Masuk“เป็นอย่างไรบ้าง กระหม่อม?”
เมมนอนเงยหน้าขึ้นถามเจ้าของเรียวพระเพลางามและพระบาทซีดที่อยู่ในอุ้งมือของเขาจึงทันได้สบพระเนตรอันวาววับขององค์หญิงซึ่งไม่ทันหลบด้วยเผลอไผลมองชายหนุ่มอยู่นิ่งนาน เนเฟอร์ติตีทรงรีบหรุบเปลือกพระจักษุลงเบื้องต่ำและตรัสต่อเจ้าของคำถามด้วยความรู้สึกราวน้ำนิ่งที่เกิดแรงกระเพื่อมด้วยถูกกำลังสั่นไหวรุนแรง
“ดีขึ้นบ้างแล้ว...ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้ว”
“พระองค์ทรงอยู่ในสระนั้นนานเกินไป อาจต้องทรงประทับอยู่เช่นนี้สักพักแล้วจะทรงดีขึ้น”
“ข้าเป็นอะไรหรือ เมมนอน?...หากท่านไม่มาเมือครู่ ข้าอาจจมน้ำในบึงนี้ตายไปแล้วกระมัง”
พระสุรเสียงอันอ่อนเบาราวสำนึกในนความดีนั้นทำให้ใบหน้าอันเครียดขรึมของผู้ซึ่งทำหน้าที่คอยดูแลไม่ห่างอ่อนโยนขึ้นด้วยการแย้มริมฝีปากหนาออกจนเจ้าฟ้าหญิงมินึกฝันว่าจะเห็นร่องรอยแห่งความยินดีนั่นจากองครักษ์ผู้ยิ้มยาก
“พระองค์ทรงเป็นตะคริวพะย่ะค่ะ...มันเป็นอาการชาตามตัวหากอยู่ในน้ำนาน ๆ คราวหลังเจ้าหญิงควรต้องทรงระวัง หากจะมาเก็บดอกบัวในสระเช่นนี้ควรมีใครมาอยู่เป็นเพื่อน”
“ข้าจะระวัง...คราวหลังหากข้ามาที่นี่...ข้าจะให้ท่านตามมาดูแล”
สายพระเนตรอันวาววามและงามยิ่งบนเครื่องพระพักตร์อันเพริดพริ้งและผุดผาดสะกดความรู้สึกของชายหนุ่มจนมิอาจละสายตาจากความหมดจดนั้นได้ ทั้งสองราวอยู่ในห้วงเวลาที่มีเพียงกันนิ่งนานกระทั่งเสียงแหบแห้งของพระนมคูอิตดังขึ้น
“องค์หญิง!...องค์หญิงเพคะ!”
ร่างของหญิงวัยกลางคนรีบรุดเข้ามายังคนทั้งสองหากก็มิทันได้เห็นภาพที่เมมนอนใช้อุ้งมือรองรับพระบาทของเจ้าหญิงไว้ด้วยชายหนุ่มรีบผละออกไปยืนด้วยท่าทีสงบนิ่งดุจเดิม
“โอ!...เทพอมุน-รา ทรงประทานพร...หม่อมฉันตามหาพระองค์ทั่วตำหนัก มาประทับอยู่ที่นี่เองหรือเพคะ”
คูอิตคุกเข่าลงข้าง ๆ บนกอหญ้ากกหากต้องยิ่งตกใจเมื่อเห็นพระวรกายและฉลองพระองค์ของพระธิดาชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ
“นี่องค์หญิงทรงเล่นน้ำในบึงนี่หรือเพคะ? ใยเปียกปอนไปหมดเช่นนี้”
“ข้าก็แค่มาเก็บดอกบัวเท่านั้น คูอิต เจ้าตามหาข้าด้วยเหตุใด?”
“หม่อมฉันจะมาทูลเชิญองค์หญิงเสด็จไปตำหนักของพระนางเนเฟอร์ตารีเพคะ”
“เสด็จแม่รับสั่งหาข้าหรือ?”
