Share

สุภาพสตรี

last update publish date: 2026-08-27 22:58:13

           “เอ๊ะ! พูดแบบนี้หมายความว่าไง คุณหาว่าฉันไม่มีหัวคิดงั้นเหรอ” ล่ามสาวว่ากลับเสียงฉุน “แล้วตัวคุณเองน่ะดีแค่ไหนกันเชียวถึงวิ่งมาจับมือฉัน ในหัวคิดอะไรอยู่กันแน่” กอดอกว่าหน้าเชิด

           ชินพัตต์ถอนหายใจ ‘ไม่น่าแส่หาเรื่องเลยตู’ “ขอประทานโทษเถอะครับคุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าคิดไปไกลถึงไหนแล้ว รบกวนหยุดฟังผมสักนิดนะครับจะได้เข้าใจตรงกันเสียที ที่ผมบังอาจคว้ามือคุณเอาไว้นี่ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลยจริงๆ นอกจากนึกเป็นห่วงกลัวว่าถังขยะมันจะพัง คิดอะไรอยู่หรือครับถึงได้กระโจนเข้าใส่มันทั้งตัวแบบนั้น นั่นมันถังขยะรีไซเคิลนะครับไม่ใช่ชานชาลาที่ 9 เศษ 3 ส่วน 4 สถานีคิงส์ครอส ถึงแม้ความจริงคุณอาจจะมีเชื้อแม่มดอยู่ในตัวไม่น้อยก็เถอะ แต่มันก็พาคุณทะลุมิติไปขึ้นรถไฟไปฮอกวอตส์เหมือนแฮร์รี่ พอตเตอร์ไม่ได้ มันมีแต่พังกับเจ็บตัวเท่านั้น” คือ ณ จุดนี้ เขาไม่รู้จะว่ายังไงแล้วจริงๆ

           “นี่ฉันไม่ตลกหรอกนะยะ แล้วถังขยะบ้าบออะไรกันล่ะ!” คนคิดไปไกลเถียงแว้ด กลับมาก่อนจะหันไปสำรวจด้านหลังด้วยซ้ำ ครั้นพอเห็นว่าจริงอย่างที่เขาพูดแทนที่จะยอมรับกลับทำหน้ามึนพูดออกมาได้ว่า “แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกฉันดีๆ จะเก็บปากเก็บคำเอาไว้ทำไม หรืออมดอกพิกุลทองเอาไว้แล้วกลัวว่ามันจะร่วงหมดปาก”

           คนมีดอกพิกุลทองเอาไว้ในครอบครองโดยไม่รู้ตัวเงยหน้ากลอกตากับลมกับฟ้า ว่าเข้าไปนั่นนะแม่คุณ นอกจากนิสัยจะแสบเป็นทิงเจอร์แล้วปากยังคมยิ่งกว่ามีดหมอผ่าตัดอีก แค่เขาคว้ามือเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างเล็กๆ ของเจ้าหล่อนจะพุ่งเข้าชนกับถังขยะก็ดีแค่ไหนแล้วแต่นี่ยังจะมากเรื่อง คำขอบใจสักคำก็ไม่มี ช่วยอย่างโน้น ดันจะเอาอย่างนี้ พับผ่าสิ! ผู้หญิงอะไร… พอเถอะ เลิกยุ่งเกี่ยวกับแม่เจ้าประคุณแล้วรีบกลับไปพักผ่อนอย่างที่ตั้งใจเสียที

           ชินพัตต์ไม่พูดไม่เถียงอะไรกลับไป ร่างสูงของเขามุ่งหน้าตรงไปยังลานจอดรถที่มีไว้สำหรับจอดรถส่วนตัวของพนักงาน

           “เอ๊ะ! นี่คุณฉันยังพูดไม่จบเลยนะ จะไปไหน อีตาบ้าพูดกันยังไม่ทันรู้เรื่องหนีไปอีกแล้ว นิสัยไม่ดี!”

           ปุณยวีร์ตะโกนว่าไล่หลังและกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังอยู่คนเดียวท่ามกลางบรรยากาศเงียบงันชวนขวัญผวาอีกครั้ง คนที่เธอหาว่าบ้าก็เดินห่างออกไปไกลพอสมควรแล้ว หญิงสาวหันรีหันขวางอย่างตัดสินใจไม่ได้ หากพอถูกลมเย็นๆ พัดมาวูบหนึ่งเท่านั้นต่อมจินตนาการของเธอก็ทำงานแล้วสองขาก็รีบโกยอ้าวตามคนที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้วทันที

