และเพื่อให้เทพธิดาอิ่มเอมและอำนวยพรแด่แคว้นต้าหยาง ฮ่องเต้หลงเทียนอี้บูชานางด้วยรสกำหนัด หลั่







