Masukความเสียใจจากเรื่องคนรักยังไม่ทันจางหาย สายวันต่อมาพิมพ์รตาก็ได้รับสายจากป้าดวงใจว่าคุณยายเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้กำลังนำร่างท่านไปที่วัด จากความหวังว่าคุณยายจะอาการดีขึ้นกลับกลายเป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวรีบออกจากห้องพักของเจนแล้วไปซื้อชุดสีดำก่อนจะตรงไปที่วัด พอทราบกำหนดการต่างๆ แล้วพิมพ์รตาก็โทรไปลางานต่อ เธออยู่ส่งคุณยายจนทุกอย่างเรียบร้อยก็กลับไปทำงาน
“เป็นอะไรหรือเปล่าเพิร์ล ยังคิดเรื่องคุณยายเหรอ” มะเหมี่ยวเพื่อนชาวลาวถามเมื่อเห็นว่าตั้งแต่กลับมาจากไทยพิมพ์รตาก็ดูเงียบไป จากคนที่เคยยิ้มแย้มกลับมีแววตาเหม่อลอย
“แค่เหนื่อยนะ ไม่มีอะไรหรอก”
“ก็ใครใช้ให้ทำงานเยอะขนาดนี้ล่ะ”
“เพิร์ลลาไปหลายวันก็ต้องกลับมาทำงานชดเชยเวลาที่เพื่อนๆ เข้ากะแทน” เธออธิบายให้เพื่อนร่วมงานฟัง ทุกคนรู้แค่ว่าคุณยายเธอเสียชีวิตแต่เรื่องที่เลิกกับแฟนหญิงสาวก็ไม่ได้บอกใคร
“มันเรื่องสุดวิสัยนี่ แล้วคืนนี้เข้ากะกับใครเหรอ”
“น่าจะเป็นพี่ตั้มนะ”
“ค่อยยังชั่ว ถ้าเป็นเด็กใหม่คงเหนื่อยมาก”
“พี่ปิ่นคงไม่ให้เด็กใหม่อย่างเพิร์ลเข้ากะกับเด็กใหม่หรอกนะ”
“เพิร์ลก็ใหม่แค่สถานที่ แต่มีประสบการณ์มาแล้ว”
“แต่มันก็ไม่เหมือนกันหรอกนะ เพิร์ลยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเลย”
“แต่เพิร์ลเก่งมากเลยนะ พี่ปิ่นชมอยู่บ่อยๆ”
“พี่ปื่นก็ชมทุกคน อย่างมะเหมี่ยวนี่ก็โดนชมวันละหลายๆ รอบ”
ทั้งสองคนพากันหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกไปถึงหัวหน้าแผนกที่ชมและให้กำลังใจลูกน้องอยู่ตลอด
เมื่อมะเหมี่ยวลงเวรกะบ่ายก็เหลือพนักงานสามคน คือพิมพ์รตา พี่ตั้มและมาลีสาวสวยจากประเทศลาว
แขกที่เช็กอินช่วงดึกจะเป็นแขกที่ทำการจองไว้ล่วงหน้าการทำงานจึงไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ที่จำเป็นก็น่าจะเป็นทักษะภาษาเพราะจะเป็นแขกชาวต่างชาติ การจัดพนักงานจึงต้องดูให้เหมาะสมกับแขกที่เข้าพัก
“ดีนะคืนนี้เพิร์ลกับพี่ตั้มเข้ากะทั้งคู่ถ้าไม่อย่างนั้นคงได้วุ่นวายกว่านี้แน่ๆ” มาลีถอนหายใจหลังจากส่งแขกทั้งหมดเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว
“มาลีก็ทำได้ดีนะ แอบไปเรียนมาใช่ไหมล่ะ” เพิร์ลเอ่ยชมเพื่อนร่วมงานที่บอกว่าไม่ถนัดใช้ภาษาจีนแต่ก็สื่อสารกับแขกได้
“เราแค่ทักทายได้ บอกทางได้ แต่อย่าถามลึกนะเราตอบไม่ได้หรอก” มาลีหัวเราะๆ