           ล่ามสาวสวมวิญญาณนักวิ่งทีมชาติวิ่งไปทันวิศวกรหนุ่มที่ลานจอดรถตอนที่เขากำลังกดรีโมตปลดล็อกประตูรถพอดี เธอยืนหอบหายใจขณะที่อีกฝ่ายทำเพียงเลิกคิ้วมองกลับมานิ่งๆ ตามปกติ ปกติเสียจนคนที่เหนื่อยแทบขาดใจเพราะวิ่งตามเขามารู้สึกฉิว

           ‘ถามสิยะถาม! ว่าฉันจะกลับยังไง แล้วก็ชวนสิยะชวน! ว่าดึกแล้วนั่งรถกลับด้วยกันไหม ไม่ใช่ทำนิ่งเงียบเป็นเป่าสากแบบนี้ อีตาบ้า ฮึ่ย!’

            สองหนุ่มสาวจ้องตาทำสงครามจิตกันอยู่ครู่ใหญ่ หากไม่ทันที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะกลายเป็นหิน ชายหนุ่มมาดนิ่งก็เบนสายตาออกจากสมรภูมิรบ มือใหญ่เปิดประตูรถยนต์คันหรูออกจากนั้นเจ้าของร่างสูงก็สอดตัวเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย ไม่มีคำถาม คำชวน ไม่มีแม้แต่ถ้อยคำใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขา

           ปุณยวีร์อึ้ง! อ้าปากค้าง พอรู้ตัวอีกทีเธอก็ได้ยินเสียงครางกระหึ่มจากเครื่องยนต์ของเจ้าสี่ล้อสัญชาติเยอรมันเสียแล้ว ‘อ๊ายยย! กรี๊ดดด! อีตาบ้า คิดว่าจะชิ่งหนีกันไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอ ไม่มีทาง!’ พร้อมๆ กับความคิดนั้นสองเท้าของเธอก็ก้าวพรวดพราดออกไปขวางทาง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกมาพอดี

           “เฮ้ย!” ชินพัตต์ตกใจร้องลั่น เหยียบเบรกจนเสียงดัง ‘เอี๊ยดดด!’ จริงๆ เขาก็รู้อยู่หรอกว่าเจ้าหล่อนบ้า! เพราะได้ประสบพบเจอกับตัวตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน แต่เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะบ้าดีเดือดขนาดวิ่งเข้ามาขวางหน้ารถไว้แบบนี้

           “ทำบ้าอะไรของคุณ! ถ้าผมเบรกไม่ทันจะเป็นยังไง” ทันทีที่ก้าวลงจากรถได้วิศวกรหนุ่มก็ตวาดเสียงห้วนจัด

           “เป็นเพราะคุณนั่นแหละทำให้ฉันต้องทำแบบนี้” คนทำบ้าตอบกลับเสียงห้วนไม่แพ้กัน

           “เพราะผม!” ชินพัตต์ชี้นิ้วเข้าหาตัว คำตอบของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจเท่าไร เพราะถูกโยนความผิดใส่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ที่เขายังคิดไม่ออกก็คือคราวนี้แม่คนทำอะไรไม่เคยผิดจะเอาเหตุผลอะไรมากล่าวหาเขาได้อีก

           “ใช่ เพราะคุณ ผู้ชายอะไรทำตัวไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย ค่ำมืดแล้วเห็นเพื่อนร่วมงานสุภาพสตรีเดินท่อมๆ อยู่คนเดียวแทนที่จะมีน้ำใจถามไถ่กันสักคำ แต่กลับไม่พูดไม่ถามแล้วยังจะขับรถทิ้งกันไปหน้าตาเฉยอีก”

           คนไม่เป็นสุภาพบุรุษมองหน้าสุภาพสตรีอึ้งๆ อยากจะถามออกไปนักเชียวว่าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า อย่างคุณน่ะต้องเรียกว่า ‘สตรีไม่สุภาพ’ ไม่ใช่เหรอ แต่ก็นั่นแหละ ลองเขาพูดออกไปสิแม่เจ้าประคุณได้ฉีกอกเอาแน่ๆ แล้วทีนี้ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้รีบกลับไปพักผ่อนอย่างที่ตั้งใจ สุดท้ายเขาจึงข่มใจบอกตัวเองว่ายอมๆ ไปซะเรื่องมันจะได้จบลงไปเสียที

           “โอเคครับคุณสุภาพสตรี เอาเป็นว่าคุณต้องการอะไรก็พูดออกมาเลยดีกว่า คนไม่เป็นสุภาพบุรุษอย่างผมจนปัญญาแล้วล่ะครับ” บอกเสียงเหนื่อยหน่าย