“วันนี้มีผู้แทนการค้าเดินทางกลับมาจากต่างแดนแถบทางใต้ของอียิปต์และเหมืองแถบไซนาย นำของมีค่ามากมายกลับมาเป็นเครื่องบรรณาการแก่ฟาโรห์ พระมเหสีจึงมีรับสั่งให้เจ้าหญิงเข้าเฝ้าเพคะ”
“หากมิใช่เรื่องเร่งด่วนอาจเข้าเฝ้าเสด็จแม่หลังจากนี้จะได้หรือไม่...คูอิต”
เนเฟอร์ติตีแสร้งมีปุจฉาทั้งที่รู้ว่าขัดรับสั่งมิได้ นางได้ยินพระนมถอนหายใจก่อนตอบเสียงหนัก
“หม่อมฉันเกรงว่าอาจมีพระประสงค์อย่างอื่นมากกว่าเรื่องของเครื่องบรรณาการนะเพคะ องค์หญิงควรเสด็จไปเข้าเฝ้า อาจมีข่าวดีที่เจ้าหญิงทรงคาดไม่ถึงก็เป็นได้”
คูอิตมัวแต่สนใจพระภูษาชื้นน้ำของพระธิดาโดยไม่ทันได้สังเกตสายพระนัยนาที่จับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปอย่างสงบนิ่ง
*******************
“เนเฟอร์ติตี...ใยจึงมาช้านัก พี่ ๆ ของเจ้ากลับกันไปหมดแล้ว”
พระนางเนเฟอร์ตารีรับสั่งทันทีที่เห็นพระธิดาเสด็จมาถึงตำหนักในยามพระอาทิตย์เริ่มราแสง
“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ...หม่อมฉันมัวเก็บดอกไม้เพื่อถวายเทพที่คาร์นัค”
เนเฟอร์ติตีตรัสตอบเสียงเรียบขณะที่พระชนนีซึ่งประทับอยู่บนพระอาสน์ไม้อันงดงามเบื้องหน้าเครื่องบรรณาการมากมายในหีบนับสิบใบทรงโบกพระหัตถ์ให้เหล่านางกำนัลถอยออกไปเหลือเพียงพระนางและพระธิดาเท่านั้น
พระมเหสีเอกทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดซึ่งทอจากลินินเนื้อบางส่องประกายเป็นมันเงายาวกรอมพระบาทในฉลองพระบาทสานจากทองคำ บนพระอุระประดับไว้ด้วยแผงพระศอร้อยจากหินล้ำค่า หากความงามนั้นหาได้เทียมพระพักตร์อันผ่องใสภายใต้วิกพระเกศาร้อยด้วยหินสีเทอควอยซ์ประดับงูเห่าศักดิ์สิทธิ์บ่งบอกสถานะอันสูงส่งยิ่งของผู้อยู่เคียงข้างองค์ฟาโรห์
“ธิดาแห่งเรา...เคยมีคำกล่าวในยุคของฟาโรห์ตุตันคามุนว่า...ขอให้เจ้าผู้สมัครรักใคร่ในธีบส์ ได้มีชีวิตยืนยงคู่ฟ้าดิน เยี่ยมหน้ารับลมเหนือ และได้ทัศนาแต่สิ่งรื่นรมย์ เราผู้อยู่ในดินแดนเคเมต (อียิปต์) อันอุดมสมบูรณ์นี้จึงได้รับความเมตตาจากเทพ อมุน-รา มิเคยหมดสิ้น”
“ของสวยงามเหล่านี้เป็นเครื่องบรรณาการจากที่ใดหรือเพคะ เสด็จแม่?”