“พี่ตั้มเก่งภาษาจีนนี่คะ สอนมาลีหน่อยสิ” พิมพ์รตาเสนอเพราะมาลีเคยกระซิบบอกว่าเธอแอบชอบเขา
“ถ้าอยากเรียนจริงๆ ในอินเทอร์เน็ตมีเยอะแยะ พี่ก็ไม่เก่งถึงขั้นจะสอนใครได้หรอกนะ”
“แล้วถ้าตรงไหนไม่เข้าใจ มาลีขอถามพี่ตั้มได้ไหมล่ะ”
“อือ” ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินดูแลแขกที่กำลังงงกับแผ่นที่อยู่หน้าห้องโถง
“เมื่อไหร่พี่ตั้มจะยอมใจอ่อนกับเราสักทีนะเพิร์ลหรือว่าพี่ตั้มเขามีใครรออยู่ที่เมืองไทย”
“อันนี้เพิร์ลก็ไม่รู้นะ แล้วมาลีเคยเห็นแฟนเขามาหาที่นี่ไหมล่ะ”
“ไม่เคยเห็นเลย แต่วันหยุดพี่ตั้มชอบกลับบ้านบ่อยๆ บ้านพี่เขาอยู่หนองคายนี่เองนั่งรถชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง”
“อยู่จังหวัดเดียวกับต้นอ้อเลย มาลีลองถามต้นอ้อดูสิ”
“ใช่ๆ เราลืมไปได้ยังไงนะ”
ทั้งสองคุยกัยไปเรื่อยเพื่อไม่ให้ง่วงนอนเพราะอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเลิกงาน
การทำงานและได้คุยกับเพื่อนร่วมงานทำให้ความเศร้าค่อยๆ จางหาย จนกระทั่งถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านมาสองปีแล้วที่พิมพ์รตามาทำงานที่ประเทศลาว
เธอกลับไปเมืองไทยครั้งสุดท้ายก็ตอนทำบุญครบหนึ่งร้อยวันคุณยาย แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับอีกเลย
หญิงสาวยังคงตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่ออนาคตของตัวเองโดยไม่สนใจจะคบหากับผู้ชายคนไหนทั้งที่มีคนมาสนใจเธอเยอะมากเพราะเธอเป็นคนที่หน้าตาสวย หุ่นดีอัธยาศัยดีมากๆ คนหนึ่ง
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” พิมพ์รตาถามผู้ชายคนหนึ่งที่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขาพาผู้หญิงมาเข้าพักและเธอก็เป็นคนพาไปส่งที่ห้องด้วยตัวเอง
“ครับ คุณเป็นคนไทยใช่ไหมครับ” เขาเดาจากการพูดที่ไม่ค่อยเหมือนคนที่นี่สักเท่าไหร่
“ใช่ค่ะ” พิมพ์รตาชำเลืองดูข้อมูลผู้เข้าพักและเห็นว่าเขาเองก็เป็นคนไทยเหมือนกัน
ชายหนุ่มแนะนำตัวว่าเขาชื่อรัฐชาหรือต้น และคนที่เขาพามาพักที่นี่ก็คือน้องสาวของเขา
“ผมอยากขอความช่วยเหลือหน่อยครับ”
“คุณรัฐชาจะให้ฉันช่วยอะไรคะ”
“เรียกผมต้นหรือพี่ต้นก็ได้ครับ ผมน่าจะอายุมากกว่า”
“ค่ะพี่ต้น มีอะไรให้เพิร์ลช่วยเหรอคะ”