           ปุณยวีร์ถลึงดวงตาคู่กลมโตตอบกลับมาก่อนจะออกคำสั่งว่า “คุณต้องขับรถไปส่งฉันที่อะพาร์ตเมนต์ ฉันเหนื่อย ง่วง ขี้เกียจอยู่รอรถรับส่ง”

           ก็แค่นี้… ถ้าพูดออกมาตรงๆ ตั้งแต่ทีแรกก็คงไปถึงครึ่งทางแล้ว ตอนเขาไม่พูดยังมีหน้ากล่าวหามาได้ว่าอมดอกพิกุลทองเอาไว้ แล้วทีตอนตัวเองไม่พูดนี่สำนึกบ้างไหมว่าอมอะไรไว้ถึงได้บ้าบิ่นขนาดวิ่งออกมาขวางหน้ารถ แต่ก็เหมือนเดิมนั่นแหละกับคุณสุภาพ… สตรีท่านนี้ เขาทำได้เพียงแค่คิดอยู่ในใจเท่านั้น

           “เชิญขึ้นรถครับ” ชินพัตต์บอกเสียงเรียบไม่บ่งอารมณ์ใดๆ

           ...TBC...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แกรนด์โอเพนนิ่ง

    “กรี๊ดดด… นังล่ามหน้าจืด แกกล้าทำกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ” ภาวิณีกรีดเสียงเคียดแค้นขณะพยายามทรงตัวลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้ามาอีกครั้ง หากยังไม่ทันถึงตัวคนที่อดทนอดกลั้นมานานก็ส่งหมัดเปรี้ยงเข้าไปที่ใบหน้าฉาบด้วยเมคอัพหนาๆ นั้นเต็มแรง “จะ จะ จมูกฉัน กรี๊ดดด…” นักบัญชีสาวกรีดเสียงลั่นอีกครั้งหลังจากยกมือที่กุมจมูกซึ่งถูกต่อยเต็มแรงออกมาแล้วพบว่ามันเต็มไปด้วยสีแดงฉานและกลิ่นคาวเลือด “กะ กะ แก๊…” จากที่เคยสวมวิญญาณผู้หญิงบ้า มาคราวนี้เจ้าหล่อนกลายพันธุ์เป็นหมาบ้าระห่ำโผนกระโจนเข้ามา ปุณยวีร์เบี่ยงตัวหลบแต่อีกฝ่ายก็ยังไวกระชากผมเธอจนหนังหัวแทบหลุด หากเธอก็ไม่ปล่อยให้คู่กรณีได้ใจนานรีบใช้ประโยชน์จากส้นแหลมๆ ของรองเท้าที่สวมอยู่กระแทกไปบนหลังเท้าของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเต็มแรง ทำเอาฝ่ายนั้นทนความเจ็บปวดไม่ไหวจำต้องปล่อยมือออกจากผมแล้วทรุดตัวลงกุมเท้าของตัวเองแทน “โอ๊ยยย… พี่ตั้มช่วยวิด้วย วิเจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว อ๊ายยย… นังล่ามหน้าจืดชอบใช้กำลัง อีผู้หญิงหยำฉ่าชอบแย่งผัวชาวบ้าน แม่แกคงร่านสวาทมั่วผู้ชายไปทั่วสินะนิสัยมันถึงถ่ายทอดทางพันธุกรรมสันดานแกถ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้าปีกหัก

    ล่ามลาวหลับตามโนสำนึกทั้งทางดีและทางร้ายตีกันให้วุ่นจนเธอตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร “ฮะๆๆ ” ภาวินีหัวเราะเสียงแหลม ท่าทางบอกความสะใจ “เป็นไงล่ะ นังล่ามหน้าจืด ทีนี้รู้ฤทธิ์ฉันรึยัง หวังว่าหล่อนจะหายบื้อแล้วเลิกตื๊อพี่ตั้มของฉันสักทีนะยะ เอ๊ะ! นังนี่! จะเอายังไงฮะ ฉันถามก็ตอบกลับมาสิยืนเอ๋ออยู่ได้ อ๋อ หรือยังคิดจะหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านไม่เลิกยะ หนอย! ตบแค่ครั้งเดียวมันยังน้อยไปไม่รู้สำนึกใช่ไหม นี่แน่ะ!” … “ยัยนั่นเป็นนักตบลูกยางเก่าหรือเปล่าแกถึงได้ตบฝังรอยนิ้วไว้ได้ชัดขนาดนี้” เหมือนพิมพ์ถามออกมาหลังจากใช้แผ่นเจลแช่เย็นช่วยประคบใบหน้าด้านที่ถูกตบจนหมดความเย็นไปแล้วแต่ร่องรอยฟกช้ำก็ยังหลงเหลืออยู่ ไม่มีเสียงตอบจากปุณยวีร์นอกจากดวงตาคู่กลมโตฉายแสงเขียวขุ่นที่ตวัดกลับมา คนพูดจาไม่เข้าหูยักไหล่ “ขำๆ น่ะแก ทำหน้ายักษ์ไปได้ ฉันเพื่อนแกนะไม่ใช่ยัยหมาบ้านั่นสักหน่อย เอาเป็นว่าไอ้รอยฝ่ามือมารนี่เดี๋ยวฉันจัดการเอง ถ้าประคบยังไม่หายก็ทายาเอา หยุดตั้งสองวันรับรองหายอยู่แล้วล่ะ หรือจะใช้เมคอัพช่วยก็ได้ไม่เห็นจะยากเชื่อมือเพื่อนแกสิ”