เนเฟอร์ติตีทรงหยิบห่วงทองคำในถาดเงินบนโต๊ะซึ่งอยู่ใกล้กันกับที่ประทับของพระมารดาขึ้นมาทอดพระเนตรด้วยความสนพระทัยยิ่ง
อันความรักนั้นยิ่งใหญ่ ผืนฟ้าแม้กว้างไกลก็ยังจรดลงได้บนผืนทรายใต้ดวงตาแห่งสรวงสวรรค์"องค์หญิงเนเฟอร์ติตี ทรงอภัยให้แก่หม่อมฉันด้วยเถิด”เมมนอนรำพึงออกมาในยามดึกสงัดใต้ซุ้มผาหินทรายขณะตระกองกอดร่างอรชรที่นอนอิงแอบในอ้อมแขนแข็งแกร่ง“ท่านจะให้ข้าอภัยแก่ท่านเรื่องใดกัน เมมนอน”“อภัยที่หม่อมฉันล่วงเกินพระองค์ในราตรีนี้”ราชองครักษ์กล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิดทั้งรู้ว่าหักห้ามหัวใจได้ยากเมื่อทุกอย่างได้ดำเนินไปตามครรลองแห่งปรารถนา ก็ในเมื่อกลิ่นไอบนพระฉวีแสนงามนั้นช่างยวนใจและน่าลุ่มหลงราวดอกไม้กลางเนินทรายในหุบผา“ข้าเป็นของท่าน...เมมนอน...ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากการยินยอมพร้อมใจมิใช่การบีบบังคับ”“หม่อมฉันมิอาจล่วงรู้ถึงวันพรุ่ง รู้แต่เพียงตอนนี้พระองค์คือหญิงที่กระหม่อมรักและเทิดทูนสุดหัวใจจนคิดว่าความตายเท่านั้นที่จะพรากหัวใจรักของหม่อมฉันจากองค์หญิง”“เมมนอน... ท่านคิดว่าข้าไม่กลัวหรือ หากข้าเป็นเพียงสามัญชนก็คงไม่ต้องทุกข์ทรมานใจเพียงนี้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะขอเก็บช่วงเวลานี้ไว้ ช่วงเวลาที่ข้าได้อยู่กับท่าน”“องค์หญิง...แม้ความสุขจะอยู่กับเรามิยืนนาน หากแต่หม่อมฉันก็จะขอเก็บควา
“พ่อกับแม่ของหม่อมฉันเสียชีวิตไปนานแล้ว ตระกูลของหม่อมฉันเป็นทหารหลวงมาตั้งแต่รัชสมัยของเซติ พระอัยกาขององค์หญิง ฉะนั้นตอนนี้จึงมีเพียงเรื่องเดียวที่หม่อมฉันต้องให้ความสำคัญคือการปกป้ององค์ฟาโรห์”“เช่นนั้นหรือ?” เจ้าหญิงถอนพระทัยและแสร้งผินพระพักตร์ไปยังเงาหุบผาสีดำที่ทอดตัวเป็นแนวยาวใต้คุ้งฟ้าสีทึม“มีคนบอกข้าว่า ภพของผู้วายชนม์ตั้งอยู่เลยเส้นขอบฟ้าตะวันตก ข้าจึงใคร่รู้ว่าดินแดนใกล้โลกแห่งปรภพนั้นเป็นเช่นไร จนข้าได้มาเห็นกับตา จึงรู้ว่ามันมิได้เกินคำที่มีผู้พร่ำพรรณนาไว้ ข้า...”“องค์หญิง...” เมมนอนขัดขึ้นขณะกระชับพระหัตถ์ในฝ่ามือหนาทั้งก็รู้สึกว่าเนเฟอร์ติตีมีอาการสั่นขึ้นมาแล็กน้อย“เรื่องเดียวที่หม่อมฉันต้องทำตามหน้าที่คือความภักดีที่มอบไว้แด่องค์เหนือหัว แต่เรื่องของหัวใจนั้นอยู่เหนือภาระรับผิดชอบและอยู่เหนือเหตุผลทั้งมวล หม่อมฉันพยายามห้ามหักมิให้ตัวเองกระทำนอกเหนือจากกฎเกณฑ์ของการเป็นราชองครักษ์”“นี่ก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้วใช่หรือไม่ที่ท่าน...”“ฝืนหัวใจมิให้รักพระองค์... หากแต่หม่อมฉันก็ทำได้ไม่สำเร็จ”เจ้าฟ้าหญิงชะงักงันต่อคำสารภาพของอีกฝ่าย ขอบพระเนตรเริ่มมีน้ำคลอจากความตื
