LOGINหญิงสาวพยักหน้าโดยแทบไม่ต้องคิด
ที่ผ่านมาธีรุตม์ยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ออกเดตด้วยคนไหนเป็นฝ่ายขอไปกินปิ้งย่างมาก่อน ส่วนใหญ่ถ้าให้เลือก ก็มักเลือกร้านอาหารดี ๆ บรรยากาศหรูหน่อย หรือไม่ก็ร้านที่มีบาร์ มีดนตรีให้นั่งฟังสบาย ๆ
แต่คราวนี้ชาลิสาไม่คิดจะเกรงใจอีกแล้ว
ไหน ๆ ชายหนุ่มก็น่าจะถูกมารดาบังคับให้มาหาเธอ และหลังจากวันนี้ทั้งคู่อาจไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ แล้วเธอจะมัวรักษามารยาทด้วยการเลือกกินอะไรก็ได้ตามใจเขาไปทำไม
เมื่อคืนเธอนั่งดูซีรีส์เกาหลี แล้วบังเอิญเจอฉากตัวละครกำลังกินปิ้งย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย ภาพเนื้อย่างบนเตาร้อน ๆ ยังติดตาอยู่จนถึงตอนนี้
ในเมื่ออยากกิน ก็จะกิน
ส่วนเรื่องกลิ่นจะติดเสื้อ ติดผม...ก็ช่างมันสิ
“เอาสิ แล้วมีร้านแนะนำไหม”
เมื่อธีรุตม์ตอบตกลงง่าย ๆ ชาลิสาก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ตอนเดินเข้าห้าง เอยเห็นร้านหนึ่งอยู่ชั้นสอง ตรงหน้าทางเข้าที่จอดรถค่ะ มีทั้งแบบบุฟเฟต์แล้วก็แบบเป็นเซ็ต ไปลองร้านนั้นไหมคะ”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบว่าอะไร เพียงเดินนำไปทางลิฟต์ ก่อนพาเธอลงไปยังชั้นสองและตรงไปยังร้านที่ชาลิสาบอก
พอได้โต๊ะเรียบร้อย คราวนี้หญิงสาวก็ไม่คิดจะทำตัวเป็นแขกผู้เกรงใจอีกต่อไป เธอเปิดเมนูแล้วเลือกสั่งทั้งหมูทั้งเนื้อเป็นเซ็ตตามที่ตัวเองอยากกิน โดยแทบไม่ได้หันไปถามความคิดเห็นของคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม
ธีรุตม์เองก็ไม่ได้ทักท้วง ชายหนุ่มนั่งดูโทรศัพท์มือถือ ปล่อยให้เธอจัดการเรื่องอาหารไปตามสบาย เพราะปกติเขาไม่ค่อยได้มากินร้านประเภทนี้นัก ถึงมากับเพื่อนก็เป็นคนอื่นเสียมากกว่าที่จัดการสั่งอาหาร
“พี่ธีร์จะดื่มอะไรดีคะ น้ำอัดลมไหม”
“ขอเบียร์ได้ไหม ปิ้งย่างก็ต้องกินกับเบียร์ถึงจะอร่อย”
ชาลิสาเงยหน้าจากเมนูทันที
“แต่พี่ธีร์ยังต้องขับรถนะคะ”
เธอไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของเขานักหรอก แต่จะให้ดื่มเบียร์แล้วขับรถพาเธอกลับบ้านก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ชีวิตเอย เอยก็รักนะ
ธีรุตม์นิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนพยักหน้าเหมือนเพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้
“อืม ใช่ พี่ลืมไป” เขาปิดเมนูเครื่องดื่มลง “งั้นขอสไปรท์แล้วกันครับ”
ตลอดมื้ออาหาร ชาลิสาเป็นฝ่ายคอยพลิกเนื้อบนเตา พอสุกได้ที่ก็คีบใส่จานส่วนกลาง ก่อนจะย่างชุดใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ ส่วนธีรุตม์ยังคงนั่งดูโทรศัพท์ สลับกับคีบอาหารเข้าปากเป็นระยะ
แทบไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่
ทว่าคราวนี้ชาลิสากลับไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนตอนนั่งรับประทานอาหารด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน
ในเมื่อแผนเดินช้อปปิ้งที่คิดเอาไว้ตั้งแต่แรกเป็นอันต้องพับเก็บไปแล้ว หญิงสาวจึงตัดสินใจปล่อยจอยกับมื้ออาหารตรงหน้าแทน ของอร่อยอยู่ตรงหน้า จะมัวแต่นั่งเกร็งให้เสียบรรยากาศทำไม
เนื้อชิ้นไหนสุกก็คีบ เนื้อชิ้นไหนกำลังดีเธอก็กิน ย่างไปกินไปอย่างเพลิดเพลิน จนแทบลืมไปด้วยซ้ำว่ากำลังนั่งอยู่กับผู้ชายที่เมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งบอกว่าไม่อยากเจอเธออีก
ส่วนธีรุตม์ แม้สายตาจะยังอยู่กับโทรศัพท์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เริ่มเพลินกับอาหารตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว
ไม่ต้องเลือก ไม่ต้องย่างเอง พอเงยหน้าขึ้นมาก็มีของที่สุกกำลังดีวางอยู่ในจานส่วนกลางให้คีบกินได้เรื่อย ๆ แถมเมนูที่ชาลิสาเลือกมาก็อร่อยกว่าที่คิด
ที่สำคัญ หญิงสาวตรงหน้าไม่ได้พยายามชวนเขาคุย ไม่ถามเรื่องส่วนตัว ไม่เซ้าซี้ และไม่ได้พยายามเรียกร้องความสนใจจากเขาเหมือนที่ธีรุตม์เคยคิดเอาไว้
ต่างคนต่างกิน ต่างคนต่างอยู่กับตัวเอง
แต่แปลกที่ความเงียบในครั้งนี้กลับไม่ได้ชวนให้อึดอัดเหมือนครั้งก่อน
กว่าจะรู้ตัวอีกที อาหารชุดใหญ่สองเซตก็ถูกคนทั้งคู่จัดการจนแทบไม่เหลืออะไรอยู่บนโต๊ะ
“เอยอยากกินไอศกรีมต่อค่ะ พี่ธีร์จะไปเดินเล่นที่ไหนก่อนไหมคะ เอยรออยู่ที่ร้านไอศกรีมก็ได้ แล้วค่อยกลับบ้านพร้อมกัน”
ชาลิสาเสนอทางเลือกให้ทันที หลังจากธีรุตม์จ่ายเงินที่เคาน์เตอร์เรียบร้อยแล้ว
“พี่ไปด้วยก็ได้ ไม่รู้จะไปเดินดูอะไรเหมือนกัน ปกติมาห้างก็พาคุณนายอนงค์มาเดินซื้อของ แล้วก็กลับบ้าน”
ชาลิสาหลุดยิ้มกับคำเรียกมารดาของเขา แต่ไม่ได้พูดอะไร นอกจากพยักหน้ารับ
“เอางั้นก็ได้ค่ะ ร้านอยู่ทางนี้”
หญิงสาวเป็นฝ่ายเดินนำไปยังร้านไอศกรีมที่หมายตาเอาไว้ตั้งแต่ตอนเดินมาร้านปิ้งย่าง
ส่วนธีรุตม์ก็เดินตามไปอย่างไม่คิดอะไรมาก
หลังจากใช้เวลาอยู่กับชาลิสามาหลายชั่วโมง เขาเริ่มรู้สึกว่าการอยู่กับเธอไม่ได้ชวนให้อึดอัดอย่างที่คิด อย่างน้อยหญิงสาวก็ไม่เซ้าซี้ ไม่คอยเกาะเกี่ยว และไม่พยายามเรียกร้องความสนใจจากเขาตลอดเวลาเหมือนผู้หญิงบางคนที่เคยรู้จัก
ถ้าเป็นคนที่ถูกใจ ธีรุตม์ก็พร้อมจะเล่นด้วยและสานสัมพันธ์ต่อ แต่หากไม่ถูกใจ เขามักหาทางบ่ายเบี่ยงแล้วแยกตัวออกมาเสียมากกว่า
ทว่ากับชาลิสา...