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้า VS จอมมาร

    “คุณ! มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่คุณแอบฟังฉันเหรอ” จากที่ตั้งใจจะเอ่ยคำขอโทษกลายเป็นกล่าวโทษเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่มีคำตอบกลับหรือคำแก้ตัวใดๆ จากชินพัตต์ เขาเพียงถอนหายใจท่าทางบอกความเบื่อหน่ายก่อนจะผละจากไป สิ่งที่เขาแสดงออกมาทำให้ล่ามสาวรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุไร้ความสำคัญใดๆ “นะ นี่คุณ! คุณ! จะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ มาแอบฟังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ อ๊ายยย… ไอ้เด็กบ้า นิสัยไม่ดีแล้วยังไม่มีมารยาทอีก” ปุณยวีร์ยังไม่ทันได้จัดหนักจัดเต็มชายหนุ่มจากแผนกซ่อมบำรุงที่ขยันเข้ามาขายขนมจีบสร้างความรำคาญไม่เว้นวันเพราะยังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เธอไม่แน่ใจว่าถ้าทำตามคำแนะนำของเพื่อนแล้วจะปฏิเสธความหวังดีจากแม่ซึ่งเธอไม่ต้องการเลยได้ไหม และในระหว่างที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้นั่นเองก็ดันมีเรื่องเกิดขึ้นเสียก่อน ‘ปึก!’ ล่ามสาวถอนหายใจ จนได้สิน่า… เธอว่าเธอระวังแล้วนะ แต่ก็อย่างว่าช่วงเวลาเลิกงานยิ่งในวันที่ไม่มีการทำงานล่วงเวลาอย่างเช่นวันนี้บริเวณลานจอดรถรับส่งของพนักงานจะมีคนพลุกพล่านมากกว่าปกติ การกระแทกชนกันมันก็ย่อมเ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เรื่องเอ็กซ์คลูซีฟ

    “จริงเหรอแก เข้าขั้นวัตถุอันตรายเลยนะเนี่ย ถ้างั้นแกก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าไปอยู่ใกล้หมอนั่นเด็ดขาด” “ฉันก็ระวังอยู่ แต่ไอ้ชั่วนั่นมันตื๊อไม่เลิกน่ะสิ ขนาดถูกถองถูกตบไปเต็มแรงก็ยังไม่เข็ดตื๊ออยู่นั่นแหละ หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่ากะจั๊วอีก อี๋…” พูดถึงผู้ชายคนนี้ทีไรปุณยวีร์ก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทุกที “เอาเป็นว่าแกพยายามอยู่ให้ห่างจากไอ้ผู้ชายขี้หลีนั่นไว้ดีที่สุด อย่าไปออกอาการมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ชายชั่วๆ กระเจิงแล้วผู้ชายดีๆ ก็จะหนีหายไปหมดด้วย เอาไว้คว้าเจ้าชายที่แสนดีอย่าง ‘พี่ปุ้น’ มาไว้ในครอบครองได้เมื่อไหร่ค่อยเผยโฉมนางมารร้ายก็ยังไม่สาย” “เหอะ ถ้าไอ้ชั่วนั่นยังมาทำรุ่มร่ามอีกฉันไม่เอาไว้หรอกจะจัดหนักจัดเต็มเอาให้โคม่าเลยคราวนี้ และฉันก็บอกแกแล้วว่าฉันมาทำงานไม่ได้มาแรด ทำไมฉันจะต้องแอ๊บเป็นผู้หญิงแสนดีให้ผู้ชายหลงด้วย ตอนนี้ฉันมีงานประจำทำเหมือนเดิมแม่ก็ไม่มีปัญหาไม่หาเรื่องเรียกตัวฉันกลับบ้านเหมือนเก่าอีกแล้วด้วย” “หึๆ” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงหัวเราะคล้ายพวกโรคจิตมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “แกเสียรู้แม่แกแล้วล่ะปุ่น เห็นคลื่น