“พี่ฝากดูน้องสาวพี่ด้วยนะ อย่าให้เขาแอบใช้โทรศัพท์โรงแรมติดต่อใครเด็ดขาด ถ้ามีผู้ชายหน้าไหนมาป้วนเปี้ยน ให้รีบไลน์บอกพี่ทันที” รัฐชากำชับพลางยื่นธนบัตรใบละพันให้หลายใบให้
“บอกสาเหตุได้ไหมคะ”
“พี่พาเธอหนีมาจากคนไม่ดีครับ พี่กลัวน้องสาวจะติดต่อกับผู้ชายคนนั้นอีก ยังไงก็ช่วยหน่อยนะครับ พี่จะให้ค่าจ้างเพิ่ม”
“ถ้าเพราะเหตุผลนั้น ไม่ต้องจ้างหรอกค่ะ เอาเป็นว่าเพิร์ลจะช่วยดูให้ก็แล้วกันนะคะ”
“ขอบคุณมากครับ พี่ขอเบอร์ติดต่อไว้หน่อยได้ไหม ถ้ามีใครมาหาเธอหรือเธอคิดจะหนีออกไปจากที่นี่รบกวนโทรบอกพี่ด้วยนะครับ”
เพราะเห็นสีหน้าไม่สบายใจของเขาพิมพ์รตาเลยยอมให้ความช่วยเหลือ แม้ในใจจะไม่เห็นด้วยเพราะเหมือนกับเขาพาน้องสาวมาขังไว้ หรือบางที่เขาอาจจะไม่ใช่พี่ชายอย่างที่บอกเธอก็ได้
หลังจากคุยกับรัฐชาวันนั้นทุกอย่างก็ดูเป็นปกติจนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง
“สบายดี” พนักงานต้อนรับด้วยภาษาประจำชาติพร้อมยกมือไว้อย่างอ่อนน้อม
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งทักทายขณะสายตาก็กวาดมองไปทั่วโถงทางเดินของโรงแรม
“สวัสดีค่ะ คุณเป็นชาวไทยใช่ไหมคะ” พิมพ์รตาทักทายด้วยความดีใจที่เจอคนไทยด้วยกัน
“ใช่ครับ ที่นี่มีคนไทยมาพักเยอะเหรอครับคุณถึงพูดภาษาไทยได้ชัดเจนมาก” แม้ว่าภาษาของที่นี่จะใกล้เคียงกับภาษาไทยแต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดเขาจึงพอจะเดาออก
“ใช่ค่ะ ฉันชื่อ พิมพ์รตาเรียกว่าเพิร์ลก็ได้ค่ะ ฉันเป็นคนไทยแต่มาทำงานที่นี่ค่ะ คุณมีอะไรให้เรารับใช้คะ”
“ผมชื่อแทนคุณครับ ผมอยากได้ห้องพักครับ มีห้องแบบไหนบ้าง”
พิมพ์รตาอธิบายห้องพักและลงทะเบียนให้กับชายหนุ่มเรียบร้อยก็ให้พนักงานพาเขาไปยังห้องพัก
หลังจากเก็บของใช้เข้าที่แล้วชายหนุ่มก็ออกมาเดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณล็อบบี้และหวังว่าจะได้เจอกับชาริณบ้างแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหญิงสาวเลย
“คุณแทนคุณมองหาอะไรหรือเปล่าคะ บอกเพิร์ลได้เลยนะคะ” พิมพ์รตาสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มเดินวนไปวนมาอยู่นานก็อดเข้ามาถามไม่ได้
“ผมกำลังคิดอยู่ครับว่าจะทานอาหารที่โรงแรมหรือออกไปทานร้านข้างนอก แต่ถ้าถามคุณเพิร์ลก็คงแนะนำให้ทานที่นี่ใช่ไหมล่ะครับ” เขาหัวเราะเบาๆ เพราะเข้าใจดีว่าพนักงานก็ต้องอยากให้คนเข้าพักทานอาหารของทางโรงแรม