แม้จะยังห่างไกลจากคำว่า ‘ถูกใจ’ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญหรืออยากหนีกลับบ้านเหมือนในตอนแรกแล้ว
ธีรุตม์เองคงไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ความรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่กับหญิงสาวตรงหน้าค่อย ๆ ทำให้ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปทีละน้อย
จากที่เคยเรียกอีกฝ่ายห่าง ๆ ว่า “คุณ” ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่คำเรียกนั้นเปลี่ยนมาเป็น “เอย” ตามคนในครอบครัวของเธอ ส่วนสรรพนามแทนตัวจาก “ผม” ก็กลายเป็น “พี่” ไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ดูเหมือนกำแพงที่ธีรุตม์ตั้งไว้ตั้งแต่แรก จะถูกชาลิสาค่อย ๆ ลดระดับลงไปทีละนิดอย่างแนบเนียน โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
เมื่อมาถึงร้านและได้โต๊ะเรียบร้อย ชาลิสาก็เปิดเมนูเลือกของตัวเองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถามคนฝั่งตรงข้าม
“พี่ธีร์จะทานไอศกรีมด้วยไหมคะ”
“ไม่เป็นไรครับ เอยทานคนเดียวเถอะ”
ธีรุตม์บอกปัด ก่อนกวาดตามองไปรอบร้านอย่างสนใจ ภายในร้านมีลูกค้าแน่นแทบทุกโต๊ะ และดูเหมือนจะได้รับความนิยมจากคนทุกเพศทุกวัย บางโต๊ะเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก บางโต๊ะเป็นกลุ่มเพื่อนที่นั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่อีกหลายโต๊ะเป็นคู่รักหนุ่มสาวที่นั่งเคียงข้างกันอย่างมีความสุข
“พี่ไม่รู้เลยว่าห้างนี้มีร้านนี้ด้วย”
“เอยก็เพิ่งมาครั้งแรกค่ะ เคยเห็นรีวิวอยู่ เห็นได้ตั้งห้าดาวนะคะ”
“แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่ารีวิวพวกนี้ร้านอาจจ้างให้ทำก็ได้ ของจริงอาจไม่อร่อยเหมือนที่รีวิว”
“ถ้าไม่อร่อยก็กินครั้งเดียวค่ะ”
คำตอบง่าย ๆ ทำให้ธีรุตม์หันมามองหน้าเธอ
“หัวอ่อน เชื่อคนง่ายจริง ๆ เหมือนหมาพุดเดิ้ลเลย แบบนี้ก็โดนคนหลอกไปเรื่อย”
ชาลิสานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนหันมองรอบร้าน ไม่คิดจะเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเขา
เพราะที่ธีรุตม์พูดมาก็ไม่ผิดนัก
เธอเป็นคนเชื่อคนง่าย โดยเฉพาะกับคนที่ตัวเองเชื่อใจ และหากยังไม่เห็นกับตาว่าอีกฝ่ายหลอกลวง ชาลิสาก็มักเลือกที่จะเชื่อในด้านดีของคนคนนั้นเอาไว้ก่อน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ธีรุตม์ยังไม่รู้
ความเชื่อใจของชาลิสาอาจได้มาไม่ยากนัก แต่หากวันใดมันถูกทำลายลงแล้ว เธอจะไม่เสียเวลายืนอยู่ที่เดิมเพื่อรอให้อีกฝ่ายหลอกซ้ำเป็นครั้งที่สอง
หญิงสาวจะหันหลังให้ และเดินจากไปโดยไม่คิดย้อนกลับมาอีก
ไม่กี่ปีหลังจากวันนั้น ธีรุตม์จึงได้รู้ด้วยตัวเองว่า ผู้หญิงที่เขาเคยปรามาสว่า หัวอ่อน เชื่อคนง่ายเหมือนหมาพุดเดิ้ลนั้น...
แท้จริงแล้วไม่ได้หัวอ่อน ยอมคน หรือว่านอนสอนง่ายอย่างที่เขาเคยคิดเลยสักนิด
##########
แก้วบรรจุน้ำสีอำพันหมุนวนไปตามแรงมือของชายหนุ่มที่แกว่งมันไปมาอย่างลังเล ขณะที่สายตาจับจ้องอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ตรงหน้าธีรุตม์กำลังชั่งใจว่าจะส่งรูปคู่ของเขากับชาลิสาไปให้หญิงสาวดีหรือไม่ชายหนุ่มหวนคิดถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับเธอในวันนี้ แม้จะเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดหรือรำคาญอย่างที่เคยคิดไว้ในตอนแรกที่ผ่านมา ธีรุตม์ผ่านการเดตกับผู้หญิงมาหลายคน หากคนไหนถูกใจทั้งหน้าตาและรูปร่าง เขาก็พร้อมจะสานสัมพันธ์ต่อ ชวนไปเที่ยว ซื้อของ หรือพาไปกินอาหารตามที่อีกฝ่ายชอบส่วนคนที่ไม่ได้ถูกใจนัก หากเป็นผู้หญิงที่มารดาแนะนำให้รู้จัก เขาก็มักปฏิเสธไปตรง ๆ หรือไม่ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมไปตามนัดที่มารดาจัดไว้ให้และถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ...เขาก็มีวิธีของตัวเองที่จะทำให้อีกฝ่ายเป็นคนถอยไปก่อน ด้วยการพูดจาขวานผ่าซาก ไม่สนว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองหรือเสียความรู้สึกเพียงใด แถมยังแสดงพฤติกรรมน่าเอือมระอาจนหญิงสาวเหล่านั้นทนไม่ไหวและเลิกสนใจเขาไปเองสำหรับชาลิสา เมื่อเช้านี้ธีรุตม์ไปรับหญิงสาวอย่าง
ธีรุตม์จอดรถหน้าบ้านของชาลิสาซึ่งตั้งอยู่หลังสุดท้ายในซอย ทำให้บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสามารถจอดรถได้นานโดยไม่รบกวนเพื่อนบ้านหลังอื่นชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ทว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาลิสาเปิดประตูและก้าวลงมาพอดีระยะห่างที่เหลือเพียงนิดทำให้ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ทันตั้งตัวชาลิสาเกิดอาการประหม่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เผลอยื่นมือไปเกาะแขนของธีรุตม์ไว้โดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ”หญิงสาวรีบปล่อยมือทันที ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแข็งตึงใต้ฝ่ามือเมื่อครู่กลับทำให้เธอยิ่งทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มยังยืนอยู่ใกล้เสียจนแทบชิดกับตัวรถชาลิสาก้มหน้าแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ขณะที่ธีรุตม์เดินตามหลังมาอย่างไม่เร่งรีบเมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น ชัยวัฒน์ บิดาของหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ส่วนชุติมา มารดาของเธอกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ไม่ไกล“สวัสดีครับ”ธีรุตม์ยกมือไหว้ชัยวัฒน์และชุติมาอย่างนอบน้อม“ขอ
หญิงสาวพยักหน้าโดยแทบไม่ต้องคิดที่ผ่านมาธีรุตม์ยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ออกเดตด้วยคนไหนเป็นฝ่ายขอไปกินปิ้งย่างมาก่อน ส่วนใหญ่ถ้าให้เลือก ก็มักเลือกร้านอาหารดี ๆ บรรยากาศหรูหน่อย หรือไม่ก็ร้านที่มีบาร์ มีดนตรีให้นั่งฟังสบาย ๆแต่คราวนี้ชาลิสาไม่คิดจะเกรงใจอีกแล้วไหน ๆ ชายหนุ่มก็น่าจะถูกมารดาบังคับให้มาหาเธอ และหลังจากวันนี้ทั้งคู่อาจไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ แล้วเธอจะมัวรักษามารยาทด้วยการเลือกกินอะไรก็ได้ตามใจเขาไปทำไมเมื่อคืนเธอนั่งดูซีรีส์เกาหลี แล้วบังเอิญเจอฉากตัวละครกำลังกินปิ้งย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย ภาพเนื้อย่างบนเตาร้อน ๆ ยังติดตาอยู่จนถึงตอนนี้ในเมื่ออยากกิน ก็จะกินส่วนเรื่องกลิ่นจะติดเสื้อ ติดผม...ก็ช่างมันสิ“เอาสิ แล้วมีร้านแนะนำไหม”เมื่อธีรุตม์ตอบตกลงง่าย ๆ ชาลิสาก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตอนเดินเข้าห้าง เอยเห็นร้านหนึ่งอยู่ชั้นสอง ตรงหน้าทางเข้าที่จอดรถค่ะ มีทั้งแบบบุฟเฟต์แล้วก็แบบเป็นเซ็ต ไปลองร้านนั้นไหมคะ”ชายหนุ่มไม่ได้ตอบว่าอะไร เพียงเดินนำไปทางลิฟต์ ก่อนพาเธอลงไปยังชั้นสองและต