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แอ๊บแล้วยังดูออก

    “อ๊าย ฮ็อตฮิตนะยะแก ไปทำงานแค่เดือนกว่าๆ ก็มีหนุ่มมาเจ๊าะแจ๊ะตั้งหลายคน” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงกระแนะกระแหนมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “พูดบ้าอะไรของแก เจ๊าะแจ๊ะหลายคนที่ไหนกัน ว่างๆ ก็หาเวลาแคะ ขี้หูออกบ้างนะยะ ฟังเขาพูดเขาเล่าอะไรจะได้เข้าใจง่ายๆ ไม่ใช่มโนไปเอง” “แหม ฉันแซวแค่หน่อยเดียวรัวกลับมาเป็นปืนกลเลยนะยะ” คนจากปลายสายบ่นเสียงขึ้นจมูก “ก็ได้ๆ สรุปว่าผู้ชายโชคร้ายที่หลงเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะแกมีคนเดียวคือนายบรรจบ ส่วนพี่ดำปืนแค่ชอบแกล้ง น้องชินจังก็ชอบทำตัวเกรียน คนที่เข้ารอบหัวใจจึงได้แก่เจ้าชายที่แสนดี ‘พี่ปุ้น’ ของน้องปุ่น แบบนี้โอไหมยะ” “ยังไม่โอย่ะ ผู้ชายขี้หลีอย่างนายบรรจบฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่นับให้เสียประวัติตัวเองเด็ดขาด ผู้ชายอะไรได้ยินแค่ชื่อก็อี๋ แหวะ” พูดไปก็ทำท่าขนลุกขนพองไปด้วย “แกพูดถูกแค่เรื่องไอ้พี่ดำปืนที่ชอบแกล้ง ส่วนไอ้เด็กเวรนรกนั่นก็ไม่ต้องเรียกเสียน่าเอ็นดูเพราะตัวจริงมันน่าเลาะเอ็นออกมาดูมากกว่า แล้วพี่ปุ้นน่ะเข้ารอบหัวจงหัวใจอะไรกัน ฉันแค่เล่าให้แกฟังว่าพี่เขาใจดีคอยช่วยเหลือฉันหลายครั้งก็เท่านั้น” “พี่

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เจ้าถิ่นทัก

    “ก็ต้องเส้นเมื่อกี้สิครับ เพราะมันเป็นทางลัดช่วงที่เปลี่ยวก็แค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเอง พอเลี้ยวพ้นมุมมาก็ไม่เปลี่ยวแล้ว ปุ่นก็เห็น” “ทางลัดเมื่อกี้คงไม่ค่อยมีคนรู้จักใช่ไหมคะ ปุ่นไม่เห็นมีรถคันไหนผ่านมาเลย” พูดไปแล้วปุณยวีร์ก็ภาวนาให้อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าใช่ ทว่า “ใครบอกล่ะครับ คนนิยมใช้มากต่างหาก นี่ถ้าปุ่นกับชินมาเร็วกว่านี้สักครึ่งชั่วโมงก็จะมีเพื่อนร่วมถนนหลายคันเลยล่ะ” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มบอกเล่าให้ฟังก่อนจะหัวเราะน้อยๆ “อ้อ นอกจากเพื่อนร่วมถนนแล้วยังมีเจ้าถิ่นกระโดดลงจากต้นไม้มาทักทายด้วยนะ และก็เป็นไอ้เจ้านี่แหละที่เป็นปัญหาสำหรับพวกขาจรที่ไม่เคยผ่านเส้นนี้มาก่อน ถ้าจู่ๆ โดนทักขึ้นมาล่ะก็อาจจะช็อกได้” “พี่ปุ้นพูดแบบนี้ อย่าบอกนะคะว่าโดนเอ่อ… ทักจนชินแล้ว” “ก็ใช่สิครับ” ภควัตตอบรับหน้าตาเฉยราวกับว่าไอ้เจ้าอะไรสักอย่าง… ที่จู่ๆ ก็โผล่มาทักเขาเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่พบเห็นได้ทั่วไป ใครๆ เห็นแล้วก็ไม่รู้สึกหวาดผวา “อ้าว ทำไมมองหน้าพี่อย่างนี้ล่ะครับ มีเขาโผล่ขึ้นมาบนหัวพี่หรือไง” เขาถามกลั้วเสียงหัวเราะเมื่อหันมาเห็นสีห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status