“ถูกต้องค่ะ แต่เพิร์ลเห็นว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันก็เลยจะแนะนำร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ ให้นะคะ”
“ขอบคุณครับ”
พิมพ์รตาแนะนำร้านอาหารให้กับแทนคุณจากนั้นตัวเองก็ถึงเวลาเลิกงานพอดี
เธอกลับไปที่หอพักแล้วเปลี่ยนชุดก่อนจะกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง แล้วก็ไปยังห้องพักของชาริณที่ตอนนี้กลายมาเป็นเพื่อนของเธอไปแล้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“มาตรงเวลาดีจังเลยพี่เพิร์ล” ชาริณทักทายด้วยรอยยิ้มที่สดใสหากแต่แววตายังเศร้า
“วันนี้งานไม่ยุ่งเท่าไหร่ ใบชาล่ะเป็นยังไงบ้าง อยู่ห้องทั้งวันเบื่อไหม”
“เบื่อมาก ๆ เลยค่ะพี่เพิร์ล ชาเหมือนติดคุกเลยค่ะ โทรศัพท์ก็ไม่มี พี่เพิร์ลช่วยพูดกับพี่ต้นให้ชาหน่อยได้ไหมคะ ชาอยากได้โทรศัพท์หรือแท็ปเล็ตก็ได้”
“พี่จะลองคุยดูนะ แต่พี่ชายของใบชาก็คุยยากอยู่เหมือนกัน เขาคงหวงน้องสาวมาก”
“แต่ชาว่าพี่เพิร์ลต้องทำได้ค่ะ”
“พี่ชักจะกดดันแล้วสิ” หญิงสาวยิ้มให้ชาริณก่อนจะพากันเข้าลิฟต์ลงมายังชั้นล่างสุด
“วันนี้เราไปกินข้าวร้านเดิมดีไหมคะพี่เพิร์ล ชาว่าอาหารที่นั่นอร่อยแล้วคนก็ไม่เยอะมากเท่าไหร่”
“ได้สิ เมื่อกี้พี่ก็เพิ่งแนะนำลูกค้าคนไทยไปที่นั่นคนหนึ่ง”
“มีคนไทยพักที่นี่เพิ่มเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ใบชามาอยู่ที่นี่ไม่มีเพื่อนเลยพี่ว่ารู้จักกันไว้ได้ดีไหมจะได้ไม่เหงา”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ได้คุยกับคนอื่นบ้างก็คงดีกว่าเหงาอยู่ที่ห้องคนเดียว แต่เขาอยากจะมีเพื่อนไหมล่ะคะ”
“พี่ก็ไม่รู้นะ เอาเป็นว่าถ้าเจอเขาพี่จะแนะนำให้ใบชารู้จักก็แล้วกันนะ”
เพราะรู้สึกดีๆ กับรัฐชาอยู่แล้ว เมื่อเขาเอ่ยชวนพิมพ์รตาจึงทำตามหัวใจตัวเอง“เพิร์ลไปห้องพี่ต้นได้ไหมล่ะ เพิร์ลไม่อยากให้ใครรู้” ในเมื่อความต้องการมันตรงกัน เธอก็ไม่อยากปฏิเสธเสียงเรียกร้องลึกๆ ในร่างกายอีกต่อไปรัฐชาพยักหน้า ดวงตาที่มีประกายของความเร่าร้อน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผสมกับแอลกอฮอล์ยังลอยคลุ้งรอบตัวเธอ ทำให้เขารู้สึกกระหายมากขึ้นไปอีก“ตามพี่มา” เขากระซิบข้างหูจนเธอขนลุก“ค่ะ”“เพิร์ลแน่ใจแล้วเหรอ เมามากจนไม่มีสติหรือเปล่า” เขาถามเสียงต่ำเมื่อพิมพ์รตาเข้ามานั่งในรถหญิงสาวเม้มริมฝีปาก เธอรู้ว่าเขากำลังเปิดโอกาสให้เธอเปลี่ยนใจ และนั่นทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม หากเขาฉวยโอกาสจากความเงียบหรือความเหงา เธออาจกลัวเขา แต่เขากลับหยุดและถามซ้ำอย่างจริงจัง“เพิร์ลยังรู้ตัวดีค่ะ แต่ถ้าพี่ต้นไม่สบายใจเราก็แยกกันตรงนี้”“พี่ไม่ได้ไม่สบายใจ พี่แค่ไม่อยากให้เพิร์ลตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจเพราะแค่เหงา” รัฐชายกมือขึ้นลูบเส้นผมที่ปรกหน้าผากเธอออกอย่างแผ่วเบา“เราสองคนก็เหงาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” พิมพ์รตาหัวเราะเบาๆ ทั้งที่แววตายังสั่นไหวประโยคนั้นทำให้รัฐชานิ่งไป เขาเองก็ไม่มี
รัฐชามาทำงานตามปกติเขาได้รับสายจากน้องสาวให้มาทานข้าวเย็นด้วยกันแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอแทนคุณที่โทรให้มารดาบินมาจากอเมริกาเพื่อมาสู่ขอชาริณจากเขาชายหนุ่มอยากปฏิเสธแต่เพราะคิดถึงคำพูดของพิมพ์รตาเขาจึงยอมเปิดให้น้องสาวหมั้นกับแทนคุณไว้ก่อนส่วนงานแต่งงานจะจัดขึ้นทีหลังหลังจากงานหมั้นที่เรียบง่ายผ่านไปแล้วรัฐชาก็ลงไปนั่งดื่มที่ผับของโรงแรมโดยมีแทนคุณตามมาคุยแบบเปิดใจก่อนที่เขาจะขอตัวกลับรัฐชานั่งดื่มต่อ ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจที่แทนคุณมาดูแลน้องสาวของเขาแทนคุณเป็นคนดีและเขาก็เคารพมาตลอด บางที่เขาควรจะโล่งใจที่ชาริณมีคนดีๆ อย่างแทนคุณมาดูแล“เฮ้อ....” เขาถอนหายใจก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปาก“เพิร์ลคิดว่าพี่ต้นจะต่อยกับคุณแทนแล้วนะคะ” พิมพ์รตาเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับแก้วเครื่องดื่มในมือ“อ้าว....เพิร์ลมาดื่มเหมือนกันเหรอ” “ค่ะพี่ต้น อยู่ห้องคนเดียวมันเบื่อๆ ค่ะ” หญิงสาวยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ อันที่จริงเมื่อครู่เธอหลับไปแล้วแต่ชาริณโทรมาขอร้องให้ช่วยตามมาดูที่ผับเพราะกลัวว่าแทนคุณกับพี่ชายของเธอจะมีเรื่องกัน“เพิร์ลมาทำงานที่นี่นานหรือยัง” ที่ผ่านมารัฐชาไม่เคยสนใจจะถามเร
พิมพ์รตาพารัฐชามานั่งดื่มในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย“พี่ต้นดูเครียดจังเลยนะคะ เรื่องน้องสาวเหรอคะ” หญิงสาวเสียงหวานพลางขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้“ใช่ครับ พี่แค่อยากให้น้องเจอคนที่ดี” รัฐชาตอบแววตาของเขาเศร้าลงเมื่อนึกถึงแทนคุณ“แล้วแฟนของใบชาเป็นคนไม่ดีเหรอคะ”“พี่แทนเป็นคนดีครับ ดีมากด้วย