เมมนอนอมยิ้มราวไม่มีสิ่งน่ากังวลก่อนตอบ “หม่อมฉันให้ผู้คุมที่เลี้ยงรูดาเอามันมาไว้ที่นี่ เขารู้ดีว่ามันคิดถึงนายของมันแค่ไหน”“มันยังจำท่านได้หรือ เมมนอน?”“สัตว์พวกนี้มีสัญชาติญาณแสนวิเศษ...มันจดจำทุกอย่างได้แม้ต้องเดินทางไปในทะเลทรายที่ภูมิทัศน์เปลี่ยนแปลงไปทุกเมื่อเชื่อวัน มันจำเจ้าของได้และไม่เคยแสดงอาการแปลกหน้ากับหม่อมฉันเลยสักครั้ง มาเถิดองค์หญิง...หม่อมฉันจะพาพระองค์นั่งบนหลังรูดาเพื่อท่องไปยังแดนตะวันตกในราตรีนี้”เมมนอนว่าพลางกระตุกเชือกที่ผูกติดกับสัตว์ตัวโตให้มันย่อตัวลงนั่งบนผืนทรายที่เย็นตัวลงหลังจากถูกแดดระอุเผาในยามกลางวัน ร่างสูงกระโดขึ้นนั่งคร่อมบนหลังของมันอย่างช่ำชองชำนาญในเวลาที่เนเฟอร์ติตีก็อยากขึ้นไปประทับบ้าง“มาเถิด พระองค์...กระหม่อมขอรับรองความปลอดภัย”ชายหนุ่มยื่นมือข้างหนึ่งออกมารับพระหัตถ์บางของเนเฟอร์ติตีที่ถูกรั้งขึ้นไปประทับอยู่แนบชิดเบื้องหน้าราชองครักษ์ เพียงครู่รูดาจึงค่อยหยัดตัวขึ้นยืนสร้างความตระหนกระคนตื่นเต้นในพระทัยของเจ้าฟ้าหญิงยิ่งนัก เมื่อได้ทรงประทับอยู่หลังอูฐโลกนี้ช่างดูกว้างใหญ่ขึ้นถนัดตาและยิ่งได้ยินเสียงหัวใจของเมมนอนเสมือนเวลาได้หยุดล
บทที่ 4 รอยรักบนผืนทราย เนเฟอร์ตารีรู้สึกพระทัยหายแม้รู้ว่าขัดบัญชาของฟาโรห์ไม่ได้หากพระนางก็ยังห่วงพระธิดาอยู่นั่นเอง“พระองค์ทรงตรัสเรื่องนี้กับลูกหรือยังเพคะ?”“ข้าคิดว่าหลังเสร็จสิ้นพิธีการบูชาเทพอมุน-ราในฤดูน้ำหลากที่กำลังใกล้มาถึง จึงจะส่งเนเฟอร์ติตีไปฮิตไทต์”“หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ควรทรงทำความเข้าพระทัยแก่ลูกเสียก่อน”“อาจไม่จำเป็น! เนเฟอร์ติตีเป็นลูกกษัตริย์ นางจักเลือกสิ่งใดนอกจากบ้านเมือง อมุน-รา จะอำนวยชัยแก่ผู้ใดก็ตามที่เสียสละเพื่อแผ่นดินของพระองค์ เนเฟอร์ติตีต้องเข้าใจว่านางใช่เพียงธิดาแห่งรามเสส หากแต่นาง คืออียิปต์”สีพระพักตร์ที่เริ่มเข้มเครียดขึ้นทำให้เนเฟอร์ตารีจำต้องเก็บความเป็นกังวลไว้ในเบื้องลึก มเหสีเอกลอบถอนพระทัยเบา ๆ ขณะรามเสสผินพระพักตร์ออกไปสู่ยอดเสาโอเบลิกส์ที่ตั้งตระหง่านสูงเด่นเสียดปลายขึ้นสู่ท้องฟ้าเสมือนอวดศักดาความเป็นมหาอำนาจท่ามกลางมหาวิหารรายล้อมสายลมอ่อนไล้ลงบนปลายกกที่งอกงามอยู่ริมฝั่งเรียงรายไปตามขอบตลิ่งของสายน้ำไนล์ซึ่งเป็นสันดอนทรายและดินสีดำอันอุดมสมบูรณ์ ร่างเล็กภายใต้ผาคลุมปกปิดก้าวขึ้นจากเรือปาปิรัสโดยมีร่างสูงใหญ่คอยประคองด้วยมือข้าง