ชาลิสาเดินเคียงข้างธีรุตม์ออกจากบ้านด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายแปลกใจดีนักก่อนหน้านี้ชายหนุ่มขับรถมารับเธอถึงบ้าน เข้าไปยกมือไหว้ทักทายบิดามารดาอย่างนอบน้อม ทั้งยังพูดคุยยิ้มแย้มเสียจนดูเป็นคนอัธยาศัยดี ก่อนจะเอ่ยปากขออนุญาตพาเธอออกไปดูหนังด้วยกันผิดกับผู้ชายเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่โยนเงินค่ารถไว้ให้ แล้วประกาศชัดว่าไม่อยากเจอเธออีกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือทว่าทันทีที่ก้าวขึ้นรถและพ้นสายตาผู้ใหญ่ รอยยิ้มกับท่าทีช่างพูดช่างคุยเมื่อครู่ก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีชาลิสาแอบเหลือบมองคนข้าง ๆ อยู่หลายครั้ง พลางนึกในใจว่า ผู้ชายที่เพิ่งนั่งยิ้มแย้มคุยกับพ่อแม่ของเธอเมื่อครู่คงถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงไปชั่วขณะ ถึงได้กลายเป็นคนละคนกับธีรุตม์ที่กำลังนั่งตีหน้าขรึมอยู่หลังพวงมาลัยในตอนนี้ชายหนุ่มไม่พูดกับเธอสักคำ ซ้ำยังแทบไม่หันมามองหน้ากันตลอดทางจนกระทั่งรถแล่นมาจอดยังห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม สถานที่ซึ่งเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เธอกับเขาเคยนั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันด้วยบรรยากาศไม่ต่างจากคนแปลกหน้าสองคนธีรุตม์ลงจากรถแล้วเดินนำเข้าไปในห้างโดยไม่คิดจะชะลอฝีเท้ารอ ชาลิสาจึงได้แต่เดินตามอยู่ด้านหลัง
หลังนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้าน ชาลิสาก็เดินเข้าบ้านอย่างอ่อนล้า ตลอดทางกลับมา ถ้อยคำทิ้งท้ายของธีรุตม์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาจนยากจะสลัดออกโชคดีที่เวลานี้ยังไม่มีใครกลับถึงบ้าน หญิงสาวจึงไม่ต้องคอยฝืนสีหน้าหรือหาคำตอบ หากถูกถามว่าการพบกันวันนี้เป็นอย่างไรเธอเดินเข้าห้องนอน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรสีเทาใบนั้นออกมารอยยับบนธนบัตรยังคงอยู่ชาลิสาใช้นิ้วค่อย ๆ รีดมันทีละรอยจนเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงเปิดลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือ หยิบกล่องเหล็กใบเล็กเก่า ๆ ที่เก็บอยู่ด้านในออกมาเธอวางธนบัตรหนึ่งพันบาทลงในกล่อง ก่อนหยิบกระดาษแผ่นเล็กมาเขียนข้อความสั้น ๆ“ค่ารถจากพี่ธีร์ วันที่ XX/XX/XX”ปลายปากกาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งชาลิสามองข้อความที่เพิ่งเขียน ก่อนพับกระดาษวางลงไปเคียงกับธนบัตร แล้วปิดฝากล่องอย่างแผ่วเบาหญิงสาวนิ่งมองกล่องเหล็กในมืออยู่พักใหญ่ ก่อนเก็บมันกลับเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือตามเดิมเมื่อนึกย้อนถึงเหต
เสียงเปิดปิดฝาไฟแช็กทรงเหลี่ยมแบบคลาสสิกดังแกร๊ก ๆ แทรกอยู่ท่ามกลางเสียงจอแจของลูกค้าภายในร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองเสียงนั้นทำให้หญิงสาวผมหน้าม้าบาง ๆ ซึ่งเอาแต่ก้มหน้ามาตลอดเผลอเงยขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ครั้นสบเข้ากับสายตาของอีกฝ่ายที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว เธอก็รีบหลุบตาลงด้วยความขวยเขิน“ชุจ๊ะ นี่ตาธีร์ ลูกชายของฉันเอง” อนงค์เอ่ยแนะนำลูกชายที่นั่งตีหน้านิ่งเจือแววเบื่อหน่ายอยู่ข้าง ๆ ให้ชุติมา เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยรู้จัก ก่อนจะแอบหยิกขาลูกชายใต้โต๊ะ พร้อมขยิบตาเป็นเชิงบอกให้เขาวางไฟแช็กในมือลงเสียทีธีรุตม์เหลือบมองมารดาเล็กน้อย ก่อนยอมวางไฟแช็กลงบนโต๊ะแต่โดยดี แล้วหันไปยกมือไหว้ชุติมาด้วยท่าทางนอบน้อมถึงจะเบื่อหน่ายกับการถูกมารดาหาเรื่องนัดดูตัวให้อยู่บ่อยครั้ง แต่เรื่องนั้นก็เป็นคนละเรื่องกับมารยาทที่พึงมีต่อผู้ใหญ่ ชายหนุ่มจึงคลี่ยิ้มกว้าง ก่อนเอ่ยทักทายเพื่อนของมารดาอย่างสุภาพ“สวัสดีครับป้าชุ”“ส่วนนี่น้องเอยจ้ะ ลูกสาวป้าชุ”อนงค์แนะนำห