พี่เคยอยากให้ทั้งสองคนเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ” รัฐชาถอนหายใจก่อนจะยกแก้วขึ้นมาดื่มเพื่อปิดบังความผิดหวัง“แล้วทำไมพี่ต้นถึงห้ามใบชาล่ะคะ” หญิงสาวถามอย่างไม่เข้าใจเพราะเหตุผลมันดูขัดแย้งกันไปหมด“พี่ไม่ได้ห้ามนะครับ แค่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนหักหลังจากคนที่พี่รักทั้งสองคน พี่ไว้ใจพี่แทนมาก ฝากน้องสาวให้เขาดูแลแต่กลายเป็นว่าทั้งสองแอบคบกัน มันอธิบายความรู้สึกไม่ถูก มันเหมือนคนโง่ที่โดนปิดหูปิดตาอยู่คนเดียว”“เพิร์ลเข้าใจพี่ต้นนะคะ ถ้าเป็นเพิร์ลก็คงโกรธทั้งสองคนเหมือนกันค่ะ”“งั้นที่พี่ทำก็ถูกต้องแล้วใช่ไหมล่ะที่ห้ามสองคนเจอกันจนกว่าจะมั่นใจว่ารักกันจริงไม่ใช่เพราะความเหงาหรือความใกล้ชิดเหมือนที่ผ่านมา”“ค่ะ พี่ต้นทำถูกแล้วในมุมของพี่ต้น” พิมพ์รตารู้สึกเห็นใจเขาที่โดนคนที่เขารักแอบทำอะไรลับหลัง“แล้วในมุมมองของเพิร์ลล่
พิมพ์รตาพาชาริณมายังร้านอาหารที่เธอเพิ่งจะแนะนำแทนคุณไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เมื่อมาถึงร้านเธอก็มองไปรอบๆ จนสะดุดตากับชายหนุ่มรูปร่างสูงที่มุมหนึ่งของร้านอาหาร“นั่นไงใบชาคนที่พี่พูดถึง”พูดจบชาริณก็เดินเข้าไปกอดกับชายคนนั้น ทำให้พิมพ์รตารู้ทันทีว่าเขาคือคนรักของชาริณตามที่เคยเล่าให้ฟังขณะที่ทั้งสองยืดกอดกันอยู่ในร้านพิมพ์รตาก็มองยืนมองบริเวณหน้าร้านเพราะกลัวว่ารัฐชาจะมาเห็น“พี่เพิร์ลคะ นี่พี่แทนค่ะ คนที่ชาเล่าให้ฟัง” หญิงสาวแนะนำคนรักให้รู้จักกับเพื่อนใหม่ก่อนที่ทั้งสามคนจะนั่งลง“ยินดีที่รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะคุณแทน”“พี่เคยเจอกันแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ คุณเพิร์ลเป็นคนแนะนำให้พี่มาทานข้าวที่นี่ทำให้พี่ได้เจอใบชา”“พี่เพิร์ลอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่ต้นนะคะ” ชาริณร้องขอเสียงสั่น“แต่พี่ไม่รู้ว่าจะช่วยปิดเรื่องนี้ได้นานแค่ไหน”“คุณเพิร์ลครับ ผมรู้ว่าคุณลำบากใจนะ แต่ผมอยากขอร้องว่าอย่าเพิ่งบอกนายต้นให้รู้ว่าผมมาที่นี่จนกว่าแม่ผมจะมาถึงได้ไหมครับ” แทนคุณขอร้องเพราะอยากเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“แล้วเพิร์ลต้องเก็บเรื่องนี้นานแค่ไหนคะ”“แค่สองวันครับ แม่ผมกำลังบินมาที่นี่ ตอนนี้คุณช่วยกันนายต้