พระสุรเสียงในคำตรัสอ่อนหวานหลอมละลายหัวใจแกร่งกล้าของบุรุษชายชาติทหารผู้ผ่านการศึกและรู้จักแต่คำว่าหน้าที่ ราชองครักษ์หนุ่มกุมพระหัตถ์ของนางไว้แน่นและสบสายพระเนตรแสนงามท่ามกลางแสงจันทร์กร่างใสต่างคนต่างมิยอมเอื้อนเอ่ยอันใด ยินเพียงสายลมพัดสะบัดและสายน้ำขับกล่อมราวลำนำแห่งห้วงนที เนเฟอร์ติตีมิรู้จะเรียกความรู้สึกยินดีนี้เช่นไร นางยังคงสับสนหากทว่าความอุ่นซ่านที่หลากล้นในพระหทัยนั้นจะเรียว่า ความรัก ได้หรือไม่ เจ้าฟ้าหญิงมิกล้าตอบพระองค์เอง“เมมนอน”พระสุรเสียงลอดออกจากริมโอษฐ์หยักอิ่มเบาหวิวเมื่อความรุ่มร้อนแล่นปรี่จากใต้ก้นบึ้งขับพระฉวีบนนวลปรางค์เนียนงามเป็นสีระเรื่อขณะบุรุษผู้เคยเยือกเย็นยกพระหัตถ์ทั้งสองขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้งดังจะตอกย้ำถึงความรู้สึกลึกล้ำอันมิเคยบังเกิดกับหญิงใด“อาจเป็นการอาจหาญเกินไปที่กระหม่อมล่วงเกินพระธิดาผู้เป็นที่รักแห่งเจ้าเหนือหัว องค์หญิงเนเฟอร์ติตี...ระหว่างพระองค์และหม่อมฉันนั้นเหมือนแสงดาวที่ยอดปาปิรัสมิอาจเอื้อมได้ถึง”“บรรดาศักดิ์มิได้มีความหมายสำหรับข้า...บัดนี้สตรีที่อยู่ตรงหน้าท่านหาได้มีศักดินาเช่นนั้นไม่ ข้าคือเนเฟอร์ติตี...หญิงที่พร้อมจะมอบหั
เมมนอนยังชั่งใจหนัก นี่เขากระทำสิ่งใดลงไปด้วยมันหาใช่หน้าที่ที่ได้รับบัญชามาจากองค์ฟาโรห์ เขาควรต้องถวายการรักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหญิงมิใช่นำพานางพ้นมาจากเขตพระราชฐานในยามวิกาลเช่นนี้ เขาควรต้องสะกดใจไม่ให้อยู่ชิดใกล้ผู้มีฐานันดรศักดิ์สูงส่งกว่าราชองรักษ์ซึ่งหากเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงพระเนตรพระกรรณมหาราชเขาอาจถูกลงทัณฑ์ให้ตายอย่างทุกข์ทรมานหากก็ทำได้ยากยิ่งนัก...ราชองครักษ์หนุ่มรู้แก่ใจว่าได้ฝืนกฎปฏิบัติอันเคร่งครัดของนายทหารซึ่งในบัดนี้หัวใจนั้นมาไกลเกินกว่าหน้าที่ เมมนอนเพียรสะกดความพลุ่งพล่านไว้ไต้ก้นบึ้ง เพียรหักห้ามตนเองมิให้หลงใหลความสวยสะพรั่งราวดอกไม้เบ่งบานกลางทะเลทรายแห่งอียิปต์พระพักตร์ของนางนั้นงดงามหมดจด พระนาสิกโด่งรับกับเรียวโอษฐ์อิ่มราวดอกบัวสีน้ำเงินสยายกลีบบางในสายน้ำ ทรงฉลองภูษาป่านลินินและด้ายทองคำเงาวาวขับพระฉวีนวลสกาวใต้โคมแห่งรัตติกาลเหนือวาวัต (ธีปส์)“เมมนอน...ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าอีกฟากฝั่งทางตะวันตกของแม่น้ำไนล์นั้นมีสิ่งใดบ้าง”เนเฟอร์ติตีตรัสขณะทรงทอดพระเนตรกลมโตไปยังอีกฝั่งซึ่งมองเห็นแสงจากคบไฟอยู่ไกลลิบ“นอกจากวิหารที่องค์ฟาโรห์ทรงโปรดให้สร้างเพื่ออุทิศแด




![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