ความเสียใจจากเรื่องคนรักยังไม่ทันจางหาย สายวันต่อมาพิมพ์รตาก็ได้รับสายจากป้าดวงใจว่าคุณยายเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้กำลังนำร่างท่านไปที่วัด จากความหวังว่าคุณยายจะอาการดีขึ้นกลับกลายเป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงหญิงสาวรีบออกจากห้องพักของเจนแล้วไปซื้อชุดสีดำก่อนจะตรงไปที่วัด พอทราบกำหนดการต่างๆ แล้วพิมพ์รตาก็โทรไปลางานต่อ เธออยู่ส่งคุณยายจนทุกอย่างเรียบร้อยก็กลับไปทำงาน“เป็นอะไรหรือเปล่าเพิร์ล ยังคิดเรื่องคุณยายเหรอ” มะเหมี่ยวเพื่อนชาวลาวถามเมื่อเห็นว่าตั้งแต่กลับมาจากไทยพิมพ์รตาก็ดูเงียบไป จากคนที่เคยยิ้มแย้มกลับมีแววตาเหม่อลอย“แค่เหนื่อยนะ ไม่มีอะไรหรอก”“ก็ใครใช้ให้ทำงานเยอะขนาดนี้ล่ะ”“เพิร์ลลาไปหลายวันก็ต้องกลับมาทำงานชดเชยเวลาที่เพื่อนๆ เข้ากะแทน” เธออธิบายให้เพื่อนร่วมงานฟัง ทุกคนรู้แค่ว่าคุณยายเธอเสียชีวิตแต่เรื่องที่เลิกกับแฟนหญิงสาวก็ไม่ได้บอกใคร“มันเรื่องสุดวิสัยนี่ แล้วคืนนี้เข้ากะกับใครเหรอ”“น่าจะเป็นพี่ตั้มนะ”“ค่อยยังชั่ว ถ้าเป็นเด็กใหม่คงเหนื่อยมาก”“พี่ปิ่นคงไม่ให้เด็กใหม่อย่างเพิร์ลเข้ากะกับเด็กใหม่หรอกนะ”“เพิร์ลก็ใหม่แค่สถานที่ แต่มีประสบการณ์มาแล้ว”“แต่มันก็ไม่เหมือนก
พิมพ์รตาต้องสลัดความเสียใจเรื่องธนกฤตออกเพราะมีเรื่องสำคัญรอเธออยู่ช่วงเที่ยงเธอรีบมาที่โรงพยาบาลเพื่อเข้าเยี่ยมคุณยาย ซึ่งหญิงสาวได้เข้าไปเยี่ยมท่านสิบนาที แต่มันเป็นสิบนาทีที่บีบหัวใจ เธอกุมมือที่เหี่ยวย่นของคุณยายไว้แน่น ความรู้สึกผิดเกาะกินใจที่ตัวเองไปทำงานไกลบ้าน“คุณยายขา ถ้าเพิร์ลไม่ดื้อไปทำงานที่ลาวยายคงไม่เป็นแบบนี้ใช่ไหมคะ เพิร์ลขอโทษคุณยายรีบตื่นมาคุยกับเพิร์ลนะคะ”เธอใช้เวลาสิบนาทีอย่างคุ้มค่า และเมื่อออกมาจากห้องลูกหลานคนอื่นของคุณยายก็ผลัดกันเข้าไปเยี่ยม และเหมือนว่าทุกคนกำลังทำใจกับการจากลาในครั้งนี้“ทำงานที่ลาวเป็นยังไงบ้างละเพิร์ล” น้าประนอมลูกสาวคนเล็กของคุณยายชวนคุย“ก็ดีค่ะน้านอม เงินเดือนได้เยอะกว่าที่นี่ สวัสดิการก็ดีค่ะ”“ทำงานเก็บเงินสักพักแล้วกลับมาอยู่บ้านเรานะ”“ค่ะน้านอม แล้วน้านอมสบายดีไหมคะ”“น้าสบายดีจ้ะ ถ้าคุณยายอาการดีขึ้นแล้วไปเที่ยวหาน้าบ้างนะ” ประนอมที่ย้ายตามสามีไปอยู่แถวอีสานเอ่ยชวน“คะน้านอม”“แล้วเพิร์ลพักที่ไหนล่ะ พี่ดวงใจบอกว่าบ้านคุณยายกำลังปรับปรุงอยู่”“พักกับเพื่อนค่ะ น้านอมล่ะคะ”“น้าพักที่บ้านญาติจะ วันนี้น้าว่าจะกลับบ้านก่อนเอาไว้อีก







